Share

บทที่ 2

last update Petsa ng paglalathala: 2026-07-24 21:51:10

ภาพนั้นเหมือนมีดคมกริบกรีดผ่านหัวใจ แต่หลินเวยกลับไม่ร้องไห้ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดโหมดบันทึกวิดีโอ บันทึกทุกอย่างเอาไว้ จากนั้นจึงถ่ายรูปทะเบียนรถ เวลาที่ออกจากโรงแรม และชื่อโรงแรมอย่างละเอียด ทั้งสองขึ้นรถคันเดียวกันแล้วขับออกไป

หลินเวยไม่ได้ตาม เธอรู้ว่าหลักฐานเพียงเท่านี้ยังไม่พอ ถ้าจะเปิดโปงคนทั้งคู่เธอต้องรู้ให้หมด หญิงสาวกลับถึงคอนโดเกือบตีหนึ่ง ภาคินยังไม่กลับ เธอนั่งอยู่บนโซฟาอย่างสงบนิ่ง ตีสอง เสียงเปิดประตูดังขึ้น ภาคินเดินเข้ามาพร้อมสีหน้าอ่อนล้า เมื่อเห็นหลินเวยนั่งอยู่ เขาสะดุ้งเล็กน้อย

"ยังไม่นอนอีกเหรอ"

"รอคุณ"

"ผมประชุมเพิ่งเลิกน่ะ"

หลินเวยมองใบหน้าของชายตรงหน้า เขาโกหกได้แนบเนียนเหลือเกิน

"เหนื่อยไหม" เธอถามด้วยน้ำเสียงปกติ

"มากเลย"

"กินอะไรมาหรือยัง"

"กินกับลูกค้าแล้ว"

"ดีจัง"

ภาคินยิ้มบาง ๆ ก่อนเดินเข้าห้องน้ำ ทันทีที่ประตูปิด หลินเวยลุกขึ้นอย่างเงียบเชียบ เธอหยิบโทรศัพท์ของเขาที่วางอยู่บนโต๊ะ เครื่องยังไม่ล็อกคงเพราะรีบเข้าห้องน้ำ หลินเวยเปิดแอปแชต รายชื่อบนสุดถูกตั้งชื่อไว้ว่า

"ช่างแอร์" เธอแตะเข้าไป บทสนทนาทั้งหมดถูกลบ แต่หลินเวยเป็นนักวิเคราะห์ข้อมูล สิ่งที่เธอมองหาไม่ใช่ข้อความ แต่เป็นรายละเอียดอื่น เวลาที่ติดต่อ เวลาที่โทร รูปโปรไฟล์ เธอกดเข้าไปดูข้อมูลผู้ใช้ หมายเลขโทรศัพท์ปรากฏขึ้น เป็นเบอร์ที่เธอจำได้ทันที  เบอร์ของหลินรั่ว หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง จังหวะนั้นเอง มีข้อความใหม่เด้งขึ้นมา

"คืนนี้เธอเกือบโดนจับได้หรือเปล่า"

ตามด้วยอีกข้อความ

"อย่าลืมเรื่องประกันนะ อีกไม่นานเราจะสบายแล้ว"

หลินเวยนิ่งงัน ประกัน...อีกไม่นานเราจะสบายแล้ว

เธอรีบใช้โทรศัพท์ของตัวเองถ่ายภาพหน้าจอเอาไว้ทุกหน้า ก่อนลบการแจ้งเตือนอย่างรวดเร็ว เสียงประตูห้องน้ำเปิดออกพอดี หลินเวยวางโทรศัพท์กลับที่เดิม แล้วนั่งลงบนโซฟาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ภาคินเดินออกมาเช็ดผม

"ทำไมยังไม่นอน"

หญิงสาวยิ้มอ่อนโยนเหมือนเดิม "รอคุณกลับ"

ชายหนุ่มเดินเข้ามาลูบศีรษะเธอ "ขอโทษนะ ช่วงนี้งานหนัก"

หลินเวยมองดวงตาของเขา เมื่อก่อนเธอเคยเห็นแต่ความรัก แต่คืนนี้...เธอเห็นเพียงคำโกหกและความโลภที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มแสนอบอุ่น เธอยิ้มตอบอย่างอ่อนโยนไม่ต่างกัน

"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเชื่อใจคุณเสมอ"

ภาคินยิ้มอย่างโล่งอกโดยไม่รู้เลยว่าผู้หญิงที่เขาคิดว่าหลอกได้ง่ายได้เริ่มมองเห็นแผนการทั้งหมดแล้วหลินเวยหันหน้ามองออกไปนอกหน้าต่าง สายฝนยังคงโปรยปรายไม่หยุด ในดวงตาของหญิงสาวไม่มีน้ำตาแม้แต่หยดเดียว มีเพียงความเย็นชาและคำสาบานเงียบ ๆ หากพวกเขาคิดเล่นเกมกับเธอ เธอจะเล่นกลับ และจะขุดความจริงทุกอย่างออกมาให้ได้ แม้ว่าความจริงนั้น...อาจแลกมาด้วยชีวิตของเธอก็ตาม

คนรักที่แทงข้างหลัง

คืนนั้นหลินเวยนอนอยู่บนเตียงเดียวกับภาคินโดยที่หัวใจของเธอไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ชายหนุ่มหลับสนิทอยู่ข้างกาย ลมหายใจสม่ำเสมอราวกับคนที่ไม่มีความลับใด ๆ ซ่อนอยู่ แต่สำหรับเธอ ทุกสิ่งที่เคยเรียกว่าอบอุ่นกลับกลายเป็นความเย็นเยียบจนน่าขยะแขยง มือที่เคยกุมมือเธอในวันที่เธออ่อนแอ มือที่เคยลูบผมและบอกว่าจะรักเธอไปตลอดชีวิต

มือคู่นั้นอาจเป็นมือเดียวกับที่กำลังวางแผนผลักเธอไปสู่ความตายเพื่อเงินประกัน หลินเวยลืมตาในความมืด เธอไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้ถาม ไม่ได้เขย่าตัวเขาให้ลุกขึ้นมาสารภาพ เพราะเธอรู้ดีว่าคนโกหกจะไม่ยอมรับความจริงง่าย ๆ หากไม่มีหลักฐานมากพอจะกดเขาให้จมลงไปด้วยตัวเอง

เช้าวันต่อมา หลินเวยยังคงทำตัวเหมือนเดิม เธอตื่นก่อนภาคิน ทำกาแฟให้เขา ปิ้งขนมปัง วางเสื้อเชิ้ตที่รีดเรียบไว้บนโซฟา ทุกอย่างเหมือนคู่รักที่กำลังเตรียมแต่งงานในอีกไม่กี่เดือน ภาคินเดินออกมาจากห้องนอนด้วยสีหน้าง่วงงุน เขากอดเอวเธอจากด้านหลังแล้วก้มลงจูบข้างแก้มอย่างเคย

 “วันนี้ทำไมตื่นเช้าจัง”

 หลินเวยยิ้มบาง ๆ ขณะเทกาแฟใส่แก้ว

 “มีงานต้องรีบไปจัดการค่ะ คุณล่ะ วันนี้มีนัดลูกค้าอีกหรือเปล่า”

ภาคินชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนหัวเราะเบา ๆ

“มีตอนเย็นนิดหน่อย ช่วงนี้ลูกค้าเยอะจริง ๆ”

 เธอพยักหน้าเหมือนไม่สงสัย ทั้งที่ในใจจดจำจังหวะการหลบสายตาของเขาไว้อย่างแม่นยำ

“เหนื่อยก็พักบ้างนะ ฉันเป็นห่วง”

คำพูดอ่อนโยนนั้นทำให้ภาคินยิ้มอย่างพอใจ เขาคงคิดว่าเธอยังเป็นหลินเวยคนเดิม ผู้หญิงฉลาดเรื่องงานแต่โง่เรื่องความรัก

หลังภาคินออกจากห้อง หลินเวยเก็บแก้วกาแฟของเขาใส่ถุงพลาสติกเล็ก ๆ แล้วซ่อนไว้ในลิ้นชัก เธอไม่ได้ต้องการตรวจพิสูจน์อะไรในตอนนี้ เพียงแต่ทุกอย่างที่เกี่ยวกับเขาอาจกลายเป็นหลักฐานได้ในภายหลัง จากนั้นเธอถ่ายเอกสารกรมธรรม์ประกันชีวิตทั้งหมด

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • เกิดใหม่เป็นฮองเฮาร้ายสุดขั้ว   บทที่ 138

    พระองค์หยุดเล็กน้อย ก่อนมีพระราชโองการ“ถอดถอนจากตำแหน่งราชครู ริบทรัพย์สินทั้งหมดเข้าท้องพระคลัง ยึดจวนและที่ดินทุกแห่ง สอบสวนผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด”“รับพระบัญชา!”เสียงองครักษ์หลวงรับพร้อมกันกึกก้อง ราชครูเกาถึงกับหมดเรี่ยวแรง ร่างทั้งร่างทรุดลงกับพื้นหินเย็นเฉียบ เขาหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง“ฮ่า ๆ ๆ...ข้า... แพ้แล้ว”องครักษ์หลวงเข้าควบคุมตัวเขา ก่อนพาตัวออกจากท้องพระโรงต่อหน้าขุนนางทุกคน เมื่อประตูใหญ่ปิดลง เยี่ยนจิ่งเฉินทอดพระเนตรขุนนางทั้งราชสำนัก พระสุรเสียงกังวานและหนักแน่น“ตั้งแต่วันนี้ ผู้ใดคิดใช้ตำแหน่งแสวงหาผลประโยชน์ ผู้ใดคิดขายอำนาจของแผ่นดิน จงมองราชครูเกาเป็นตัวอย่าง”ขุนนางทุกคนคุกเข่าพร้อมกัน “ฝ่าบาททรงพระปรีชาสามารถ!”หลินเวยมองภาพนั้นอย่างสงบนิ่ง ในที่สุด...เสาหลักอีกต้นของเครือข่ายไทเฮาก็พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง.สนมที่เหลือเลือกทางรอดสามวันหลังราชครูเกาถูกปลดและริบทรัพย์สิน พระราชวังต้าเยี่ยนก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ตำห

  • เกิดใหม่เป็นฮองเฮาร้ายสุดขั้ว   บทที่ 137

    ไทเฮาแค่นหัวเราะ “เพราะเรายังเป็นมารดาของเจ้า”“ใช่” เยี่ยนจิ่งเฉินหลับพระเนตรชั่วครู่ ก่อนลืมขึ้นอีกครั้ง“แต่ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พระองค์จะไม่มีอำนาจเหนือราชสำนักอีก”พระองค์หันไปสั่งองครักษ์ “มีพระราชโองการ ถอดอำนาจทั้งหมดของไทเฮา ห้ามผู้ใดรับคำสั่งจากตำหนักฉือหนิง กักบริเวณไทเฮาในตำหนักฉือหนิง ห้ามออกนอกตำหนัก ห้ามพบขุนนาง หากไม่มีพระราชานุญาตจากเรา ผู้ใดฝ่าฝืน...”พระสุรเสียงเย็นเฉียบ “ประหาร”“รับพระบัญชา!”องครักษ์หลวงคุกเข่าพร้อมกัน ไทเฮายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง พระนางไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้ขอความเมตตา เพียงทอดพระเนตรพระโอรสด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก ก่อนตรัสเบา ๆ“เจ้าคิดว่ากักเราไว้...ทุกอย่างจะจบหรือ”เยี่ยนจิ่งเฉินตอบอย่างหนักแน่น“อย่างน้อย...แผ่นดินจะไม่ถูกควบคุมด้วยความโลภอีก”ไทเฮาหัวเราะเบา ๆ ก่อนปล่อยให้องครักษ์เชิญเสด็จออกจากท้องพระโรงโดยไม่ขัดขืน เมื่อประตูปิดลงทุกคนต่างรู้ดีว่า...ยุคแห่งอำนาจของไทเฮา ได้สิ้น

  • เกิดใหม่เป็นฮองเฮาร้ายสุดขั้ว   บทที่ 136

    หลินเวยตอบเสียงหนักแน่น “ใช่...และผู้ได้รับประโยชน์มากที่สุด”นางหันไปสบพระเนตรไทเฮา “คือผู้ที่จะขึ้นสำเร็จราชการ”ทั้งท้องพระโรงตกอยู่ในความเงียบงัน หลินเวยพยักหน้าให้เฉินอวี้อีกครั้ง“เปิดหีบใบสุดท้าย”ฝาหีบถูกยกขึ้น ภายในเต็มไปด้วยคำสารภาพที่ประทับลายนิ้วมือและตราประจำตัว หลินเวยหยิบฉบับแรกขึ้นมา“คำสารภาพของเจาอี๋ ยอมรับว่าใส่ร้ายฮองเฮาตามคำสั่งคนของไทเฮา”ฉบับที่สอง “คำสารภาพของเต๋อเฟย ยอมรับว่าวัดหลวงถูกใช้รับส่งข่าวและซื้อเสียงขุนนาง”ฉบับที่สาม “คำสารภาพของเหม่ยเหริน ยอมรับว่าแสร้งป่วย กินยาทำให้ชีพจรแปรปรวน เพื่อสร้างข่าวว่าฮองเฮากลั่นแกล้ง”นางหยุดเพียงครู่ก่อนหยิบคำสารภาพฉบับสุดท้าย“และคำสารภาพของหมอหลวงสวี่ ยืนยันว่าโอสถที่ถวายฝ่าบาทถูกเติมสารชิงเยี่ยนตามคำสั่งของแม่นมหลี่ คนสนิทของไทเฮา”ทันทีที่สิ้นคำ แม่นมหลี่ถึงกับทรุดเข่าลง ไทเฮารีบหันไปมองนาง“หลี่กู!”แม่นมหลี่ตัวสั่นไปทั้งร่าง ราชครูเก

  • เกิดใหม่เป็นฮองเฮาร้ายสุดขั้ว   บทที่ 135

    ราชครูเการีบคุกเข่าลง “ฝ่าบาท! กระหม่อมเพียงเป็นห่วงบ้านเมือง”“จริงหรือ” ฮ่องเต้ย้อนถาม “เป็นห่วงบ้านเมือง... หรือเป็นห่วงว่าแผนจะไม่ทันสำเร็จ”ราชครูเกาถึงกับพูดไม่ออก เยี่ยนจิ่งเฉินหมุนพระวรกายไปมองขุนนางทุกคน“พวกเจ้าทุกคนเห็นกับตา ทันทีที่เราทรุดลง ราชครูเกาเสนอผู้สำเร็จราชการ ขุนนางฝ่ายเดียวกันคุกเข่าพร้อมกัน และ...”พระองค์หยุดมองไทเฮา “ไทเฮารับคำเสนอโดยไม่แม้แต่รอให้หมอหลวงวินิจฉัยพระอาการของเรา”รองเสนาบดีกรมยุติธรรมก้มหน้าลงช้า ๆ เขาเริ่มเข้าใจแล้ว เหตุการณ์ทั้งหมด...เป็นกับดัก หลังจากนั้นฮ่องเต้ตรัสต่อ“เราตั้งใจให้ข่าวพระอาการแพร่กระจาย ตั้งใจให้ทุกคนคิดว่าเรากำลังหมดเรี่ยวแรง ตั้งใจ...”พระองค์เน้นเสียงหนัก “ล่อผู้ที่คิดแย่งอำนาจให้ออกมาจากเงามืด”ไทเฮาตรัสขึ้นทันที “ฮ่องเต้! เจ้ากำลังสงสัยมารดาของตนเองหรือ”เยี่ยนจิ่งเฉินหลับพระเนตรเพียงครู่ ก่อนลืมขึ้นอีกครั้ง“ลูกไม่อยากสงสัย แต่พระองค์...ทำให้ลูกไ

  • เกิดใหม่เป็นฮองเฮาร้ายสุดขั้ว   บทที่ 134

    หลินเวยซึ่งยืนอยู่หลังม่านก้าวออกมาด้วยท่าทางสงบนิ่ง นางถวายบังคมต่อหน้าฮ่องเต้และไทเฮา แม้ทุกสายตาจะจับจ้องมาที่ตน แต่นางกลับไม่มีอาการหวาดหวั่นแม้แต่น้อย ไทเฮามองหลินเวยด้วยสายตาเย็นชา"ฮองเฮา...เจ้าดูแลพระกระยาหารและโอสถของฝ่าบาทอยู่ใช่หรือไม่"หลินเวยตอบอย่างสุขุม "เพคะ...หม่อมฉันตรวจสอบเพื่อความปลอดภัยของฝ่าบาท"ไทเฮาพยักพระพักตร์ช้า ๆ"เช่นนั้น..." พระสุรเสียงเริ่มแข็งขึ้น "ผู้ที่มีโอกาสแตะต้องโอสถของฮ่องเต้มากที่สุด..."พระนางชี้พระหัตถ์มายังหลินเวย "ก็คือเจ้า"ทั้งท้องพระโรงเงียบกริบ ชิงหลัวถึงกับหน้าเปลี่ยนสี เฉินอวี้กำมือแน่น ราชครูเการีบก้าวออกมาทันที"กราบทูลไทเฮา กระหม่อมเองก็สงสัยเรื่องนี้เช่นกัน ตั้งแต่ฮองเฮาเข้ามายุ่งเกี่ยวกับโอสถของฝ่าบาท พระอาการกลับทรุดหนักลง"เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที ขุนนางบางคนเริ่มกระซิบกัน"จริงสิ...ก่อนหน้านี้ยังเสด็จว่าราชการได้ แต่หลังฮองเฮาเข้ามาตรวจยา...ฝ่าบาทกลับล้มลง"ไทเฮาไม่ปล่อยให้จังหวะนั้นผ่านไป พระนางรับสั่งเสียงเย็น"นำตัวหมอหลวงเข้ามา"ไม่นาน หมอหล

  • เกิดใหม่เป็นฮองเฮาร้ายสุดขั้ว   บทที่ 133

    ฮ่องเต้ล้มกลางท้องพระโรงรุ่งอรุณวันนั้น เมฆสีเทาปกคลุมเหนือพระราชวังต้าเยี่ยนจนแสงอาทิตย์แทบส่องลงมาไม่ถึง ลมเย็นพัดผ่านลานหินหน้าท้องพระโรง บรรยากาศเงียบงันผิดปกติ ราวกับทั้งแผ่นดินกำลังรอคอยบางสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างขุนนางจากทุกกรมทยอยเข้าสู่ท้องพระโรงตามลำดับตำแหน่งแม้ภายนอกทุกคนจะยังคงวางสีหน้าสงบนิ่ง แต่ภายในต่างเต็มไปด้วยความกังวลข่าวพระอาการอ่อนเพลียของฮ่องเต้ตลอดหลายวัน ทำให้หลายคนเริ่มวิตกว่าบ้านเมืองอาจเข้าสู่ความไม่แน่นอนราชครูเกาเดินเข้ามาในฉลองพระองค์เต็มยศ สีหน้าสงบนิ่งกว่าทุกครั้ง เขาเหลือบมองขุนนางฝ่ายตนทีละคน ทุกคนพยักหน้าเบา ๆ เป็นสัญญาณว่าได้เตรียมการเรียบร้อยแล้วอีกด้านหนึ่ง หลินเวยในฐานะฮองเฮาไม่ได้ประทับอยู่ในท้องพระโรงตามธรรมเนียม แต่นางยืนอยู่หลังม่านด้านข้างพร้อมชิงหลัวและเฉินอวี้ เพื่อเฝ้าสังเกตทุกความเคลื่อนไหว นางหันไปหาเฉินอวี้“ทุกอย่างพร้อมหรือยัง”“พร้อมแล้วขอรับ”“หลักฐานทั้งหมด”“องครักษ์ลับดูแลไว้เรียบร้อย ไม่ม

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status