เข้าสู่ระบบ"ไม่จริง! ข้าไม่รู้เรื่อง! พวกเจ้าอย่าไปเชื่อไอ้คนไร้ประโยชน์ จางเสี่ยวหนิง!" สามีของป้าฉิงอี้รีบปฏิเสธเสียงแข็ง
"หากนี่ไม่ใช่เศษผ้าของท่านแล้ว ทำไมชายขากางเกงของท่านถึงขาดได้ล่ะท่านอาวุโส..." จางเสี่ยวหนิงยังคาดคั้นและเค้นถามความจริง "คือข้า..." สามีของป้าฉิงอี้อ้ำอึ้งนึกหาคำตอบ "ไม่มีคำตอบใช่หรือไม่ เพราะเศษผ้าตรงนี้ ข้าเก็บมาได้จากบ้านของข้า ตรงจุดที่เงินหายไป" จางเสี่ยวหนิงกล่าว "เงินของตระกูลจาง แน่ใจหรือว่ามี ไม่ใช่จะมาโมเมเอาเงินของตระกูลข้าไปหรือไม่" สามีของป้าฉิงอี้กล่าว "ถ้าอย่างนั้นเรามาตัดสินกัน ว่าตรงที่เก็บปลาเก่านั้น มีเงินของตระกูลข้า หรือเงินของท่านอาวุโสกันแน่" จางเสี่ยวหนิงหันไปจ้องหน้าผู้อาวุโสสามีของป้าฉิงอี้ตาไม่กะพริบ จางเสี่ยวหนิงเห็นดังนั้นก็ไม่รอช้า พุ่งตัวไปทางตะกร้าปลาด้วยความเร็วสูง พร้อมใช้มีดหั่นปลาปัดมือที่ขวางทางของสามีป้าฉิงอี้ออกไป! "ท่านคิดจะขัดขวางข้าอย่างนั้นหรือ! ความจริงที่พวกท่านพยายามซ่อนไม่มีทางหนีพ้น!" "จางเสี่ยวหนิง อย่าทำนะ!" ป้าฉิงอี้กรีดร้อง พุ่งเข้ามาเพื่อจะดึงจางเสี่ยวหนิงออก แต่ผู้เฒ่าจางที่ยืนอึ้งอยู่ก็เข้าคว้าตัวป้าฉิงอี้ไว้ได้ทัน "พอได้แล้วฉิงอี้! ขวางทางถึงขนาดนี้ แกกำลังสารภาพออกมาแล้ว!" ผู้เฒ่าจางพูดด้วยน้ำเสียงเครียดจัด ความรู้สึกผิดที่เคยไม่เชื่อใจลูกชายท่วมท้นในใจ จางเสี่ยวหนิงเปิดตะกร้าปลาเก่าที่ส่งกลิ่นคาวคลุ้งออกอย่างแรง ภายในนั้นมีถุงผ้าสีน้ำตาลที่คุ้นตาซ่อนอยู่ใต้ใบตองแห้งและเศษแหเก่า ๆ นี่คือถุงเงินที่หายไป! เขาหยิบถุงเงินขึ้นมาและชูให้ทุกคนเห็น "นี่ไง! เงินที่พวกท่านสองคนบอกว่า ข้าเอาไปซื้อเหล้าและเล่นพนัน! มันอยู่ในบ้านของพวกท่านได้อย่างไร!" จางเสี่ยวหนิงกล่าวด้วยความรู้สึกที่ปนเปกันระหว่างความโล่งใจและความโกรธแค้น ดวงตาของเขาแดงก่ำ "เจ้าอย่ามากล่าวหากันเช่นนี้... ถุงผ้าห่อเงินสีน้ำตาลผู้ใดก็ใช้ ซุ่ยซุ่ยก็มี แม้แต่นางว่านชิงก็ใช้ถุงสีน้ำตาลเช่นเดียวกับในมือของเจ้ามิใช่รึ?" ป้าฉิงอี้ชี้ไปที่ถุงเงินของซุ่ยซุ่ยและนางว่านชิง ชาวบ้านจ้องไปที่ถุงเงินที่พกติดเอวของซุ่ยซุ่ยและนางว่านชิงแล้วก็มองกลับไปที่มือของจางเสี่ยวหนิงที่ถือถุงเงินสีน้ำตาลเช่นกัน "ที่นางพูดก็มีเหตุผลอยู่นะ ทุกคนใคร ๆ ก็ใช้ถุงเงินสีน้ำตาลกันทั้งนั้น" ชาวบ้านคนหนึ่งกล่าวเสริมแล้วหยิบถุงเงินของตนเองออกมาให้ดู ("ฮึ! ไอ้คนโง่จางเสี่ยวหนิง คนไร้ประโยชน์เช่นเจ้า ข้าจะดูสิว่าจะทำอย่างไรกับถุงเงินในมือของเจ้า ต่อให้เจ้าหาเจอแล้วเช่นไร ในเมื่อทุกคนในหมู่บ้านก็ใช้ถุงเงินเช่นเดียวกัน") นางฉิงอี้คิดในใจพร้อมกับยิ้มหัวเราะเยาะ จางเสี่ยวหนิงที่เห็นท่าทีไม่ดี เขาจึงคิดหาทางที่จะแก้ต่างให้กับตนเองและจะนำเงินทั้งหมดกลับมาให้กับภรรยาอย่างหนิงเอ๋อ เขาพยายามหาข้อแตกต่างระหว่างถุงเงินนี้ แต่มองเท่าไหร่ก็มองไม่ออก แต่หนิงเอ๋อกลับกล่าวขึ้นด้วยความมั่นใจว่า ... "ใช่ ถุงเงินนี้เหมือนของทุกคน สีเหมือนกัน เนื้อผ้าเหมือนกัน แต่ที่ไม่เหมือนกัน ข้ามั่นใจว่านั่นคือถุงเงินของข้า หากอยากรู้ว่ามันแตกต่างเช่นไร ได้โปรดท่านพี่ ยื่นถุงเงินนั้นให้ข้าด้วยเถิด" หนิงเอ๋อ กล่าวกับจางเสี่ยวหนิง จางเสี่ยวหนิงไม่ลังเลใจ ยื่นถุงเงินในมือของตนเองให้กับภรรยาเพื่อให้นางได้พิสูจน์ข้อแตกต่างของถุงเงินสีน้ำตาลเจ้าปัญหาถุงนี้ "ป้าฉิงอี้ ข้ารบกวนเปิดกระเป๋าพลิกด้านในออกมาดูได้หรือไม่ และซุ่ยซุ่ยด้วย ช่วยเปิดพลิกผ้าด้านในให้ข้าดูได้หรือไม่" หนิงเอ๋อบอกให้ทั้งสองทำตามที่ตนบอก ซุ่ยซุ่ยและป้าว่านชิงได้จัดการนำเงินออกจากถุงและพลิกกลับด้านตะเข็บข้างในออกมาข้างนอก และผลปรากฏว่าถุงเงินทั้งสองเหมือนกันอย่างไม่มีที่ติ ตั้งแต่ตะเข็บ วิธีการเย็บ และผ้าเป็นเพียงผ้าชั้นเดียวในการเย็บติดต่อกันในราคาที่ถูก "ทุกท่านเห็นหรือไม่ว่ากระเป๋าเงินทั้งสองใบนี้เหมือนกันจนแทบจะมองไม่ออกว่าเป็นกระเป๋าเงินของผู้ใดใช่หรือไม่" หนิงเอ๋อถามชาวบ้านทุกคนที่เห็น "ใช่ พวกเราเห็น เหมือนกันทุกอย่าง เจ้าช่วยดูของข้าด้วยสิ ของข้าจะเหมือนกับของซุ่ยซุ่ยและ ป้าว่านชิงหรือไม่" ชาวบ้านคนหนึ่งนำเงินออกจากถุงผ้าและพลิกกลับด้านเช่นกัน ผลปรากฏว่าทั้งสามใบเหมือนกันอย่างกับแกะ "โอ้โห พวกเจ้าดูสิ ถุงเงินสีเดียวกัน วิธีการปักเย็บก็เหมือนกัน แทบจะแยกไม่ออกเลย นอกจากความใหม่ความเก่าและสีซีดลงเล็กน้อยเท่านั้น" ชาวบ้านคนนั้นได้กล่าวออกมา ขณะที่พลิกถุงเงินของตนเอง ซุ่ยซุ่ย รวมถึงของป้าว่านชิงให้ทุกคนดู "ในเมื่อพี่น้องทุกท่านเห็นแล้วว่าถุงเงินทั้งสามใบนี้เหมือนกันราวกับเป็นถุงชุดเดียวกัน ข้ากล้ากล่าวว่าถุงเงินในมือข้านี้จะไม่เหมือนทั้งสามใบนี้อย่างแน่นอน ด้านในข้าปักเย็บด้วยผ้าผืนสีแดงอีกชั้นหนึ่ง เพราะข้ารู้สึกว่าการตัดเย็บที่มาจากร้านมันบางเกินไป" หนิงเอ๋อบอกกับชาวบ้านทุกคนถึงข้อแตกต่างของกระเป๋าเงินใบ "เป็นไปไม่ได้ เจ้าโกหก!" นางฉิงอี้หันมาตวาดเสียงดังใส่หนิงเอ๋อ "ป้าฉิงอี้ หากไม่มีอะไรผิดพลาดแล้วมันเป็น กระเป๋าเงินของท่านลุงอาวุโสของเรา ก็ให้นางได้พิสูจน์เถิด" ซุ่ยซุ่ยหันมาปลอบใจป้าของตนเอง "แย่แล้ว หากนางหนิงเอ๋อเปิดต่อหน้าชาวบ้านทุกคนก็ต้องรู้สิว่าถุงเงินนั้นไม่ใช่ของเรา" นางฉิงอี้พูดกับตนเองในใจด้วยสีหน้าวิตกกังวล "ท่านพี่ เราจะทำเช่นไรดี" นางฉิงอี้หันมาสะกิดสามีของตนเอง "ข้าไม่รู้! ข้าไม่ได้คิดอยากจะทำตั้งแต่แรก เจ้าไม่ใช่หรือ คนที่ออกความคิด เจ้ากี้เจ้าการทุกอย่างให้ข้าทำ!" สามีอาวุโสของป้าฉิงอี้กล่าวกระซิบเสียงเบา "ทำไมล่ะป้าฉิงอี้... กลัวว่าด้านในมันจะเป็นสีแดงอย่างที่ข้ากล่าวเช่นนั้นหรือ?" หนิงเอ๋อยิ้ม "เรื่องอะไรข้าจะต้องกลัว แต่นั่นมันเป็นเงินของข้า ทำไมข้าจะต้องมานั่งพิสูจน์อะไรในบ้านของข้าอีก พวกเจ้าบุกรุกบ้านข้านะ ข้าจะไปแจ้งนายอำเภอกู้ให้มาจับพวกเจ้า!" ป้าฉิงอี้เปลี่ยนเรื่องและพยายามกลบเกลื่อนความจริง "ได้ ท่านไปแจ้งนายอำเภอกู้ได้เลย หากยามวิกาลเช่นนี้ ท่านเชิญนายอำเภอกู้มาเป็นพยานได้ ข้าก็พร้อมจะยอมโดนโบยห้าสิบไม้ หากข้าโกหกและใส่ร้ายป้ายสีคนตระกูลอี้ของท่าน!" หนิงเอ๋อ กล่าวอย่างไม่เกรงกลัว ชาวบ้านเริ่มซุบซิบนินทากันอีกครั้งเมื่อเห็นท่าทีของนางฉิงอี้ร้อนรนอย่างประหลาด "หากไม่ได้ขโมยจริง ๆ ก็ให้พิสูจน์กันไปเลย เจ้าจะยื้อไว้ทำไม" ป้าว่านชิงรู้สึกโมโหจึงได้ตะโกนออกไป "เรื่องของข้า นางว่านชิง ไม่ต้องยุ่ง! พวกเจ้ามามุงทำไม กลับบ้านไปได้แล้ว!" ป้าฉิงอี้ตะวาดและไล่ชาวบ้านให้ออกจากบ้านของตน "พี่น้องทั้งหลาย อย่าเพิ่งไป ขอให้ข้าได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของครอบครัวตระกูลจางที่ถูกทำลายชื่อเสียง โดยสองผัวเมียจอมเจ้าเล่ห์นี่ และกอบกู้ชื่อเสียงให้ท่านพี่สามีของข้าสักครั้งเถิด" หนิงเอ๋อ กล่าวแล้วเดินไปหาจางเสี่ยวหนิงจับมือของเขาเอาไว้แน่นด้วยความภาคภูมิใจ....เช้าวันรุ่งขึ้นชาวบ้านเตรียมตัวที่จะนำไม้ไผ่ของเมื่อวานที่พากันไปตัดขนมาที่บ้านของจางเสี่ยวหมิงด้วยความกระตือรือร้น จางเสี่ยวหมิงสั่งให้ภรรยาของเขาหนิงเอ๋อนวดข้าวสาลีทำเป็นแป้งทอดกรอบแจกทุกคนที่มาทำงาน"ท่านพี่ไม่ต้องห่วงข้ากับลูก ๆ และว่านชิงรวมถึงท่านพ่อ จะคอยจัดการหุงหาอาหาร มีเมียของชาวบ้านคนอื่น ๆ มาช่วยด้วย" หนิงเอ๋อกล่าวเพราะกลัวว่าสามีจะเป็นห่วงตนและลูกมากเกินไป"ขอบใจเจ้ามาก ที่จัดการทุกอย่างภายในบ้านออกมาได้ดีเช่นนี้ หากข้าไม่มีเจ้า บ้านนี้ก็คงไม่เป็นบ้านอีกต่อไป" จางเสี่ยวหนิงจับมือของภรรยาแล้วกล่าวคำขอบคุณจากใจจริง"ขอบคุณท่านพี่มากกว่าเจ้าค่ะ ที่กลับตัวกลับใจเป็นคนดี ฟ้าดินคงเมตตาให้ตระกูลจางเจริญรุ่งเรืองอีกครั้ง" หนิงเอ๋อเงยหน้ามองสามีด้วยความภาคภูมิใจ"เจ้าทั้งสองมัวแต่พูดหยอกเย้ากันอยู่นั่นแหละปล่อยสามีของเจ้า รีบนำไข่ไก่ที่ได้ ไปขายที่ตลาดเสียทีเดี๋ยวตลาดจะวายหมด" ป้าว่านชิงกล่าว"งั้นเดี๋ยวค่าจะรีบเอาไข่ไก่นี้ ไปขายที่ตลาดแล้วเก็บเงินกลับมา เพื่อนำไปไถ่ถอนที่จักเถ้าแก่หวังนะ" จางเสี่ยวหนิงยิ้ม"อ้าวเสี่ยวหนิง เจ้าจะไปแล้วหรือ" สามีของนางเสี่ยวไป๋ที่มาทำงานแลกเงินทัก
ขณะที่บรรยากาศหน้าบ้านตึงเครียดถึงขีดสุด บรรดาภรรยาต่างมองสามีด้วยความคาดหวังว่าจะได้ยินคำว่า "โดนหลอก" ออกจากปากพวกเขา แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับทำให้ทุกคนต้องเงียบกริบสามีของนางไป๋ เสียงดังกังวานและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น "นางไป๋! เจ้าหยุดเพ้อเจ้อได้แล้ว! พวกเรา พวกเราทุกคน ไม่ได้โดนหลอก!"เสียงประกาศนี้ดังก้องไปทั่วจนทุกคนที่หน้าประตูหยุดการซุบซิบ จ้องมองไปยังสามีของนางไป๋ด้วยความงุนงง นางไป๋เองก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจสามีของนางไป๋ "ในโกดังหลังบ้านของตระกูลจางนั้น... มีข้าวสาลีจริง! เป็นกระสอบขนาดใหญ่ วางเรียงรายแน่นขนัด! และยังมี ปลาทับทิมทองตัวโต ๆ อยู่ในกะละมัง! มากพอที่จะเลี้ยงดูพวกเราให้รอดพ้นจากความอดอยากได้หลายวัน!"สามีของนางไป๋กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่มีความหวังรวมถึงผู้ชายหลายคนที่เดินตามออกมาก็ต่างพากันฉีกยิ้มกว้างป้าฉิงอี้ รีบแทรกด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว "โกหก! เจ้าโดนจางเสี่ยวหนิงติดสินบนใช่ไหม! เจ้าพวกคนโง่เง่า! ข้าวสาลีมันจะมาจากไหนได้อีกในแผ่นดินที่แห้งแล้งเช่นนี้!"สามีของนางไป๋ ไม่สนใจป้าฉิงอี้ แต่หันไปพูดกับชาวบ้าน "หากพวกเ
เช้าวันรุ่งขึ้นพวกชาวบ้านผู้ชายและผู้หญิงก็ต่างพากันมาที่บ้านของจางเสี่ยวหนิง ทุกคนยังไม่ลงมือตัดไม้ไผ่เพราะไม่เชื่อข่าวลือที่กระจายมาว่าจะแจกข้าวสาลีและปลา "พวกเจ้าให้พวกข้ามา หลอกมาทำงานล่ะสิไม่ว่า" ป้าฉิงอี้ที่เสนอหน้ามาเป็นคนแรกก็เกณฑ์ชาวบ้านมาเพื่อจะด่าทอจางเสี่ยวหนิงเป็นพิเศษ"ใครเชิญคนตระกูลอี้มากัน ข้าไม่เคยเอ่ยปากเชิญพวกท่าน โทษของพวกท่านยังไม่ได้ชำระความระวังตัวให้ดีเถิด"หนิงเอ๋อกล่าว"ไหนล่ะปลา ไหนล่ะข้าวของพวกเจ้า" อี้ซางหลงสามีของนางฉิงอี้ก็กล่าวเสริมทัพขึ้นมา"ใช่ ๆ เจ้าจะหลอกพวกข้า ให้ทำงานให้ ฟรี ฟรีใช่ไหมล่ะ ข้าไม่น่าเสียเวลาเชื่อพวกเจ้าสองผัวเมียเลย" ชาวบ้านเริ่มวิตกกังวลและไม่อยากมาช่วยงานเพราะคิดว่าโดนหลอก"ซุ่ยซุ่ยก็ว่าอย่างนั้น ไม่เห็นมีข้าวของเครื่องใช้อะไรเลย แล้วพวกท่านจะมาหลอกใช้งานพวกข้าฟรี ฟรี อย่างนั้นหรือ" ซุ้ยซุ้ยหลานสาวของนาง ฉิงอี้กล่าวเสริมขึ้นมา"ใจเย็น ๆ พี่น้องทุกท่านหากพวกท่านไม่เชื่อเดี๋ยวไปที่หลังบ้านของข้า ข้าจะให้ทุกท่านได้ดูข้าวสาลีอและปลาจำนวนหนึ่ง ที่ข้าจับมาได้" จางเสี่ยวหนิง พูดออ
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปผลผลิตในระบบก็ผลิตมากขึ้นเป็นเท่าตัว ข้าวสาลีที่ปลูกเอาไว้ก็ถูกเก็บแพ็คใส่กระสอบป่านเป็นอย่างดีในระบบทุกวันหมุนเวียนสลับกันปลูกกับหัวมันตอนนี้เขามีข้าวสาลีมากกว่า สามร้อยกระสอบ และหัวมันอีกสองร้อยกระสอบไข่ไก่สองร้อยฟอง แลกหนึ่งร้อยชั่ง จางเสี่ยวหนิง ก้าวออกจากบ้านด้วยความมุ่งมั่น เขามุ่งหน้าไปยังที่ดินที่ของตระกูลจางแม้จะติดจำนองจากเถ้าแก่หวังอยู่แต่ก็ยังไม่ได้ขาดยังเหลือเวลาอีกหนึ่งเดือนที่จะต้องชำระเงินทั้งหมด ซึ่งพื้นที่อยู่ด้านหลังบ้านของตระกูลจางชั่งเป็นทำเลที่ดีมากเพียงแค่เปิดประตูหลังบ้านไปก็ติดกับพื้นที่ทำมาหากิน ๆ แต่ชาวบ้านไม่มีวิชาความรู้ที่จะจัดการระบบน้ำและบำรุงดินเมื่อเขาคิดได้ดังนั้นวันนี้เขาจึงให้หนิงเอ๋อไปขอแรงชาวบ้านผู้ชายตัดไม้ไผ่ใหญ่จากทุกสารทิศเพื่อมาทำท่อประปาทำฝายกั้นน้ำและรองน้ำเอาไว้ใช้มายังบ้านของตนเอง"แล้วพวกเขา:จะยอมมาแต่โดยดีหรือเจ้าคะท่านพี่ ไม่มีผู้ใดอยากจะใช้แรงงานในเวลานี้แน่นอนเจ้าค่ะ" หนิงเอ๋อกลัวเหลือเกินว่าจะไม่มีใครมาช่วยตระกูลของเธอที่ยากจนใครอยากจะมาใช้แรงฟรีๆ"เจ้าไม่ต้องเป็นห
"ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง วันนี้เจ้าอยู่บ้านกับท่านพ่อและดูแลลูกให้ดี ข้าจะกลับมาพร้อมกับเงินที่จะไปไถ่ที่ดินและใช้หนี้เถ้าแก่หวัง" จางเสี่ยวหนิงหันมาพูดกับภรรยาเจ้าของร่าง"ท่านพี่ ท่านจะทำอะไรได้! บ้านของเราแม้แต่ข้าวจะกรอกหม้อก็ไม่มี บางบ้านไม่มีอาหารประทังชีวิต บางบ้านลูกน้อยต้องอดตาย พากันตายยกครอบครัวเพราะไม่มีอาหาร ข้ากลัวเหลือเกินว่าฤดูหนาวที่จะมาถึงนี้พวกเรา" หนิงเอ๋อไม่กล้าพูดต่อ"เจ้าไม่ต้องพูดต่อแล้ว ข้าเข้าใจทุกอย่าง ขอให้เจ้าเชื่อใจข้า ข้าจะทำให้พวกเราทุกคนสุขสบายและร่ำรวย ฤดูหนาวที่จะมาถึงพวกเราจะมีอาหารเพียงพอตลอดสามเดือน ข้าให้สัญญา แต่เจ้าช่วยพาพี่ไปดูที่บ้านเราที่ติดจำนองเถ้าแก่หวังได้หรือไม่" จางเสี่ยวหนิงพูดจบก็เดินออกจากบ้านไป"ท่านพี่จำอะไรไม่ได้เลยหรือเจ้าคะ? ว่าที่บ้านของเราอยู่ตรงไหน" หนิงเอ๋อรู้สึกแปลกใจกับการกระทำของสามี"ความจำบางส่วนของข้า ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์โดนพวกอันธพาล โยนลงหน้าผาหลังหมู่บ้าน ก็หายไปบางส่วน" สิ่งที่เสี่ยวอ้าวไม่เคยบอกกับภรรยาเจ้าของร่างจางเสี่ยวหนิงเลยเขาก็เปิดเผยมาเล็กน้อย"หมายความว่าเช่นใดเจ้าคะ โยนลงหน้าผาท้ายหมู่บ้าน ท่า
เมื่อเขาเดินมาถึงห้องนอน เลี้ยวซ้ายมองขวา เขาจึงได้เปิดระบบขึ้นมาอีกครั้ง "ระบบ! ข้าขอดูผลการผลิตทั้งหมดในเวลานี้ ในระบบของข้ามีอะไรบ้าง""ระบบกำลังเริ่มประมวลผล เจ้านายกรุณารอสักครู่... -ไก่ยี่สิบตัวตอนนี้ออกไข่ทั้งหมด ห้าร้อยฟอง ท่านสามารถฟักให้เป็นตัวได้เพียงแค่อัพเกรดระบบไข่ไก่ -หมูตอนนี้ มีทั้งหมดสามสิบตัว แม่พันธุ์คลอดลูกออกมาครอกละสิบตัว ท่านต้องซื้อพื้นที่ในการขยายโรงเลี้ยงหมู -และวัวไถนา ที่ท่านยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อในตอนแรก หากวันนี้ตัดสินใจซื้อพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์จำนวนหนึ่งคู่ ระบบจะแถมพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ชั้นดีเป็นวัวนมที่ผลิตน้ำนมได้ทั้งปี-ตอนนี้ระบบอัพเดทเพิ่มเติมมีพื้นที่สำหรับเพาะปลูกพืชและเลี้ยงปลา มีพันธุ์ข้าวสารี,หัวมัน ท่านจะเลือกซื้อและปลูกสิ่งใดในพื้นที่รางวัลนี้มีหนึ่งไร่จางเสี่ยวหนิงที่ฟังระบบได้อัพเดท รายละเอียดทั้งหมดให้เขาได้ฟัง เขาถึงกับยิ้มไม่หุบเมื่อเห็นว่าอาหารที่เขาจะได้จัดเตรียมเอาไว้สำหรับฤดูหนาวที่จะมาถึงในอีกสองเดือน มันเพียงพอที่จะให้เขาอยู่ยาวไปถึงปีหน้าก็ยังได้"ระบบ! ฟักไข่ไก่เป็นตัวสองร้อยตัว และเก็บไข่เอาไว้ ข้าจะนำไปขายที่ตลาด ส่วนหมูขายแล







