Share

ตอนที่ 4 ถึงเวลาเอาคืน

Penulis: ลัยลา
last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-04 16:15:55

จื่อเหยากับมารดานางนั่งพูดคุยกันเรื่อยเปื่อยอยู่พักใหญ่ ก่อนที่จื่อเหยาจะวกกลับเข้ามาในเรื่องสำคัญเกี่ยวกับบิดานาง

            “ท่านแม่ ข้าว่าพวกเรารั้งอยู่ในเรือนสกุลจางนี้ต่อไปคงไม่เหมาะ คงต้องคิดหาทางขยับขยายแยกตัวออกมาเสียล่วงหน้านะเจ้าคะ” จื่อเหยาเอ่ยตามหลักความจริงที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ซึ่งดูเหมือนว่าชีวิตคู่ระหว่างบิดามารดานางไม่ราบรื่นนับตั้งแต่มีสองแม่ลูกตัวร้ายเข้ามาแทรก หากรั้งอยู่ด้วยกันต่อไปก็ไม่เป็นผลดีแต่อย่างใด

            “เหยาเอ๋อ แม่ไม่นึกเลยนะว่าลูกจะคิดใส่ใจในเรื่องนี้ด้วย” ฮูหยินใหญ่จางเอ่ย คาดไม่ถึงว่าจะได้ยินบุตรสาวที่ไม่ค่อยจะใส่ใจเรื่องราวความสัมพันธ์ที่เป็นอยู่ของคนในครอบครัวลึกซึ้งนักเอ่ยเป็นนัยออกมาเช่นนี้ จื่อเหยาชะงักไปเล็กน้อย ในเมื่อนางเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ว่าจื่อเหยาคนเดิมไม่มีทางสนใจหรือเอ่ยอะไรเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้แน่

            “หลังลูกผ่านพ้นจากความเป็นความตาย จึงย้อนกลับมาคิดทบทวนในเรื่องต่างๆได้หลายเรื่องเลยเจ้าค่ะ ความสัมพันธ์ในครอบครัวเราก็เป็นหนึ่งในนั้น” จื่อเหยาเอ่ยแก้ตัวออกไป

            “อืม ดีแล้วแม่ดีใจเหลือเกินที่ลูกเติบโตขึ้น ความจริงแม่เองก็คิดเรื่องนี้มานาน เพียงแต่ก่อนหน้านี้เห็นแก่ลูกจึงไม่ได้คิดที่จะตัดความสัมพันธ์แยกย้ายกับพ่อของเจ้าให้เด็ดขาด แต่มาตอนนี้เกิดเรื่องที่ทำให้แม่เกือบต้องสูญเสียเจ้าไปโดยที่พ่อของเจ้าไม่คิดเข้าข้างหรือทบทวนถึงสิ่งที่สองแม่ลูกนั่นกระทำกับเจ้าเลยแม้นแต่น้อย แม่เองก็ไม่อาจทนได้อีกต่อไป จึงให้แม่นมหยางของเจ้าเดินทางไปเมืองหลวงบอกกล่าวท่านตาเรื่องความตั้งใจของแม่ที่จะหย่าขาดแยกทางกับพ่อเจ้าเพื่อขอความเห็นชอบแล้วล่ะ” ฮูหยินใหญ่จางส่งแม่นมหยาง หยางจิ้งถงคนสนิทเดินทางไปยังเมืองหลวงเมื่อไม่กี่วันก่อน โดยอ้างว่านางขอลากลับบ้านเกิดแต่ความจริงตั้งใจไปทำธุระสำคัญให้ฮูหยินของนางต่างหากล่ะ

            “ท่านแม่..ท่านตัดสินใจถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ ข้าเห็นด้วยพร้อมส่งเสริมท่านให้หย่ากับท่านพ่อ ตัดขาดจากสกุลจางไปซะ แต่สิ่งสำคัญคือ..เราต้องเอาทุกอย่างที่ควรเป็นของเรากลับคืนมา อย่าได้ยอมเสียเปรียบสองแม่ลูกนั่นหรือแม้นแต่ท่านพ่อเองเป็นอันขาดนะเจ้าคะ”

            “เยี่ยมไปเลยเหยาเอ๋อ แม่รับรองว่าจะไม่ยอมเสียเปรียบผู้ใดแน่ การตัดสินใจนี้ไม่รีบร้อน แม่ต้องทำให้แน่ใจว่าเราจะไม่เสียเปรียบใครอีก” ฮูหยินใหญ่จางยืนยันพร้อมยื่นมือไปลูบศีรษะบุตรสาวแผ่วเบา จากนั้นสองแม่ลูกก็ยิ้มให้กันอย่างสบายใจผ่อนคลายมากขึ้น

            “ไงจื่อเหยาเจ้าอาการดีขึ้นมากแล้วสินะ” นายท่านจางเอ่ยถามบุตรสาวที่ต้องพักรักษาตัวในห้องนานนับเดือน จนในที่สุดก็ออกมารับประทานอาหารร่วมกันกับคนอื่นๆได้ตามปกติ

            “ดีขึ้นแล้วเจ้าค่ะ แต่ยังเจ็บในใจอยู่ไม่น้อย” จื่อเหยาตอบกลับไป

            “เหตุใดกัน เรียกหมอจิ่นมาตรวจดูหรือยัง” นายท่านจางเอ่ยถาม

            “เรื่องนี้หมอจิ่นคงช่วยอันใดไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ”

            “ทำไมเล่า”

            “เพราะความเจ็บใจนี้เกิดจากการที่ข้าไม่ได้รับความเป็นธรรม ท่านพ่อเองก็ไม่แม้นแต่ถามด้วยซ้ำไปว่าเกิดเหตุกับข้าได้อย่างไร ทั้งที่รู้ว่าข้าฟื้นคืนสติมาได้นานแล้วแท้ๆ” จื่อเหยากล่าวขึ้นมาทำเอานายท่านจางหน้าเจื่อนไป ส่วนรั่วเหรินกับฮูหยินรองก็หน้าตาเลิ่กลั่กขึ้นมาทันที

            “พี่จื่อเหยาท่านเอ่ยอะไรกัน ตอนนี้ตัวท่านเองก็สบายดีแล้วจะพูดเรื่องโชคร้ายขึ้นมาอีกเพื่ออะไรเจ้าคะ รีบทานข้าวเถอะเจ้าค่ะ นี่ขาหมูตุ๋นซีอิ๊วของโปรดท่านอย่างไรเล่าเจ้าคะ” รั่วเหรินเอ่ยขัด ทำทีเป็นใจดีคีบขาหมูตุ๋นใส่ชามให้จื่อเหยา

            “นั่นสิจื่อเหยารีบทานอาหารเถอะกำลังร้อนๆเลย นี่ผัดหมูสามชั้นใส่ขิงของโปรดเจ้าเหมือนกัน รีบกินเสียสิ” ฮูหยินรองจางก็เอ่ยสนับสนุนบุตรสาวขึ้นอีกคน พร้อมคีบหมูสามชั้นชิ้นโตใส่ลงไปในชามจื่อเหยาอีกหลายชิ้น

            “ฮึ ทำไม? กลัวอะไรกันงั้นเหรอเจ้าคะ รึว่าร้อนตัวเรื่องที่ความจริงแล้วข้าไม่ได้ลื่นล้มลงไปเอง แต่เป็นรั่วเหรินต่างหากที่จงใจผลักข้าให้ล้มลงไปเช่นนั้น”

            “พี่จื่อเหยา ท่านพูดไร้สาระอะไรน่ะ ไม่จริงเลยสักนิด” รั่วเหรินรีบปฏิเสธทันที

            “นั่นสิจื่อเหยาเจ้าใส่ร้ายเหรินเอ๋อทำไมกัน” ฮูหยินรองโต้ตอบกลับไป

            “ท่านพ่อ หากท่านไม่เชื่อข้า..ตัวข้าเองก็ไม่อาจทำอะไรได้ แต่ขอบอกเอาไว้เลยว่าข้าไม่ได้โกหก รั่วเหรินให้คนไปหลอกซูเจียวว่าข้าอยากกินขนมกุ้ยฮวา จากนั้นก็ให้ไห่ถังสาวใช้คนสนิทเข้าไปขโมยกำไลหยกเลือดนกของข้าในห้องนอน ที่สำคัญนี่ไม่ใช่ครั้งแรกด้วย หลายครั้งที่นางทำตัวอุกอาจเป็นขโมยเช่นนี้ แต่ข้าก็แสร้งหลับตาข้างหนึ่งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเพราะคิดว่ายังไงเสียนางก็เป็นน้อง แต่กำไลหยกเลือดนกเป็นของเก่าแก่ที่ท่านตาส่งมอบมาให้ข้า ข้ายอมให้ผู้ใดเอาไปไม่ได้จริงๆ พอข้าไปทวงมันกลับคืนมารั่วเหรินก็ไม่พอใจหันกลับมาทำร้ายข้า หากท่านเป็นบิดาที่มีความเป็นธรรมหลงเหลืออยู่บ้างก็คงไม่เข้าข้างคนผิดอีกหรอกนะเจ้าคะ” จื่อเหยาร่ายยาว จนนายท่านจางถึงกับพูดไม่ออก

ทุกคนต่างตกตะลึงในท่าทีที่แปลกออกไปของจื่อเหยาซึ่งดูสงบนิ่งขึ้นทั้งยังพูดจามีเหตุมีผลดูเฉลียวฉลาด ทำให้ฮูหยินใหญ่จางวางใจในตัวนางมากขึ้นด้วย

            “เหรินเอ๋อเป็นเช่นนั้นจริงงั้นหรือ” นายท่านจางหันไปถามบุตรสาวคนรองซึ่งตั้งตัวไม่ติด ทำอะไรไม่ถูก เพราะไม่คิดว่าจื่อเหยาจะโต้ตอบกลับมาเช่นนี้ ทั้งที่โดยปกตินางมักจะอาละวาด เกรี้ยวกราดจนทำให้ท่านพ่อไม่พอใจเสียมากกว่า

            “เหรินเอ๋อ พ่อถามว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆใช่ไหม” นายท่านจางเอ่ยคาดคั้นอีกรอบ

            “ทะ..ท่านพ่อ ข้าไม่ได้ตั้งใจนะเจ้าคะ ข้าเพียงแค่หยิบยืมกำไลข้อมือหยกนั่นมาใส่เล่นเท่านั้น แต่พี่จื่อเหยาโมโหเข้ามายื้อแย่ง สุดท้ายยื้อกันไปมาพี่จื่อเหยาก็พลาดล้มลงไปเองเจ้าค่ะ” รั่วเหรินไม่ยอมรับความผิด

            “เด็กๆแค่ล้อเล่นกันเท่านั้น เกิดเรื่องไม่คาดฝันบ้างก็เป็นธรรมดานะเจ้าคะ” ฮูหยินรองรีบกล่าวช่วยเหลือบุตรสาวทันที

            “เล่นกันงั้นเหรอ เล่นจนเหยาเอ๋อเกือบตายเนี่ยนะ” ฮูหยินใหญ่สวนกลับไป

            “นั่นสิฮูหยินรอง หากการที่ข้าเกือบตายเป็นการล้อเล่น เช่นนั้นนับจากนี้ไปข้าก็จะล้อ..เล่นกับรั่วเหรินให้นางเกือบตายบ้างดีไหมล่ะ” จื่อเหยาโต้กลับไปอีกคน สองแม่ลูกหน้าซีดขึ้นมาทันที

            “ทะ..ท่านพี่..” ฮูหยินรองจางหันไปหาตัวช่วย

            “เอาล่ะ พอทีเถอะเรื่องก็ผ่านไปแล้ว ตอนนี้จื่อเหยาก็สบายดีแล้ว ให้ทุกอย่างมันยุติอยู่เพียงแค่นี้แหละ” นายท่านจางเอ่ยด้วยความลำเอียงและเพื่อตัดรำคาญอีกครั้ง

            “ฮึ ข้าก็คิดอยู่แล้วเชียว ว่าคงไม่ได้รับความเป็นธรรมใดแน่” จื่อเหยาเอ่ย นายท่านจางชะงักไป

            “เหรินเอ๋อก็บอกแล้วนี่ว่าพวกเจ้ายื้อแย่งกันไปมาสุดท้ายเจ้าจึงล้มลงไปเอง” นายท่านจางตอบกลับบุตรสาว

            “ท่านพ่อ ท่านยังคงฟังเพียงคำพูดฝ่ายเดียวของรั่วเหรินอยู่ดีสินะเจ้าคะ ฮึ..เอาเถอะ แต่ถึงอย่างไรเรื่องที่รั่วเหรินหยิบของของข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาตก็เรียกว่าเป็นขโมย เป็นผู้กระทำผิดอยู่ดีเรื่องนี้ท่านไม่คิดว่าควรจะเอ่ยอะไรบ้างงั้นหรือเจ้าคะ หากเรื่องแย่ๆที่ข้าถูกกระทำทราบไปถึงหูท่านตารับรองว่ารั่วเหรินบุตรสาวแสนรักของท่านคงไม่ได้อยู่ดีแน่” จื่อเหยาฉลาดเอ่ยอ้างถึงท่านตานางซึ่งเป็นถึงเสนาบดีกรมคลัง แม้นจะอยู่ห่างไกลออกไปยังเมืองหลวงแต่นายท่านจางก็ยังคงเคารพยำเกรงอยู่มาก

            “นั่นย่อมเป็นความผิดจริงๆ เหรินเอ๋อต่อไปอย่าได้ไปแตะต้องสิ่งของของจื่อเหยาอีกเข้าใจไหม” นายท่านจางหันไปเอ่ยกับบุตรสาวคนรองอย่างเสียมิได้ รั่วเหรินทำท่าขัดใจครู่หนึ่ง แต่ฮูหยินรองแม่ของนางดึงรั้งแขนนางเอาไว้ ทำสัญญาณให้นางเออออไปกับบิดา

            “เจ้าค่ะท่านพ่อ”

            “เท่านี้เองหรือเจ้าคะ หากท่านตาทราบนางคงได้เข้าไปอยู่ในคุกจริงๆแล้วล่ะ” จื่อเหยาเอ่ยย้ำน้ำเสียงสีหน้าจริงจัง

            “เหรินเอ๋อ รีบขอโทษพี่สาวเจ้าเสียสิ” นายท่านจางกล่าว

            “ฮึ ขอโทษ!!!” รั่วเหรินเอ่ยขอโทษอย่างไม่เต็มใจนัก

            “แค่ขอโทษไม่พอหรอกนะ”

            “แล้วเจ้าจะเอาอะไรอีก” รั่วเหรินเริ่มเก็บอาการไม่อยู่

            “ข้าจดรายการข้าวของที่เจ้าขโมยไปก่อนหน้านี้เอาไว้หมดแล้ว หากเจ้าไม่อยากติดคุก ก็นำของทุกอย่างคืนกลับมาให้ข้าเสีย ไม่งั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือนล่ะ นับจากนี้ไปหากตัวเจ้าและแม่ของเจ้าหยิบฉวยสิ่งใดไปจากข้ากับท่านแม่อีกก็เตรียมตัวเข้าคุกกันได้เลย ท่านพ่อ..หวังว่าท่านจะให้ความเป็นธรรมกับพวกข้าในเรื่องนี้ด้วยนะเจ้าคะ” จื่อเหยาพูดจาเด็ดขาดจริงจัง จนนายท่านจางและสองแม่ลูกตัวร้ายอึ้งไปเลย ขณะเดียวกันฮูหยินใหญ่จางกับซูเจียวต่างก็พากันยิ้มพอใจกับการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีของจื่อเหยาในครั้งนี้

            “ทะ ท่านนพ่อ..” รั่วเหรินโอดครวญเนื่องจากของบางชิ้นนางได้นำไปมอบเป็นของกำนัลให้ผู้อื่นหรือไม่ก็นำออกไปขายแล้ว

            “หากเจ้าไม่มีปัญญาเอากลับคืนมาให้ข้าในสภาพเดิมก็จงชดใช้มาเป็นจำนวนเงิน นับแล้วทั้งหมดก็ราว 1,000 ตำลึงทอง” จื่อเหยาคิดคำนวณทุกอย่างเอาไว้แล้ว ทำให้ทุกคนต่างพากันตกตะลึงไปอีกรอบกลับความละเอียดรอบคอบของนาง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกิดใหม่เป็นสาวท้วมพร้อมมิติพิเศษ   ตอนพิเศษ 2 : สนุกสนานครื้นเครง 2/2

    “เจ้าค่ะท่านพ่อ ชาวเมืองที่ตั้งใจจริงพร้อมกับมีเงินลงทุนทรัพย์สินเพียงพอข้าก็จะพิจารณาตามสภาพความเป็นอยู่และที่ดินของพวกเขา จากนั้นก็แบ่งปันต้นกล้า รวมทั้งสัตว์ในฟาร์มของเราให้พวกเขานำไปเลี้ยงดู บางครอบครัวก็ประสบความสำเร็จแม้นจะเลี้ยงได้ไม่มากเหมือนกับเราแต่ก็มีรายได้เพิ่มขึ้นกว่าเดิมเยอะทีเดียวเจ้าค่ะ” จื่อเหยาตอบกลับไป “ช่างดียิ่งนัก เสี่ยวหยางเจ้านี่โชคดีมีวาสนาแล้วนะที่ได้เมียอย่างเหยาเอ๋อ ดูแลนางให้ดีๆล่ะ” นายท่านหานหันไปกำชับบุตรชาย “ถึงท่านพ่อไม่บอกข้าก็ดูแลและเอาใจใส่เหยาเหยาเป็นอย่างดีอยู่แล้วขอรับ ข้าก็รักของข้านะ” ลี่หยางไม่พูดเปล่าเอื้อมมือไปคว้าตัวภรรยาเข้ามากอดและหอมแก้มนางต่อหน้าทุกคนเสียอย่างงั้น เรียกเสียงหัวเราะครื้นเครงมีความสุขได้รอบด้านเลยทีเดียว “เหยาเหยา การได้พบเจอเจ้าเป็นวาสนาอันสูงสุดของข้าจริงๆ ขอบใจนะที่เจ้ายอมรับข้า ให้โอกาสข้าได้เป็นคู่หมั้น เป็นคนรัก เป็นสามีและเป็นบิดาของเสี่ยวเยว่กับซินเอ๋อ” ลี่หยางเอ่ยพร้อมโอบกอดฮูหยินรักเอาไว้ในอ้อมแขนอันอบอุ่นมองดูอาณาเขตของสวนพืชผักผลไม้ที่ขยายกว้างออกไป ร

  • เกิดใหม่เป็นสาวท้วมพร้อมมิติพิเศษ   ตอนพิเศษ 2 : สนุกสนานครื้นเครง 1/2

    ผ่านไปราวเจ็ดปีหลังแต่งงาน จื่อเหยากับลี่หยางก็มีบุตรชายบุตรสาวอายุ 6 ขวบกับ 5 ขวบไล่เลี่ยกันนามว่าจางผู่เยว่กับจางเข่อซิน นับว่ามีบุตรหัวปีท้ายปีเลยทีเดียว ก่อนที่จื่อเหยาจะขอหยุดควบคุมด้วยยาสมุนไพรพักการมีบุตรเอาไว้ ทางด้านซูเจียวกับจางหลงเองตอนนี้ก็มีบุตรชายนามว่าเยว่ลี่จิ่นอายุได้ 5 ขวบแล้วเช่นกัน ทำให้เมื่อสองบ้านมารวมตัวทั้งครอบครัวซุนและครอบครัวหาน มีเด็กๆสามคนรวมกับเด็กในเรือนบุตรชายบุตรสาวของชาวเมืองในละแวกนั้นที่มาทำงานให้จื่อเหยาในเรือนวิ่งเล่นกันไปมาดูสนุกสนานครึกครื้นเลยทีเดียว “เห็นหลานชายหลานสาวเติบโตแข็งแรงมีความสุขเช่นนี้ ข้าก็ดีใจจริงๆ” หานฮูหยินเอ่ยกับนายหญิงซุนสหายรัก “นั่นสิ เห็นแล้วก็อดปลื้มใจไม่ได้ เจ้าตัวป้อมสามคนนั่นทั้งน่ารักน่าเอ็นดู เฉลียวฉลาดยิ่งนัก เข้าไปเรียนที่สถานศึกษาไม่เท่าไหร่ก็เป็นที่รักเอ็นดูของเหล่าบรรดาอาจารย์ ซึ่งต่างชื่นชมให้ข้าฟังทุกครั้งที่ได้เจอ” นายหญิงซุนเอ่ยอย่างปลาบปลื้มใจ เพราะนางมีหลานชายหลานสาวถึงสามคนแล้ว “อืม จริงสินะ ว่าแต่เย็นนี้เหยาเอ๋อจะทำอะไรให้พวกเราทานน่ะ” หานฮูหยินวกกลับเข้าเร

  • เกิดใหม่เป็นสาวท้วมพร้อมมิติพิเศษ   ตอนพิเศษ 1 : ครอบครัวใหญ่

    หลังจากจื่อเหยาแต่งงานกับลี่หยางได้ไม่นานหานฮูหยินก็ยกภัตตาคารเยียนโจวที่มีชื่อเสียงให้จื่อเหยาบริหารจัดการ เพราะเชื่อว่านางต้องทำให้ภัตตาคารแห่งนี้เติบโตก้าวหน้าเป็นอย่างดีแน่ และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆเมื่อจื่อเหยานำกลยุทธ์มากมายทางการค้า การบริการ ฝึกอบรมพนักงานอย่างที่นางใช้กับเหลาสุราเจียงหลินและโรงเตี๊ยมซ่างเสินรวมทั้งกิจการร้านค้าอื่นๆมาใช้ที่นี่ จื่อเหยาจัดรายการอาหารตามฤดูกาล มีการจัดลดราคาพิเศษตามเทศกาลสำคัญอย่างเทศกาลโคมไฟ, เทศกาลชีซี(เทศกาลแห่งความรัก), เทศกาลลี่เซี่ย(วันย่างเข้าสู่ฤดูร้อน) หรือไม่ก็จัดส่วนลดค่าอาหารให้ลูกค้า เช่น หากใช้จ่ายในภัตตาคารมากกว่า 10 ตำลึงเงิน จะได้ลดราคาค่าอาหารสามส่วนหรือเลือกที่จะใช้ส่วนลดในครั้งต่อไปโดยมีแผ่นป้ายลดราคาให้โดยเฉพาะอีกทั้งจื่อเหยายังปรับเปลี่ยนภัตตาคารเยียนโจวให้กลายเป็นหอสำราญที่มีการร่ายรำหลากหลายรูปแบบมาแสดงให้แขกผู้มาเยือนได้ชื่นชมไปพร้อมกับการลิ้มรสอาหารชั้นเลิศด้วย ไม่ก็จัดให้มีการแสดงบรรเลงดนตรี เครื่องสายชนิดอื่นๆผลัดเปลี่ยนหม

  • เกิดใหม่เป็นสาวท้วมพร้อมมิติพิเศษ   ตอนที่ 29 ความสุขที่แท้จริง

    หลังจากนั้นไม่นานนักจื่อเหยากับนายหญิงซุนก็ได้ข่าวมาว่านายท่านจางยอมขายเรือนสกุลจางรวมทั้งทรัพย์สินกิจการที่ดินทั้งหมดในเมืองเสียนโจวเพื่อชดใช้หนี้สิน ไม่ให้ตนเองต้องติดคุกโดนลงโทษเนื่องจากมีผู้เสียหายยื่นฟ้องร้องเอาผิดเขามากมายจากนั้นนายท่านจางก็ตัดสินใจเดินทางออกจากเมืองเสียนโจวไปพร้อมกับเงินที่เหลืออยู่ในมืออีกจำนวนหนึ่งซึ่งจื่อเหยาคิดว่าคงมากพอให้เขาใช้ชีวิตอย่างสุขสบายหากไม่ทำตัวฟุ้งเฟ้อใช้เงินมือเติบเหมือนแต่ก่อน“ในที่สุดนายท่านจางก็ตัดสินใจทำอะไรที่ถูกต้องเหมาะสมสักครั้งสินะ”จื่อเหยาเอ่ยกับลี่หยางขณะนั่งสนทนากันในเรือนหอ ซึ่งลี่หยางสร้างขึ้นไม่ห่างออกไปจากเรือนบ้านสวนของนางนักเพื่อจื่อเหยากับท่านแม่ของนางโดยเฉพาะ โดยได้รับความเห็นชอบจากนายท่านและหานฮูหยินเช่นกัน“อืม ก็คงงั้นล่ะ อีกอย่างเขาคงทนอยู่ที่เมืองเสียนโจวไม่ได้อีกต่อไปเพราะคำครหานินทา เล่าลือกันทั้งเรื่องของสองแม่ลูกตัวร้ายรวมทั้งความอ่อนแอไร้ความสามารถของเขาที่ทำความเสียหายเดือดร้อนให้ผู้อื่นมากมาย รวมทั้งเรื่องที่พวกเขาสามคนพ่อแม่ลูกรวมหัวกันทำร้ายรังแกเจ้ากับท่า

  • เกิดใหม่เป็นสาวท้วมพร้อมมิติพิเศษ   ตอนที่ 28 ทำตัวเป็นสามีและบิดาที่ดี

    หลังจากจบเรื่องกับเรือนสกุลจางนายหญิงซุนกับจื่อเหยาก็ใช้ชีวิตอย่างสุขสงบตามปกติต่อไป โดยยามนี้จื่อเหยาเองก็ได้ฤกษ์แต่งงานกับลี่หยางแล้วในอีกสองเดือนข้างหน้าซึ่งเป็นช่วงต้นปี เข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ผลิอันงดงาม ดอกเหมยบานสะพรั่ง วันนี้จื่อเหยาอยู่ที่เรือนบ้านสวนคอยดูแลโรงเพาะชำเห็ดซึ่งจื่อเหยานำออกมาจากมิติพิเศษเป็นพวกหมัวกู(เห็ดแชมปิญอง) , จินเจินกู(เห็ดเข็มทอง) , ผิงกู(เห็ดนางรม) , หงสี่กู(เห็ดโคนญี่ปุ่น) รวมทั้งเห็ดป่าอย่างเช่นเห็ดจีจง, เห็ดซงหยง, เห็ดหูหนูขาวและเห็ดอื่นๆอีกมากมาย โดยมีลี่หยางมาเป็นลูกมือช่วยนางด้วยอีกคน “เห็ดพวกนี้แปลกประหลาดมากทีเดียว นับว่าเป็นของล้ำค่าหายากที่เจ้าเสาะหามาอีกแล้วสินะ” ลี่หยางเอ่ยเมื่อเห็นเห็ดรูปร่างหน้าตาแปลกๆหลายชนิดในโรงเพาะชำซึ่งจื่อเหยาเคยนำมาทำอาหารให้เขาได้ลิ้มลองและมันก็อร่อยมากด้วย “ใช่เจ้าค่ะ แต่เราเพาะเล

  • เกิดใหม่เป็นสาวท้วมพร้อมมิติพิเศษ   ตอนที่ 27 รับชะตากรรมที่ทำเอาไว้

    หลังจากได้หลักฐานพร้อมพยานรู้เห็นเป็นที่ประจักษ์แจ้งแล้วจื่อเหยาลี่หยางและคนอื่นๆก็บุกเข้าไปในกระท่อมร้างทันที ทำเอาสองแม่ลูกตัวร้ายกับโจรอีกสองคนถึงกับตกใจ ตะลีตะลานทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว “จางฮูหยิน รั่วเหรินไม่คิดเลยนะว่าพวกเจ้าจะทำเรื่องชั่วช้าซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างไร้จิตสำนึกเช่นนี้”จื่อเหยากล่าวกับสองแม่ลูกซึ่งถูกควบคุมตัวเอาไว้พร้อมกับโจรอีกสองคน “จื่อเหยา เจ้าพูดอันใดน่ะ ข้าไม่เห็นจะรู้เรื่องด้วยเลย” จางฮูหยินเอ่ยปฏิเสธไม่ยอมรับผิด “นั่นสิ จื่อเหยา เจ้าจะมาหาเรื่องใส่ความอะไรข้ากับท่านแม่อีก พี่ลี่หยางดูสิเจ้าคะ พี่จื่อเหยามาหาเรื่องข้าอีกแล้ว” รั่วเหรินเองก็เสแสร้งทำตัวเป็นเหยื่อ ใส่ร้ายจื่อเหยาทำตัวน่าสงสารอย่างไร้ยางอายเหมือนก่อนหน้านี้ไม่มีผิด&

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status