Beranda / ระบบ / เกิดใหม่เป็นชายยากจน / หลักฐานมัดตัวโจร

Share

หลักฐานมัดตัวโจร

last update Tanggal publikasi: 2025-12-21 23:14:05

"ไม่จริง! ข้าไม่รู้เรื่อง! พวกเจ้าอย่าไปเชื่อไอ้คนไร้ประโยชน์ จางเสี่ยวหนิง!" สามีของป้าฉิงอี้รีบปฏิเสธเสียงแข็ง

"หากนี่ไม่ใช่เศษผ้าของท่านแล้ว ทำไมชายขากางเกงของท่านถึงขาดได้ล่ะท่านอาวุโส..." จางเสี่ยวหนิงยังคาดคั้นและเค้นถามความจริง

"คือข้า..." สามีของป้าฉิงอี้อ้ำอึ้งนึกหาคำตอบ

"ไม่มีคำตอบใช่หรือไม่ เพราะเศษผ้าตรงนี้ ข้าเก็บมาได้จากบ้านของข้า ตรงจุดที่เงินหายไป" จางเสี่ยวหนิงกล่าว

"เงินของตระกูลจาง แน่ใจหรือว่ามี ไม่ใช่จะมาโมเมเอาเงินของตระกูลข้าไปหรือไม่" สามีของป้าฉิงอี้กล่าว

"ถ้าอย่างนั้นเรามาตัดสินกัน ว่าตรงที่เก็บปลาเก่านั้น มีเงินของตระกูลข้า หรือเงินของท่านอาวุโสกันแน่" จางเสี่ยวหนิงหันไปจ้องหน้าผู้อาวุโสสามีของป้าฉิงอี้ตาไม่กะพริบ

จางเสี่ยวหนิงเห็นดังนั้นก็ไม่รอช้า พุ่งตัวไปทางตะกร้าปลาด้วยความเร็วสูง พร้อมใช้มีดหั่นปลาปัดมือที่ขวางทางของสามีป้าฉิงอี้ออกไป!

"ท่านคิดจะขัดขวางข้าอย่างนั้นหรือ! ความจริงที่พวกท่านพยายามซ่อนไม่มีทางหนีพ้น!"

"จางเสี่ยวหนิง อย่าทำนะ!" ป้าฉิงอี้กรีดร้อง พุ่งเข้ามาเพื่อจะดึงจางเสี่ยวหนิงออก แต่ผู้เฒ่าจางที่ยืนอึ้งอยู่ก็เข้าคว้าตัวป้าฉิงอี้ไว้ได้ทัน

"พอได้แล้วฉิงอี้! ขวางทางถึงขนาดนี้ แกกำลังสารภาพออกมาแล้ว!" ผู้เฒ่าจางพูดด้วยน้ำเสียงเครียดจัด ความรู้สึกผิดที่เคยไม่เชื่อใจลูกชายท่วมท้นในใจ

จางเสี่ยวหนิงเปิดตะกร้าปลาเก่าที่ส่งกลิ่นคาวคลุ้งออกอย่างแรง ภายในนั้นมีถุงผ้าสีน้ำตาลที่คุ้นตาซ่อนอยู่ใต้ใบตองแห้งและเศษแหเก่า ๆ นี่คือถุงเงินที่หายไป!

เขาหยิบถุงเงินขึ้นมาและชูให้ทุกคนเห็น "นี่ไง! เงินที่พวกท่านสองคนบอกว่า ข้าเอาไปซื้อเหล้าและเล่นพนัน! มันอยู่ในบ้านของพวกท่านได้อย่างไร!"

จางเสี่ยวหนิงกล่าวด้วยความรู้สึกที่ปนเปกันระหว่างความโล่งใจและความโกรธแค้น ดวงตาของเขาแดงก่ำ

"เจ้าอย่ามากล่าวหากันเช่นนี้... ถุงผ้าห่อเงินสีน้ำตาลผู้ใดก็ใช้ ซุ่ยซุ่ยก็มี แม้แต่นางว่านชิงก็ใช้ถุงสีน้ำตาลเช่นเดียวกับในมือของเจ้ามิใช่รึ?" ป้าฉิงอี้ชี้ไปที่ถุงเงินของซุ่ยซุ่ยและนางว่านชิง

ชาวบ้านจ้องไปที่ถุงเงินที่พกติดเอวของซุ่ยซุ่ยและนางว่านชิงแล้วก็มองกลับไปที่มือของจางเสี่ยวหนิงที่ถือถุงเงินสีน้ำตาลเช่นกัน

"ที่นางพูดก็มีเหตุผลอยู่นะ ทุกคนใคร ๆ ก็ใช้ถุงเงินสีน้ำตาลกันทั้งนั้น" ชาวบ้านคนหนึ่งกล่าวเสริมแล้วหยิบถุงเงินของตนเองออกมาให้ดู

("ฮึ! ไอ้คนโง่จางเสี่ยวหนิง คนไร้ประโยชน์เช่นเจ้า ข้าจะดูสิว่าจะทำอย่างไรกับถุงเงินในมือของเจ้า ต่อให้เจ้าหาเจอแล้วเช่นไร ในเมื่อทุกคนในหมู่บ้านก็ใช้ถุงเงินเช่นเดียวกัน") นางฉิงอี้คิดในใจพร้อมกับยิ้มหัวเราะเยาะ

จางเสี่ยวหนิงที่เห็นท่าทีไม่ดี เขาจึงคิดหาทางที่จะแก้ต่างให้กับตนเองและจะนำเงินทั้งหมดกลับมาให้กับภรรยาอย่างหนิงเอ๋อ เขาพยายามหาข้อแตกต่างระหว่างถุงเงินนี้ แต่มองเท่าไหร่ก็มองไม่ออก

แต่หนิงเอ๋อกลับกล่าวขึ้นด้วยความมั่นใจว่า ...

"ใช่ ถุงเงินนี้เหมือนของทุกคน สีเหมือนกัน เนื้อผ้าเหมือนกัน แต่ที่ไม่เหมือนกัน ข้ามั่นใจว่านั่นคือถุงเงินของข้า หากอยากรู้ว่ามันแตกต่างเช่นไร ได้โปรดท่านพี่ ยื่นถุงเงินนั้นให้ข้าด้วยเถิด" หนิงเอ๋อ กล่าวกับจางเสี่ยวหนิง

จางเสี่ยวหนิงไม่ลังเลใจ ยื่นถุงเงินในมือของตนเองให้กับภรรยาเพื่อให้นางได้พิสูจน์ข้อแตกต่างของถุงเงินสีน้ำตาลเจ้าปัญหาถุงนี้

"ป้าฉิงอี้ ข้ารบกวนเปิดกระเป๋าพลิกด้านในออกมาดูได้หรือไม่ และซุ่ยซุ่ยด้วย ช่วยเปิดพลิกผ้าด้านในให้ข้าดูได้หรือไม่" หนิงเอ๋อบอกให้ทั้งสองทำตามที่ตนบอก

ซุ่ยซุ่ยและป้าว่านชิงได้จัดการนำเงินออกจากถุงและพลิกกลับด้านตะเข็บข้างในออกมาข้างนอก และผลปรากฏว่าถุงเงินทั้งสองเหมือนกันอย่างไม่มีที่ติ ตั้งแต่ตะเข็บ วิธีการเย็บ และผ้าเป็นเพียงผ้าชั้นเดียวในการเย็บติดต่อกันในราคาที่ถูก

"ทุกท่านเห็นหรือไม่ว่ากระเป๋าเงินทั้งสองใบนี้เหมือนกันจนแทบจะมองไม่ออกว่าเป็นกระเป๋าเงินของผู้ใดใช่หรือไม่" หนิงเอ๋อถามชาวบ้านทุกคนที่เห็น

"ใช่ พวกเราเห็น เหมือนกันทุกอย่าง เจ้าช่วยดูของข้าด้วยสิ ของข้าจะเหมือนกับของซุ่ยซุ่ยและ ป้าว่านชิงหรือไม่" ชาวบ้านคนหนึ่งนำเงินออกจากถุงผ้าและพลิกกลับด้านเช่นกัน ผลปรากฏว่าทั้งสามใบเหมือนกันอย่างกับแกะ

"โอ้โห พวกเจ้าดูสิ ถุงเงินสีเดียวกัน วิธีการปักเย็บก็เหมือนกัน แทบจะแยกไม่ออกเลย นอกจากความใหม่ความเก่าและสีซีดลงเล็กน้อยเท่านั้น" ชาวบ้านคนนั้นได้กล่าวออกมา ขณะที่พลิกถุงเงินของตนเอง ซุ่ยซุ่ย รวมถึงของป้าว่านชิงให้ทุกคนดู

"ในเมื่อพี่น้องทุกท่านเห็นแล้วว่าถุงเงินทั้งสามใบนี้เหมือนกันราวกับเป็นถุงชุดเดียวกัน ข้ากล้ากล่าวว่าถุงเงินในมือข้านี้จะไม่เหมือนทั้งสามใบนี้อย่างแน่นอน ด้านในข้าปักเย็บด้วยผ้าผืนสีแดงอีกชั้นหนึ่ง เพราะข้ารู้สึกว่าการตัดเย็บที่มาจากร้านมันบางเกินไป" หนิงเอ๋อบอกกับชาวบ้านทุกคนถึงข้อแตกต่างของกระเป๋าเงินใบ

"เป็นไปไม่ได้ เจ้าโกหก!" นางฉิงอี้หันมาตวาดเสียงดังใส่หนิงเอ๋อ

"ป้าฉิงอี้ หากไม่มีอะไรผิดพลาดแล้วมันเป็น กระเป๋าเงินของท่านลุงอาวุโสของเรา ก็ให้นางได้พิสูจน์เถิด" ซุ่ยซุ่ยหันมาปลอบใจป้าของตนเอง

"แย่แล้ว หากนางหนิงเอ๋อเปิดต่อหน้าชาวบ้านทุกคนก็ต้องรู้สิว่าถุงเงินนั้นไม่ใช่ของเรา" นางฉิงอี้พูดกับตนเองในใจด้วยสีหน้าวิตกกังวล

"ท่านพี่ เราจะทำเช่นไรดี" นางฉิงอี้หันมาสะกิดสามีของตนเอง

"ข้าไม่รู้! ข้าไม่ได้คิดอยากจะทำตั้งแต่แรก เจ้าไม่ใช่หรือ คนที่ออกความคิด เจ้ากี้เจ้าการทุกอย่างให้ข้าทำ!" สามีอาวุโสของป้าฉิงอี้กล่าวกระซิบเสียงเบา

"ทำไมล่ะป้าฉิงอี้... กลัวว่าด้านในมันจะเป็นสีแดงอย่างที่ข้ากล่าวเช่นนั้นหรือ?" หนิงเอ๋อยิ้ม

"เรื่องอะไรข้าจะต้องกลัว แต่นั่นมันเป็นเงินของข้า ทำไมข้าจะต้องมานั่งพิสูจน์อะไรในบ้านของข้าอีก พวกเจ้าบุกรุกบ้านข้านะ ข้าจะไปแจ้งนายอำเภอกู้ให้มาจับพวกเจ้า!" ป้าฉิงอี้เปลี่ยนเรื่องและพยายามกลบเกลื่อนความจริง

"ได้ ท่านไปแจ้งนายอำเภอกู้ได้เลย หากยามวิกาลเช่นนี้ ท่านเชิญนายอำเภอกู้มาเป็นพยานได้ ข้าก็พร้อมจะยอมโดนโบยห้าสิบไม้ หากข้าโกหกและใส่ร้ายป้ายสีคนตระกูลอี้ของท่าน!" หนิงเอ๋อ กล่าวอย่างไม่เกรงกลัว

ชาวบ้านเริ่มซุบซิบนินทากันอีกครั้งเมื่อเห็นท่าทีของนางฉิงอี้ร้อนรนอย่างประหลาด

"หากไม่ได้ขโมยจริง ๆ ก็ให้พิสูจน์กันไปเลย เจ้าจะยื้อไว้ทำไม" ป้าว่านชิงรู้สึกโมโหจึงได้ตะโกนออกไป

"เรื่องของข้า นางว่านชิง ไม่ต้องยุ่ง! พวกเจ้ามามุงทำไม กลับบ้านไปได้แล้ว!" ป้าฉิงอี้ตะวาดและไล่ชาวบ้านให้ออกจากบ้านของตน

"พี่น้องทั้งหลาย อย่าเพิ่งไป ขอให้ข้าได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของครอบครัวตระกูลจางที่ถูกทำลายชื่อเสียง โดยสองผัวเมียจอมเจ้าเล่ห์นี่ และกอบกู้ชื่อเสียงให้ท่านพี่สามีของข้าสักครั้งเถิด"

หนิงเอ๋อ กล่าวแล้วเดินไปหาจางเสี่ยวหนิงจับมือของเขาเอาไว้แน่นด้วยความภาคภูมิใจ....

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกิดใหม่เป็นชายยากจน   รับแม่เลี้ยง

    ยามเช้าที่สดใสของเมืองจินหยาง แสงอาทิตย์อ่อน ๆ สาดส่องผ่านยอดไม้ไผ่เหล็กกล้าเข้ามาในโถงกลางจวนสกุลจาง กลิ่นหอมของน้ำส้มป่อยและธูปหอมกระจายไปทั่วบริเวณวันนี้เป็นวันที่จางเสี่ยวหนิงตั้งใจจะทำสิ่งที่ค้างคาใจมานาน เพื่อความมั่นคงของหัวใจผู้เป็นบิดาบนตั่งไม้แกะสลัก พ่อเฒ่าจาง นั่งตัวตรงแต่มีแววตาประหม่าเล็กน้อย ข้างกายของท่านคือ ป้าว่านชิง หญิงหม้ายวัย 50 ปี ผู้มีกิริยาเรียบร้อย และมีรอยยิ้มที่อบอุ่นนางคอยดูแลสำรับอาหารและหยูกยาให้พ่อเฒ่าจางมาโดยตลอดนับตั้งแต่จางเสี่ยวหนิงรับนางเข้ามาอยู่ในเรือนด้วยความสงสารในคราวที่นางไร้ที่พึ่งจางเสี่ยวหนิงเดินเข้ามาในโถงพร้อมกับ หนิงเอ๋อ ที่อุ้ม จางเพ่ยเพ่ย และมี จางหนี่ เดินเคียงข้าง ทุกคนแต่งกายด้วยชุดผ้าไหมสีมงคลดูสง่างาม"ท่านพ่อ... ท่านป้าว่านชิง" เสี่ยวหนิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มกังวานพลางทรุดตัวลงคุกเข่าเบื้องหน้าคนทั้งสอง"เสี่ยวหนิง... เจ้ามีธุระอันใดหรือลูก ถึงได้เรียกพวกเรามาพร้อมหน้าพร้อมตาเช่นนี้" พ่อเฒ่าจาง

  • เกิดใหม่เป็นชายยากจน   หวานชื่น

    ท่ามกลางเสียงโห่ร้องก้องกังวานของเหล่าทหารที่ได้รับชัยชนะ จางเสี่ยวหนิงไม่ได้รอช้าเพื่อรับคำสรรเสริญ เขาควบม้าฝ่ากระแสลมมุ่งหน้ากลับสู่จวนสกุลจางด้วยหัวใจที่เต้นระรัวยิ่งกว่ากลองศึกในคราแรก เพราะสำหรับเขาแล้ว ชัยชนะเหนือข้าศึกนับหมื่นยังไม่สำคัญเท่าความปลอดภัยของดวงใจทั้งสามดวงที่รออยู่ในบ้านเมื่อมาถึงหน้าจวน เขาไม่ทันได้รอให้ม้าหยุดนิ่งสนิทดีก็กระโดดลงจากอาน ร่างสูงโปร่งก้าวพรวดเข้าไปในห้องโถงที่บัดนี้ปราศจากเสียงระเบิด แต่ยังคงอบอวลไปด้วยความตึงเครียด"ท่านพ่อ! หนิงเอ๋อ! ข้ากลับมาแล้ว!"ทันทีที่สิ้นเสียง ร่างเล็กของ จางเพ่ยเพ่ย ในวัย 7 ขวบ ก็พุ่งออกมาจากมุมหนึ่งแล้วกอดขาเขาไว้แน่น ตามมาด้วย จางหนี่ พี่ชายวัย 12 ปี ที่แม้จะพยายามทำตัวสุขุมเป็นผู้ใหญ่ตามแบบบิดา แต่ดวงตาก็รื้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความดีใจ"ท่านพ่อ! ท่านปลอดภัย! มังกรดำพวกนั้นพ่ายแพ้ต่อหน้าไม้ของท่านแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะ?" เพ่ยเพ่ยเงยหน้าขึ้นถามเสียงใสเสี่ยวหนิงย่อตัวลงกอดลูกทั้งสองไว้แน่น "ใช่

  • เกิดใหม่เป็นชายยากจน   ศึกห้าหมื่นนาย

    เสียงกลองศึกดังกึกก้องประดุจฟ้าถล่มดินทลาย กองทัพมังกรดำจำนวนห้าหมื่นนาย เคลื่อนพลประชิดกำแพงเมืองจินหยาง ราวกับคลื่นยักษ์ ที่พร้อมจะกลืนกินทุกสิ่ง เบื้องหน้าคือแม่ทัพฮวาเจี้ยน ผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเหี้ยมโหดและประสบการณ์ในสนามรบที่โชกโชน"ไอ้พวกกบฏจินหยาง! ลงมายอมจำนนซะดี ๆ ไม่เช่นนั้นเมืองนี้จะกลายเป็นสุสานของพวกเจ้า!" แม่ทัพฮวาเจี้ยนคำรามลั่น เสียงของเขาก้องกังวานไปทั่วทุ่งรบบนกำแพงเมือง จางเสี่ยวหนิงยืนเคียงข้างแม่ทัพเทียนอี้ หนิงเอ๋อ และนายอำเภอกู้ ใบหน้าของทุกคนนิ่งสงบผิดกับสถานการณ์เบื้องหน้า"ท่านพี่เทียนอี้... ถึงเวลาแสดงให้พวกเขาเห็นแล้วว่า 'ความเท่าเทียม' มีพลังมากแค่ไหน" จางเสี่ยวหนิงพูดเบา ๆ แต่มั่นคงเทียนอี้ยิ้มมุมปาก "ข้าเชื่อมั่นในท่านมาตลอดน้องชาย" เขาหันไปออกคำสั่งเสียงกึกก้อง "หน่วยอาสาพิทักษ์จินหยาง! เตรียมหน้าไม้!"กองทัพมังกรดำเริ่มเคลื่อนพลเข้าใกล้ ขุนพลฮวาเจี้ยนสั่งให้หน่วยพลธนูระดมยิงเปิดทางเพื่อลดขวัญกำลังใจ แต่ลูกธนูเหล่านั้นกลับไปไม่ถึงกำแพงเมือง

  • เกิดใหม่เป็นชายยากจน   พี่น้องร่วมสาบาน

    ย้อนกลับไปในช่วงก่อนศึกใหญ่... ในคืนที่พระจันทร์ถูกเมฆหนาทึบบดบังจนมืดมิด ณ กระท่อมกลางป่าไผ่ที่เป็นจุดนัดพบลับระหว่าง จางเสี่ยวหนิง และ แม่ทัพเทียนอี้ขณะที่เทียนอี้กำลังถ่ายทอดสถานการณ์ในราชสำนักให้เสี่ยวหนิงฟัง พลันสัญชาตญาณนักรบของเขาก็กระตุกวูบ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะขยับตัว"ระวัง!" เสี่ยวหนิงตะโกนลั่น พร้อมกับพุ่งตัวเข้าผลักเทียนอี้จนล้มลงไปกับพื้นฉึก! ฉึก! ฉึก!เข็มพิษสีดำสนิทสามเล่มปักเข้าที่พนักเก้าอี้ไม้ที่เทียนอี้นั่งอยู่เมื่อครู่ หากช้าไปเพียงเสี้ยววินาที เข็มเหล่านั้นคงเจาะทะลุลำคอของยอดแม่ทัพไปแล้วเงาดำสิบสองร่างปรากฏตัวขึ้นจากความมืดล้อมรอบกระท่อม พวกมันคือกลุ่มนักฆ่าที่แข็งแกร่งที่สุดของราชครูหวัง ที่ถูกส่งมาเพื่อเก็บกวาด "เสี้ยนหนาม" ทั้งสองคนพร้อมกัน"แม่ทัพเทียนอี้... วันนี้หัวของท่านต้องกลับไปพร้อมกับพวกเรา" หัวหน้านักฆ่าคำราม พลางวาดดาบสั้นที่อาบไปด้วยมนตราสีม่วงคล้ำเทียนอี้พยายามจะชักดาบใหญ่คู่กาย แต่เขากลับทรุดฮวบลง "พิ

  • เกิดใหม่เป็นชายยากจน   ภารกิจใหม่

    แผนการสร้างเมืองที่ผาสุกของจางเสี่ยวหนิงเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นระบบ ชาวบ้านหนึ่งพันคนที่ได้รับการสมัครมาใหม่ถูกคัดกรองอย่างเข้มงวดคนที่มีจิตใจซื่อสัตย์จะถูกส่งไปทำนาขั้นบันไดตามที่ประกาศไว้ ส่วนคนที่มีแววกล้าหาญและไร้ภาระผูกพันจะถูกแยกออกมาเพื่อเข้าสู่กระบวนการฝึกฝนเป็น"หน่วยอาสาพิทักษ์จินหยาง"จางเสี่ยวหนิงยืนอยู่บนยอดเขาเหลียนซาน มองลงมายังเมืองจินหยางที่บัดนี้ดูเหมือนป้อมปราการสีเขียวซึ่งค่อย ๆ ขยายตัวที่ดินเชิงเขาเหลียนซานไม่ใช่แค่ที่ทำนา แต่มันคือที่ตั้งของ "โรงเรือนเพาะชำมหาอำนาจ" ที่จางเสี่ยวหนิงใช้แต้มระบบอัปเกรดจนถึงขั้นสูงสุดแจ้งเตือนระบบ: เริ่มการผลิตหน้าไม้เหล็กกล้าไม้ไผ่คุณสมบัติ ตัวเรือนทำจากไม้ไผ่สีทองพันปีเสริมด้วยเหล็กกล้าจากมิติ มีน้ำหนักเบาแต่ยิงได้แรงกว่าหน้าไม้ทั่วไป 5 เท่ากระสุน: ลูกธนูอาบพิษสกัดจาก "หยดน้ำตาไม้ไผ่" (พิษแทรกซึมเข้าระบบประ

  • เกิดใหม่เป็นชายยากจน   ล้างบางโจร

    ในมุมมืดของป้อมสังเกตการณ์ จางเสี่ยวหนิงยืนดูความวินาศสันตะโรผ่านหน้าจอระบบอย่างใจเย็น ข้างกายเขาคือชายฉกรรจ์ 10 คนแรกที่ได้รับดื่ม "น้ำสกัดรากไม้ไผ่สีทอง" พวกเขาอยู่ในชุดรัดกุมสีดำ แววตาเป็นประกายวาววับดุจสัตว์ป่า"พวกเจ้า... เห็นหรือไม่? นี่คือผลของพวกที่คิดจะมาทำลายบ้านของเรา" จางเสี่ยวหนิงเอ่ยเสียงเรียบ "พวกโจรที่หลุดรอดจากกับดักเข้าไปในป่าได้ ข้าอนุญาตให้พวกเจ้าจัดการ... อย่าให้เหลือซาก""รับคำสั่งนายท่าน!"หน่วยอารักขาเงาพุ่งตัวออกไปจากป้อมด้วยความเร็วที่เหนือมนุษย์ พละกำลังที่ได้จากน้ำยาเสริมกำลังทำให้พวกเขากระโดดข้ามกอไม้ไผ่ได้อย่างคล่องแคล่วพวกเขาเข้าประจัญบานกับโจรที่หลงเหลือด้วยความเงียบเชียบและรวดเร็ว เพียงการออกหมัดเดียวก็สามารถทำลายเกราะไม้ของโจรจนแตกละเอียดเวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเค่อ (15 นาที) ความวุ่นวายภายนอกก็สงบลง กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณกำแพงไม้ไผ่ แต่ที่น่าสยดสยองกว่านั้นคือ รากของไม้ไผ่สีทองเริ่มเลื้อยขึ้นมาพันรอบร่างที่ไร้วิญญาณของพวกโจร แล้วค่อย ๆ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status