LOGINคำหอมเธอเลือกไพ่มา 5 ใบตามที่แม่หมอบอกเสร็จแล้วยื่นให้แม่หอมโดยห้ามดูหลังไพ่เด็ดขาดถึงดูตัวเธอเองก็ไม่รู้ความหมายอยู่ดี
"ตรงจิตใจอธิษฐานในสิ่งที่ต้องการอยากรู้"
เธอทำตามที่แม่หมอบอกตั้งจิตอธิษฐานในสิ่งที่เธออยากรู้ในใจ แม่หมอเปิดไพ่ใบแรกขึ้นมาดูแต่ก็ไม่ได้บอกอะไรเพียงเปิดใบต่อ ๆ ไปขึ้นมาดูเงียบ ๆ เธอเองก็รู้สึกขนลุกซู่ขึ้นมาทันที
"นารา พิทักษ์โยธินแม่หมออ่านถูกไหม"
"ถูกค่ะแม่หมอ"
"ไพ่ 5 ใบที่หนูเลือกมาบ่งบอกถึงสิ่งที่อยู่ในใจหนู ไพ่ใบที่หนึ่งคืออนาคตหรือหน้าที่การงานเท่าที่แม่หมอดูตอนนี้งานที่หนูทำถือว่าดีดูหนูจะชอบถึงแม้งานจะยากแต่หนูสนุกกับงานที่เลือกทำ"
ตรงมากที่เธอเลือกเรียนวิศวะเพราะความชอบเพราะพ่อก็จบวิศวะโยธามาเหมือนกันแต่ต้องยอมรับว่ามันเป็นงานที่หนักหน่วงจริง ๆ แต่ถ้าเราเลือกทำให้สิ่งที่เราชอบทุกอย่างจะสนุกอาจจะมีเครียดบ้างแต่ถือว่าสนุกดี
"ไพ่ใบที่สองสื่อออกมาบ่งบอกถึงครอบครัวหนูว่าตัวเองนั้นอยู่คนเดียวเพราะดูจากไพ่น่าจะไม่มีญาติพี่น้องพ่อแม่ของหนูก็ไม่ได้ไปไหนนะท่านทั้งสองอยู่กับหนูตลอด"
"หนูก็รู้สึกเหมือนมีคนมองตลอดเวลาเลยค่ะ เวลาที่หนูอยู่คนเดียวหรือกลับไปที่บ้าน"
"เป็นธรรมดาของพ่อแม่ที่เป็นห่วงลูก ท่านจะอยู่กับเราจนกว่าท่านจะแน่ใจว่าเรานั้นอยู่ได้ไม่ยึดติดสิ่งใด"
คำหอมร้องไห้กับสิ่งที่แม่หมอได้บอกเล่าไม่ใช่ตัวเธอจะไม่รู้ว่าพ่อกับแม่ไม่ได้ไปไหนเพียงแต่ตัวเธอนั้นมองไม่เห็นเพราะเรานั้นอยู่คนละภพภูมิ
"ส่วนไพ่สามใบสุดท้ายเป็นเรื่องความรักเป็นสิ่งที่หนูตามหามาโดยตลอด"
"แล้วหนูจะมีเนื้อคู่ไหมคะ"
"มีสิทุกคนมีคู่หมดเพียงต้องรอจังหวะเท่านั้นเองแม่หมอแนะนำให้หนูไปไหว้พระตรีมูรติท่านศักดิ์สิทธิ์เรื่องขอความรัก แต่คนที่จะมาเป็นเนื้อคู่หนูเขาไม่ใช่คนในภพภูมินี้"
"อ้าว อย่างนี้หนูก็จะต้องอยู่เป็นโสดจนแกตายเลยใช่ไหมคะ"
"ไม่หรอกจ้ะเชื่อแม่หมอเวลาที่เหมาะสมจะนำพาคนที่ใช่มาหาเราเองจนเราตั้งตัวไม่ทัน หนูมีคำถามอยากจะถามไหมสามารถถามมาได้จ้ะยังเหลือเวลาอีก"
คำหอมเธอถามในสิ่งที่คาใจกับแม่หมอทุกอย่างที่แม่หมอเอ่ยตอบออกมาตรงหมดกับชีวิตเธอ แต่มันจะเป็นจริง ๆ หรือที่เนื้อคู่ของเธอไม่ได้อยู่ในภพภูมิที่เธออยู่ ตัวเธอยังข้องใจกับข้อนี้จึงได้ค้นหาสถานที่ดูดวงที่อยู่ใกล้ ๆ เธอที่สามารถเข้าไปดูได้เลยโดยไม่ต้องจ้องคิวแต่อย่างใดมีสองที่ห่างจากจุดที่เธออยู่ 10 กิโลเมตร
สถานที่หนึ่งคนคอมเมนท์ว่าดูแม่นยิ่งกว่ามีกล้องติดตามชีวิตเธอได้รอไม่นานก็ได้คิวเข้าไปดูเป็นดังคำกล่าวของแม่หมอที่ว่าเนื้อคู่เธอไม่ได้อยู่ในภพภูมินี้ตกลงเป็นคนหรือผีเนี่ย
สถานที่สองที่สองก็ไม่ต่างจากสองที่ ๆ ผ่านมาทุกที่ตอบเหมือนกันหมดแนะนำให้ตัวเธอไปไหว้พระตรีมูรติเธอก็สองใจว่าควรที่จะไปดีไหมเพราะเรื่องแบบนี้มันก็อยู่ที่ความเชื่อส่วนบุคคล
19.00 น.
"ยัยหอมไปดูดวงมาเป็นอย่างไงบ้างแม่นอย่างที่ฉันบอกไหม"
"ก็ตรงทุกอย่างที่ฉันอยากรู้"
"แล้วเนื้อคู่แกล่ะแม่หมอว่าอย่างไรมาบ้างบอกหน่อยสิเพื่อนฉันจะมีแฟนเมื่อไหร่กัน" คะนิ้งเธอเอ่ยถามเพื่อนรักเพราะรู้ดีว่าคำหอมอยากมีชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบแค่ไหน
"เรื่องนี้แหละที่ฉันอยากปรึกษาแกฉันก็ไปดูตามที่แกบอกแม่นจริงแต่เนื้อคู่ฉันยังกึ่ง ๆ เลยไปดูอีกสองที่ก็ได้คำตอบมาตรงกันมันทำให้ฉันเริ่มกลัว"
"เล่ามายัยหอม"
"ตอนแรกแม่หมอก็พูดเรื่องทั่วไปในชีวิตฉันหน้าที่การงาน เรื่องพ่อแม่ จนมาถึงเรื่องเนื้อคู่ที่ฉันอยากรู้มากที่สุดแม่หมอบอกว่าฉันมีเนื้อคู่จริงแต่เขาไม่ได้อยู่ในภพที่ฉันอยู่ ตอนแรกฉันก็ไม่เชื่อเลยไปดูอีกสองที่ดัง ก็ได้คำตอบที่ตรงเหมือนกันทั้งสามที่แนะนำให้ฉันไปไหว้ขอพรพระตรีมูรติยัยคะนิ้งฉันควรทำอะไรก่อนดีหรือทำเหมือนเรื่องฉันแค่ฝันไป"
"ยัยหอมลองดูก็ไม่เสียหายไหน ๆ แกก็ไปดูมาแล้ว"
"ฉันกับยัยต้นหอมก็ไปขอที่นี่แหละตามคำแนะนำขอแม่หมอแกลองไปดู"
"อืมเดี๋ยวฉันลองไปดูแล้วนี่แกได้เจอยัยต้นหอมบ้างไหมช่วงนี้ฉันไม่ค่อยเจอเลยคุยกันผ่านแอพตลอดเลย"
"ฉันก็ไม่ต่างกันนางไปเที่ยวกับครอบครัวแฟนเห็นบอกว่าพี่เขาพาไปทำความรู้จักพ่อกับแม่แล้วด้วย"
"แกจะไปวันไหนให้ฉันไปเป็นเพื่อนไหม"
"ฉันไปคนเดียวดีกว่าเดี๋ยวแกก็เทฉันอีก ๆ อยู่นู่นแฟนแกมารอแล้วค่ะคุณคะนิ้ง"
"ฉันไปก่อนนะมีอะไรทักมา"
"เค"
คำหอมเธอเลือกที่จะมาวันพฤหัสบดีเพราะเธอไปอ่านมาว่าเป็นฤกษ์งามยามดีควรที่จะขอเรื่องความรัก ตัวเธอเลือก 21.30 น. เพราะว่าเลิกงานอีกวันอาทิตย์จะได้พักผ่อนเธอเองก็ได้เตรียมของในการไหวมาจากที่บ้านเพราะจะได้ไม่ต้องเสียเงินแพง ของที่ใช้ไหว้ก็จะมีธูปสีแดง 9 ดอก,เทียนสีแดง 1 คู่,กุหลาบแดง 9 ดอก,หรือพวงมาลัยดอกกุหลาบ 1 พวง,ในส่วนของผลไม้ต้องเป็นสีแดง,น้ำอ้อย,นมสด (ห้ามถวายอาหารเด็ดขาด)
2 ปี ต่อมาร้านขนมหวานตระกูลหยางหลินทำกำไรต่อเดือนไม่ต่ำกว่า 100 ตำลึงทอง บางเดือนก็เกิน 200 ตำลึงทอง ก็มีแต่ขั้นต่ำกำไรในแต่ละเดือนไม่ต่ำกว่า 100 ตำลึงทอง“ลูกหลับแล้วหรือ”หยางไห่ฉวนที่พึ่งกลับจากโรงเตี๊ยมหลินซูซิน ซึ่งเป็นโรงเตี๊ยมที่เขาเป็นเจ้าของคนเดียว เพราะหลินซูซินนางไม่ขอร่วมด้วย เหตุผลก็อยากให้เขาได้ทำอะไรที่ต้องการอย่างเต็มที่ เงินทุกบาทที่นำมาทำโรงเตี๊ยมเป็นเงินที่ได้ส่วนแบ่งมาจากการทำงานกับหลินซูซินจากร้านขนมหวานเขาอยากให้หลินซูซินอยู่ในทุกความสำเร็จของเขาชื่อโรงเตี๊ยมจึงเป็นชื่อนางเพราะเขาคิดว่าชื่อนี้รุ่งเรืองที่สุดแล้ว“ท่านแม่หยางเอาไปนอนที่จวนแล้วเจ้าค่ะ” หลินซูซินก่อนที่จะคลอดลูกนางกับหยางไห่ฉวนได้ตัดสินใจซื้อจวนในเมือง เพราะอนาคตก็คงจะได้อยู่ในเมืองบ่อยขึ้น“วันนี้เข่อซิงร้องหาท่านพี่ใหญ่เลยเจ้าค่ะ”หลังจากคลอดลูกหลินซูซินถูกผู้เป็นสามีออดอ้อนให้เรียกว่าท่านพี่ เพราะยามอยู่ข้างนอกผู้อื่นจะได้รู้ว่าแต่งงานมีภรรยาลูก 2 คนแล้ว เพราะเดี๋ยวนี้หยางไห่ฉวนหล่อเหลาจนสตรีน้อยใหญ่ คุณหนูตระเล็กตระกูลใหญ่ต่างแวะเวียนเข้ามาที่ร้านซื้อขนมหวานเป็นเรื่องลอง เรื่องหลักคงเป็นการได้
หลังจากเหตุการณ์หน้าเวทนาในครั้งนั้นหยางไห่ฉวนก็ตั้งกฎขึ้นว่าไม่ให้หลินซูซินทำมากกว่าหนึ่งครั้ง เพราะตั้งแต่วันนั้นนางก็ติดกลืนกินน้ำสวาทของเขา เคยพานางไปตรวจระยะครรภ์ในเมืองท่านหมอบอกว่าอาจจะเป็นส่วนหนึ่งในอาการแพ้ท้อง ซึ่งทุกคนแพ้อาจจะไม่เหมือนกันเปิดร้านขนมตระกูลหยางหลินตอนนี้ท้องของหลินซูซินเองก็เริ่มโตจนเห็นได้ชัดเจน จึงไม่สามารถที่จะทำงานอย่างเมื่อก่อนได้ ในวันเปิดร้านวันแรกก็จะมีครอบครัวและคนสนิทมาช่วย ๆ กันและก็มีลูกจ้างที่นางเปิดรับสมัครคัดเลือกแล้วได้มาสี่คนหลินซูซินไม่สามารถที่จะทำขนมได้เพราะต้องใช้แรงในการทำ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะนางได้เขียนสูตรขนมไว้แล้วที่เหลือก็ให้คนที่มีหน้าที่รับผิดชอบเป็นคนทำก็จะเป็นคนในครอบครัวทั้งหมด เพราะเป็นสูตรลับที่ไม่ได้มีความลับอะไร เพียงแต่บอกว่าลับเพื่ออัพราคาก็เท่านั้นเองเห็นหลายร้านเขานิยมทำกันค่าเช่าเดือนละ 2 ตำลึงทอง หลินซูซินคิดว่านางจ่ายไว้ แต่ก็ต้องดูยอดขายรายวัน รายอาทิตย์ รายเดือน เป็นหลักร่วมด้วย“ขนมบัวลอยที่หน้าร้านขายหมดแล้วขอรับ” เป็นหนึ่งในลูกจ้างที่หลินซูซินเลือกเข้ามารายงานการขาย“หมดเร็วเสียจริงอย่างนั้นไปเรียกอากังมาช่
หลังจากที่บ้านใหม่ของหลินซูซินและหยางไห่ฉวนสร้างเสร็จ หลินซูซินนางก็ได้ขนของที่บ้านครอบครัวของนางมาอยู่ ตามข้อตกลงที่ท่านพ่อหลินต้องการ ความจริงไม่ต้องตอบตกลงตามข้อสัญญาก็ได้ เพราะหลินซูซินและหยางไห่ฉวนเองก็ตั้งใจที่จะปล่อยให้มีอยู่แล้ว“ท่านพ่อนี่ห้องของท่านพ่อเจ้าค่ะ”หลินห้านจินยังไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปในห้อง เพราะมันชั่งแตกต่างจากห้องที่บ้านเก่าเหลือเกินไม่มีอะไรที่คล้ายคลึงกันเลย ห้องที่นี่กว้างและใหญ่กว่าห้องที่บ้านเก่าเสียอีก“ท่านพ่อไม่เข้าห้องหรือเจ้าคะ”“ซูซินพ่อไม่กล้าเดินเข้าไปมันแปลกตาพิลึก” ภายในห้องที่กว้างใหญ่มีเตียงนอนตั้งอยู่มุมห้องตามที่เขาเคยเอ่ยบอกเพราะไม่ชอบเตียงที่อยู่กลางห้อง แต่ไอ้ม้านั่งนั่นมันแปลกตาพิลึกอีกแล้ว“เดี๋ยวลูกพาเดินเข้าไปเจ้าค่ะ ท่านพ่อเตียงของท่านช่างนิ่มนักและลูกได้สั่งทำโซฟาเอาไว้ให้ท่านพ่อนั่งเล่นด้วยเจ้าค่ะ”“ม้านั่งนั่นหรือคือโซฟา”“เจ้าค่ะแปลกตาหน่อยแต่นั่งสบายลูกสั่งมาจากชาวฝรั่งเจ้าค่ะ ท่านพ่อลองมานั่งดูก่อนเจ้าค่ะแล้วจะติดใจ” ท่านพ่อหลินก็ไม่ต่างจากท่านพ่อท่านแม่หยางที่ได้เห็นห้องของตนเองไม่กล้าที่จะเข้าไปในห้อง คงเพราะลักษณะที่แปลกตาจึ
“พี่ตงหยางหยุดก่อนเจ้าค่ะ ข้าอยากพักแล้วเจ้าค่ะ” จางลี่ที่ปล่อยตัวปล่อยใจให้ผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนรักและสามีในขณะนี้“ขอโทษที่ก่อกวนเจ้าจนเกินไป แต่ขออีกครั้งแล้วขะ…พี่จะหยุดเจ้าจะได้พักผ่อน” ตงหยางที่ยิ่งได้ทำครั้งหนึ่งก็มีครั้งที่สองที่สามตามมา น้ำของเขาหลั่งแต่ละครั้งเยอะมากเพราะไม่ได้ปลดปล่อยมานานมากแล้วห้องหอต้าหานและฟางหรงที่กำลังทำเรื่องของคู่สามีภรรยาเป็นอันจะต้องหยุดฟังชั่วขณะว่าเสียงชวนมีอารมณ์ร่วมเช่นนี้ดังมาจากห้องท่านพ่อตงหยางใช่หรือไม่“พี่ต้าหานเสียงนั่นดังมาจากห้องของท่านพ่อเจ้าค่ะ”“พรุ่งนี้ก็รู้เองปล่อยผู้ใหญ่ไปเถอะมาต่อเรื่องของเราขดีกว่า พี่ยังไม่อิ่มเลยกินเจ้าไม่รู้เบื่อเลย” ต้าหานและฟางหรงไม่ได้สนใจที่มาของเสียงที่ได้ยิน เพราะคืนเข้าหอก็ไม่ใช่ว่าจะมีเพียงคู่บ่าวสาวเท่านั้น คู่ท่านพ่อของเจ้าบ่าวก็แอบเข้าหอก่อนเช่นกันช่วงสายที่บ้านหลิงเหมือนทุกอย่างจะเป็นเรื่องใหญ่เมื่อจางหลีหมิ่นกับจินเย่วไปที่บ้านหลินเพื่อจะรับท่านแม่ไฉ่หงและท่านแม่จางลี่ แต่ที่บ้านหลินมีแต่ท่านแม่ไฉ่หงเท่านั้น และได้ทราบว่าเมื่อคืนได้รับสารไปสื่อความหมายผิดกันทั้งสองฝ่าย“เท่ากับว่าตอนนี
“ฝากดูแลฟางหรงนางด้วยนะต้าหาน”จางไฉ่หงเอ่ยฝากบุตรสาวเพียงคนเดียวของบ้านที่วันนี้จะต้องย้ายไปอยู่บ้านตระกูลหลิงแล้ว ไม่คิดว่าวันนี้จะเกิดขึ้นเด็กสาวที่มีอุปนิสัยเป็นบุรุษกับได้แต่งสาวกับบุรุษที่เพียบพร้อมเช่นต้าหานที่มีอุปนิสัยที่แตกต่างกันสุดขั้วบุรุษที่เลี้ยงดูมาอย่างอ่อนโยน ใจดี มีเมตตา พูดจาไพเราะ เก่ง ขยัน และฉลาดถึงแม้เป็นบุรุษแต่ไม่ได้เก่งกาจด้านการล่าสัตว์ แต่ใครนิยามว่าบุรุษจะต้องเก่งด้านการล่ากัน ทุกคนล้วนมีสิ่งที่ตนเก่งทั้งนั้น 100 คน ล้วนมีความเก่งกาจที่แตกต่างกันออกไป“ท่านแม่เจ้าคะหยุดร้องไห้เถอะ ข้าจะร้องตามน่ะเจ้าคะ”ฟางหรงเองก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ วันนี้ทั้งท่านพ่อท่านแม่ของนางต่างร่ำไห้กันใหญ่ เพราะงานแต่งของนางแตกต่างจากของพี่ชายทั้งสองที่ต่างได้หลับนอนที่บ้านกันคนละคืนสองคืนแต่ของนางต่างออกไปเพราะเมื่อคืนคือคืนสุดท้ายที่นางได้นอนที่บ้าน เพราะคืนต่อ ๆ ไปนางจะเป็นคนในครอบครัวหลิงคนหนึ่ง การทำพิธีต่าง ๆ และการเข้าหอก็ด้วยจัดทำขึ้นที่บ้านหลิง“เจ้าต้าหานหากวันใดเจ้าทำฟางหรงเสียใจ…ข้า…พ่อคนนี้จะเอาลูกของข้าคืน”จางหลิวหยางเองก็หลั่งน้ำตาออกมาเอาเข้าจริงเป็นเขาเองที่ดี
วันนี้หลินซูซินนางเข้ามาในเมืองเพื่อรับป้ายชื่อร้านที่นางได้สั่งทำไว้ นางจะติดป้ายก่อนเพราะที่ร้านก็เสร็จเกือบทั้งหมดแล้ว คนที่ผ่านไปผ่านมาจะได้รู้ว่าที่ร้านขายอะไร และการใช้ชื่อร้านขนมตระกูลหยางหลิน เพื่อจะเรียกลูกค้ารายเก่าด้วยให้รับรู้ว่านางได้ปักหลักขายตรงนี้ในชื่อร้านขนมตระกูลหยางหลิน“พักก่อนดีกว่าช่วงนี้เจ้าเป็นลมบ่อยเกินไปแล้วนะซูซิน”“ก็คงเพราะทำงานหนักเจ้าค่ะ เดี๋ยวพักก็หายดีเจ้าค่ะ”คงเพราะช่วงนี้งานรุมเร้านางไปหมดเสร็จจากงานแต่งหลินอ้ายถงนี่ก็ผ่านมาได้ 3 สัปดาห์ พรุ่งนี้พี่ต้าหานก็จะให้ท่านลุงตงหยางกับท่านพ่อหลินเป็นผู้ใหญ่ไปสู้ขอฟางหรงที่บ้านจาง นางจึงมีหน้าที่รับผิดชอบทำชุดเจ้าสาวเจ้าบ่าวกับท่านแม่หหยางและหลินอ้ายถงช่วยกัน“ถ้ายังเป็นอีกพี่จะพาเจ้าไปโรงหมอ เป็นบ่อยเช่นนี้พี่ใจไม่ดีเลย” อาจจะเป็นเพราะทำงานหนัก แต่นางก็เป็นลมบ่อย ปวดเมื่อยตามตัว มีอาเจียนด้วยในบางวัน“เจ้าค่ะถ้าหากข้าไม่ดีขึ้นข้าจะไปหาหมอเจ้าค่ะ” หลินซูซินนางมาในเมืองกับหยางไห่ฉวนกันสองคน หลินอ้ายถงนางไม่ได้ตามมาด้วยเพราะต้องอยู่ช่วยงานท่านแม่หยางทำชุดเจ้าสาว“เดี๋ยวเจ้ารออยู่นี่ก่อนนะพี่จะไปซื้อโจ๊กหมูกับ
งานเทศกาลเริ่มขึ้นผู้คนทยอยเข้ามาเรื่อยๆ จนเริ่มแน่นเต็มเส้นทางเท้า ร้านค้าที่มาเช่าส่วนใหญ่จะขายเป็นของกินและของที่ระลึกเสียมากกว่า“แม่นางใช่ร้านที่เคยขายกุ้งย่างหรือเปล่าหน้าคุ้น ๆ”“ใช่เจ้าค่ะตอนมาขายบัวลอยแล้วเจ้าค่ะสนใจสักถ้วยไหมเจ้าค่ะ” หลินซูซินดีใจที่มีลูกค้าที่เคยซื้อกุ้งย่างที่นางเคยขายจ
หลินซูซินนางพยายามที่จะไม่คิดเรื่องนี้ในตอนนี้ หยางไห่ฉวนเองก็พยายามไม่ให้นางคิดมากเรื่องทุกอย่างย่อมมีทางออกที่ดีเสมอ“นอนเถอะอาบน้ำแล้วสดชื่นดีจัง”“พี่ไห่ฉวนพรุ่งนี้พี่ไปรับจินเย่วกับท่านน้ามาที่บ้านเราด้วยนะเจ้าคะ พรุ่งนี้ข้าจะจับกุ้งมาย่างเลี้ยงฉลองให้นางเจ้าค่ะ”“ได้เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่จะไปจับมา
ตื่นเช้ามาหลินซูซินยังไม่ได้ออกไปข้างนอก เพราะหยางไห่ฉวนยังไม่ตื่นและตอนนี้ก็นอนกอดนางอยู่ไม่สามารถที่จะขยับตัวออกไปได้ เมื่อคืนอาจจะแปลกที่หยางไห่ฉวนเลยนอนดึกมากเพราะนอนไม่หลับ“หากตื่นแล้วก็ลุกได้แล้ว ข้าจะออกไปข้างนอก”“พี่อยากนอนต่อซูซินไม่สงสารพี่หรือเมื่อคืนกว่าพี่จะหลับได้นานอยู่นะ” ไม่ใช่เพ
หลังจากที่ไข่พะโล้สุกหลินซูซินก็เรียกทุกคนคนมากินข้าว เพราะท่านพ่อหลินบอกว่าวันนี้ยังไม่มีใครได้กินอะไรมา มื้อแรกก็คงจะเช้าตรู่นู้น ตอนนี้ก็เย็นแล้วคงจะหิวกันมากแล้ว“ไข่พะโล้หมูสามชั้นเจ้าค่ะ” หลินซูซินยกหม้อไข่พะโล้มาไว้ตรงกลาง นางจัดการตักใส่ถ้วยแจกจ่ายทุกคนบนโต๊ะ จะได้ซดน้ำ







