Se connecterคำหอมเธอมาถึงสถานที่ไหว้ขอพรแล้วแต่เหมือนว่าเธอนั้นจะเลือกวันมาผิดเพราะพอมาถึงเหมือนฝนกำลังตั้งเค้าดำมืดน่ากลัวมากลมก็แรงแต่ยังไม่มีเม็ดฝนตกลงมา เธอเลยตัดสินใจรีบเข้าไปไหว้ขอพรสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ดังเรื่องการขอความรักเนื้อคู่
คำหอมเธอนั้นนั่งยังไม่ทันได้ตั้งจิตอธิษฐานแต่อย่างใดเสียงสายฟ้าก็ดังผ่าลงมาที่ตัวเธอจากนั้นสติเธอนั้นก็ดับวูบไม่รับรู้สิ่งใดอีกแต่จิตสุดท้ายตั้งใจจะขอเรื่องความรัก
เสียงผู้คนโหวกเหวก โวยวายตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้าที่อยู่ดีๆ หญิงสาวที่กำลังจะขอพรกับพระตรีมูรติกับถูกฟ้าผ่ากลางลำตัวล้มลงไปนอนกับพื้น แต่ดีที่มีคนตั้งสติได้แจ้งหน่วยกู้ภัยกับรถพยาบาล ผู้คนต่างยืนมองดูเพราะไม่กล้าเข้าไปและคาดการณ์ว่าหญิงสาวนั้นคงจะเสียชีวิตแล้วเพราะร่างกายเธอนั้นนิ่งสนิทไม่ตอบสนองต่อสิ่งใดสร้างความสลดใจให้แก่ผู้คนโดยรอบทั้งเห็นใจและสงสารในคราวเดียวกัน ว่าทำไมเธอต้องมาเจอชะตาชีวิตเช่นนี้ด้วย
ก่อนที่หญิงสาวจะถูกฟ้าผ่าท้องฟ้าก็ดำคล้ำผู้คนต่างหาที่หลบฝนกันแต่จนถึงตอนนี้ฝนก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตกแต่กลุ่มเมฆดำนั้นยังอยู่ไม่ได้สลายหายไปไหน รอได้ไม่นานทั้งรถกู้ภัยรถพยาบาลต่างมาถึงที่เกิดเหตุที่มีคนโทรแจ้งเหตุคนถูกฟ้าผ่า
ทั้งกู้ภัยและกลุ่มพยาบาลฉุกเฉินมาหาตรวจเช็กร่างหญิงสาวที่ถูกฟ้าผ่าก็จะสลดใจเหมือนร่างหญิงสาวนั้นได้เสียชีวิตไปแล้วในมือหญิงสาวเธอยังกำดอกกุหลาบแดง 9 ดอก ธูปเทียนของเตรียมที่จะกราบไหว้ ทำให้คนโดยรอบถึงกับหลั่งน้ำตาและขอให้เธอไปสู่ภพภูมิที่ดีมีความรักที่สวยงาม
พอกู้ภัยได้ยกร่างของหญิงสาวออกไปเม็ดฝนที่สมควรจะตกตั้งนานกลับมาหลั่งเม็ดฝนจำนวนมากในตอนนี้ท้องฟ้าก็กับเป็นเหมือนปกติเป็นท้องฟ้ายามค่ำคืนดังเดิม
โรงพยาบาลxxxxxx
ทางโรงพยาบาลได้ติดต่อไปทางเพื่อนของผู้เสียชีวิตเพราะตามประวัติผู้เสียชีวิตไม่ได้มีญาติที่ไหน คงต้องรอเพื่อนของผู้เสียชีวิตมารับร่างไปทำพิธีทางศาสนา
"นี่พี่เธอน่าสงสารเนาะพี่ว่าไหม"
"อืม ตอนที่มีคนโทรแจ้งพี่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นผู้หญิงแถมทั้งสวยอีกต่างหากทำไมถึงได้โสดกันคนสวยๆ น่าสงสารมากเธอกำลังจะได้ทำในสิ่งที่ต้องการแล้วเชียวแต่ดันมาโชดร้ายเสียก่อน"
คะนิ้งที่ได้รับสายจากโรงพยาบาลทำให้ตัวเธอนั้นชาสั่นกับสิ่งที่ปลายสายได้เอ่ย หลังจากวางสายจากโรงพยาบาลเธอนั้นตั้งสติรีบกดโทรหาต้นหอมบอกเล่าที่สิ่งตนเองพึ่งจะรับรู้และนัดกันให้ไปเจอที่โรงพยาบาลทันทีไม่คิดว่าวันหนึ่งตัวเองจะต้องมารับร่างที่ไร้วิญญาณของเพื่อนรักเฉกเช่นในตอนนี้ที่…
"ยัยนิ่งทำไมมันถึงเป็นแบบนี้…ยัยหอม" ต้นหอมเธอไม่เชื่อว่าผู้หญิงตรงหน้าคือเพื่อนเธอใจเธอยากที่จะยอมรับ แต่ความเป็นจริงแสนเจ็บปวดยิ่งกว่า
"ฉันเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องเป็นแบบนี้ ฉันรู้แค่ว่ายัยหอมจะไปไหว้ขอความรักที่เดียวกับที่เราเคยไปแต่มันบอกจะไปคนเดียว ฉันน่าจะไปกับมันด้วยฉันไม่ควรปล่อยมันให้ไปคนเดียว"
"อย่าโทษตัวเองเลยยัยนิ้ง"
"แต่ยัยหอมไม่อยู่แล้ว"
"ฉันรู้แต่ยัยหอมคงจะไปอย่างไม่เป็นสุขถ้ารู้ว่าแกโทษตัวเองเช่นนี้เรื่องแบบนี้ไม่มีใครอยากให้มันเกิดเหรอ เพื่อนจะได้ไปอย่างหมดห่วง"
คะนิ้งและต้นหอมจัดการพิธีทุกอย่างเพื่อส่งเพื่อนรักไปสวรรค์เป็นครั้งสุดท้ายจากกันครั้งนี้คงอีกนานกว่าเราจะได้มาภพเจอกันอีกครั้ง
อีกฟากฝั่งหนึ่งเป็นยุคโบราณที่ย้อนเข้ามาในยุคที่ล้าสมัยผู้คนยากไร้ ยุคข้าวยากหมากแพงยุคที่ทุกคนต้องดิ้นรนเพื่อให้ชีวิตตนเองและครอบครัวมีข้าวกินเพื่อประทังชีวิต ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ต่างดิ้นรนทำงานเพื่อประทังชีวิตลูกเด็กเล็กแดงพอเริ่มโตขึ้นมาหน่อยก็ต้องออกไปหางานทำหรือไม่ก็ต้องช่วยพ่อแม่ทำงานที่หนักเทียบเท่าที่ผู้ใหญ่เขาทำกัน
"นังหลินซูซินแกหายหัวไปอยู่ที่ไหน"
หลินซูซิน ตั้งแต่ที่ท่านย่าเสียไปตอนอาบที่ตัวนางได้เพียง 8 หนาว ชีวิตต่อจากนั้นเหมือนตกนรกทั้งเป็นจากคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นครอบครัวเดียวกัน
"ท่านแม่ข้าอยู่นี่เจ้าค่ะ"
"แกมัวแต่ทำอะไรอยู่กับข้าวกับปลาไม่มีตั้งโต๊ะหลินอ้ายถงตื่นมาไม่มีข้าวกิน แกรีบไปทำมาเลยนะนังตัวดี"
"ท่านแม่ข้าต้องทำงานอีกมากมายตอนนี้ข้าจะต้องนำผ้าไปซักที่ลำธารเดี๋ยวจะสายเอา ในครัวมีแผ่นแป้งจี่อยู่เจ้าค่ะ"
"นังบ้าลูกฉันกินได้ซะที่ไหนแกรีบเข้าไปทำกับข้าวเดี๋ยวนี้นังซูซิน"หลินเย่ถงนางเกลียดชังลูกเลี้ยงมาตั้งแต่นังซูซินยังเด็กเพราะใบหน้าที่สวยสง่าถอดแบบมาเหมือนแม่มัน แต่เสียดายที่นางหลินลี่เหมยมันตายตอนคลอดลูก แต่มียัยเฒ่าหลินชูหรงที่คอยเลี้ยงดูนังซูซินมาตลอดเพราะท่านพี่เกลียดมันที่ทำให้นังลี่เหมยตาย แต่นังแกนั่นก็อยู่คุ้มกะลาหัวนังซูซินไม่ได้ตลอดแกตายไปเสียก่อน
หลินซูซินจ่ายค่าเช่าเกวียนไป 15 อีแปะ ระหว่างทางกลับบ้านนางเจอชาวบ้านมากมายที่มองมาที่เกวียนที่นางนั้นนั่งเข้ามาและข้าวของที่อยู่บนเกวียน ถึงนางจะหาอะไรปิดไว้แล้วแต่บางส่วนก็หาได้ปิดมิดไม่หยางไห่ฉวนขนของเข้าไปเก็บในบ้านนางเองก็รีบช่วยด้วยยิ่งมีชาวบ้านตาดีเป็นพันคอยแอบมองหาข่าวไปเล่าต่อ ๆ กันในวงนินทา หากหลินเย่ถงรู้ว่านางมีเงินซื้อของมากมายมีหวังอีกไม่นานนางคงจะมาบ้านหยางเป็นแน่หยางไห่หลิงเห็นลูกชายและลูกสะใภ้ซื้อของมามากมายในใจนางก็เกิดความสงสัย แต่ไม่กล้าถามเพราะละอายใจถ้าเป็นเงินของหลินซูซิน นางใช้เงินส่วนตัวซื้อของเข้าบ้านมากมาย แสดงให้เห็นว่าบ้านหยางนั้นยากจนมากเพียงใด ซึ่งมันก็คือความจริงที่เลี่ยงไม่ได้หยางไห่ฉวนนำของเข้าไปเก็บในห้องครัว เขาไม่เคยคิดว่าในห้องครัวจะแคบเท่าวันนี้ที่พื้นที่ในครัวต่างถูกใช้สอยทุกพื้นที่ข้าวของวางเรียงรายเต็มไปหมดจากที่ไม่มีข้าวสารจะกรอกหม้อวันนี้บ้านเขานั้นมีข้าวหุงกินได้หลายเดือน ไหนจะเครื่องปรุงที่บ้านไม่เคยซื้อน้ำตาลและเกลือเลย แต่วันนี้ที่บ้านเขานั้นมีต้องขอบคุณนางหลินซูซินภรรยาตัวน้อยหยางไ
พอขึ้นมานั่งบนเกวียนทำให้หลินซูซินนางอยากจะเดินเข้าเมืองเสียจริง ไม่เคยเห็นคนหรืออย่างไรดูยังกับเห็นของแปลกหยางไห่ฉวนเขารับรู้ถึงสายตาหลายคู่ที่มองมาที่เขาและหลินซูซิน แต่เขานั้นไม่ได้สนใจเพราะปกติคนพวกนี้ก็มองชาวบ้านทุกคนเพื่อจะหาหัวข้อสนทนาตามประสาชาวบ้านปากตลาดที่วัน ๆ เอาแต่จับกลุ่มพูดคุยเรื่องชาวบ้านอย่างเสีย ๆ หาย ๆ“นี่ซูซินพึ่งแต่งงานมาเป็นอย่างไรบ้างบ้านหยางดีหรือไม่” สาวใหญ่ที่แต่งงานแล้วเอ่ยถามด้วยความอย่างรู้“ท่านพ่อท่านแม่พี่ไห่ฉวนดูแลข้าดีมากเจ้าค่ะ” นางตอบกลับไปอย่างนุ่มนวลเพราะน้ำเสียงของท่านป้าท่านนี้ ถามเพราะแค่อยากรู้เท่านั้น ท่านป้าไม่ได้ถามอะไรต่อหยางไห่ฉวนที่นั่งนิ่งเงียบมาตลอดทางนางไม่ได้อายที่มีสามีน่ากลัวเช่นเขาบนเกวียนเมื่อครู่นางตอบกลับท่านป้าอย่างจริงใจ“พี่ไห่ฉวนเราไปโรงหมอกันก่อนดีกว่า” โรงหมอที่หยางไห่ฉวนพานางมานั้นเป็นทั้งที่รักษาคนไข้และร้านขายยาไปในตัว แต่แบ่งพื้นที่กันชัดเจน“คารวะท่านหมอเจ้าค่ะ” ที่นางรู้ว่าบุรุษมากอายุตรงหน้าคงจะเป็นหมอก็ตรงเครื่องแต่งกายที่บ่งบอกถึงอาชีพ“พวกเจ้าเป็นอะไรมาล่ะ”“คือว่าท่านพ่อท่านแม่สามีข้านั้นทานยาพวกนี้ แต่อากา
ในตอนเย็นเป็นหลินซูซินที่เป็นคนเข้าครัวดีหน่อยที่หยางไห่ฉวนกลับไปดูกับดักที่วางไว้ ได้ไก่ป่ามา 2 ตัว เขาจึงนำมาให้นางทำกับข้าวหลินซูซินนางนั้นยิ่งมั่นใจว่าที่นางทะลุมิติมานั้นตัวเองไม่ได้มีตัวช่วยใด ๆ เลยเพราะฉะนั้นต่อจากนี้นางคงจะต้องพึ่งพาตนเอง“พี่ไห่ฉวนมีเกลือหรือไม่” นางพลาดเสียแล้วเกลือนั้นราคาแพงชาวบ้านธรรมดานั้นไม่ค่อยนิยมเท่าไหร่“ที่นี่ไม่เคยซื้อเกลือเพราะราคาแพง” หยางไห่ฉวนก็ตกใจที่นางถามหาเกลือที่บ้านหลินคงจะมีเกลือใช้ นางถึงถามหาเช่นนี้ ไม่ใช่ทุกบ้านที่จะมีเกลือใช้กันหากไม่ได้มีฐานะทางการเงินดีมากพอ“ข้าขอโทษเจ้าค่ะแล้วปกติพี่ใช้อะไรดับกลิ่นคาวพวกนี้เจ้าคะ”“ปกติข้ามีหน้าที่แค่นำพวกมันไปชำแหละต้องถามท่านแม่” หยางไห่ฉวนเดินออกไปตามท่านแม่เข้ามาในครัว“ท่านแม่เจ้าคะท่านใช้อะไรดับกลิ่นคาวไก่พวกนี้”“แม่ไม่รู้ว่าสมุนไพรนี้ชื่อว่าอะไรแต่มันสามารถดับกลิ่นคาวได้” หยางไห่หลิงเดินไปหยิบต้นสมุนไพรที่นางเก็บมาเมื่อสี่วันก่อน“ท่านแม่สิ่งนี้เรียกว่าต้นตะไคร้เจ้าค่ะช่วยดับกลิ่นคาวได้ดีแถมมีสรรพคุณช่วยลดความดันโลหิต แก้ไข้ ขับลม แก้ปวดท้อง และอีกมากมายเลยเจ้าค่ะท่านแม่ท่านเจอของดีเสีย
หลังจากที่ทานข้าวกันเสร็จหลินซูซินก็นั่งย่อยอยู่สักพัก แต่ด้วยร่างกายที่เหนื่อยล้ามานานจึงเผลอหลับไปตอนไหนไม่รู้“ตื่นแล้วก็ลุกมาล้างหน้าล้างตาเช็ดตัวซะท่านแม่เตรียมน้ำมาให้พรุ่งนี้เจ้าค่อยอาบข้าจะไปหาบน้ำมาเติมให้” ถึงบ้านเขานั้นจะไม่ได้รวย แต่ก็มีห้องน้ำ เพราะเพื่อความสะดวกสบายของท่านพ่อท่านแม่“ให้ข้าเช็ดตัวตอนนี้รึ”“แล้วแต่เจ้าข้าไม่ได้บังคับ”“พี่เช็ดตัวแล้วรึ”“อืม” หลินซูซินคิดในใจนางก็อดเห็นกล้ามหน้าท้องแน่น ๆ สิ โดยไม่รู้เลยว่าใบหน้านางได้แสดงออกทุกอย่างทางความคิดของตัวเอง“เจ้าช่วยหยุดคิดลามกกับข้าก่อนได้ไหม”พลันหลินซูซินได้สติตื่นจากความคิดลามกกับคนตรงหน้า “ข้าเปล่าพี่มั่วแล้ว ข้าไม่ได้คิดอะไรจริง ๆ”“ข้าจะเชื่อก็ได้แม้ว่าหน้าเจ้ามันจะสื่อทุกอย่างก็ตาม”หลินซูซินที่เหมือนนางจะถูกด่าทางตรงเลย บุรุษผู้นี้ปากดีเสียจริงหากไม่ติดว่าร่างกายนี้อ่อนแรงร่างผอมเพรียว นางจะจับมาจูบให้ล้มเสียจริง“เสร็จแล้วก็มาทานข้าวที่บ้านข้านั้นไม่ได้มีอาหารดี ๆ เท่าไรเจ้าทานไปก่อนก็แล้วกัน พรุ่งนี้ข้าจะขึ้นเขาไปวางกับดักสัตว์”“ข้าทานได้ที่บ้านนั้นก็ทานไม่ต่างจากบ้านพี่เท่าไรนัก” เพราะหากว่าบ้านเ
หลินซูซินที่เดินตามร่างบุรุษใหญ่เงียบ ๆ ระหว่างทางไม่ได้มีบทสนทนาใด ๆ ใจนางก็อยากชวนคุย แต่อีกใจนางก็กลัวเขาอยู่นิด ๆระหว่างทางก็มีเสียงซุบซิบของชาวบ้านที่เดินตามทางบ้าง แต่นางไม่ได้สนใจ นางสนใจแต่แผ่นหลังที่ใหญ่และแน่นข้างหน้าต่างหาก“ที่บ้านข้ามีท่านพ่อท่านแม่ครอบครัวเรามีกันแค่สามคน” หยางไห่ฉวนเอ่ยพูดคุยกับหลินซูซินเป็นครั้งแรก“เอ่อ พี่ไห่ฉวนข้านั้นพอทราบมาบ้างท่านพ่อได้เอ่ยกับข้าก่อนที่จะมาเจ้าค่ะ” หลินซูซินตอบกลับไปอย่างเกร็ง ๆ“ที่บ้านข้านั้นไม่ได้มีที่ทางใดไม่มีงานใดให้เจ้าจะต้องทำ”“พี่ไม่ต้องห่วงข้าจะไม่มาอยู่บ้านพี่เฉย ๆ แน่ข้าจะช่วยงานในบ้านดูแลท่านพ่อท่านแม่ตอนที่พี่ไม่อยู่ได้ ข้าทำงานบ้านทำกับข้าวได้นะ” หลินซูซินเอ่ยอย่างตาโตหยางไห่ฉวนฟังสตรีด้านหลังเอ่ยกับเขาราวกับสนิทสนมไม่ได้มีความเกร็งเหมือนช่วงแรก ๆ ที่พูดคุยกัน“เจ้าคงรู้อยู่แล้วว่าท่านพ่อท่านแม่ร่างกายไม่ค่อยจะแข็งแรง”“เจ้าค่ะพี่ไห่ฉวน” หยางไห่ฉวนเขานั้นไม่ได้เอ่ยสิ่งใดต่อ เพียงเดินเงียบ ๆ“ถึงแล้วบ้านข้าอาจจะเล็กกว่าบ้านเจ้าอยู่มากโข”“บ้านหลังใหญ่ใช่ว่าจะอยู่แล้วมีความสุขเสียหน่อย”“เข้าบ้านกันเถอะ” เป็นหยางไ
หยางไห่ฉวนเดินเข้ามาในบ้านหลินพร้อมหมูป่าตัวโตใหญ่ สร้างความตาโตให้กับหลินเย่ถงและหลินอ้ายถงเป็นอย่างมาก ต่างกับหลินห้านจินที่ไม่ได้มีความตื่นเต้นหรือตกใจอะไร เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายก็เป็นนายพรานที่เก่งกาจเช่นกัน“มาแล้วหรืออาไห่ฉวนอย่าถือสาอาเย่ถงกับอ้ายถงเลยนะทั้งสองคนก็พูดไปเรื่อยเปื่อย” หลินห้านจินรู้ว่าหยางไห่ฉวนได้ยินบทสนทนาของภรรยาและลูกสาวคนเล็ก“ข้าไม่ใส่ใจขอรับท่านลุงห้านจิน”“ท่านลุงอะไรกันต่อไปก็เรียกท่านพ่อเถอะ”สองคนแม่ลูกที่ถูกตอกกลับจากหยางไห่ฉวนอย่างคนกักขฬะ คนผู้นี้ก็เหมาะกับหลินซูซินดี บุรุษกักขฬะ อัปลักษณ์ น่ากลัว ป่าเถื่อนเช่นนี้มันดีจริงๆหลินซูซินที่ออกมาตามคำสั่งของผู้เป็นพ่อก็สบตาเข้ากับคนที่ช่วยเจ้าของร่างเดิมไว้ หยางไห่ฉวนคำหอมไม่ได้แปลกใจที่ใคร ๆ ก็กลัวบุรุษตรงหน้านางเองก็กลัวเหมือนกันหน้าโหดไม่ไหว“ท่านพ่อข้าต้องขออภัยที่ท่านพ่อท่านแม่ไม่สามารถมาร่วมในพิธีได้”“ไม่เป็นไรหยางไห่กับหยางไห่หลิงร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเจ้าอย่าคิดมากอาไห่ฉวน”“หลินซูซินมาหาพ่อ” คำหอมแปลกใจเป็นอย่างมากที่หลินห้านจินปฏิบัติกับนางเหมือนลูกรักซึ่งต่างจากเมื่อก่อนเป็นอย่







