Share

ชีวิตใหม่ สามีใหม่?

last update Tanggal publikasi: 2026-05-08 22:35:33

สามวันมานี้นับตั้งแต่ลืมตาขึ้นมาในร่างจางเหมยฮัว ภรรยาเพียงคนเดียวของประมุขสำนักเมฆินทร์ อดีตวิญญาณสาวแสนคลุ้มคลั่ง ไม่ได้ก้าวขาออกจากเรือนนอนเลยสักวัน

นางทำเพียงลุกเดินไปชำระล้างร่างกายในห้องอาบน้ำ และนั่งรอคอยสำรับอาหารกับยาหลังมื้ออาหาร ซึ่งสาวใช้จะนำมามอบให้ถึงเรือนนอน

“ชิงหว่าน เอาสำรับไปเก็บเถิดข้าอิ่มแล้ว เจ้ากินมื้อเช้าให้อิ่มค่อยกลับมาช่วยข้าแต่งกาย”

วาจาสุภาพใจดีเอ่ยกับสาวใช้คนสนิท หลังรับประทานอาหารแล้วเสร็จ เป็นเช่นนี้มาสามวันแล้ว คนฟังนึกแปลกใจมากเลยเอ่ยถามสักหน่อย

“นายหญิงเจ็บตรงไหนหรือไม่เจ้าคะ ข้ารู้สึกว่านายหญิงแปลกไป”

“แปลกอย่างไร”

“นายหญิงท่าทางใจเย็นกว่าเดิมเจ้าค่ะ”

ถึงแม้ในใจของชิงหว่าน อยากบอกว่านายหญิงพูดจาสุภาพไม่โมโหร้ายดังเดิม แต่นางกล้ากล่าวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

“ไม่ดีรึ”

“ดีเจ้าค่ะ”

“ชิงหว่าน ข้าแค่เบื่อหน่ายชีวิตเดิม นิสัยเดิม ๆ เลยลองอยู่แบบสงบสุขดูบ้าง”

แท้จริงแล้วนางเบื่อหน่ายการล่องลอยแบบวิญญาณมากกว่า มีเพื่อนคุยด้วยเช่นนี้นับว่าดียิ่ง สวรรค์คงเมตตาให้มีโอกาสใช้ชีวิตอีกครั้ง เพราะชีวิตก่อนอายุสั้นเกินไป

พระชายารองซูจิ่งเหวิน คือสตรีในห้องหอผู้มีจิตใจเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณธรรม และไม่ใช่คนถือตัวกับบ่าวไพร่ เมื่อมาอยู่ในร่างสตรีนิสัยเจ้าอารมณ์ คนใกล้ชิดจึงสังเกตได้ง่ายถึงความเปลี่ยนแปลง

ทว่าเจ้าตัวไม่ได้ใส่ใจปรับเปลี่ยนเลยสักนิด นางยังคงไว้ซึ่งนิสัยเดิมตามจิตวิญญาณ ไม่จำเป็นต้องแกล้งใจร้าย ลำพังการกระทำแสนเลวร้ายของร่างเดิม ก็แทบไม่กล้าก้าวขาออกจากเรือน ด้วยหวั่นเกรงคมดาบของสามี

จางเหมยฮัวคนเดิม ชอบแอบออกไปทำเรื่องไม่ดีนอกสำนักเมฆินทร์ นับว่ายังดีที่ร่างกายนี้ยังคงสะอาดผุดผ่อง ยังไม่ถูกชายอื่นพรากสิ่งหวงแหนของสตรีไป

แต่หากช้าไปกว่านี้ก็ไม่แน่ เนื่องจากในอีกเจ็ดวันข้างหน้า เจ้าตัวได้นัดหมายพูดคุยในที่ลับตาคน กับนายโลมขายศิลป์ไม่ขายร่างผู้หนึ่ง

นัดเสพสมกันล่ะสิไม่ว่า เสียงในใจนางบ่งชัดเช่นนี้!

ด้วยเหตุนี้ ซูจิ่งเหวินในร่างจางเหมยฮัว จึงเก็บตัวอยู่แต่ในเรือนเพราะกำลังตั้งสติยอมรับเรื่องใหม่ ๆ โดยเฉพาะการพบหน้าสามีใหม่ ผู้มีตำแหน่งไม่ด้อยไปกว่าอ๋องเจ็ดเลยแม้แต่น้อย

ระหว่างพูดคุยอยู่กับสาวใช้คนสนิท ซึ่งติดตามมาจากสำนักธาราของบิดา สาวใช้ที่สามีจัดเตรียมไว้คอยดูแลงานเรือน ก็เดินเข้ามาแจ้งเรื่องสำคัญ

“ขออภัยนายหญิงเจ้าค่ะ”

“มีเรื่องใดหรือ” วาจาใจดีเอ่ยขานรับ ดวงตากลมโตจ้องมองผู้มาใหม่อย่างสงสัยใคร่รู้

ปกติสาวใช้คนอื่น ๆ ไม่ค่อยกล้าเข้ามาใกล้หากไม่เรียกหา ที่มายืนอยู่ตรงนี้คงเพราะมีเรื่องสำคัญเป็นแน่

“ท่านประมุขมาขอพบนายหญิงเจ้าค่ะ ยามนี้กำลังนั่งรออยู่ศาลาหลังเรือน”

สาวใช้อายุน้อยกว่าผู้เป็นนาย แก้มแดงสุกปลั่งด้วยความเขินอายนายหญิงของสำนัก

ยามที่นายหญิงไม่ใจร้าย ช่างมีเสน่ห์เหลือล้นเกินบุรุษ นางแทบไม่กล้ามองใบหน้าเย้ายวนตานั้นตรง ๆ ยิ่งได้ยินน้ำเสียงเนิบนาบขานรับ สาวใช้ยิ่งเก็บอาการชื่นชมแทบไม่อยู่

“ประมุขฉินมู่เหยียน”

เคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามคนผู้นี้มานาน แต่ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้ตนจะอยู่ในตำแหน่งภรรยาของเขา

‘ท่านประมุขสำนักเมฆินทร์ผู้เลื่องชื่อ ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะมาขอพบนางถึงเรือนนอน’

ใบหน้าสวยหวานเย้ายวน ชะงักแน่นิ่งไปด้วยกำลังคิดทบทวนถึงความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยา

ทั้งสองไม่เคยเข้าหอกันสักครั้ง สามีไม่ค่อยพูดกับภรรยาสักเท่าไร มีเพียงภรรยาที่คอยจับผิดหาเรื่องเขากับศิษย์น้องหญิง

“ท่านประมุขได้บอกหรือไม่ว่ามีธุระอันใด ข้าสวมอาภรณ์ไม่ค่อยเหมาะสมต่อการออกไปนอกเรือน คงต้อง...”

กล่าวยังไม่ทันจบประโยค ก็มีเสียงห้วนดุเอ่ยแทรกบทสนทนาระหว่างสาวใช้ในเรือน

“ข้าขึ้นมาหาถึงเรือนนอน คงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนอาภรณ์กระมัง”

สายตาคมกริบลอบสำรวจไปรอบ ๆ เรือนนอนหลังใหญ่ ซึ่งเขาไม่เคยก้าวเข้ามาเลยสักครั้ง นับตั้งแต่แต่งงานกันมาสองปี วันนี้ไม่รู้อะไรดลใจให้มาพบภรรยาถึงเรือนนอน

“ข้าไม่ค่อยสบาย ท่านควรรออยู่ด้านนอก ประเดี๋ยวติดไข้”

ร่างนี้เพิ่งหายไข้จริง ๆ ส่วนสาเหตุของอาการล้มป่วยยังไม่รู้แน่ชัดเพราะความทรงจำส่วนนั้นขาดหายไป คงต้องรอวันที่ท่านหมอกลับมาตรวจร่างกายอีกครั้งค่อยสอบถามดู

“ป่วย เรียกหมอมาตรวจหรือยัง”

“มาแล้วเจ้าค่ะ ได้พักไปสามวันก็ดีขึ้นมากแล้ว”

“แต่ข้าว่ายังไม่ดีขึ้น”

จะดีขึ้นได้อย่างไรกัน ปกติสตรีใจร้ายผู้นี้ขว้างปาข้าวของในเรือนทุกครั้งที่ป่วยไม่ใช่หรอกหรือ บางครั้งเสียงเอะอะด่าทอสาวใช้ ยังดังไกลไปถึงเรือนนอนของเขา

ทว่ายามนี้กลับหมดแรงอ่อนล้าไปทั้งตัว แม้กระทั่งด่าทอสาวใช้ยังไม่มีแรง เขาเดินเข้ามาในเรือนยังไม่ได้ยินเสียงก่นด่าผู้ใดเลย

“ท่านประมุข ข้าหายดีแล้วเจ้าค่ะ ไม่เชื่อท่านลองดูข้าจะเดินให้ดู” 

ร่างอวบอัดทรมานใจชายลุกขึ้นจากเตียงนอน แล้วก้าวเดินเข้าหาสามี ขณะที่สวมเพียงอาภรณ์บางเบาสบาย ๆ

บุรุษตรงหน้าเป็นสามีเจ้าของร่าง ไม่จำเป็นต้องกระมิดกระเมี้ยนเขินอายต่อกัน อีกอย่างอาภรณ์ชุดนี้ไม่ได้น่าเกลียดสักหน่อย ปิดมิดชิดทุกจุดแค่แนบเนื้อเล็กน้อย

“นี่เจ้า! เหตุใดไม่สวมเสื้อคลุมให้ดีเสียก่อน”

“...” จางเหมยฮัว

“ไปสวมเสื้อคลุมให้ดี” สายตาคมจ้องมองอย่างตำหนิ ตามนิสัยเจ้าระเบียบ

นับตั้งแต่แต่งงานกันมาสองปี เขาไม่เคยก้าวเข้ามาในเรือนหลังนี้ จึงไม่ได้ถือสาหาความสักเท่าไร ทว่าต้องกล่าวตักเตือนกันบ้าง หากเป็นบุรุษอื่นเข้ามาคงไม่แคล้วถูกกระทำเรื่องไม่ดีเป็นแน่

เมื่อถูกตำหนิทั้งน้ำเสียงและสายตา เจ้าของเรือนจึงเดินไปหยิบเสื้อคลุมตัวหนามาสวมให้เรียบร้อย

“เขินอายยิ่งกว่าสาวพรหมจรรย์”

‘หรือว่ายังไม่เคย’

ประโยคหลังเจ้าตัวแอบคิดคนเดียวอยู่ในใจ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เก้าสิบวันก่อนจากลาสามีไร้ใจ   คู่บำเพ็ญเพียร ตอนปลาย (ตอนจบ)

    “เจ้ายังไม่ตอบข้า” นิ้วกร้านยกขึ้นเกลี่ยริมฝีปากอวบอิ่ม อยากครอบครองขึ้นมาอีกแล้ว“ข้ามีใจให้ท่านเจ้าค่ะ มีให้ท่านคนเดียว ข้าไม่เคยรัก...”“ไม่ต้องพูดถึงคนอื่น ข้าเชื่อเจ้าทุกเรื่อง”“ขอบคุณนะเจ้าคะ”“เหมยฮัว” เสียงเรียกขานลงน้ำหนักแหบพร่าแปลก ๆ ทว่าคนฟังยังไม่ทันรู้สึก“เจ้าคะ”“แวะห้องนี้ก่อน”“ไปทำไมเจ้าคะ ในห้องนี้มีอะไร พวกเราต้องรีบไปหาท่านพ่อ”“ไม่ต้องรีบ เพราะตอนนี้ข้า...”จางเหมยฮัวถูกลากเข้าไปในห้องเก็บของขนาดเล็ก ที่ค่อนข้างโล่งโปร่งและสะอาด มีเพียงกล่องเก็บของไม่กี่กล่องกับโต๊ะหนึ่งตัวฉินมู่เหยียนรู้จักห้องนี้ดี เขาเคยมาแอบท่านอาจารย์อยู่ในนี้ เลยนึกอยากพาคนงามข้างกาย แวะเยี่ยมชมสถานที่ในวัยเยาว์สักหน่อยกายสาวถูกบดเบียดโยกคลึงในห้องขนาดเล็กอีกหลายรอบเสียงสัมผัสแนบเนื้อดังเล็ดลอดออกมาข้างนอก ทว่าบริเวณนี้ไม่ค่อยมีใครผ่านเข้ามา มีเพียงอสูรนกน้อยที่เกาะขอบรั้วคอยฟังเสียงเสียงจิ๊บ ๆ ร้องบอกต่อกันเป็นทอด ๆ หากจางเหมยฮัวได้ยิน คงวิ่งไล่จับนกมาย่างกินเพราะกังวลว่าจะมีคนผ่านทาง ทำให้ทั้งคู่รู้สึกตื่นเต้นมากกว่าปกติเลยเข้าเส้นชัยอย่างรวดเร็ว กลายเป็นความหฤหรรษ์อีกรูปแบบหนึ่งเ

  • เก้าสิบวันก่อนจากลาสามีไร้ใจ   คู่บำเพ็ญเพียร ตอนต้น (ตอนจบ)

    เมื่อเห็นท่าทีเหม่อลอยของผู้อาวุโสกว่า ฉินมู่เหยียนจึงสะกิดเรียกอีกฝ่ายให้รู้สึกตัว“ท่านพ่อตาเป็นอย่างไรบ้างขอรับ อ่านเจอสิ่งใด”“มู่เหยียน หรือจะเป็นเพราะสาเหตุนี้”มือสั่นเทายื่นตำราให้บุตรเขยอ่านด้วยตนเอง ส่วนเขาใช้มือกอบกุมหน้าอกที่กำลังเต้นระรัวฉินมู่เหยียนรับตำราไปอ่านทันที หลังจากอ่านข้อความหนาหนักจบ ท่าทีของเขาไม่ต่างจากจางเฮ่อเสวียน สองมือสั่นเทาแทบจับตำราไว้ไม่อยู่“นะ...นี่มัน”“ข้าไม่รู้วิธีปฏิบัติ มีเพียงเจ้าของกำไลอสูรที่รู้ นางคงรู้วิธีแต่คิดว่าไม่มีทางเป็นไปได้”“เลยขอหย่า/เลยขอหย่า” บุรุษต่างวัยเอ่ยประสานเสียงกันถึงความเป็นไปได้“ข้าจะไปถามเหมยฮัวให้รู้เรื่อง”“อืม ฝากด้วยมู่เหยียน ข้าขอพักสักครู่เดี๋ยวจะรีบตามไป”อาการใจสั่นผิดปกติหากไม่ระวังตน เกรงจะล้มป่วยให้บุตรสาวลำบากและเป็นทุกข์ยามนี้จำเป็นต้องประคองหัวใจของตน ให้เต้นในจังหวะปกติเสียก่อน“ท่านพ่อตาพักก่อน ข้าจะจัดการเองขอรับ ต่อให้ยากแค่ไหนข้าจะยื้อชีวิตนางเอง ข้ารักซูจิ่งเหวินในร่างจางเหมยฮัว”ก่อนเดินจากไปเขานึกได้ว่ายังไม่ได้ไต่สวนคนร้าย เขาพาอสูรจิ้งจอกมาด้วย มันย่อมรู้ว่าใครทำร้ายมัน“ท่านพ่อตา ขังคนพวก

  • เก้าสิบวันก่อนจากลาสามีไร้ใจ   ขอหย่า ตอนปลาย

    “วิญญาณของนางอยู่ที่ใด”“ข้านึกว่าท่านรู้แล้ว มีโอกาสพบปะพูดคุยหลายครั้ง ไม่รู้สึกคุ้นเคยบ้างเลยหรือ”“ข้าจะรู้ได้อย่างไร ข้ามองไม่เห็นวิญญาณ เดี๋ยวนะเมื่อครู่เจ้ากล่าวว่าอย่างไร ข้าคุ้นเคยกับผู้ใด นางอยู่ในร่างใครกันแน่!” น้ำเสียงโมโหตะคอกใส่หน้านักพรตเฒ่าคนชั่วผู้นี้หลอกเขาทำพิธีสะกดวิญญาณ โดยอ้างว่าวิญญาณจะมีความสุข ยามไปเกิดจะมีบุญบารมีมากกว่าวิญญาณทั่วไปที่ไหนได้มันต้องการหลอกกักขังดวงวิญญาณ เอาไว้ใช้งานเองต่างหาก!“นางอยู่ในร่างจางเหมยฮัว”น้ำเสียงเรียบเรื่อยเอ่ยขึ้น ไม่มีเหตุผลให้ปิดบัง อ๋องเจ็ดมาถึงคุกใต้ดินของสำนักธารา แสดงว่าสตรีผู้นั้นตั้งใจเปิดเผยตัวตน“จะ...เจ้าว่าอย่างไรนะ”“ซูจิ่งเหวินคือจางเหมยฮัว ท่านออกไปได้แล้ว ข้าไม่มีอารมณ์พูดคุยด้วย”‘โง่เขลาเสียจริง สตรีของตนกลายเป็นภรรยาของสหาย ยังมองไม่ออกอีก’คำกล่าวนี้เขาเพียงคิดอยู่ในใจ ไม่ได้กล่าวออกไปท่าทีเหม่อลอยของบุรุษสูงศักดิ์ อยู่ในสายตาเจ้าสำนักธาราทั้งหมดเขาทำเพียงถอนหายใจแล้วเดินจากไป ปล่อยให้ผู้มาเยือนล้มลุกคลุกคลาน กลิ้งไถอยู่กับพื้นสกปรกในคุกใต้ดิน‘สมควรแล้ว’องครักษ์ทั้งสองเห็นเงาวูบไหวคุ้นเคย กำลังเดินออ

  • เก้าสิบวันก่อนจากลาสามีไร้ใจ   ขอหย่า ตอนต้น

    คำถามจากบิดาช่างตอบง่ายเสียเหลือเกิน จางเหมยฮัวตอบโดยไม่คิดด้วยซ้ำ“ย่อมไม่เกี่ยวกันเจ้าค่ะ ยามนี้ข้าคือจางเหมยฮัว บุตรีเจ้าสำนักธารา และเป็นฮูหยินของเจ้าสำนักเมฆินทร์”“ดีมาก สตรีเจ็บแล้วต้องจำ มู่เหยียนดีกว่าอ๋องเจ็ดทุกอย่าง พ่อชอบเขามากกว่าใคร”หากไม่ชื่นชอบ คงไม่ขอหมั้นหมายไว้ให้บุตรสาวตั้งแต่เด็กหรอก ครั้งนั้นสหายยังเอ่ยปรามอยู่บ้าง แต่ถูกเขาหว่านล้อมไปหลายเรื่องสองผู้อาวุโสเลยลงนามต่อกันในสัญญาหมั้นหมาย กลายเป็นเกี่ยวดองกันจนถึงทุกวันนี้“ข้าเป็นฮูหยินของเขาแล้ว ไม่คิดแต่งให้ใครอีก หากมีเรื่องให้แยกจากกันจริง ๆ ย่อมไม่ใช่เรื่องเหล่านี้เจ้าค่ะ”ความนัยแอบแฝงบางอย่าง อีกทั้งน้ำเสียงยังสั่นเครือเล็กน้อย แต่จางเฮ่อหนานไม่ได้เก็บมาคิดเป็นกังวล เขารีบกลับไปพักผ่อนตามคำบอกกล่าวของบุตรสาวในวันต่อมาในห้องโถงสำนักธารา เต็มไปด้วยเสียงร้องของความเจ็บปวด เหล่าผู้ทรยศจำนวนมากถึงห้าสิบคน ถูกควบคุมตัวไว้ทั้งหมดส่วนคนที่เคยถูกกักขังก่อนหน้านี้ ถูกปล่อยตัวทั้งหมด และมีหมอคอยดูแลอาการป่วยอย่างใกล้ชิดขณะที่จางเหมยฮัวกำลังจัดการกับผู้ทรยศกลุ่มสุดท้าย ข้อมือของนางก็ถูกใครบางคนกอบกุมเอาไว้ น้ำเสีย

  • เก้าสิบวันก่อนจากลาสามีไร้ใจ   เก็บกวาดต้นเรื่อง ตอนปลาย

    นางยังไม่สังหารคนพวกนี้ ยังมีอีกหลายคนที่ต้องจับมาสะสางพร้อมกัน หลังจากนั้นค่อยปล่อยให้เป็นไปตามกฎ ของสำนักควบคุมชาวยุทธ์“ปราณอสูร! ระดับสะ...สิบสอง”ต่อให้ไม่เก่งวรยุทธ์ แต่ฟู่เหวินเป็นบัณฑิตผู้ปราดเปรื่อง เขาย่อมรู้จักปราณอสูรในแต่ละระดับแค่พบเจอระดับเก้าพวกเขาก็สู้ไม่ไหวแล้ว แต่สตรีตรงหน้าเป็นถึงเจ้าอสูรระดับสิบสองหากไม่หนีคงไม่มีทางรอด เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงเตรียมตัวลุกขึ้นวิ่ง ทว่าแรงกดข่มมหาศาลกดให้เขานั่งลงตามเดิม“บัณฑิตหน้าขาว เจ้าจะไปที่ใด จะทิ้งฮูหยินแสนรักแล้วหรือ”คำกล่าวนี้ทำให้จางเย่วเหยาจ้องมองสามีด้วยน้ำตาคลอเบ้า หากไม่รักนางคงไม่พามาอยู่ด้วย ทั้ง ๆ ที่อีกฝ่ายวรยุทธ์ไม่พัฒนาเลย“เย่วเหยาข้า...ข้า”“ขี้ขลาดก็บอกไป ใครจะอยากอยู่ดูแลสตรีพิการ แต่ไม่ต้องห่วง พวกเจ้าได้พิการกันทุกคน”สิ้นคำกล่าวทุกคนในห้องทำพิธีก็มีสภาพไม่ต่างกัน แขนขาแข็งแรงของบุรุษ ถูกสตรีงดงามทำลายอย่างง่ายดาย“อ้าก!”“อ้าก!”“อ้ากกกกก”เสียงร้องดังที่สุดเป็นของบุรุษอายุน้อยกว่าใคร ฟู่เหวินเป็นเพียงบัณฑิตขี้ขลาดผู้หนึ่งเท่านั้น เมื่อได้รับบาดเจ็บจึงไม่สงวนท่าทีเลยสักนิดเพล้ง!!!!!!!!!!!สิ่งของทำพิธีน

  • เก้าสิบวันก่อนจากลาสามีไร้ใจ   เก็บกวาดต้นเรื่อง ตอนต้น

    ภายในห้องทำพิธีมีบุคคลสามคน กำลังรอคอยให้ปราณกับดวงจิตของจางเฮ่อเสวียนอ่อนแรงหลังจากนั้นนักพรตจะได้อัญเชิญวิญญาณผีร้ายที่ถูกสะกดไว้ เข้ามาแทนที่วิญญาณเจ้าสำนักธารา กลายเป็นเจ้าสำนักหุ่นเชิดให้พวกเขาใช้งาน“ท่านนักพรต ผีตนนี้จะควบคุมได้แน่หรือ ข้าเกรงว่ามันจะแข็งแกร่งแบบคราวก่อน”จางเฮ่อหนานน้องชายบุญธรรมของเจ้าสำนักธารา เอ่ยถามนักพรตคนสนิท ที่เขาเชิญมาพักอาศัยในสำนักธาราเมื่อสามปีก่อนพวกเขาร่วมมือกันพยายามทำพิธีนอกรีต เพื่อกดข่มดวงวิญญาณของจางเฮ่อเสวียนมาตั้งแต่นั้น สุดท้ายก็ทำสำเร็จจนได้“ครั้งนั้นอ๋องเจ็ดทำเสียเรื่องต่างหาก ดวงวิญญาณแข็งแกร่งเลยหนีไปได้ นึกแล้วยังเสียดายไม่หาย”“ท่านนักพรตไม่กลัวอ๋องเจ็ดรู้ความจริง แล้วตามมาสังหารท่านหรือ”จางเฮ่อหนาน รู้เรื่องการกักขังดวงวิญญาณในตำหนักอ๋องเจ็ดเมื่อสองปีก่อน เลยนึกอยากสอบถามขณะกำลังทำพิธีคล้าย ๆ กัน“พวกท่านไม่พูด ข้าไม่พูด คนผู้นั้นจะรู้ได้อย่างไร ว่าพวกเราหลอกกักขังดวงวิญญาณ เพื่อให้ดวงวิญญาณมีพลัง จากนั้นจะเรียกมาใช้งานเผื่อผลประโยชน์”ขณะกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ฟู่เหวินสามีของจางเย่วเหยารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี เลยหันไปถามบิดาของภร

  • เก้าสิบวันก่อนจากลาสามีไร้ใจ   เชื่อใจ ตอนต้น

    แต่เรื่องราวลี้ลับเหล่านี้ หากจะประสบความสำเร็จ ย่อมต้องผ่านด่านความยากลำบากเจ้าของกำไลอสูร ต้องผ่านพ้นชะตาเลวร้ายไปให้ได้เสียก่อน จึงจะถือว่าเป็นผู้สืบทอดอย่างแท้จริงเนื่องจากผู้ถือครองปราณอสูรเต็มตัว มักจะอายุสั้นหากไม่รู้วิธีปฏิบัติตน!ซึ่งวิธีของผู้ถือครองปราณอสูรในแต่ละคน มักจะแตกต่างกันออกไ

  • เก้าสิบวันก่อนจากลาสามีไร้ใจ   เข้าหอ NC ตอนปลาย

    มุมปากหยักอมยิ้มพึงพอใจ เมื่อเริ่มตั้งรับได้แล้วเอวสอบไร้ไขมันเกาะกุม จึงขยับกดลึกจ้วงลงรูแคบในครั้งเดียวเขามีสิทธิ์ทำนางเจ็บกายแต่เพียงผู้เดียว บุรุษอื่นไม่มีสิทธิ์นั้นเด็ดขาด!พรวด!!!!“โอ๊ย!!!!”ต่อให้ทำใจมาบ้างแล้ว อีกทั้งยังถูกเล้าโลมจนกายสาวอ่อนระทดระทวย ทว่าด้วยขนาดที่เกินกว่าจะรับไหว จางเห

  • เก้าสิบวันก่อนจากลาสามีไร้ใจ   ภาพบาดตา ตอนปลาย

    “พวกเจ้ามาจากที่ใด”“ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าต้องรู้หรอก รู้แค่ว่าเจ้าได้รับคำสั่งให้ตาย”“เหอะ ง่ายถึงเพียงนั้นเลย ข้าสู้กับพวกเจ้ามานานแล้ว แต่พวกเจ้าทำอันใดข้าได้บ้าง”“ปากดี หัวหน้าใช้พิษจัดการมันเลย” มือสังหารอีกคนบอกผู้เป็นหัวหน้าถึงวิธีจัดการที่ง่ายกว่าปะทะดาบพวกเขาแยกย้ายกันตามล่าคนสำนักเมฆินทร

  • เก้าสิบวันก่อนจากลาสามีไร้ใจ   คนเก่าคนใหม่ ตอนต้น

    เมื่อเห็นท่าทีของสามีแน่นิ่งแปลกไป จางเหมยฮัวรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ หากไม่ดีมากจนเขาตกตะลึงในความงาม คงแย่เกินกว่าจะออกไปต้อนรับผู้มาเยือนต่อให้มั่นใจว่าอาภรณ์ของตน เหมาะสำหรับการทำความรู้จักแรกพบสหายของสามี แต่ยามเห็นสายตาคนมองนิ่งขรึมกว่าปกติ อีกทั้งหัวคิ้วเข้มยังขมวดเข้าหากันแน่นเมื่อเร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status