LOGINตั๋วสถานการณ์พาหมดตัว
เจมส์ยกกีตาร์ขึ้นสูง ป่าวประกาศอย่างเต็มภาคภูมิ แต่น้ำหนักโปร่งเบาในมือและขนาดที่เล็กไม่ชินมือกลับทำให้เขารู้สึกแปลกใจ เจมส์ลดกีตาร์ลงมาดู
กีตาร์ที่เขาซื้อมาจากร้านค้าระบบมีลักษณะคล้ายลูกแพร์ผ่าครึ่ง ขีดแบ่งเสียงก็มีเพียงเจ็ดขีดทำให้ส่วนลำคอสั้นลงจนยาวเกินครึ่งของกีตาร์ในหอของเจมส์มานิดเดียว แถมสายยังวางตัวเรียงกันเป็นคู่ขนานมากกว่าหกสายตามปกติของกีตาร์โปร่งอีกต่างหาก
‘ระบบ นี่มันอะไร? ไม่ใช่กีตาร์นี่!’
‘นี่คือพิณลูต เครื่องดนตรีสายต้นกำเนิดของกีตาร์โปร่ง ก็เหมือน ๆ กับกีตาร์โปร่งนั่นแหละ ทดแทนกันได้’
คำตอบส่ง ๆ อย่างไร้ความรับผิดชอบของระบบทำเอาเจมส์เส้นเลือดในสมองแทบปริแตกจากเลือดที่พุ่งกระฉูดด้วยความโมโห ‘เหมือนก็แย่แล้ว! ฉันเล่นไอ้นี่ไม่เป็นว้อย หลอกขายกันชัด ๆ!’
‘นักผจญภัยได้ประกาศอาชีพออกไปแล้ว ถึงจะเล่นไม่เป็นก็ต้องเล่นให้เป็น หากคุณไม่มั่นใจในศักยภาพ ในร้านค้าระบบเรามีคู่มือขาย…’
‘ไสหัวไป!’
เจมส์ปัดหน้าจอพิกเซลทิ้งด้วยอารมณ์เดือดดาล ดีที่เอ็นพีซีทั้งหลายเลิกสนใจมองเขาแล้ว ไม่อย่างนั้นคงเห็นภาพเขาเต้นแร้งเต้นกา ตีกับอากาศราวกับคนบ้า
เจมส์สูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อตั้งสติ เมื่อใจเย็นลงแล้วเขาก็มาคิดทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นดูอีกครั้ง แม้เขาจะหลุดเข้ามาในเกม ‘SAVE FELIX!’ ก็จริง แต่เนื้อหากลับดำเนินไม่เหมือนกันไปเสียทีเดียว เฟลิกซ์ที่ควรจะเริ่มความโชคร้ายตั้งแต่อยู่ในห้องนอนกลับมาเริ่มหลังจากออกจากห้องนอนแล้ว ประกาศตามหาผู้กล้าที่จัตุรัสกลางเมืองกลับกลายเป็นมาแต่งตั้งผู้กล้าถึงที่บ้าน และยังมีนักผจญภัยถูกส่งมาร่วมเดินทางเป็นพี่เลี้ยงพระเอกอย่างเขาอีกต่างหาก
แท้จริงแล้วการประกาศหาผู้กล้าไปช่วยเจ้าหญิงที่จัตุรัสแบบเดิมดีกว่ากันเยอะไม่ใช่หรือไง คนได้ยินมากผู้กล้าที่พร้อมจะเสี่ยงชีวิตไปช่วยเจ้าหญิงก็จะมากตามไปด้วย ในบรรดาคนมากมายต้องมีสักคนที่ทำสำเร็จ แต่นี่กลับมาเลือกเจาะจงถึงที่บ้าน แม้ผู้ที่ถูกเลือกจะเป็นพระเอกของเกม แต่หากคิดตามหลักเหตุผลแล้ว ใครจะอยากให้ชีวิตลูกสาวตกอยู่ในกำมือของเด็กหนุ่มยาจกผอมแห้งเนื้อตัวมอมแมมที่ดูไม่มีแม้กระทั่งแรงตัดฟืนกันเล่า นี่มันจะแปลกประหลาดเกินไปแล้ว
เฟลิกซ์คุกเข่าลงตรงหน้าพระบัญชา แต่เด็กหนุ่มกลับไม่ได้ยื่นมือออกไปรับม้วนคำสั่ง “ข้าน้อยไม่ได้จะขัดพระกรุณา เพียงแต่ท่านตัวแทนพระราชาเข้าใจผิดแล้วขอรับ ถึงชื่อของข้าน้อยจะมีความหมายว่าโชคดี แต่ทั้งวันและเวลาเกิดล้วนทับซ้อนกับดาวมฤตยูพอดิบพอดี เป็นดวงชะตาที่นำพาโชคร้ายมามากที่สุด ชื่อเฟลิกซ์เองก็เป็นการตั้งเพื่อแก้เคล็ดเท่านั้นขอรับ”
ผู้แทนพระราชาได้ยินดังนั้นก็หน้าเสีย ดูท่าตัวเขาเองก็ไม่เชื่อว่าเด็กหนุ่มตัวเท่าไม้ขีดผู้นี้จะสามารถไปช่วยเจ้าหญิงมาจากมังกรแดงได้ เขากระแอมไอเพื่อเรียกสติ “...อ่ะแฮ่ม! อย่างไรก็ตาม พระราชาทรงมีรับสั่งไว้แล้ว ตามคำทำนายของโหราจารย์หลวง ผู้กล้าอย่างไรก็คือเจ้า เฟลิกซ์ แอชเชอร์ จงออกเดินทางไปช่วยเจ้าหญิงเสีย!”
เอ็นพีซีให้เควสเสร็จแล้วก็จากไป ก่อนไปยังทิ้งของสนับสนุนไว้ให้ไม่น้อย ออกจะเยอะเกินไปจนรกบ้านหลังเล็กมอซอของเฟลิกซ์เสียด้วยซ้ำ เจมส์มองเงินหีบใหญ่ด้วยดวงตาเปล่งประกาย หากเขาเป็นยาจกที่จู่ ๆ ก็มีเงินหล่นมาจากฟ้าแบบเฟลิกซ์ เขาคงจะออกเดินทางไปแล้ว ไม่ใช่เพื่อไปฆ่าตัวตายด้วยการเป็นอาหารให้มังกรย่างกิน แต่เพื่อหนีเอาเงินสนับสนุนไปสร้างชีวิตใหม่กับครอบครัวน่ะสิ!
แต่หากเฟลิกซ์ทำแบบนั้น เขาก็จะหมดความหวังในการกลับไปยังโลกเก่า เจมส์มุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่เป็นผู้จับตามองไม่ให้เด็กนี่ออกนอกลู่นอกทางขนเงินหนีไปได้
“ท่านเจมส์ ท่านช่วยเป็นผู้ถือทรัพย์สินเหล่านี้ได้หรือไม่ขอรับ?”
“ฮ่า! กะแล้วเชียว...อะไรนะ?”
เฟลิกซ์เล่นปลายผมยาวสลวยของตนด้วยความประหม่า “อย่างที่ท่านเห็น ข้าน้อยไม่ได้ถือเงินจำนวนมากเท่านี้มานานมากแล้ว กลัวว่าจะจัดการได้ไม่ดี ต้องรบกวนท่านแล้วขอรับ”
เจมส์อ้าปากค้างสลับกับเหลือบมองทรัพย์สมบัติมหาศาลตรงหน้า ในใจแอบรู้สึกผิดเล็กน้อยที่ดันคิดเองเออเอง มองเจ้าพระเอกนี่ในแง่ร้ายไปก่อนแล้ว “จะว่าได้ก็ได้อยู่หรอก แต่มากขนาดนี้คงจะขนไปไม่หมด เก็บบางส่วนไว้ที่บ้านเจ้าก่อนไหม?”
“ไม่ได้เจ้าค่ะ หากเก็บไว้ที่นี่จะต้องถูกขโมยในวันสองวันนี้เป็นแน่ ท่านต้องเอาไปให้หมดนะเจ้าคะ”
เจมส์มองเอ็นพีซีคุณแม่พยายามชี้นำผู้เล่นอย่างเขามือเป็นระวิง เงินนี่เห็นทีจะต้องได้ใช้จนหมดในภารกิจใดภารกิจหนึ่งเป็นแน่
‘คุณกำลังลำบากใช่หรือไม่?’
‘ยังจะต้องถามอีกเหรอ?’
‘ทางระบบมีทางเลือกมานำเสนอ นักผจญภัยสามารถแลกซื้อไอเทมตั๋วสถานการณ์ได้ในราคาหนึ่งร้อยแต้มโชคดี แต่เนื่องจากตอนนี้ทางร้านค้ากำลังจัดโปรโมชันลดราคาพิเศษสำหรับผู้เล่นใหม่ นักผจญภัยจึงสามารถแลกซื้อได้ในราคาเพียงห้าสิบแต้ม!'
เจมส์ได้เห็นทางเลือกที่ว่าก็ถึงกับหางตากระตุก ‘นี่มันกะจะขูดรีดกันจนหมดตัวชัด ๆ มาลดราคาอะไรตอนนี้ ก็แค่ตั้งราคาให้ฉันใช้แต้มจนหมดตั้งแต่กีตาร์เก๊แล้วไม่ใช่หรือไง?!’
‘นักผจญภัยพูดแบบนี้ก็ไม่ถูก ทางระบบพยายามอย่างหนักที่จะช่วยคุณให้ผ่านพ้นสถานการณ์ยากลำบากไปก็เท่านั้น อีกทั้ง นี่ก็เป็นโอกาสในการใช้ตั๋วสถานการณ์ที่ดีมาก ๆ หากได้ของดีตั้งแต่เริ่มเกมก็จะสบายไปตลอดการเดินทาง อย่างไรก็มีแต่ได้ไม่มีเสีย รู้อย่างนี้แล้วทำไมไม่ซื้อตอนที่จัดโปรโมชันอยู่ไปเลยเล่า’
เจมส์ฟังโฆษณาชวนเชื่อหลอกขายของจบก็กัดฟันกรอด แต่เขาก็ไม่สามารถทิ้งเงินทำเควสให้ถูกขโมยอย่างเสียเปล่าไว้ที่นี่ได้เช่นกัน ยอมถูกเอาเปรียบสักครั้งถือเสียว่าเป็นค่าโง่ของผู้เล่นใหม่ก็แล้วกัน แม้จะเจ็บใจเจมส์ก็ตะโกนดังลั่นอยู่ในใจ ‘ซื้อ!’
‘ทำการแลกซื้อตั๋วสถานการณ์สำเร็จ ต้องการจะใช้ไอเทมเลยหรือไม่?’
‘จัดมา เอาให้ไว’
ประตูบ้านแอชเชอร์เปิดขึ้นอีกครั้ง ตัวแทนพระราชาย้อนกลับมา
“เกือบไปแล้ว เพราะเป็นของสำคัญข้าจึงเก็บแยกไว้จากของสนับสนุนชิ้นอื่นจนลืมไปเสียสนิท! พระราชายังมอบของวิเศษจากโหราจารย์ชิ้นนี้ไว้เป็นของสนับสนุนการเดินทางไปช่วยเจ้าหญิงให้กับพวกเจ้าด้วย”
โหราจารย์ผู้นี้คือโหรหลวงที่เขาต้องขอพรเพื่อกลับไปยังโลกเดิมสินะ ขอดูหน่อยเถอะว่าผู้เป็นความหวังกลับบ้านของเขาจะสร้างของวิเศษแบบไหนออกมากัน ว่าแต่สถานการณ์ยากลำบากที่เขาต้องใช้แต้มทั้งหมดที่มีแก้ไข มีสาเหตุมาจากการลืมของเอ็นพีซีหรือนี่?!
ถุงผ้าเนื้อหนาสีน้ำเงินเข้มถูกส่งให้กับเฟลิกซ์ เมื่อทำธุระเสร็จเรียบร้อยเอ็นพีซีก็รีบจากไปทันที เฟลิกซ์ดูของในมืออย่างสนใจใคร่รู้สักพักก็ส่งให้เจมส์ต่อ
‘ได้รับไอเทม ถุงเก็บของของมหาเวทกอนโดลอน’
หน้าจอพิกเซลขึ้นคำอธิบายไอเทมยาวเหยียด เจมส์อ่านแล้วก็รู้สึกว่าเป็นไอเทมที่คุ้มค่ากับราคาห้าสิบแต้มนัก คำแนะนำของระบบก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์ไปเสียทีเดียว ว่าแต่มหาเวทกอนโดลอนในชื่อไอเทมก็คือโหรหลวงสินะ
“งั้นก็ใส่ทั้งหมดลงมาในถุงนี้ก็แล้วกัน”
เฟลิกซ์ถามด้วยความสงสัย “ถุงผ้าใบเท่านั้นจะใส่ของมากมายเหล่านี้ได้หมดหรือขอรับ?”
“ได้แน่นอน นี่คือถุงผ้าที่ทอขึ้นจากด้ายไหมท่องลมแห่งอาณาจักรเครทิส ถูกปลุกเสกคาถาโดยมหาเวทกอนโดลอน ผู้ชักนำสายลมเหนือกาลเวลา แห่งหอคอยลอสต์วิง เจ้าสามารถเก็บทุกอย่างลงไปในนี้ได้แม้กระทั่งบ้านของเจ้าเชียวล่ะ” เจมส์อ่านข้อมูลไอเทมให้เฟลิกซ์ฟังโดยที่ตัวเขาเองฟังไม่เข้าใจสักคำ เขารู้เพียงว่าเจ้าถุงผ้าใบนี้ใส่ของได้ไม่อั้นอย่างกับกระเป๋าวิเศษของโดราเอม่อง เป็นของดีอย่างไม่ต้องสงสัย!
“เช่นนั้นก็รบกวนด้วยขอรับ” เฟลิกซ์พยักหน้าเข้าใจอย่างน่าตกตะลึง คงเป็นปกติของโลกนี้หรือไม่ก็เป็นการกระทำเพื่อให้เกมได้ดำเนินต่อไป “ก่อนหน้าจะออกเดินทางคงต้องไปซื้ออุปกรณ์และเสบียง เรื่องที่หาซื้ออุปกรณ์สวมใส่ข้าน้อยไม่ค่อยมีความรู้นัก ท่านเจมส์มีร้านใดแนะนำหรือไม่ขอรับ?”
เจมส์เหงื่อตก นี่มันคำถามที่ควรไปหาคนท้องถิ่นมาตอบ ไม่ใช่คนที่มาเกิดใหม่แบบเขา! แต่ด้วยภูมิหลังตัวละครที่ระบบปูมาให้ เขาผู้มีประสบการณ์เป็นนักผจญภัยมาก่อนก็สมควรที่จะรู้เรื่องพวกนี้จริง ๆ
‘เฮ้ย ระบบ มีโพยให้หน่อยไหม?’
‘แน่นอนว่าทางเรามีคู่มือการเล่นให้นักผจญภัยครอบคลุมในทุกด้าน เพียงแต่...’
‘เพียงแต่อะไร? รีบ ๆ พูดมาสิ!’
‘เพียงแต่ว่าทุกคู่มือต้องใช้แต้มโชคดีแลกและนักผจญภัยก็ได้ใช้แต้มไปจนหมดแล้ว’
‘…’
ไอ้ระบบหน้าเลือดบัดซบเอ๊ย!
“ถ้าหากไม่เป็นการลำบากเกินไป”
ขณะที่เจมส์กำลังจะทะเลาะกับอากาศ เสียงที่เขาลืมไปแล้วก็ดังขึ้น เป็นเอ็นพีซีคุณแม่นี่เอง
“มีอะไรหรือขอรับ ท่านแม่?” เฟลิกซ์หันไปถามมารดาที่ยืนอยู่ด้านข้าง
“ถ้าไม่ลำบากเกินไป ช่วยแวะไปที่เมืองซอเรนทานาก่อนได้หรือไม่เจ้าคะ?”
เฟลิกซ์เอียงศีรษะด้วยความสงสัยก่อนจะเบิกตากว้าง “เมืองซอเรนทานา? ...อย่าบอกนะว่า!”
แม่พระเอกพยักหน้าให้ลูกชายของนาง “ถูกแล้ว ลูกรัก”
“เป็นสิ่งนั้นอย่างที่ข้าคิดใช่หรือไม่ขอรับ?”
“ใช่แล้วจ้ะ ลูกรัก”
“เป็นสิ่งนั้นจริง ๆ หรือ?”
“จริงจ้ะ ลูกรัก”
“…”
เจมส์มองสองแม่ลูกโต้ตอบรับส่งกันไปมาอยู่นานก็ไม่ยอมพูดเสียทีว่า ‘สิ่งนั้น’ คืออะไร เห็นทีเกมจะรอให้ผู้เล่นอย่างเขาเข้าไปมีส่วนร่วมจึงจะดำเนินต่อได้ ช่างเป็นเกมที่น่ารำคาญเสียจริง!
“ขออภัยที่ขัดจังหวะ ‘สิ่งนั้น’ คืออะไร?”
เอ็นพีซีคุณแม่รีบหันขวับมาเล่าเรื่องราวอย่างกระตือรือร้น “เมืองซอเรนทานาคือที่ฝังร่างของสามีของข้า อดีตผู้นำตระกูลแอชเชอร์ แต่ไม่ได้มีเพียงเท่านั้น ข้าง ๆ หลุมฝังศพของเขายังฝัง ‘ของ’ สืบทอดประจำตระกูลแอชเชอร์เอาไว้ด้วย”
“แต่ท่านแม่ ‘ของสิ่งนั้น’ ตอนนี้...”
เจมส์อยากจะจับสองแม่ลูกคู่นี้มาตีเค้นคอให้รู้แล้วรู้รอด จะเก็บงำอะไรนักหนา! “แล้วตกลงมันคืออะไรเล่า?!”
สองแม่ลูกหันขวับมาทางเขาอย่างพร้อมเพรียงกันจนเจมส์สะดุ้งตกใจ “ดาบเวทลีอาธิล”
ตอนพิเศษโชคดีจึงได้พบพานพิณบรรเลงท่วงทำนองวังเวงอย่างเปลี่ยวเหงาท่ามกลางความเงียบสงัด บรรยากาศพลันเลือนรางคล้ายทุกสิ่งเบาบางโปร่งใส ความหนาวยะเยือกชวนให้ขนลุกชันเพียงแค่เยื้องกรายเฉียดใกล้ เส้นทางแห่งดวงวิญญาณถูกปูด้วยเงาแห่งขี้เถ้าคลับคล้ายทางเดินผืนพรมกำมะหยี่ นำทางดวงวิญญาณนับสิบดวงให้มารวมตัวกันดั่งแสงไฟล่อแมลงเม่า“เฟลิกซ์ ตอนนี้แหละ!” เจมส์ตะโกนเร่งแบบกระซิบจนเสียงออกมาเหมือนคนเป็นไข้หวัด เขาต้องบีบเสียงให้เบาเพื่อไม่ให้วิญญาณที่เขาใช้ดาวนำทางแห่งผู้วายชนม์ล่อมาตกใจจนหนีไป‘ดาวนำทางแห่งผู้วายชนม์’ สกิลไร้ประโยชน์ที่ได้มาจากบาทหลวงในเมืองซอเรนทานาหลังปราบฝูงอันเดดได้ ครั้งนั้นเจมส์ยังคิดว่าศัตรูรายต่อไปจะเป็นผีเสียอีกจึงได้รางวัลเควสมาเป็นสกิลเช่นนี้ แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ใช้งานจนเก็บเข้ากรุฝุ่นจับหมดแล้ว ไม่คิดเลยว่าจะได้นำออกมาใช้หลังจากเรื่องราวทุกอย่างจบลง กลายเป็นของที่มีประโยชน์ในการเดินทางครั้งใหม่เสียอย่างนั้น เพราะสกิลนี้มีไว้เพื่อล่อลวงดวงวิญญาณให้มาหาในสภาวะมึนงง ไร้พิษสงโดยสิ้นเชิง“ขอรับ” เฟลิกซ์กระซิบตอบ เขาปลดสายผ้าคาดตาสีขาวขลิบทองออก เปลือกตาที่เป็นดั่งทวารขวาง
ตอนพิเศษดันเจียนชั้นสามนั้น...“ชีสทาร์ตของเจ้าอร่อยมากจริงด้วย” เอลดรอนเคี้ยวตุ่ย ๆ พลางพูดกับเรมที่นั่งเคี้ยวอยู่บนเตียงด้านข้าง“ของมันแน่อยู่แล้ว แต่ข้าว่าชีสทาร์ตของเมืองไฮเซนเบิร์กอร่อยกว่า” เรมตอบกลับเอล์ฟที่เพิ่งจะได้มีโอกาสลิ้มรสความดีงามในของโปรดของเขาเอลดรอนตาลุกวาวเป็นประกาย “ไว้เสร็จธุระแล้วไปกินกันเถอะ”พวกเขาเร่งเดินทางจนมาถึงเมืองซาราห์คแล้ว หลังจากไปหาข่าวเรื่องดันเจียนโดยใช้ป้ายสมาชิกกิติมาศักดิ์ที่สมาคมนักผจญภัย ก็ได้ความว่าหลังจากเหตุการณ์ถล่มครั้งนั้นดันเจียนก็ถูกสั่งปิดตาย เพราะนอกจากจะอันตรายไม่รู้ว่าจะถล่มลงมาอีกเมื่อใดแล้วยังถล่มเสียจนเส้นทางภายในเสียหายไปหมดอีก สมบัติส่วนใหญ่ก็จมอยู่ใต้ทะเลเพลิงในตอนนั้นไปแล้ว จึงยิ่งไม่มีแรงจูงใจให้ผู้ใดมาออกทุนบูรณาการอีกต่างหาก เอลดรอนคาดว่าการจะฝ่าทะลุลงไปถึงชั้นสามในครั้งนี้อาจจะกินเวลาไปหลายวัน เขากับเรมจึงตกลงกันว่าจะตุนเสบียงและพักผ่อนให้เต็มที่ก่อน วันรุ่งขึ้นค่อยแอบไปหาทางเข้าดันเจียนที่ถูกปิดตายกันเอลดรอนกัดทาร์ตเหลืองกรอบคำสุดท้าย รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อยของชีสทำให้เขานึกถึงเหล้าผลไม้ นึกแล้วก็เสียดายที่เขาไม่อา
ทหารเปิดประตูกรงห้องขังแล้วดึงตัวฌอนขึ้นมา เขาผลักนักโทษให้เดินไปอย่างไร้ความอ่อนโยน ฌอนผู้น่าสงสารมาถึงก็โดนจับมัดห้อยหัวเป็นอาหารฉลาม พอรอดจากฉลามก็ถูกทหารจับมัดยัดกรงขังต่อ เชือกเก่ายังไม่ทันแก้ก็มีโซ่มาล่ามเพิ่มอย่างกับเขาเป็นนักโทษอุกฉกาจรอวันประหารอย่างไรอย่างนั้นเดี๋ยวก่อน อย่าบอกนะว่าเขาจะโดนพาไปประหารจริง ๆ!แรงผลักส่งให้ฌอนล้มคะมำลงไปนอนโอดครวญอยู่บนพื้น อย่างน้อยพื้นในห้องนี้ก็ปูพรมไว้เสียหนา แต่ก็ยังเจ็บอยู่ดี“เจ้าคือกัปตันแจ็ค สแปทูล่า แห่งเรือแบล็ก เป็ปเปอร์ใช่หรือไม่?”ฌอนอยากวิงวอนขอร้องให้ทหารแก้มัดเขานัก ไม่ใช่เพื่อหนี แต่เพื่อมาปิดหูเซ็นเซอร์[1]ชื่อล้อเลียนส่อลิขสิทธิ์อย่างน่าไม่อายพวกนี้ แต่เขาก็ทำได้เพียงกัดฟันตอบกลับไปว่า “ใช่แล้ว”ทันทีที่เงยหน้ามองชายตรงหน้า เขาก็รู้ทันทีว่านี่คือเคเลบ พระเอกในเกมที่เขาเพิ่งเล่นมา แม้ภาพในเกมจะกากกร๊วก แต่ด้วยผมสีน้ำเงินกับดวงตาหม่นหมองดั่งมีหมอกเทาแห่งความโศกศัลย์ล่องลอยอยู่ในนัยน์ตาคู่นั้น คนที่เพิ่งเล่นเกมมาได้ไม่กี่ชั่วโมงอย่างเขายังเดาออก ชายคนนี้ต้องเป็นเคเลบแน่แต่ไม่คิดเลยว่าเคเลบตัวจริงจะเป็นชายวัยกลางคนที่ยังดูหนุ่ม
ตอนพิเศษผู้เล่นหนึ่ง กับ เคเลบผู้โทมนัสฌอนเบิกตาโพลง เขาเพิ่งตื่นจากฝันร้าย เขาฝันว่ากดเข้าไปเล่นเกมกาก ๆ น่าโมโหจะตายชักที่ชื่อ ‘SAVE CELEB!’ หลังจากพยายามช่วยชีวิตเคเลบนับครั้งไม่ถ้วนไม่ให้ตายไปจากความเศร้าที่รุมเร้าเกินขีดจำกัดคนทั่วไปก็หัวร้อนจนเผลอเตะปลั๊กไฟโดนไฟดูดตาย หลังตายยังถูกปฐมนิเทศถึงการเกิดใหม่เข้าไปในเกมน่าโมโหนั่นโดยตัวอักษรพิกเซลที่เรียกตัวเองว่า ‘ระบบ’ อีกฌอนถอนหายใจออกมา ว่าแต่ทำไมห้องนอนของเขาถึงหน้าตาเปลี่ยนไป หรือว่าเขาจะถูกไฟดูดแล้วถูกส่งไปที่โรงพยาบาลกัน แต่เตียงโรงพยาบาลแข็งทื่อขนาดนี้ไม่มีงบซื้อฟูกหรือไง ทั้งยังเอียงกระเท่เร่จนเขาแทบจะตัวไหลตกเตียงอยู่แล้วฌอนไม่ได้ตกเตียง เพราะเขากำลังนอนแผ่หราอยู่บนพื้นไม้อับชื้น ตะเกียงไฟแขวนบนเพดานส่ายไปมาอย่างกับข้างนอกเกิดแผ่นดินไหว แต่เสียงที่ซัดเข้ามาในโสตประสาทนั้นเขารู้จักดี นี่ไม่ใช้เสียงสั่นไหวของแผ่นดินหรือเสียงการพังทลายของตึกอาคาร แต่เป็นเสียงของคลื่นน้ำลูกยักษ์ซัดสาด เขากำลังอยู่ในเรือเขาไม่ได้ฝันไปหรือนี่ ฌอนกระเด้งตัวลุกขึ้นด้วยความแตกตื่น หากนี่ไม่ใช่ความฝันแสดงว่าเขามาเกิดใหม่ในโลกแห่งเกมปัญญาอ่อนที่เ
บทที่ 71ออกเดินทางเคียงข้างกันตลอดไปวีรบุรุษผู้ปราบมหาเวทวายร้ายฟื้นขึ้นมาทั้งที พระราชาจึงทรงมีรับสั่งให้จัดงานเฉลิมฉลองครั้งใหญ่ขึ้น และยังเป็นการถือโอกาสเชิญผู้คนที่เฝ้ารอการกลับมาของเฟลิกซ์มาพบปะให้หายห่วงในคราเดียวท้องพระโรงใหม่ถูกตกแต่งอย่างเลิศหรูตระการตา อาหารเลิศรสถูกจัดเรียงบนโต๊ะรับรอง ที่มุมหนึ่งอันเคยเป็นมุมจิบน้ำชาจัดวางอาหารและเครื่องดื่มขนาดใหญ่พิเศษสั่งทำเฉพาะกิจเนื่องจากมีมังกรมาร่วมสังสรรค์ถึงสามตน ถัดจากสัตว์วิเศษทั้งสามก็เป็นราชวงศ์รวมถึงเจ้าหญิงทั้งสองพระองค์ที่มากับมังกรแดง ครั้งนี้ แม้แต่มหาเวทกอนโดลอนผู้อยู่ในระหว่างการนั่งเรือสายลมท่องไปทั่วโลกยังให้เกียรติมาร่วมงานด้วย ด้านนอกพระราชวังก็มีการจัดงานเลี้ยงให้ชาวบ้านทั่วไปมาดื่มกินเพื่อร่วมแสดงความยินดี เรียกได้ว่าเป็นงานฉลองครั้งใหญ่ของอาณาจักรราวกับเปิดศักราชใหม่เลยทีเดียว“เจ้าอายุถึงเกณฑ์แล้วแต่ก็เพิ่งจะหายดี ดื่มให้มันน้อย ๆ หน่อย” เจมส์แย่งแก้วไปจากมือเฟลิกซ์แล้วยกซดดื่มสุราน้ำผึ้งสามสิบฤดูหนาวแสนอร่อยเองจนหมดเฟลิกซ์มองเขาก็หัวเราะออกมา “หากเอลดรอนมาด้วยต้องพูดว่า ‘เจ้าแค่อยากดื่มของอร่อยเยอะ ๆ เลยไปแ
“จ เจมส์ จะทำอะไรน่ะขอรับ?!”จู่ ๆ เจมส์ก็ปลดกระดุมเสื้อของเฟลิกซ์ออกทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมากเจมส์กลับทำสีหน้างงงวย เหมือนเขาไม่ได้เพิ่งทำอะไรผิดแปลกไป “ก็ถอดเสื้อเจ้าไง”“ท่าน…ท่านจะถอดเสื้อข้าทำไม หยุดเลยนะขอรับ!” เฟลิกซ์ผู้ไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้านได้แต่กลิ้งหนีไปมาบนเตียงพร้อมกับใบหน้าแดงก่ำ“หา? จะได้เช็ดตัวให้เจ้าเหมือนอย่างเคยไง” เจมส์จับเจ้าปลาน้อยผู้ดิ้นรนอย่างน่าขบขันกลับขึ้นเขียงมาถอดเกล็ดต่อ“ม เหมือนอย่างเคย? อย่าบอกนะ…”เจมส์จับใบหน้าน้อยที่แดงเป็นลูกแอปเปิลให้นิ่งได้แล้วก็นึกอยากแกล้งคนขึ้นมา ช่วยไม่ได้ ก็ใบหน้าที่มีสีสันของเฟลิกซ์มันน่ามันเขี้ยวจนเขาอดใจไม่ไหวนี่เจมส์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ จงใจกระซิบด้วยน้ำเสียงที่คิดว่าเซ็กซี่ที่สุด นิ้วลากไล้ไปปลดกระดุมเสื้อตัวบางของเฟลิกซ์ต่ออย่างเชื่องช้า “ทุก ๆ วัน ข้าจะเปลื้องเสื้อผ้าของเจ้า”เสื้อตัวบางลู่ลงจากลาดไหล่มน ผ้าชุบน้ำอุ่นบิดหมาดลูบไปตามเรียวคอขาวเนียน “เช็ดตัวให้เจ้า”ผ้าอุ่นลากต่ำลงไปเรื่อย ๆ อีกมือของเจมส์ก็เลื่อนไปเกี่ยวนิ้วเข้ากับขอบกางเกงของเฟลิกซ์ เขาโน้มใบหน้าไปกระซิบข้างใบหูแดงซ่าน “จนหมดทุกซอกทุกมุมเลยล่ะ”ความร้อ







