Share

บทที่ 3

last update Tanggal publikasi: 2026-07-24 21:51:39

 เก็บไฟล์ภาพไว้ในคลาวด์ส่วนตัวที่ตั้งรหัสหลายชั้น และส่งสำเนาอีกชุดไปยังอีเมลลับที่ไม่มีใครรู้ เธอทำงานด้านความเสี่ยงมานานจนเข้าใจดีว่าหลักฐานที่อยู่กับตัวเพียงชุดเดียวอาจหายไปได้ง่ายที่สุด คนที่คิดฆ่าเธอเพื่อเงิน ย่อมไม่ปล่อยให้เอกสารสำคัญหลุดมือ หากเธอพลาดแม้เพียงก้าวเดียว เธออาจไม่มีโอกาสแก้ตัวอีก

ตลอดทั้งวันหลินเวยทำงานตามปกติ แต่สายตาของเธอไม่ได้จดจ่ออยู่แค่รายงานตรงหน้า เธอเปิดข้อมูลธุรกรรมเก่าของตนเอง ตรวจสอบรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับภาคินอย่างละเอียด บ้านที่จองร่วมกัน เงินดาวน์ที่เธอออกมากกว่าเขา

รถยนต์ที่ซื้อโดยใช้ชื่อเขาแต่ผ่อนจากบัญชีเธอ เครื่องประดับหมั้นหมายที่เขาบอกว่ายืมเงินเพื่อนมาซื้อ ทั้งหมดค่อย ๆ เผยความจริงอันน่าขมขื่น ภาคินไม่ได้เริ่มหลอกเธอเมื่อไม่นานมานี้ แต่เขาอาจหลอกเธอมาตั้งแต่แรก ใช้ความรักเป็นเสื้อคลุมความโลภ ใช้คำสัญญาเป็นเชือกมัดเธอไว้ แล้วค่อย ๆ ดูดทุกอย่างจากชีวิตเธออย่างแนบเนียน

เย็นนั้นภาคินส่งข้อความมาว่าเขาต้องไปพบลูกค้า อาจกลับดึก หลินเวยตอบกลับอย่างอ่อนหวานว่าให้เขาดูแลตัวเอง ก่อนจะเปิดแอปติดตามตำแหน่งรถอีกครั้ง จุดสีฟ้าไม่ได้มุ่งหน้าไปย่านธุรกิจ แต่เลี้ยวเข้าสู่คอนโดหรูแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากห้างดัง

เธอขับรถตามไปอย่างเงียบ ๆ จอดอยู่ฝั่งตรงข้ามอาคารและรอด้วยความอดทน ไม่นานนัก หลินรั่วก็เดินออกมาจากล็อบบี้ในชุดเดรสราคาแพง ภาคินลงจากรถไปเปิดประตูให้เธอ ทั้งสองพูดคุยกันอย่างสนิทสนม

หลินรั่วหัวเราะแล้วตีแขนเขาเบา ๆ ก่อนจะเขย่งปลายเท้าจูบแก้มเขาต่อหน้าผู้คน หลินเวยยกโทรศัพท์ขึ้นบันทึกภาพอีกครั้ง มือของเธอนิ่งมาก นิ่งจนแม้แต่ตัวเองยังแปลกใจ

จากนั้นเธอไม่ได้ตามต่อ แต่กลับไปยังคอนโดและจัดการติดตั้งกล้องขนาดเล็กไว้ในห้องนั่งเล่น เธอไม่ได้หวังแอบดูชีวิตของภาคิน เธอเพียงต้องการรู้ว่าเมื่อเธอไม่อยู่

เขาจะทำอะไรกับพื้นที่ที่เคยเป็นบ้านของทั้งคู่ คืนเดียวกันนั้นเอง เธอแกล้งบอกภาคินว่าพรุ่งนี้ต้องไปต่างจังหวัดสองวันเพื่อประชุมกับสาขา ภาคินทำสีหน้าเสียดายอย่างแนบเนียน

 “ไปกะทันหันแบบนี้ผมคิดถึงแย่”

หลินเวยยิ้มและช่วยจัดเนกไทให้เขา “แค่สองวันเองค่ะ เดี๋ยวก็กลับ”

เขาก้มลงจูบหน้าผากเธอ “เดินทางปลอดภัยนะ”

หากเป็นเมื่อก่อน เธอคงอบอุ่นกับคำพูดนี้ แต่ตอนนี้มันกลับเหมือนคำอำลาที่แฝงความหมายชวนขนลุก

วันรุ่งขึ้นหลินเวยไม่ได้ไปต่างจังหวัดจริง เธอเช็กอินโรงแรมใกล้บริษัทเพื่อสร้างหลักฐานว่าออกจากบ้าน จากนั้นนั่งดูภาพจากกล้องที่ส่งเข้ามือถืออย่างเงียบ ๆ เวลาประมาณสองทุ่ม

 ภาคินพาหลินรั่วเข้ามาในคอนโดของเธอ หลินรั่วเดินสำรวจห้องราวกับเจ้าของคนใหม่ เธอหยิบแก้วน้ำของหลินเวยขึ้นมามองแล้ววางลงอย่างรังเกียจ

“พี่สาวฉันนี่น่าสงสารจริง ๆ เก่งแทบตาย แต่โง่เรื่องผู้ชายจนดูไม่ออกว่าคนข้างตัวไม่เคยรัก”

ภาคินหัวเราะเบา ๆ “อย่าพูดเสียงดัง เดี๋ยวกล้องในโถงทางเดินบันทึกเสียงได้”

หลินรั่วกอดอก “นายกลัวอะไร หล่อนคิดว่านายไปพบลูกค้าอยู่ดี”

ภาคินถอนหายใจ “ช่วงนี้ฉันรู้สึกว่าเวยเวยเริ่มแปลก ๆ เธอมองฉันเหมือนจับผิด”

ตอนที่ 3

หลินรั่วชะงัก ก่อนถามเสียงต่ำ “หรือหล่อนรู้เรื่องประกันแล้ว”

ภาคินส่ายหน้า “ไม่น่าจะรู้ ถ้ารู้คงโวยวายไปแล้ว”

หลินรั่วหัวเราะเย็น

“คนอย่างหลินเวยต่อให้รู้ก็ทำอะไรไม่ได้หรอก ทั้งชีวิตหล่อนมีแต่ภาพลักษณ์คนเก่ง คนดี คนมีเหตุผล หล่อนจะกล้าเชื่อเหรอว่าคนรักกับน้องสาวแท้ ๆ จะอยากให้หล่อนตาย”

คำว่า “ตาย” ทำให้หลินเวยที่นั่งอยู่หน้าแล็ปท็อปนิ่งไปชั่วขณะ แม้จะเดาไว้แล้ว แต่เมื่อได้ยินจากปากคนทั้งคู่ ความรู้สึกเจ็บก็ยังแล่นลึกเหมือนคมมีด หลินรั่วเดินไปนั่งบนโซฟาของเธออย่างถือสิทธิ์ แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงอิจฉาที่ปิดไม่มิด

 “ตั้งแต่เด็ก ทุกคนเอาแต่ชมหล่อน ฉลาดกว่า เรียนดีกว่า ทำงานดีกว่า พ่อก็เอาแต่บอกให้ฉันดูพี่เป็นตัวอย่าง ฉันเกลียดคำนี้ที่สุด หล่อนเป็นแค่ลูกติดของแม่ที่ตายไปแล้ว ทำไมถึงได้ทุกอย่างดีกว่าฉัน”

ภาคินเดินไปนั่งข้างเธอแล้วโอบไหล่ปลอบ

 “อีกไม่นานทุกอย่างก็เป็นของเรา เงินประกัน เงินเก็บของเวยเวย แล้วก็ห้องนี้”

หลินรั่วยิ้มอย่างพอใจ “ต้องทำให้ดูเหมือนอุบัติเหตุ ห้ามมีพิรุธเด็ดขาด ฉันไม่อยากรอนานแล้ว”

 ภาคินเงียบไปครู่หนึ่ง “คืนนี้ฉันจะนัดเธอมาคุย ถ้าเธอเริ่มสงสัยจริง เราต้องลงมือก่อนที่เธอจะมีหลักฐาน”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เกิดใหม่เป็นฮองเฮาร้ายสุดขั้ว   บทที่ 153

    หลินเวยจ้องเขา “แล้วเรื่องตราประทับล่ะ”กุ้ยจงเหยาหยุดไปเล็กน้อย เป็นครั้งแรกที่นางเห็นความเปลี่ยนแปลงในแววตาของเขาแต่เพียงชั่วพริบตา“ตราประทับอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ”“ตรารับรองเสบียงแบบเก่าของกองทัพตะวันตก” หลินเวยไม่คิดปิดบัง “พบใกล้ศพฉินเหวินเซิง”ชิงหลัวจับตามองกุ้ยจงเหยา หากเขาเป็นคนอยู่เบื้องหลัง อย่างน้อยควรมีปฏิกิริยาบางอย่าง แต่ชายผู้นั้นเพียงนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนถาม“เป็นตรารุ่นใดพ่ะย่ะค่ะ”“เมื่อประมาณเจ็ดปีก่อน”“มีหมายเลขหรือไม่”คราวนี้หลินเวยเป็นฝ่ายสนใจ “เหตุใดถามเรื่องหมายเลข”“เพราะตราทุกชิ้นมีหมายเลขกำกับ หากทราบหมายเลขก็สามารถตรวจได้ว่าเคยอยู่กับหน่วยใด” เขาตอบอย่างเป็นธรรมชาติหลินเวยจึงบอกหมายเลข กุ้ยจงเหยาหลับตาคิดอยู่ครู่หนึ่ง “หากกระหม่อมจำไม่ผิด ตรานั้นเคยอยู่ในหน่วยเสบียงที่สาม”“อยู่ใต้การควบคุมของท่าน”“พ่ะย่ะค่ะ” ไม่มีการปฏิเสธ ไม่มีก

  • เกิดใหม่เป็นฮองเฮาร้ายสุดขั้ว   บทที่ 152

    “ข้าเพิ่งกลับเมืองหลวง ยังต้องจัดการเรื่องในจวน อีกทั้งฝ่าบาทมีพระบัญชาให้ตรวจสอบ ข้าไม่ควรไปมาหาสู่กับผู้ใดมากเกินไปในช่วงนี้”ประโยคเดียวปิดทางข้อครหาอีกครั้ง หลินเวยซึ่งกำลังเดินออกจากท้องพระโรงได้ยินพอดี นางหยุดเล็กน้อย กุ้ยจงเหยาก็เห็นนางเช่นกัน ขุนนางรอบตัวรีบหลีกทาง เขาเดินเข้ามาหยุดในระยะเหมาะสม ก่อนประสานมือถวายคำนับ“ถวายพระพรฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ”หลินเวยมองเขาใกล้ ๆ เป็นครั้งแรก ดวงตาของกุ้ยจงเหยาสงบมาก ไม่มีความเกลียด ไม่มีความประจบ และไม่มีความหวาดกลัว“แม่ทัพกุ้ยเพิ่งสร้างชัยชนะให้ต้าเยี่ยน ลำบากแล้ว”“เป็นหน้าที่ของกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ”“ได้ยินว่าท่านไม่ขอรับรางวัล”“ทหารที่เสี่ยงชีวิตสมควรได้รับมากกว่ากระหม่อม”หลินเวยยิ้ม “ท่านพูดได้ดี”“กระหม่อมเพียงพูดตามที่คิด”“เช่นนั้นก็ดี” นางเว้นจังหวะเล็กน้อย “เพราะเมืองหลวงต่างจากชายแดน ที่นี่บางครั้งคำพูดอันไพเราะอันตรายกว่าคมดาบ”ขุนนาง

  • เกิดใหม่เป็นฮองเฮาร้ายสุดขั้ว   บทที่ 151

    “กระหม่อมกุ้ยจงเหยา ถวายพระพรฝ่าบาท ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น ๆ ปี” กุ้ยจงเหยาเดินมาถึงกลางท้องพระโรง ก่อนคุกเข่าลงอย่างเต็มพิธี“ลุกขึ้นเถิด” เยี่ยนจิ่งเฉินทอดพระเนตรเขา“ขอบพระทัยฝ่าบาท” แต่กุ้ยจงเหยากลับยังไม่ลุก ขุนนางหลายคนเริ่มมองหน้ากันจากนั้นเขาหยิบกล่องไม้ขนาดเล็กออกมาจากแขนเสื้อ ยกขึ้นเหนือศีรษะด้วยสองมือ “ก่อนกระหม่อมจะลุกขึ้น มีสิ่งหนึ่งต้องถวายคืนฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”“อะไร” เยี่ยนจิ่งเฉินมองกล่องนั้น“ตราบัญชาการกองทัพตะวันตกพ่ะย่ะค่ะ”เสียงฮือฮาเบา ๆ ดังขึ้นทั่วท้องพระโรง หลินเวยหรี่ตาลง ขันทีหวังอี้เดินไปรับกล่อง ก่อนนำขึ้นถวายฮ่องเต้เยี่ยนจิ่งเฉินเปิดดู ภายในคือตราบัญชาการที่สามารถใช้สั่งการทหารส่วนหนึ่งของกองทัพชายแดนตะวันตกได้จริง“เจ้าหมายความว่าอย่างไร” พระองค์ทอดพระเนตรกุ้ยจงเหยา“กระหม่อมกลับเมืองหลวงเพื่อพักรักษาตัวตามที่ถวายฎีกา เมื่อไม่ได้อยู่กองทัพ ตราทหารย่อมไม่สมควรอยู่กับกระหม่อม” กุ้ยจงเหยายังคงคุกเ

  • เกิดใหม่เป็นฮองเฮาร้ายสุดขั้ว   บทที่ 150

    เยี่ยนจิ่งเฉินอ่านรายงานจนจบ “เสียทหารเท่าไร”หวังอี้ตอบ “น้อยกว่าที่คาดมากพ่ะย่ะค่ะ แม่ทัพกุ้ยไม่โจมตีตรง ๆ แต่ตัดเส้นทางเสบียงของโจร บีบให้พวกมันแตกออกเป็นกลุ่มเล็กแล้วจึงเข้าจับกุม ชาวบ้านที่ถูกจับเป็นตัวประกันได้รับการช่วยเหลือเกือบทั้งหมด”หลินเวยฟังเงียบ ๆ ยิ่งฟัง นางยิ่งเห็นภาพของชายคนหนึ่งชัดขึ้น ไม่ใช่แม่ทัพที่ชนะด้วยกำลัง แต่เป็นคนที่ชอบตัดทางหนีของศัตรูก่อนลงมือ น่าสนใจและอันตราย“มีอีกเรื่องพ่ะย่ะค่ะ” หวังอี้กล่าวต่อ เขาหยิบฎีกาอีกฉบับออกจากกล่อง “แม่ทัพกุ้ยส่งฎีกามาพร้อมรายงานชัยชนะ”เยี่ยนจิ่งเฉินรับมา เมื่อเปิดอ่าน พระพักตร์กลับนิ่งลงทีละน้อยหลินเวยถาม “เขาขอรางวัลหรือเพคะ”“ไม่”“ขอกำลังเพิ่ม?”“ไม่”พระองค์ยื่นฎีกาให้นางหลินเวยรับมาอ่านด้วยตนเอง ข้อความในฎีกาสั้นกว่าที่คาด กุ้ยจงเหยารายงานชัยชนะ ถวายความดีความชอบทั้งหมดแก่ทหารและแม่ทัพรอง ยืนยันว่าตนไม่ขอรับรางวัลใด แต่ย่อหน้าสุดท้ายกลับเขียนว่า หลังป

  • เกิดใหม่เป็นฮองเฮาร้ายสุดขั้ว   บทที่ 149

    นางลากปลายพู่กันเชื่อมชื่อบนกระดาษ คลังสินค้า เส้นทางม้า พ่อค้า เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น กองทัพ เมื่อเชื่อมทุกอย่างเข้าด้วยกัน มันกลายเป็นเส้นทางเดียวกับเงินเสบียงที่กำลังมีปัญหา“แต่ตราประทับที่พบอาจถูกวางไว้เพื่อใส่ร้าย” เยี่ยนจิ่งเฉินทอดพระเนตรแผนผังนั้น“ใช่เพคะ”“เช่นนั้นเหตุใดจึงตรวจตระกูลกุ้ย”“เพราะต่อให้มีคนจงใจโยนตรานั้นไว้ เราก็ควรรู้ว่าเหตุใดมันจึงเลือกตระกูลกุ้ย” หลินเวยยิ้มเล็กน้อย“บางครั้งเราก็สงสารคนที่เป็นศัตรูกับเจ้า” คำตอบทำให้พระองค์ยิ้มตาม“ฝ่าบาทควรสงสารหม่อมฉันมากกว่านะเพคะ”“เพราะอะไร”“หม่อมฉันเพิ่งคิดว่าจะได้ใช้ชีวิตสงบสักปีสองปี”“อย่างน้อยเจ้าก็ได้หนึ่งปี” เยี่ยนจิ่งเฉินหัวเราะหลินเวยมองพระองค์อย่างไม่พอใจนัก ก่อนกลับไปอ่านทะเบียนต่อ ทันใดนั้นสายตาของนางหยุดอยู่ที่ชื่อหนึ่งกุ้ยจงเหยา นางอ่านประวัติด้านข้างช้า ๆ น้องชายร่วมบิดาของอดีตแม่ทัพใหญ่ อายุสี่สิบเจ็ดป

  • เกิดใหม่เป็นฮองเฮาร้ายสุดขั้ว   บทที่ 148

    แทบไม่มีใครสนใจเงินเสบียงชายแดนที่หายไปอีกแล้ว จากคดีทุจริตของขุนนางหนึ่งคน มันถูกเปลี่ยนเป็นคดีของหลินเวยภายในเวลาไม่กี่ชั่วยาม เมื่อกลับถึงพระราชวัง เยี่ยนจิ่งเฉินกำลังรอนางอยู่ พระพักตร์ของฮ่องเต้มืดครึ้ม“ข่าวออกไปเร็วเกินไป” หลินเวยถอดเสื้อคลุมส่งให้ชิงหลัว“เพคะ”“เราสั่งให้ตรวจว่าใครปล่อยข่าวแล้ว”“ไม่จำเป็นต้องรีบเพคะ”เยี่ยนจิ่งเฉินขมวดพระขนง“คนที่อยู่เบื้องหลังไม่ได้ต้องการซ่อนตัว มันต้องการให้คนพูด” หลินเวยนั่งลงตรงข้ามพระองค์ นางหยิบสำเนาสมุดบัญชีวางบนโต๊ะ “ลองดูสิ่งที่มันทำ เงินเสบียงหาย ฉินเหวินเซิงมีชื่อรับรอง พอเราสั่งเรียกตัว เขาก็ตาย จากนั้นพบเงินสินบนและบัญชีที่โยงมาหาข้า” หลินเวยเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบา ๆ “นี่ไม่ใช่การปิดปากเพียงอย่างเดียว”เยี่ยนจิ่งเฉินมองนาง “มันกำลังโจมตีเจ้า”“ไม่ใช่แค่หม่อมฉัน” หลินเวยส่ายหน้า “มันกำลังโจมตีระบบตรวจสอบใหม่”พระองค์นิ่งไปหลินเวยกล่าวต่อ &ldq

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status