Home / ระบบ / เกิดใหม่เป็นชายยากจน / สำรวจชีวิตเจ้าของร่าง

Share

สำรวจชีวิตเจ้าของร่าง

last update publish date: 2025-12-14 22:12:09

ในเมื่อสวรรค์ให้โอกาสข้ามาอยู่ในร่างนี้ ข้าจะไม่ยอมให้   เด็ก ๆ ต้องอดตาย และข้าจะล้างชื่อไอ้คนถ่อยนี่ให้หมดไปจากใจของครอบครัวว่าเป็นคนชั่วร้ายเช่นไร!

จางเสี่ยวหนิงเห็นผู้คนอดอยาก ถึงขั้นแย่งเนื้อกัน อย่าว่าแต่เนื้อเลย แม้แต่ผักในป่าก็แทบจะเกลี้ยงไปหมดแล้ว "ฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึงนี้ คงเป็นช่วงทดสอบว่าใครจะรอดหรือใครจะตายสินะ"

เสี่ยวอ้าว(ในร่างจางเสี่ยวหนิง) เดินรอบบ้าน จนมาหยุดอยู่หน้าห้องซอมซ่อของเขา เขาเห็นพ่อ วัยชรากำลังนำฟืนเข้าไปในเตาเผาถ่านอย่างขะมักเขม้น เขาเดินสำรวจทุกอย่างภายในบ้านนี้ช่างดูน่าหดหู่

ลูกทั้งสองที่เห็นจางเสี่ยวหนิง กลับมาก็วิ่งไปหลบคนละมุมราวกับเห็นปีศาจ "ส่วนภรรยาก็ยังไม่กลับจากตลาดสินะ" จางเสี่ยวหนิงพยายามมองดูทุกอย่างภายในบ้าน

"นี่เจ้าของร่างเดิมเอาข้าวของในบ้านไปขายจนหมดเลยหรือ? ไม่เหลือแม้กระทั่งหมอนผ้าห่มที่จะให้ความอบอุ่นกับครอบครัว ส่วนนั่นคงเป็นพ่อเฒ่าจาง พ่อของเจ้าของร่างเดิมสินะ”

“อายุป่านนี้ยังต้องขึ้นไปตัดฟืนมาเผาถ่าน เจ้าของร่างนี้ช่างชั่วช้าจริง ๆ แต่ไม่เป็นไร ในเมื่อฟ้าประทานโอกาสให้ ข้ามาเกิดใหม่ในร่างนี้ ข้าก็จะทำทุกอย่างออกมาให้ดี"

"ท่านพ่อ ข้ากลับมาแล้ว" จางเสี่ยวหนิงเดินไปหาพ่อของเจ้าของร่างเดิม ทักทายด้วยความนอบน้อม

"เสี่ยวหนิงกลับมาแล้วเหรอลูก พ่อยังไม่มีเงินให้เจ้าหรอก เจ้าอย่าคิดจะตบตีลูกกับเมียเจ้านะ อย่าทำร้ายเด็กทั้งสองเลย" ผู้เป็นพ่อพูดขึ้นทั้งที่ยังไม่เห็นปฏิกิริยาของลูกชาย แต่ก็เอ่ยปากห้ามไว้ก่อนแล้ว

"ไม่หรอกท่านพ่อ ท่านไปพักเถอะ เดี๋ยวข้าจะทำตรงนี้เอง"                  จางเสี่ยวหนิง บอกผู้เฒ่าจางผู้เป็นพ่อให้ไปพักผ่อน ซึ่งเขาแทบไม่เชื่อหูตัวเอง

"ไม่เป็นไร พ่อทำเอง เจ้าไปเถอะ ไปพักผ่อนเถอะ" ผู้เฒ่าจางไม่กล้าแม้แต่จะขยับให้ลูกชายมาทำหน้าที่แทนตน เพราะไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

"ท่านพ่อ ท่านเหนื่อยมากแล้ว ไปพักเถอะ เดี๋ยวข้าจัดการตรงนี้เอง" จางเสี่ยวหนิงยืนยันและพยุงผู้เป็นพ่อวัยชราขึ้นเพื่อพาไปพักในห้อง

'นี่เกิดอะไรขึ้นกับลูกข้า' ผู้เฒ่าจางคิดในใจ

ขณะที่พยุงพ่อเฒ่าจางเข้าไปในห้องเพื่อพักผ่อน ลูกชายและลูกสาวของจางเสี่ยวหนิงเมื่อเห็นผู้เป็นพ่อก็ตกใจ รีบวิ่งไปหลบซ้ายหลบขวาเพราะไม่อยากให้ผู้เป็นพ่อเห็นตนแล้วถูกตบตีอีก

"อ้าวเด็ก ๆ พวกเจ้าไปหลบหลังเสากันทำไม วันนี้กินข้าวกันหรือยัง?" จางเสี่ยวหนิงถามขณะที่เดินเข้าไปหาลูกทั้งสอง

"ท่านพ่ออย่าเข้ามานะ! อย่าคิดจะตีน้องรองเด็ดขาด น้องยังไม่ได้ทำอะไรผิดเลย" พี่ชายคนโตปกป้องน้องสาวของตนด้วยชีวิต เมื่อเห็นผู้เป็นบิดาเดินตรงมาหาน้องสาว

"อะไรของพวกเจ้า ข้าถามเจ้าทั้งสองคนว่ากินอะไรกันหรือยัง?" จางเสี่ยวหนิงยื่นมือจะไปอุ้มลูกสาวขึ้น แต่พี่ชายคนโตก็รีบวิ่งมาขวางทางเอาไว้

"ท่านพ่อข้าขอร้อง น้องรองยังเล็กนัก อย่าตบตีน้องเลย ท่านมีอะไรโกรธข้าก็มาลงที่ข้า" พี่ชายคนโตหันไปปลอบน้องสาวว่า "น้องรองเจ้าไม่ต้องกลัว พี่จะปกป้องเจ้าเอง"

"ฮือ... ท่านพี่... ท่านพ่อจะตีข้า" เสียงเด็กผู้หญิงร้องไห้ หลบอยู่หลังพี่ชายด้วยความสั่นเทา

"ข้าจะตีเจ้าเรื่องอะไร เจ้าเป็นลูกสาวข้านะ" จางเสี่ยวหนิงเมื่อเห็นภาพในหัวของเจ้าของร่างเดิม เขาก็รู้แล้วว่าจางเสี่ยวหนิงคนเก่าเลวร้ายมากแค่ไหน

ทั้งตบตีลูกและภรรยาไม่เว้นแต่ละวัน บางวันก็จับไปขังไว้ในห้องเก็บฟืนที่หนาวเหน็บ ให้อดข้าวอดน้ำก็เคยทำมาแล้ว

'(โถ เจ้าของร่างนี้ทำไมชั่วช้าจริง ๆ)' จางเสี่ยวหนิงคนใหม่ค่อย ๆ ย่อตัวลงไปกอดลูกสาวและลูกชายเอาไว้ในอ้อมอก เด็กทั้งสองตกใจและพยายามดิ้นรนจากร่างใหญ่ของพ่อ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เกิดใหม่เป็นชายยากจน   รับแม่เลี้ยง

    ยามเช้าที่สดใสของเมืองจินหยาง แสงอาทิตย์อ่อน ๆ สาดส่องผ่านยอดไม้ไผ่เหล็กกล้าเข้ามาในโถงกลางจวนสกุลจาง กลิ่นหอมของน้ำส้มป่อยและธูปหอมกระจายไปทั่วบริเวณวันนี้เป็นวันที่จางเสี่ยวหนิงตั้งใจจะทำสิ่งที่ค้างคาใจมานาน เพื่อความมั่นคงของหัวใจผู้เป็นบิดาบนตั่งไม้แกะสลัก พ่อเฒ่าจาง นั่งตัวตรงแต่มีแววตาประหม่าเล็กน้อย ข้างกายของท่านคือ ป้าว่านชิง หญิงหม้ายวัย 50 ปี ผู้มีกิริยาเรียบร้อย และมีรอยยิ้มที่อบอุ่นนางคอยดูแลสำรับอาหารและหยูกยาให้พ่อเฒ่าจางมาโดยตลอดนับตั้งแต่จางเสี่ยวหนิงรับนางเข้ามาอยู่ในเรือนด้วยความสงสารในคราวที่นางไร้ที่พึ่งจางเสี่ยวหนิงเดินเข้ามาในโถงพร้อมกับ หนิงเอ๋อ ที่อุ้ม จางเพ่ยเพ่ย และมี จางหนี่ เดินเคียงข้าง ทุกคนแต่งกายด้วยชุดผ้าไหมสีมงคลดูสง่างาม"ท่านพ่อ... ท่านป้าว่านชิง" เสี่ยวหนิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มกังวานพลางทรุดตัวลงคุกเข่าเบื้องหน้าคนทั้งสอง"เสี่ยวหนิง... เจ้ามีธุระอันใดหรือลูก ถึงได้เรียกพวกเรามาพร้อมหน้าพร้อมตาเช่นนี้" พ่อเฒ่าจาง

  • เกิดใหม่เป็นชายยากจน   หวานชื่น

    ท่ามกลางเสียงโห่ร้องก้องกังวานของเหล่าทหารที่ได้รับชัยชนะ จางเสี่ยวหนิงไม่ได้รอช้าเพื่อรับคำสรรเสริญ เขาควบม้าฝ่ากระแสลมมุ่งหน้ากลับสู่จวนสกุลจางด้วยหัวใจที่เต้นระรัวยิ่งกว่ากลองศึกในคราแรก เพราะสำหรับเขาแล้ว ชัยชนะเหนือข้าศึกนับหมื่นยังไม่สำคัญเท่าความปลอดภัยของดวงใจทั้งสามดวงที่รออยู่ในบ้านเมื่อมาถึงหน้าจวน เขาไม่ทันได้รอให้ม้าหยุดนิ่งสนิทดีก็กระโดดลงจากอาน ร่างสูงโปร่งก้าวพรวดเข้าไปในห้องโถงที่บัดนี้ปราศจากเสียงระเบิด แต่ยังคงอบอวลไปด้วยความตึงเครียด"ท่านพ่อ! หนิงเอ๋อ! ข้ากลับมาแล้ว!"ทันทีที่สิ้นเสียง ร่างเล็กของ จางเพ่ยเพ่ย ในวัย 7 ขวบ ก็พุ่งออกมาจากมุมหนึ่งแล้วกอดขาเขาไว้แน่น ตามมาด้วย จางหนี่ พี่ชายวัย 12 ปี ที่แม้จะพยายามทำตัวสุขุมเป็นผู้ใหญ่ตามแบบบิดา แต่ดวงตาก็รื้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความดีใจ"ท่านพ่อ! ท่านปลอดภัย! มังกรดำพวกนั้นพ่ายแพ้ต่อหน้าไม้ของท่านแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ?" เพ่ยเพ่ยเงยหน้าขึ้นถามเสียงใสเสี่ยวหนิงย่อตัวลงกอดลูกทั้งสองไว้แน่น "ใช่

  • เกิดใหม่เป็นชายยากจน   ศึกห้าหมื่นนาย

    เสียงกลองศึกดังกึกก้องประดุจฟ้าถล่มดินทลาย กองทัพมังกรดำจำนวนห้าหมื่นนาย เคลื่อนพลประชิดกำแพงเมืองจินหยาง ราวกับคลื่นยักษ์ ที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง เบื้องหน้าคือแม่ทัพฮวาเจี้ยน ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเหี้ยมโหดและประสบการณ์ในสนามรบที่โชกโชน"ไอ้พวกกบฏจินหยาง! ลงมายอมจำนนซะดี ๆ ไม่เช่นนั้นเมืองนี้จะกลายเป็นสุสานของพวกเจ้า!" แม่ทัพฮวาเจี้ยนคำรามลั่น เสียงของเขาก้องกังวานไปทั่วทุ่งรบบนกำแพงเมือง จางเสี่ยวหนิงยืนเคียงข้างแม่ทัพเทียนอี้ หนิงเอ๋อ และนายอำเภอกู้ ใบหน้าของทุกคนนิ่งสงบผิดกับสถานการณ์เบื้องหน้า"ท่านพี่เทียนอี้... ถึงเวลาแสดงให้พวกเขาเห็นแล้วว่า 'ความเท่าเทียม' มีพลังมากแค่ไหน" จางเสี่ยวหนิงพูดเบา ๆ แต่มั่นคงเทียนอี้ยิ้มมุมปาก "ข้าเชื่อมั่นในท่านมาตลอดน้องชาย" เขาหันไปออกคำสั่งเสียงกึกก้อง "หน่วยอาสาพิทักษ์จินหยาง! เตรียมหน้าไม้!"กองทัพมังกรดำเริ่มเคลื่อนพลเข้าใกล้ ขุนพลฮวาเจี้ยนสั่งให้หน่วยพลธนูระดมยิงเปิดทางเพื่อลดขวัญกำลังใจ แต่ลูกธนูเหล่านั้นกลับไปไม่ถึงกำแพงเมือง

  • เกิดใหม่เป็นชายยากจน   พี่น้องร่วมสาบาน

    ย้อนกลับไปในช่วงก่อนศึกใหญ่... ในคืนที่พระจันทร์ถูกเมฆหนาทึบบดบังจนมืดมิด ณ กระท่อมกลางป่าไผ่ที่เป็นจุดนัดพบลับระหว่าง จางเสี่ยวหนิง และ แม่ทัพเทียนอี้ขณะที่เทียนอี้กำลังถ่ายทอดสถานการณ์ในราชสำนักให้เสี่ยวหนิงฟัง พลันสัญชาตญาณนักรบของเขาก็กระตุกวูบ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะขยับตัว"ระวัง!" เสี่ยวหนิงตะโกนลั่น พร้อมกับพุ่งตัวเข้าผลักเทียนอี้จนล้มลงไปกับพื้นฉึก! ฉึก! ฉึก!เข็มพิษสีดำสนิทสามเล่มปักเข้าที่พนักเก้าอี้ไม้ที่เทียนอี้นั่งอยู่เมื่อครู่ หากช้าไปเพียงเสี้ยววินาที เข็มเหล่านั้นคงเจาะทะลุลำคอของยอดแม่ทัพไปแล้วเงาดำสิบสองร่างปรากฏตัวขึ้นจากความมืดล้อมรอบกระท่อม พวกมันคือกลุ่มนักฆ่าที่แข็งแกร่งที่สุดของราชครูหวัง ที่ถูกส่งมาเพื่อเก็บกวาด "เสี้ยนหนาม" ทั้งสองคนพร้อมกัน"แม่ทัพเทียนอี้... วันนี้หัวของท่านต้องกลับไปพร้อมกับพวกเรา" หัวหน้านักฆ่าคำราม พลางวาดดาบสั้นที่อาบไปด้วยมนตราสีม่วงคล้ำเทียนอี้พยายามจะชักดาบใหญ่คู่กาย แต่เขากลับทรุดฮวบลง "พิ

  • เกิดใหม่เป็นชายยากจน   ภารกิจใหม่

    แผนการสร้างเมืองที่ผาสุกของจางเสี่ยวหนิงเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นระบบ ชาวบ้านหนึ่งพันคนที่ได้รับการสมัครมาใหม่ถูกคัดกรองอย่างเข้มงวดคนที่มีจิตใจซื่อสัตย์จะถูกส่งไปทำนาขั้นบันไดตามที่ประกาศไว้ ส่วนคนที่มีแววกล้าหาญและไร้ภาระผูกพันจะถูกแยกออกมาเพื่อเข้าสู่กระบวนการฝึกฝนเป็น"หน่วยอาสาพิทักษ์จินหยาง"จางเสี่ยวหนิงยืนอยู่บนยอดเขาเหลียนซาน มองลงมายังเมืองจินหยางที่บัดนี้ดูเหมือนป้อมปราการสีเขียวซึ่งค่อย ๆ ขยายตัวที่ดินเชิงเขาเหลียนซานไม่ใช่แค่ที่ทำนา แต่มันคือที่ตั้งของ "โรงเรือนเพาะชำมหาอำนาจ" ที่จางเสี่ยวหนิงใช้แต้มระบบอัปเกรดจนถึงขั้นสูงสุดแจ้งเตือนระบบ: เริ่มการผลิตหน้าไม้เหล็กกล้าไม้ไผ่คุณสมบัติ ตัวเรือนทำจากไม้ไผ่สีทองพันปีเสริมด้วยเหล็กกล้าจากมิติ มีน้ำหนักเบาแต่ยิงได้แรงกว่าหน้าไม้ทั่วไป 5 เท่ากระสุน: ลูกธนูอาบพิษสกัดจาก "หยดน้ำตาไม้ไผ่" (พิษแทรกซึมเข้าระบบประ

  • เกิดใหม่เป็นชายยากจน   ล้างบางโจร

    ในมุมมืดของป้อมสังเกตการณ์ จางเสี่ยวหนิงยืนดูความวินาศสันตะโรผ่านหน้าจอระบบอย่างใจเย็น ข้างกายเขาคือชายฉกรรจ์ 10 คนแรกที่ได้รับดื่ม "น้ำสกัดรากไม้ไผ่สีทอง" พวกเขาอยู่ในชุดรัดกุมสีดำ แววตาเป็นประกายวาววับดุจสัตว์ป่า"พวกเจ้า... เห็นหรือไม่? นี่คือผลของพวกที่คิดจะมาทำลายบ้านของเรา" จางเสี่ยวหนิงเอ่ยเสียงเรียบ "พวกโจรที่หลุดรอดจากกับดักเข้าไปในป่าได้ ข้าอนุญาตให้พวกเจ้าจัดการ... อย่าให้เหลือซาก""รับคำสั่งนายท่าน!"หน่วยอารักขาเงาพุ่งตัวออกไปจากป้อมด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ พละกำลังที่ได้จากน้ำยาเสริมกำลังทำให้พวกเขากระโดดข้ามกอไม้ไผ่ได้อย่างคล่องแคล่วพวกเขาเข้าประจัญบานกับโจรที่หลงเหลือด้วยความเงียบเชียบและรวดเร็ว เพียงการออกหมัดเดียวก็สามารถทำลายเกราะไม้ของโจรจนแตกละเอียดเวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเค่อ (15 นาที) ความวุ่นวายภายนอกก็สงบลง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณกำแพงไม้ไผ่ แต่ที่น่าสยดสยองกว่านั้นคือ รากของไม้ไผ่สีทองเริ่มเลื้อยขึ้นมาพันรอบร่างที่ไร้วิญญาณของพวกโจร แล้วค่อย ๆ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status