Masuk‘เปลี่ยนห้องนั่งเล่นให้เป็นห้องเต้นรำ’
คุณนายหลี่ตื่นเเต่เช้าอาบนํ้าเเต่งตัว นับเป็นครั้งเเรกในรอบหลายปีที่เธอก้าวเท้าออกจากบ้านสวี วันนี้เธอมีเเพลนจะไปหาลูกสาวหัวเเก้วหัวเเหวน เพิ่งเเต่งงานออกเรือนไปเมื่อไม่นานมานี้ไปเที่ยวด้วยกันเสียหน่อยหลังห่างหายจากกันไปเกือนเศษ ๆ คุณนายหลี่ออกจากบ้านตอนหัวเช้าหลังอาบนํ้าเสร็จเธอคิดว่าไปทานข้าวเข้าข้างนอกกับลูกด้วยเลย
ยั่วซานนอกจากเป็นพ่อบ้านที่อยู่เคียงคุณนายหลี่เเล้วยังเป็นรับหน้าที่เป็นคนขับรถส่วนตัวให้คุณนายหลี่ด้วยล่ะ รถหรูเเล่นพ้นประตูเหล็กบ้านใหญ่่ คุณนายหลี่กับสาวใช้เเละพ่อบานพูดคุยกันถึงการออกมาข้างนอก เธอไม่ได้บอกเรื่องนี้กับสวีหยางอันเเละไม่คิดจะบอกให้เขารู้ ถึงรู้ไปเขาก็มิใส่ใจ
ใช้เวลาครู่ใหญ่ ๆ ในที่สุดก็ถึงบ้านเฉิน คุณนายหลี่ไปหาลูกสาวสุดสวย ถึงเเม้ตอนนี้เธอจะดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคนก็เถอะ ยังไงหลี่เอินก็คือหลี่เอินลูกสาวของหลี่อันฉี ลูกสาวดูตกใจไม่น้อยที่จู่ ๆ คุณเเม่โผล่มาหาไม่บอกไม่กล่าว เธอกะจะเซอร์ไพรส์ลูกด้วยเเหละ พูดคุยกอดหอทกันจนชื่นใจ คุณนายหลี่ฝากตระกร้าผลไม้ให้สาวใช้คนหนึ่งเอาไปให้คุณนายเฉินเธอตกปากรับคำเป็นมั่นก่อนจะเดินจากไปพร้อมตระกร้าผลไม้สด
เมื่อไม่มีอะไรเเล้ว เธอบอกลูกสาวให้ไปเเต่งตัวเพราะวันนี้จะพาไปเที่ยว หลี่เอินตื่นเต้นยิ้มจนเเก้มเเตก หญิงสาวรีบขึ้นห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับลงมาด้วยชุดใหม่สุดใสเข้ากับวันนี้ เเล้วสองเเม่ลูกก็ออกไปเที่ยวกัน ใช้เวลาทั้งวันอยู่ด้วยกันทำกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยกัน
“หนูเอินอยากได้อะไรอีกไหมลูก” เธอหันไปถามลูกสาวคนพิเศษ เเม้ในมือจะถือเเทบไม่เเล้วก็ตาม
“ไม่ค่ะ เอินไม่มีอะไรที่อยากได้เเล้ว”
“เหรอลูก เเต่เสื้อผ้าเเค่นี้มันจะพอเหรอ”
“พอสิค่ะ เเค่นี้ก็พอเเล้ว”
“หลี่เอินของเเม่เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยนะ เเต่ไม่เป็นไรพอก็พอ ยังไงหนูเอินก็คือลกของเเม่ อ๊ะ! เเม่รู้เเล้วจะซื้ออะไรให้ลูกอีก” คุณนายหลี่คว้ามือลูกสาวเเล้วก้าวฉับ ๆ อย่างไว จนมาถึงร้าน ๆ หนึ่งเป็นร้านขายเครื่องประดับมีทุกอย่าง
คุณนายหลี่เลือกโซนรวมปิ่นหลายเเบบ เธอเริ่มเลือกให้ลูกโดนหลี่เอินก็ยืนอยู่ข้าง ๆ มองดูคนเป็นเเม่เลือกปิ่นปักผม กระทั่งผ่านไปห้าสิบนาทีในที่สุดคุณนายหลี่ก็เจอปิ่นปักผมที่ถูกตาต้องใจสุด ๆ
“อันนี้สวย เหมาะกับลูกเเม่ที่สุด” เธอว่าไปยิ้มไป
“นี่มันดอกอะไรเหรอค่ะ”
“มันคือดอกฟอร์เก็ตมีน็อต”
“ชื่อยาวมาก มันมีความหมายไม่ค่ะ”
“ก็มีนะ เเปลว่าความรักที่ไม่สิ้นสุดน่ะ หนูเอิน” เธอมองลูกสาวพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมา วางปิ่นอันนั้นลงบนฝ่ามือลูกสาว “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เเม่อยากให้หนูเอินรู้ไว้เเมารักหนูเอินเสมอ รักที่สุดรักมาก ๆ”
“อย่าบอกรัก ถ้าคุณจะเอ่ยลา”
“เเต่เราควรบอกตอนที่ยังมีโอกาสนะ”
“…”
“เเม่รักหนูเอินนะ”
รถหรูเลี้ยวเข้าบ้านสวี คุณนายหลี่ลงจากรถจริง ๆ เธอจะกลับตั้งเเต่หัวเย็นเเล้วทว่าคุณนายเฉินชวนทานข้าวที่นั้น เธอปฎิเสธคนที่มีนํ้าใจเเละความตั้งใจไม่ได้ เธอเลยจัดมืื้อเย็นที่นั้นเลย กลับถึงบ้านอีกทีก็ดึกเเล้ว วันนี้เดินทั้งวันรู้สึกอยากเเช่นํ้าอุ่นผ่อนคลายร่างกายก่อนเข้านอน
ไปไม่ถึงไหนลี่เจี่ยงเลขาของสวีหยางอันก็โผล่เข้ามาบอกกับเธอว่า สวีหยางอันต้องการพบตัว ทำให้หลี่อันฉีต้องเป็นทิศทางของทางเดิน มายังห้องนั่งเล่นอีกครั้ง
“มีอะไรค่ะคุณหยางอัน ถ้าไม่ด่วนฉันขอไปอาบนํ้าก่อนค่ะ” หลี่อันฉีถาม
“ก็เปล่า ฉันเเค่อยากเต้นรำกับเธอสักเพลง”
“เต้นรำ คุณก็หนิค่ะว่าอันฉีเต้นไม่เป็น ทำไมไม่ชวนนายหญิงค่ะ”
“ฉันชอบความเงอะงะมากกว่า”
“คุณมาเเปลกนะคะ เมารึเปล่า”
“หน้าฉันดูเหมือนเมางั้นเหรอ” สวีหยางอันเอียงคอมอง “สักเพลงได้ไหม ฉันอยากให้คํ่าคืนนี้เป็นของเรา ถึงฉันจะดูบ้า ๆ บอ ๆ ใส่เธอไปบ้าง เเต่เเค่คืนนี้ให้ฉันได้ทำอะไรเพื่อเธออันฉี”
“ก็ได้ค่ะ” หลี่อันฉีตอบยิ้ม ๆ
เเล้วเดินเข้าไปหาหวีหยางอัน อีกฝ่ายจัดท่วงท่าให้เธอก่อนเปิดดนตรีช้า ๆ บรรเลงไปทั่วที่มุมห้อง ร่างกายค่อย ๆ ขยับอย่างเนิบช้าไปตามดนตรี ไม่ว่าจะครั้งไหน ๆ หลี่อันฉีก็ไม่ได้เรื่อง เป็นฝ่ายเหยียบเท้าเขาก่อนตลอด
“ขอโทษค่ะ คุณหยางอันเจ็บรึเปล่า”
“ไม่ล่ะ”
เขาคอยเป็นตัวต้นเเบบให้กับหลี่อันฉี เธอทำได้เเค่ขยับโยกย้ายไปตามการชกจูงของอีกฝ่าย สายตาของคนสองคนสอดประสานจับกันใต้เสียงเเสงสีอ่อนเเละดนตรีช้า ๆ เเฝงอารมณ์เศร้าอยู่ในเนื้อนํ้า หลี่อันฉีอยากหยุดเวลาตรงนี้ไว้ให้มันเดินซํ้า ๆ เธอรู้สึกได้ว่าสวีหยางอันอ่อนโยนที่สุดก็ตอนนี้เเหละ ตอนที่เขาประคองทั้งตัวเธอเเละเท้าของเธอให้เดินตามทำนองที่ถูกต้อง
หนึ่งชั่วโมงเต็มที่ดนตรีเล่นจบ เมื่อดนตรีสมควรเเก่เวลาเเยกย้าย สวีหยางอันขอเดินมาส่งเธอที่ห้อง เธอไม่ปฎิเสธปล่อยให้เขาได้ทำตามใจนึก เเละเขาก็ส่งเธอห้องจริง ๆ
“อย่านอนดึกนะคะ งานมันไม่ได้รักคุณ” หลี่อันฉีหันหลังไปพูดกับคนมาส่ง
“ครับ”
“ฝันดีนะคะคุณหยางอัน”
“ฝันร้ายครับ”
หลี่อันฉีผลิยิ้มบ้านสะพรั่งเหมือนดอกไม้ที่เเผ่กลีบงาม ทว่าช่างน่าเสียดายที่ฤดูกาลของมันมาถึงจุดจบเเล้ว
ตอนที่ 65‘บทสรุป’“ดูเเลฉันจากระยะไกลก็พอ” พูดจบเอินใช้ความมืดกำบังตนเดินหายเข้าไปยังอีกห้องหนึ่งตามคำบอกของไป๋ฮุ่ง เธอเดินไปตามคำบอกของคนในสายสื่อสารเรื่อย ๆ กระทั่งถึงจุดหนึ่ง หญิงสาวชะลอความเร็วของฝีเท้าลง เสียงพูดคุยอู้อี้ดังลอดผ่านรอยเเยกของประตู เธอขยับเข้าไปใกล้จ้องมองลอดเข้าไปจนถึงด้านใน เห็นเร็กซี่นั่งพิงกำเเพง โดยสองเเม่ลูกยืนเฝ้าไม่ห่าง ทว่าความมืดกำบังเธอไม่มิด ทำให้สัตว์เห็นตัวเข้า สัมผัสของปลายกระบอกปืนเเนบวางลงที่ศรีษะ เอินรีบยกมือขึ้นช้า ๆ “ดีมากสาวน้อย ร้ายนักนะ ลุกขึ้น” ผิงผิงสั่งเสียงเหี้ยมเอินไม่มีทางเลือกยอมทำตามเเต่โดยดี เธอถูกพาตัวเข้าไปในห้องที่มีสองเเม่ลูกอยู่ด้วย ผิงผิงทำการล็อคประตู หนทางเดียวที่จะรอดถูกปิดระงับ“ไหนลองพูดมาสิ ว่าพากันมากี่คน” ผิงผิงถามพร้อมจ่อปืนใส่เอิน กะว่าอีกฝ่ายคิดโกหกเธอจะลั่นไกใส่ทันที“ฉันมาคนเดียว” เอินยืนกรานหนักเเน่น“ยิงมันเลยผิงผิง ยิงมันตอนที่ยังมีโอกาส” หนิงเหมยยั่วยุ“หุบปากสักทีเถอะ! ฉันรำคาญเธอจะเเย่อยู่เเล้ว” ผิงผิงหันไปตะคอกเสียงดังใส่ ทำให้หนิงเหมยหน้าเสีย“นี่เธอว่าฉันเหรอ” “ใช่! ทุก ๆ อย่างที่มันพังก็เพราะเเกนั่น
ตอนที่ 64‘งานเลี้ยงที่มีเเค่เรา’วันที่นัดหมายเดินทางมาถึง เอินเเต่งองค์ทรงเครื่องด้วยสุดเดรสสีไข่มุขสวย ผมยาวปะบ่าถูกมัดรวบเป็นช่อบัว ใบหน้าเเต้มเเต่งเครื่องประทิน พรมกายดวยนํ้าหอมใช้เวลาอยู่หลายชั่วโมงในที่สุดเธอก็เข้าที่ก่อนจะขึ้นรถซีฮันได้มอบเครื่องสื่อสารให้เธอ เอินติดเครื่องสื่อสารไว้ที่หูในทันที ด้วยความที่เจ้าเครื่องนี้มันเล็กมากหากไม่สังเกตดี ๆ คงไม่เห็น เขากวาดสายตามองเธอตั้งเเต่หัวจรดเท้าเเล้วพูดขึ้นว่า..“เธอสวยมาก”“ค่ะ” เอินตอบยิ้ม ๆ เเล้วมุดตัวขึ้นรถโดยมีไป๋ฮุ่งเป็นคนขับ“ระวังตัวด้วยนะ สักพักพวกฉันจะตามไป”“…” เอินพยักหน้ารับ ๆ รถหรูได้เคลื่อนตัวออกจากเขตบ้านเฉิน ขึ้นถนนสายหลักเดินทางไปตามจีพีเอส ระหว่างที่รออยู่นั้นผิงผิงได้ใช้ไอดีของเร็กซี่ทักหาเธอตลอดทาง เอินพิมพ์ตอบไปเเค่ไม่กี่คำก่อนจะปิดมือถือเเละเก็บมันลง เธอตั้งข้อศอกกับขอบกระจกรถเกยคางบนหลังมือมองลอดผ่านกระจกไปยังข้างนอก นัยน์ตาสะท้อนภาพท้องฟ้าอันกว้างใหญ่อมสีม่วง ดวงอาทิตย์เคลื่อนตัวลับลงภูเขาลูกใหญ่ เเสงของดวงดาวค่อย ๆ ปรากฏ เวลาเดินไวกว่าที่เธอคิด เพียงเเค่ไม่นานก็จะคํ่าเเล้ว เธอถอนหายใจเเผ่วเบา เเละในที
ตอนที่ 63‘คำร้องขอ’เอินขับรถออกจากบ้านสวี เเล่นไปตามท้องถนนที่เต็มไปด้วยรถยนต์ รถประจำ เเละรถจักรยาน ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดลงตามเวลา เธอขับรถด้วยความเร็วเอื่อย ๆ พลางสอดสายตามองไปยังนอกรถ ในหัวโล่งโจ่งไม่มีอะไรเลยเสมือนเท้าเธอที่เหยียบรถให้ไปข้างหน้าอย่างไม่มีจุดหมาย สุดท้ายเธอก็มาหยุดรถอยู่ที่หน้าซอกตึก สถานที่ที่เธอไม่ควรมา เอินลงจากรถปิดประตูอย่างเบามือ เธอก้าวเท้าเดินไปด้านหน้าภาพของจินกงถูกมัดเเละตัดอวัยวะชัดฉายเหมือนภาพช็อต เสียงโหยหวนดังอื้อในโสตประสาทการได้ยิน ทุกอณูคำชัดก้อง เธอหยุดสองเท้าหน้าประตูบ้านของคน ๆ หนึ่ง บ้านที่เธอไม่ควรมาอย่างยิ่งหญิงสาวยืนกํ่ากึ่งหน้าประตู เธอจ้องมันอยู่พักหนึ่งเเล้วเอื้อมมือไปจับลูกบิล กลไกลความปลอดภัยถูกทำลายทิ้งจนหมดคราบ เเค่บิดเบา ๆ ประตูก็เปิดออกเเล้ว เธออ้าบานประตูจนสุดเเสงไฟกิ่งดวงน้อยสาดกระทบเเผ่นหลังสะท้อนเงาฉายบนพื้นบ้าน เงาดำขยับพร้อมร่างต้นกลืนเข้าไปในความมืดเอินต้องล้วงเอามือถือเปิดโหมดไฟฉาย เธอกวาดไฟฉายไปรอบ ๆ รอยเลือดบาง ๆ ฝั่งลึกบนพื้น เอินไม่พูดอะไรเเค่มองดูคราบเลือดก่อนจะละสายตา เเละหมุนตัวจะเดินออกไป ทว่าไม่ท้นพ้นขอบประตูโทรศัพ
ตอนที่ 62‘ความจริงจากปากป๊า’ห่างหายไปนานพอกลับมาสิ่งเเรกที่เอินทำ คือเดินทางกลับไปยังบ้านของตน ในขณะเดียวกันเอินก็ได้ทราบข่าวจากปากคนใช้ในบ้านสวีอีกว่าคุณนายสวีได้ย้ายออกไปกับลูกชาย…ไปที่ไหนสักที่หนึ่งในเซี่ยงไฮ้ ละทิ้งลูกชายกับสามีไว้ เอินยืนอยู่กลางบ้านหลังใหญ่ตกเเต่งจีนล้วน ทว่ามันกลับเงียบสงัด เอินพอจะเดาได้ว่าคุณนายสวีไปที่ไหน เเต่ตอนนี้เรื่องนั้นยังไม่ใช่ เธอต้องการคุยกับป๊ามากกว่า เอินเดินขึ้นบรรไดตรงดิ่งไปยังห้องทำงาน เธอถามคนใช้ที่กวาดถูเเถวนั้นจึงรู้ว่าพ่อของเธออยู่ที่ไหนในเวลานี้ เอินเคาะประตูสามครั้งจึงจะเปิดเข้าไป พ่อของเขาครั้งล่าสุดที่เจอกันคือชายที่ล้มป่วยติดเตียงด้วยโรคประจำตัว ทว่าตอนนี้พ่อของเธอกลับดูดีขึ้น ร่างกายกลับมาดีอย่างน่าอัศจรรย์ สวีหยางอันวางปากกาหลังเห็นลูกชายของภรรยาคนรอง เขาลุกขึ้นเเล้วเดินมาหาเธอ เขาฉีกยิ้มดวงตากวาดมองลูกสาว ก่อนดึงร่างระหงเข้าสวมกอดด้วยความคิดถึงมหาศาลผละออก สวีหยางอันปัดเส้นผมบนหน้าลูกสาวพลางถามว่า..“เอินหายไปไหนมา รู้ไหมว่าป๊าเป็นห่วงเรามาก” เอินผลิยิ้มอ่อน “มีเรื่องต้องทำนิดหน่อยค่ะ” “งั้นเหรอ ป๊าเองก็มีเรื่องให้ทำเหมือนกัน
ตอนที่ 61‘การกลับมาของหลี่เอิน’นับเป็นเช้าที่เสียงดังยิ่ง พื้นบ้านสนั่นหวั่นสร้างความสงสัยให้เฉินซีซึ่งนั่งทำงานอยู่ในห้องไม่น้อย เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินออกจากห้อง ถึงได้รู้ว่าเหตุฉะไนพื้นบ้านถึงสนั่นราวกับเเผ่นดินไหว นั่นเป็นเพราะการปรากฏของคนคนหนึ่งน่าอัศจรรย์“เอิน” เขาเบิกตาโตกลมมองร่างระหงที่กำลังใกล้เขามาเรื่อย ๆ ใบหน้าของนิ่งเรียบราวกับนํ้าเย็นเฉียบปลายเท้าหยุดกึกตรงหน้าชายหนุ่ม หัวใจอันเเข็งกร้าวมองเขาอย่างไม่รู้สึกใด ๆ เว้นเเต่เฉินซีฮันที่จู่ ๆ ก็สืบเท้าเข้าคว้าเเขนเธอเข้าไปให้อ้อมอกเเกร่งเเล้วผละออกพร้อมกับถามไถ่เธอว่า..“เอินหายไปไหนมา รู้ไหมว่า-”“ฉันมาเเค่เเป๊บเดียวเดี๋ยวก็ไปเเล้ว” เธอตัดบทเเละไม่ปล่อยโอกาสให้อีกฝ่ายได้เอื้อนเอ่ย เขาพยักหน้าเบา ๆ อย่างเข้าใจ“มีอะไรที่ฉัน-”“ขอตัวก่อนค่ะ” เอินยิ้มอ่อน ๆ ปัดมือเขาลงจากเเขน เเล้วเดินผ่านเขาไปราวกับอากาศ ทันทีที่ปลายพ้นตัวชายหนุ่ม หญิงสาวผมสั้นเท่าติ่งหูก็วิ่งพรวดเข้ามาสวมกอดเธอทั้งนํ้าตา มุดหน้าเข้ากับอ้อมอก เอินผลิยิ้มก่อนยกมือขึ้นลูบไล้กลุ่มผมสีดำของฟางหรง หญิงสาวสะอื้นไห้พร้อมกับช้อนตาขึ้นมองคุณหนูของตน เเละเอ่ยถามด
ตอนที่ 60‘ห้วงฝันที่เเหลกสลาย’คำเตือน - เนื้อหาในตอนนี้มีการกล่าวถึงการตัดอวัยวะเเบบโจ่งเเจ้งการจูบของจินกงส่งผลให้หญิงสาวนอนไม่หลับจนถึงเช้า เธอลงมาจากห้องนอนเเต่เช้าพบว่าเร็กซี่กำลังยืนทำบางสิ่งอยู่ในครัว เอินเลยเดินเข้าไปหาด้วยความสงสัย ถึงได้รู้ว่านั่นชงชาร้อนอยู่ด้วย ด้วยผงที่เธอนำมาสกัดเอง“อรุณสวัสดิ์” เธอเอ่ยทักด้วยประโยคเดิมอีกครั้ง“อื้อ เธอชาอยู่เหรอ”“ใช่เเล้ว นอนไม่หลับใช่ไหม”เอินนั่งลงบนเก้าอี้ไม้หน้าเคาท์เตอร์ครัว “อื้อ นอนไม่ค่อยหลับเลย”“เหมือนกัน ฉันเลยหนีลงมาชงชานี่ไง”“เเล้วกินช้าเข้าไป จะช่วยให้หลับได้เหรอ”“จริง ๆ ชาที่ทำมีดอกคาร์โมมายอยู่ด้วยน่ะ มันจะช่วยผ่อนคลายนะ” เอินพนักหน้าเข้าใจนั่งดูเร็กซี่ชงชาไปเพลิน ๆ ทำให้ในที่สุดเธอก็ได้จิบขาของเร็กซี่ มันทั้งหอมรสชาติดีเเละผ่านคลายจากไอหอมของดอกคาร์โมมาย เมื่อจิบเข้าไปจะรู้สึกมันทีที่ว่ามันชวยเเค่ไหนทั้งความอุ่นเเละหอม“จริงสิ ฉันขอถามอะไรหน่อยได้ไหม” เร็กซี่หันมาถาม “เอินทะเลาะอะไรกับจินกงเหรอ หมอนั่นเพิ่งออกไปเมื่อกี้เลย”“ไม่ได้ทะเลาะ เเค่มีเรื่องเข้าใจผิดกันนิดหน่อยน่ะ”“นิดหน่อยจริงเหรอ เเต่สีหน้าหมอนั่นดูไ
‘ปีศาจไร้จิตใจ’เสียงพื้นบ้านดังสนั่นหวั่นไหว บรรดาคนใช้กว่าสิบคนวิ่งกันขวักไขว่ไปมาน่าเวียนหัว เป็นว่านายน้อยสกุลเฉินนอกจากฤทธิ์เหล้าจะสร่างซ่าเเล้วยังมีอาการป่วยไข้เข้ามาเเทรกเเซง เเถมคุณนายเฉินรักลูกคนเล็กยิ่งกว่าทรัพย์สินจึงเกณฑ์คนใช้ให้ไปดูเเลลูกชาย หากเธออยู่เธอคงมาดูเเลด้วยตัวเอง ทว่าเธอดันต
‘ห่วงใย’เรื่องลูกชายเเละลูกสะใภ้ถูกลอบทำร้ายบนทางด่วน วิ่งไปเข้าหูคุณนายเฉินอย่างไว รุ่งเช้าอีกวันเธอกับสาวใช้คนสนิทเร่งเท้ามายังบ้านหลังเล็กทางตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยความเป็นห่วงท่วมท้นรีบจนลืมเเต่งเติมเครื่องประทินบนโฉม เเต่คุณนายเฉินก็ไม่ได้ใส่ใจชีวิตของคนสองคนสำคัญที่สุด เมื่อมาถึงคุณนายรีบเข
‘งานเลี้ยง’หลี่เอินถูกนำตัวไปขัดถูผิวอาบนํ้าเเร่เเช่นํ้านม เเม้เธอจะบ่นไม่อยากทำเเค่ไหน ทว่าขัดขืนไม่ได้ทั้งหมดนี้คือคำสั่งของนายหญิงเฉิน ร่างกายของเธอถูกขัดเกลาตั้งเเต่หัวเช้าจรดเที่ยงวัน เพราะเป็นถึงภรรยาของว่าที่รัชทายาท เธอต้องเด่นที่สุดในคํ่าคืนนี้ นายหญิงเฉินยํ้ากับสาวใช้ทุกคนที่หน้าที่กับร่
‘คนใหม่’วันที่สองเเล้วที่เธออาศัยอยู่ในเเผ่นดินบ้านสกุลเฉิน ทำตัวปกติราวกับอยู่บ้านของตัวเอง หลี่เอินคนใหม่ยังงุนงงกับวิถีคนจีน พอได้ศึกษาก็ทำให้เข้าใจในบางอย่าง เเถมยังได้รู้อีกตระกูลเฉินเป็นตระกูลที่มีอำนาจมากในเซี่ยงไฮ้ ไม่เเปลกใจเลยสักนิดที่นี่จะมีเเต่ชายสวมสูทดำเดินไปมาอยู่ทั่วทุกมุมของบ้านเฉ







