เข้าสู่ระบบ“นั่งสิครับ กินมื้อเช้าคนเดียวมานาน หากไม่รังเกียจก็กินมื้อเช้ากับผม”
“เอ่อ...”
ไม่รู้เพราะอะไรเธอจึงรู้สึกหิวทันทีที่เห็นและได้กลิ่นโจ๊กปลากับหมั่นโถวร้อนๆ บนโต๊ะ ทั้งที่เป็นมื้อเช้าแสนธรรมดาทำไมถึงได้ดูน่ากินได้อย่างนี้นะ
“นึกเสียว่าเห็นใจคนป่วย กินมื้อเช้าเป็นเพื่อนผมสักครั้งนะครับ”
ลี่ฉิงซวงสบตากับเขา เธอพยักหน้ายิ้มๆ ก่อนจะเดินไปนั่งลงยังฝั่งตรงกันข้าม “ถ้าอย่างนั้นไม่เกรงใจแล้วนะคะ”
หลังมื้อเช้าจิ่วลู่เข้ามาเก็บสำรับ เขานำป้านชาเข้ามาวางแทนที่จากนั้นจึงยิ้มให้ลี่ฉิงซวง “หากไม่รบกวนจนเกินไป ผมฝากนายท่านสักครู่ได้ไหมครับ ยังมีบางอย่างต้องออกไปซื้อ เมื่อวานทิ้งเขาเอาไว้จนเกือบเกิดเรื่อง ผมไปไม่นานจะรีบกลับ”
“เอ่อ...” ลี่ฉิงซวงมองจิ่วลู่สลับกับฟู่เสวียนที่กำลังเดินกลับมายังโต๊ะหิน
“ไม่เป็นไรหรอก อย่าไปรบกวนคุณหนูลี่เลย ฉันอยู่ได้”เขาพูดจบก็หันไปมองลี่ฉิงซวง “อย่าไปสนใจเขาเลยครับ คุณมานานแล้วป่านนี้คนที่เคหาสน์คงเป็นห่วงแย่แล้ว”
“นั่นสิ ไม่ได้บอกใครด้วยว่าแอบมาที่นี่ เอาอย่างนี้ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวฉันจะให้คนมาเปิดช่องแนวต้นไผ่ออก คุณมาดูด้วยกันก็ได้”
ฟู่เสวียนยิ้มพร้อมกับพยักหน้า “ขอบคุณนะครับ”
ความห่วงใยเล็กๆ น้อยๆ ของเธอ ทำให้เขาซาบซึ้งใจจนแสดงออกมาทางดวงตาอย่างชัดเจน และนั่นทำให้ลี่ฉิงซวงได้แต่รู้สึกคันยุบยิบในใจ
ดวงตาคมที่ดูเหมือนแฝงประกายบางอย่าง ทุกครั้งที่จ้องมา ทำเอาเธอแทบจะทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะวางมือเอาไว้ตรงไหน
หลังจิ่วลู่ออกไปแล้วลี่ฉิงซวงก็แนะนำให้คนในเคหาสน์เฟิงเยี่ยนได้รู้จักกับฟู่เสวียน แต่เธอไม่คาดว่าทุกคนรู้จักเขาอยู่ก่อนแล้ว
“ถ้าอย่างนั้นก็นับเป็นคนกันเอง” ลี่ฉิงซวงสรุปก่อนจะให้คนของตนตัดแนวไผ่ออกไปพอให้คนเดินผ่าน
ฟากหนึ่งฟู่เสวียนนั่งอยู่บนโต๊ะหิน เขานั่งจิบชาเงียบๆ หญิงสาวไม่ได้สังเกตเลยว่าตั้งแต่ต้นจนจบ เขาไม่เคยก้าวผ่านเข้ามายังเคหาสน์เฟิงเยี่ยนเลยสักครั้ง
แม้จะเดินมาดูใกล้ๆ ตามคำขอของหญิงสาว เพื่อตรวจสอบว่าเขาเห็นด้วยหรือไม่ ที่เธอจะตัดตามขนาดของแนวโค้งประตู
ที่สำคัญไปกว่านั้นคนของเธอยังลอบสบตากับฟู่เสวียนหลายครั้ง ก่อนที่ชายหนุ่มจะพยักหน้าให้แต่ละคนช้าๆ
‘ถึงเวลาแล้ว’
แนวโค้งประตูตรงหน้าทำเอาลี่ฉิงซวงต้องขมวดคิ้ว เธอเงยหน้าขึ้นมองขอบประตูทรงครึ่งวงกลมนั้น ก่อนจะไล้มือไปตามขอบประตูที่มีร่องรอยของการต่อเติมครั้งแล้วครั้งเล่า
มันดูเหมือนกับว่าประตูนี้เคยปิดตาย ก่อนจะถูกเจาะให้เปิดออกตามรอยเดิมมาแล้ว หากจะพิจารณาจากต้นไผ่ที่ถูกปลูกบดบังสายตานี้ คนสองตระกูลไม่มีความจำเป็นต้องใช้การปลูกต้นไม้เพื่อปิดทาง พวกเขาสามารถปิดตายประตูนี้ได้เลย แต่เพราะอะไรจึงทิ้งประตูเอาไว้
ลี่ฉิงซวงหันหลังไปมองฟู่เสวียน เขายังคงมองมาที่เธอเช่นกัน “คุณฟู่คะ คุณพอจะรู้ไหมว่าทำไมประตูนี้ถึง...” .
วูบหนึ่งภาพที่เธอมองเห็นสมควรจะเป็นฟู่เสวียนในชุดฉางซาน แต่ไม่รู้เพราะอะไร ชายหนุ่มที่นั่งอยู่โต๊ะหินกลับแตกต่างไปจากเดิม เขาสวมชุดตัวยาวสีขาว ผมยาวถูกรวบขึ้นสูงประดับกวานหยกสีแดง ท่าทีสง่าผ่าเผยแตกต่างจากบุคลิกของบุรุษอมโรคโดยสิ้นเชิง
ทุกอย่างเลือนรางขึ้นเรื่อยๆ อาการปวดศีรษะที่ไม่มีที่มาทำให้สายตาของหญิงสาวพร่าเลือน เธอควานมือไปยังโค้งประตูเพื่อช่วยทรงตัว ลมหายใจเริ่มติดขัด มองไปยังทุกคนที่ยืนอยู่รอบๆ ตัว พวกเขาล้วนยืนนิ่งไม่ขยับ
“พี่หมิ่นเอ๋อร์ พี่ซิ่งเอ๋อร์ ฉัน...ฉัน” เธอหันกลับไปมองฟู่เสวียน “คุณฟู่”
ร่างเล็กเอนตัวล้มลงไปช้าๆ สติที่หลงเหลืออยู่มืดมนกระทั่งไม่อาจรับรู้สิ่งใดอีก เสียงสุดท้ายเป็นเสียงกระซิบที่เธอได้ยินซ้ำๆ นับจากมาถึงเคหาสน์เฟิงเยี่ยน
‘ซวงซวง’
“แต่ฉันก็ยังประหม่าอยู่ดี คุณแม่ของคุณใจดีมั้ยคะ”“ครับ ท่านใจดีมาก”เธอก็ยังมีสีหน้าไม่อยากเชื่ออยู่ดี “ตระกูลฟู่นี่เคยมีเรื่องผิดใจระหว่างพี่น้องมั้ยคะ อย่างเช่นธุรกิจมากมายพวกคุณแย่งกันบริหารงี้”ฟู่เสวียนหัวเราะ “คุณอ่านนิยายให้น้อยๆ หน่อยดีมั้ยครับ”เธอมองค้อนเขา เห็นรถของเขา ธุรกิจครอบครัวก็เป็นถึงเจ้าแห่งอสังหาริมทรัพย์ของซูโจว ร้านกาแฟเล็กๆ ของเธอดูกระจอกไปเลยตอนไปที่ห้องชุดของเขาซึ่งอยู่ชั้นสามสิบบ้านตระกูลฟู่...อันที่จริงเธออยากจะเรียกมันว่าคฤหาสน์สุดหรูกลางเมืองซูโจว ด้วยราคาที่ดินตอนนี้หากให้เธอลองเดา บ้านหลังนี้น่าจะมีมูลค่ามากกว่าสองร้อยล้านหยวน?!“มากันแล้ว!” น้ำเสียงดีอกดีใจทำให้หญิงสาวยิ่งประหม่า หญิงวัยกลางคนในชุดกี่เพ้าสีน้ำเงินเดินเข้ามาหาทันทีที่เดินเข้าไปในประตู อีกฝ่ายชะงักจากนั้นอ้าปากค้าง“เหมือนจริงๆ ด้วย”“แม่ครับ” ฟู่เสวียนกลอกตา“อ้อ เอ่อ...แม่หมายความว่าสวยจริงๆ ด้วย หนูแซ่ลี่ใช่มั้ยเข้ามาก่อนๆ”“เรียกซวงซวงก็ได้ค่ะ”“ดีๆ เรียกซวงซวงก็ได้ ชื่อเป็นมงคล หนูชอบกินอะไรจ้ะ ป้าเข้าครัวทำตั้งหลายอย่าง”“ผมชอบเป็ดอบ!”“ผมชอบเนื้อตุ๋น!”สองเสียงประสานดังมาจากสองท
ไม่นานกาแฟสองแก้วกับมาการองก็ถูกนำมาวาง ลี่ฉิงซวงประหม่าเล็กน้อยตอนนั่งลงข้างๆ เขา หัวใจเต้นแรงมากไม่คิดว่าเขาจะมาหาที่ร้านกาแฟเล็กๆ ของตน“ผมมีเรื่องอยากเล่าให้คุณฟัง”“ค่ะ”“ตั้งแต่จำความได้ผมเริ่มฝันถึงผู้หญิงคนหนึ่ง ...หวังซวงซวง”ลี่ฉิงซวงเผลอวางแก้วกาแฟลงกระแทกจานรอง เธอกล่าวขอโทษจากนั้นบอกให้เขาเล่าต่อ“ทุกคนในตระกูลฟู่บอกผมว่ายิ่งโตขึ้นผมก็ยิ่งหน้าตาเหมือนกับบรรพบุรุษคนหนึ่ง ตอนแรกผมไม่เชื่อจนได้เห็นรูปวาดของพวกเขา ฟู่อวี้กับหวังซวงซวง เรื่องราวของพวกเขาผมคงไม่ต้องเล่าให้คุณฟังเพราะบันทึกฟู่ฉินเล่มนั้นผมได้มอบให้คุณไปแล้ว”หญิงสาวก้มหน้าลงมองถ้วยกาแฟของตัวเอง ไม่ได้พูดขัด“ในทุกๆ สองถึงสามเดือนผมมักจะไปที่บ้านหลังนั้น” เขาหมายถึงบ้านตระกูลฟู่ที่หมู่บ้านหวงเซวียน “ตอนอยู่ที่นั่นผมรู้สึกตลอดเวลาว่าผมกำลังรอ...มันทรมานมากเลยครับ เพราะผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมกำลังรออะไร รอ...ใคร”ลี่ฉิงซวงกุมถ้วยกาแฟของตัวเองแน่น“ตอนผมได้พบคุณที่หน้าบ้าน ผมตกใจมากนึกว่าตัวเองตาฝาด แต่ตอนนั้นผมรู้สึกเหมือนการรอคอยสิ้นสุดลงแล้ว ในที่สุดคุณก็มา...ซวงซวง”เธอสะอื้นออกมาเพราะน้ำเสียงของเขาที่เรียกชื่อนั้น
“ผมเรียกคุณแบบนั้นได้ใช่มั้ยครับ”หญิงสาวจ้องเขานิ่งด้วยความสงสัย “ก็...คงได้ค่ะ”ฝนตกนานมากลี่ฉิงซวงนั่งจิบชาหอมกรุ่นและพูดคุยอยู่กับเจ้าบ้านตั้งแต่เที่ยง กระทั่งบ่ายสามโมงในที่สุดฝนก็หยุดตกคนของฟู่เสวียนเข้ามาแจ้งว่ารถเปลี่ยนยางเสร็จแล้ว หญิงสาวลุกขึ้นอยากกล่าวคำลา แม้ในใจยังรู้สึกแปลกๆ แต่นี่เป็นการพบกันครั้งแรก เธอก็ไม่ได้อยากเสียมารยาทด้วยการอยู่ต่อให้นานอีกหน่อยเธอมองไปยังหินแกะสลักนั้น“ผมพาไปดูมั้นครับ”เธออยากเดินไปดูใกล้ๆ จึงไม่ปฏิเสธ ดังนั้นจึงแทบไม่อยากเชื่อ เพราะนอกจากอักษร ‘เคหาสน์คืนใจ’ ที่มองเห็นไกลๆ แล้ว ยังมีอักษรเล็กๆ ที่แกะสลักกำกับต่อเอาไว้‘เคหาสน์ในความทรงจำนำพาผู้เป็นที่รัก หวนคืนกลับสู่ดวงใจ’“ทำไมต้องใช้อักษรสลับเล็กใหญ่ละคะ อ่านจากที่ไกลๆ ยิ่งทำให้ที่นี่รู้สึกเศร้า”“ครับผมผิดไปแล้ว”“เอ๋ คุณเป็นคน...”“ครับผมเอง ผมไม่ได้ตั้งใจ วันนั้นผมไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าทำอะไรลงไป” เขาฝันและในความฝันมันก็เต็มไปด้วยการรอคอย ความเจ็บปวด โหยหา และสิ้นหวัง รู้สึกตัวอีกทีหินก้อนนี้ก็มีอักษรแกะสลักแล้ว“รอสักครู่นะครับ ผมมีบางอยากจะมอบให้” เขามองหญิงสาวด้วยท่าทีลังเล“มอบให้?
ชายร่างสูงในชุดฉางซานเดินใกล้เข้ามา ลี่ฉิงซวงอ้าปากค้าง “ฟู่...เสวียน?!”ชายสองคนที่เพิ่งลงมาจากรถเองก็มีท่าทีตกตะลึง เขาจ้องหญิงสาวเขม็งในขณะที่ลี่ฉิงซวงเองก็ได้แต่ยืนนิ่งอยู่เช่นนั้นเธอจำไม่ผิดแน่ นี่คือฟู่เสวียน...อีกคนก็คือจิ่วลู่ คนสนิทของเขา“รถยางแบนครับคุณชาย”ทั้งสามได้สติเพราะประโยคของคนขับรถคนนั้น “คุณ...หลงทางหรือครับ บนเขานั่นไม่มีบ้านหลังอื่น เป็นทางตัน” ฟู่เสวียนยังคงจ้องใบหน้าสับสนของหญิงสาว“อ้อ...เอ่อ...ค่ะ” เธอตอบทั้งที่หัวใจเต้นแรงมาก ตอนที่เขาก้าวเข้ามาใกล้เผลอเดินถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ดังนั้นจึงหลบตาแกล้งมองไปที่ป้ายหน้าบ้านหลังใหญ่“ฝนตกหนักมา รถคุณเองก็ยางแบน เอาเป็นว่าหากไม่รังเกียจเชิญด้านในก่อนดีมั้ยครับ ฝนหยุดแล้วจะให้คนช่วยเปลี่ยนยางรถให้” เขาเสนออย่างใจดี‘ซวงซวง’ เสียงเว้าวอนเหมือนกระซิบเรียกจากด้านใน ลี่ฉิงซวงหันกลับมามองเขาด้วยรอยยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นไม่เกรงใจแล้วนะคะ”รอยยิ้มของเธอดูเหมือนจะทำให้เขาดูเหม่อลอยไปชั่วขณะ จิ่วลู่เข้ามาสะกิดเขาจึงได้สติ“ผมแซ่ฟู่ครับ ฟู่เสวียน”“ค่ะ ฉันแซ่ลี่ ลี่ฉิงซวง” ฟู่อวี้...“เชิญด้านในเถอะครับ ฝนตกอากาศเย็นดื่มชาร้อนๆ จ
“ฟู่อวี้!!!”หญิงสาวผุดลุกพรวดขึ้นนั่งด้วยความตื่นตระหนก ข้างกายมีเสียงร้อนรนของผู้เป็นพี่ชาย “เสี่ยวซวงเอ๋อร์?! รู้สึกตัวแล้ว?”“พะ...พี่” หญิงสาวกะพริบตามองเขา ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมา“ใช่พี่เอง รู้สึกยังไงบ้าง เธอยังจำได้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น ให้ตายเถอะเธอทำให้พี่ตกใจจนแทบบ้า คิดยังไงถึงไปที่นั่นทั้งยังตกน้ำตกท่าอีก”อา...พี่ชายของเธอยังอยู่ เขายังไม่ตาย!!! ลี่หวงชวนยังไม่ตาย!!เสียงประตูห้องพยาบาลถูกเปิดออก “อ้าว ฟื้นแล้วเหรอ เสี่ยวหลันหลันดูสิว่าคุณน้าฟื้นแล้ว คุณน้าไม่เป็นอะไรแล้ว”“พี่สะใภ้? เสี่ยวหลันหลัน?” พี่สะใภ้เองก็ยังอยู่ หลานสาวตัวน้อยเองก็เหมือนกัน พวกเขาไม่ได้จากไปไหน และเธอเองก็กลับมายังที่ของตัวเองแล้ว ลี่ฉิงซวง...หลังจมน้ำและหมดสติไปกว่าสองวัน ลี่ฉิงซวงรู้สึกตัวขึ้นมาบนเตียงของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หญิงสาวยังคงมีท่าทีเหม่อลอยครุ่นคิด ไม่อาจแยกแยะได้ว่าความฝันอันยาวนานนั้น เพราะอะไรถึงได้เหมือนจริงจนยากจะแยกแยะความรัก ความผูกพัน เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม ทุกอย่างเหมือนจริงมากจนเธอไม่อยากลืมเลือน ไม่อยากคิดว่ามันเป็นแค่ความฝันวันเดือนปี...แตกต่าง ปีที่พี่ชาย พี่สะใภ้ รวมไปถึงหล
“เข้ามาสิ ท่านลองก้าวเข้ามา หากกล้าข้าจะเชือดคอนางเสีย!” ฮั่วลี่หลันใช้มือหนึ่งล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบเม็ดยากลมๆ สองเม็ดออกมา บีบบังคับให้หวังซวงซวงกลืนมันเม็ดหนึ่ง ส่วนนาง...กลืนเองเสียเม็ดหนึ่ง“ท่านก็รู้ว่าข้ารักท่าน...” นางสะอื้น “ข้าไม่กล้าทำร้ายท่านด้วยซ้ำ...ดังนั้นข้าจะพานางไปเป็นเพื่อนข้า!” ฮั่วลี่หลันหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น “ให้นางตายต่อหน้าท่าน!”น้ำเริ่มซึมเข้ามาในห้องใต้ท้องเรือแล้ว ดูเหมือนนี่เป็นความตั้งใจของสตรีวิปลาสผู้นี้ที่คิดจะจมเรือไปพร้อมกับพวกเขาสามคนในอกคล้ายมีไฟขุมหนึ่งแล่นพล่าน หวังซวงซวงเจ็บร้าวไปทั้งร่าง ในกายคล้ายมีบางอย่างกำลังกัดกินจนนางหน้าซีดยาเม็ดนั้น...ยาพิษ!!!ฮั่วลี่หลันเองก็สภาพไม่ต่างจากนาง สตรีวิปลาสผู้นั้นทรุดฮวบลงไปกับพื้นเรือที่มีน้ำไหลเข้ามาถึงเข่า น้ำเข้ามาเร็วถึงเพียงนี้เพราะพวกเขาเจาะรูหมายจมเรือฟู่อวี้ปราดเข้ามาแย่งมีดสั้นจากมือฮั่วลี่หลัน มือของเขาถูกบาดเป็นทางยาวเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอม ทว่าเรี่ยวแรงของฮั่วลี่หลันที่ถูกพิษไม่มีทางสู้แรงบุรุษนางหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งเมื่อเห็นชายหนุ่มพยายามเข้าไปปลดโซ่ของหวังซวงซวง ทิ้งนางเอาไว้มุมห้อง







