LOGIN“มีคนพยายามติดต่อพระองค์”
“ตลอดหลายสิบปีที่เรานั่งอยู่เหนือวังหลัง มีคนอ
“มีคนพยายามติดต่อพระองค์”“ตลอดหลายสิบปีที่เรานั่งอยู่เหนือวังหลัง มีคนอยากใช้เรามากกว่าที่เจ้าคิด”“แล้วครั้งนี้เล่าเพคะ”“เจ้ากลัวหรือ” ไทเฮามองนางหลินเวยหัวเราะ “ถ้าหม่อมฉันกลัว คงไม่เอาจดหมายมาถวายด้วยตนเอง”“เจ้ามั่นใจว่าเราทำอะไรไม่ได้แล้ว?”“ไม่เพคะ” คำตอบทำให้ไทเฮาเลิกคิ้ว หลินเวยกล่าวต่อ “คนที่เคยมีอำนาจ ต่อให้ไม่มีตราประทับ ไม่มีขุนนาง และไม่มีสิทธิ์ออกจากตำหนัก ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีคุณค่าในสายตาคนที่ต้องการใช้พระนาม”ไทเฮาจ้องนาง “เจ้ารู้ดีจริง ๆ”“หม่อมฉันเรียนรู้จากพระองค์มามากเพคะ” คำพูดนั้นอาจเป็นคำชม หรืออาจเป็นการประชดก็ได้ไทเฮากลับหัวเราะ “หนึ่งปีแล้ว เจ้าก็ยังทำให้เราไม่ชอบหน้าได้เหมือนเดิม”“หม่อมฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อให้พระองค์ชอบเพคะ”“แน่นอน” ไทเฮาหยิบจดหมายขึ้นมาอีกครั้ง “คนเขียนพูดไม่ผิด”“พระองค์ห
“เกิดอะไรขึ้น”“มีขันทีคนหนึ่งพยายามนำจดหมายเข้าไปถวายไทเฮาพ่ะย่ะค่ะ”“คนของตำหนักฉือหนิง?” หลินเวยเงยหน้าขึ้น“ไม่ใช่พ่ะย่ะค่ะ”“ชื่อ”“เสี่ยวจิ่ว เพิ่งเข้ามาทำงานในวังได้สามเดือน เดิมอยู่ฝ่ายสวนหลวง”“แล้วขันทีฝ่ายสวนหลวงเข้าไปใกล้ตำหนักฉือหนิงได้อย่างไร”“อ้างว่านำดอกไม้ไปเปลี่ยนพ่ะย่ะค่ะ”“ตำหนักฉือหนิงยังมีการส่งดอกไม้เข้าไปหรือ” ชิงหลัวขมวดคิ้ว“เดือนละสองครั้งพ่ะย่ะค่ะ เป็นดอกไม้สำหรับโต๊ะบูชาพระ”หลินเวยลุกขึ้น “จดหมายอยู่ไหน”เฉินอวี้หยิบซองกระดาษสีขาวออกมา ไม่มีชื่อผู้รับ ไม่มีชื่อผู้ส่ง ไม่มีตราประทับ ธรรมดาจนแทบไม่มีสิ่งใดให้ตามรอย“เปิดหรือยัง”“เปิดแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เฉินอวี้ส่งให้หลินเวยดึงกระดาษออก มีเพียงประโยคเดียว “ผู้ที่ทำให้พระองค์สูญเสียทุกอย่างยังนั่งอยู่เหนือวังหลัง”ชิงหลัวอ่า
“คนตายกำลังปกป้องใครบางคน” หลินเวยกล่าว“หรือมีคนทำให้ดูเหมือนเขาฆ่าตัวตายพ่ะย่ะค่ะ” เฉินอวี้พยักหน้า“ตรวจพิษมาจากไหน”“กำลังตรวจ”“ครอบครัว?”“ไม่มีภรรยาหรือบุตร มีมารดากับน้องชายอยู่ต่างเมือง”“ตรวจพวกเขาด้วย อย่าให้รู้ตัว”“พ่ะย่ะค่ะ”หลินเวยมองจดหมายตรงหน้า อีกคนตาย อีกเส้นทางถูกตัด คนที่อยู่เบื้องหลังไม่เพียงรู้วิธีวางเพลิง แต่ยังรู้ว่าหลังเกิดเหตุ ราชสำนักจะตรวจอะไร และกำจัดคนต้องสงสัยได้ก่อนเฉินอวี้ไปถึง นั่นหมายความว่าศัตรูอาจรู้ความเคลื่อนไหวของพวกเขาเร็วมาก“อันผินทราบเรื่องเหอซุ่นหรือยัง”“น่าจะยังพ่ะย่ะค่ะ”“ไม่ต้องบอกตอนนี้ ให้นางพักรักษาตัว”“ฮองเฮาคิดว่าไฟอาจถูกจุดเพื่อฆ่าอันผินจริงหรือเพคะ” ชิงหลัวถาม“ยังตอบไม่ได้ แต่นางอยู่ในคลังจริง บาดเจ็บจริง และถ้าออกมาช้ากว่านั้นอีกเพียงนิดเดียว คานที่ไหม้คงตกลงมาแล้ว” หลินเวยมองรายช
ช่วงสาย ชายหนุ่มก็กลับเข้าตำหนักคุนหนิง สีหน้าของเขาบอกชัดว่าพบบางอย่าง“ว่ามา”“ไฟครั้งนี้อาจไม่ได้เกิดขึ้นเองพ่ะย่ะค่ะ” เฉินอวี้วางห่อผ้าเล็ก ๆ ลงบนโต๊ะชิงหลัวที่กำลังจัดเอกสารชะงักมือทันที“พบอะไร” หลินเวยกลับไม่แสดงความตกใจเฉินอวี้เปิดห่อผ้า ภายในมีเศษเชือกไหม้ดำอยู่หลายชิ้น บางส่วนแทบกลายเป็นเถ้า แต่ยังเห็นเส้นใยที่ถักรวมกัน“พบสิ่งนี้บริเวณด้านหลังคลัง จุดที่คาดว่าเป็นต้นเพลิงพ่ะย่ะค่ะ”หลินเวยหยิบขึ้นมาดู “เชือก?”“พ่ะย่ะค่ะ แต่ไม่ใช่เชือกธรรมดา” เฉินอวี้ชี้ไปยังส่วนที่ยังไม่ไหม้หมด “มีคราบน้ำมันอยู่”“น้ำมันตะเกียง?”“คล้ายกัน แต่เข้มข้นกว่า กระหม่อมให้คนทดลองแล้ว เชือกชนิดนี้เมื่อแช่น้ำมันจะติดไฟช้า เปลวไฟเดินไปตามเส้นเชือกได้ระยะหนึ่งก่อนลามไปยังสิ่งของที่ปลายทาง”“หมายความว่าคนจุดไฟไม่จำเป็นต้องอยู่ตรงคลังตอนที่ไฟเริ่มไหม้” หลินเวยเข้าใจทันที“ใช่พ่ะย่ะค่ะ”
อันผินไม่ตอบคำถาม นางกลับยื่นกล่องในอ้อมแขนให้ “บัญชีเพคะ”หลินเวยมองกล่องนั้น “อะไร”“บัญชีผ้าแพร...ย้อนหลังสามปี” อันผินหายใจแรง “รวมถึงเอกสารรับของจากหัวเมือง หากไหม้หมด...เราจะตรวจเส้นทางของเก่าไม่ได้เพคะ”“บัญชีไหม้ก็ทำใหม่ได้!” หลินเวยทั้งโกรธทั้งตกใจ“บางฉบับ...มีเพียงชุดเดียวเพคะ” อันผินส่ายหน้าเบา ๆ“แล้วชีวิตเจ้ามีกี่ชีวิต!”เสิ่นอันหรานนิ่งไป เหมือนไม่คิดว่าหลินเวยจะตวาดเพราะเรื่องนี้“เรียกหมอหลวง!” หลินเวยหันไปสั่งทันที“เพคะ!”“หม่อมฉันไม่เป็นไร...” อันผินพยายามพูด“เงียบ” หลินเวยดุ “ถ้าอยากช่วยข้าทำงานก็ต้องมีชีวิตอยู่ก่อน”เสิ่นอันหรานมองนางจากนั้นริมฝีปากที่ซีดเล็กน้อยก็ยกขึ้น “เพคะ” แล้วนางก็หมดสติไปหลังใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วยาม ไฟจึงถูกควบคุมได้ คลังผ้าด้านหลังเสียหายเกือบครึ่ง แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต ผ้าจำนวนหนึ่งถูกไฟไหม้ ของบางส่
หลินเวยถาม “พบความผิดพลาดกี่แห่ง”“ไม่มีเพคะ” หญิงผู้นั้นมีสีหน้าประหลาดใจอยู่เล็กน้อย“ตัวเลขผิดสักรายการ?”“ไม่มีเพคะ”“ยอดเงิน?”“ตรงทั้งหมด”“ของคงคลัง?”“ตรงกับใบเบิกและใบรับทุกแห่งเพคะ”หลินเวยมองกองบัญชีตรงหน้า งานที่ปกติต้องใช้เจ้าหน้าที่หลายคนตรวจกลับถูกสนมเล็กผู้หนึ่งจัดการอย่างเรียบร้อย“ดูเหมือนครั้งนี้ฮองเฮาจะพบคนช่วยงานเก่งแล้วนะเพคะ” ชิงหลัวยิ้มหลินเวยไม่ได้ตอบทันที นางหยิบสมุดเล่มบนสุดขึ้นมาเปิด ตัวเลขเรียบร้อย หมายเหตุชัดเจน จุดที่มีข้อสงสัยถูกตรวจซ้ำ รายการที่แก้ไขมีหลักฐานครบ ไม่มีการละเว้นเพราะผู้รับเป็นคนมีตำแหน่ง ไม่มีการเล่นงานเพราะผู้รับเป็นนางกำนัลต่ำต้อย ทุกอย่างอยู่ภายใต้กฎเดียวกัน เป็นวิธีทำงานที่หลินเวยชอบ และเป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกว่าเสิ่นอันหรานอาจมีความสามารถมากพอจะรับผิดชอบสิ่งที่ใหญ่กว่านี้นางปิดสมุดลงช้า ๆ ขณะที่ด้านนอกตำหนักคุนหนิง อันผินกำลังเดินกลับตำหนักของตนอ







