LOGINลุงหวังตอบด้วยด้วยรอยยิ้ม หากไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้ได้มีโอกาสพูดคุยกับทนายโจวเกี่ยวกับลุงหวังและภรรยาที่เป็นคนดูแลเคหาสน์ เธอคงคิดว่าตัวเองกำลังโดนหลอกเสียแล้ว
“ถึงแล้วครับเคหาสน์เฟิงเยี่ยน”
มองเห็นบ้านโบราณบนเนินเขาสูงขึ้นไปอีกเล็กน้อยลี่ฉิงซวงพยักหน้า ความคลางแคลงใจก่อนหน้านี้ลดทอนลงแต่ก็ยังไม่หมดไป
“ที่นี่มีคนงานอยู่หกคน คนทำความสะอาดสองคน คนสวนสองคน แล้วก็คนดูแลครัวสองคน”
“แล้วลุงละคะ”
“ลุงมีบ้านเช่าอยู่กับเมียกับลูกชายลูกสะใภ้ โน่นครับห่างออกไปสองถนน ลุงเป็นคนดูแลเรื่องทั่วไปของเคหาสน์ แต่จะนำข้าวของจำเป็นมาให้ทุกๆ เจ็ดวัน หรือหากคุณหนูอยากไปที่ไหน หรือว่าขาดเหลืออะไรก็โทรบอกตามเบอร์ที่เคยให้ไว้ได้เลยครับ”
ลุงหวังช่วยยกกระเป๋าเดินทางของหญิงสาวลงจากรถ ที่หน้าประตูใหญ่มีคนจำนวนหนึ่งยืนรออยู่ก่อนแล้ว พวกเขาต่างก็ก้มหน้าก้มตาด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม แต่เห็นชัดว่าใบหน้านั้นเต็มไปด้วยการรอคอย
“นี่เป็นคนงานทั้งหมดของเคหาสน์เฟิ่งเยี่ยนครับ”
ลี่ฉิงซวงพบว่าคนทั้งหกพักอาศัยอยู่ในโฮ้วจ้าวฝาง[1]ของเคหาสน์เฟิงเยี่ยน ทั้งยังรับรู้จากลุงหวังว่าพวกเขาล้วนไร้ที่ไป ดังนั้นพี่ชายของเธอจึงรับเอาไว้ให้ทำงานที่เคหาสน์เฟิงเยี่ยน
“นี่คือซิ่งเอ๋อร์กับหมิ่นเอ๋อร์ ทั้งสองอายุไม่น่าจะห่างจากคุณหนูมาก ปกติจะมีหน้าที่ทำความสะอาดส่วนในของเคหาสน์ ส่วนนั่นป้าหลิวและลุงหม่า ทั้งสองคนดูแลในเรื่องของอาหารการกินของทุกคนในเคหาสน์เฟิงเยี่ยน ส่วนอีกสองคนมีหน้าที่ทำงานทั่วไปและดูแลสวน เสี่ยวถิงกับเสี่ยวซุ่นจื่อ”
สองคนแรกเป็นพี่น้องฝาแฝด อีกสี่คนสองคู่เป็นคู่สามีภรรยา พี่ชายของเธอนี่ช่างเลือกคนงานเสียจริง จะได้ไม่มีปัญหาคนนอกเข้าๆ ออกๆ ดีจริง!!!
“เข้าไปด้านในดีมั้ยคะคุณหนู”
กวาดสายตาดูการแต่งตัวของคนทั้งหก หญิงสาวไม่ได้สงสัยอะไรมากไปกว่านั้น เนื่องจากคนที่นี่หากไม่สวมกี่เพ้า ก็มักจะสวมชุดฉางซาน[2] ไม่ก็ชุดจงซัน[3]
ตอนมาถึงครั้งแรกก็นึกประหลาดใจอยู่เหมือนกัน เพราะสมัยนี้หายากนักที่ผู้คนจะยังยึดถือธรรมเนียมเก่าๆ ทั้งยังเลือกที่จะสวมชุดเหล่านี้ มากกว่าจะตามกระแสนิยมที่ได้รับมาจากตะวันตก
“เรียกฉันว่าฉิงซวงเถอะนะคะ ทั้งสองคงอายุมากกว่าฉัน ดังนั้นฉันจะเรียกพี่หมิ่นเอ๋อร์ พี่ซิ่งเอ๋อร์ก็แล้วกัน ตอนนี้ฉันอยากเดินดูข้างในให้ทั่ว...”
ก้าวผ่านประตูใหญ่เข้าไป ลี่ฉิงซวงตระหนักว่าเคหาสน์เฟิงเยี่ยนถูกปลูกสร้างตามแบบเรือนสี่ประสาน[4] ยึดหลักตามแบบโบราณอย่างเห็นได้ชัด นี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้เจ้าของคนเดิมต้องตั้งข้อแม้ขึ้นเพื่อให้คงรูปแบบเดิมของเคหาสน์เอาไว้
ลุงหวังส่งเสียงอธิบายโครงสร้างของเคหาสน์เฟิ่งเยี่ยน หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความชื่นชม ถึงอย่างนั้นเมื่อก้าวไปข้างหน้าเกือบจะพ้นเข้าไปในประตูชั้นใน เห็นคนทั้งหมดเดินตามหลังมากันเป็นขบวน หญิงสาวก็ลอบถอนหายใจออกมาเสียงเบา
“ไม่ต้องตามมาทั้งหมดก็ได้ค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นให้หมิ่นเอ๋อร์กับซิ่งเอ๋อร์ไปกับเราก็แล้วกันนะครับ เพราะทั้งสองคนจะเป็นคนดูแลคุณหนูตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่” ลุงหวังเสนอ
“ก็ได้ค่ะ” ลี่ฉิงซวงพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “ลุงกับป้าแล้วก็พี่ทั้งสองคน” เธอหมายถึงเสี่ยวถิงกับเสี่ยวซุ่นจื่อ “กลับไปทำงานที่ค้างเอาไว้ได้เลยค่ะ ทุกคนทำตัวตามสบายนะคะ”
เดินผ่านประตูชั้นในมาจนกระทั่งถึงลานกลางบ้านซึ่งเป็นสวนหย่อมขนาดใหญ่ มีน้ำตกจำลองช่วยเสริมให้บรรยากาศดูร่มรื่นเย็นสบาย ลี่ฉิงซวงถึงกับต้องสูดปาก
[1] เรือนด้านหลังสุดแบ่งออกเป็นสองถึงสามส่วน แบ่งเป็นห้องครัว ห้องเก็บของ และห้องพักของคนรับใช้
[2] ฉางซาน 长衫 แปลว่าเสื้อคลุมยาว เป็นเสื้อคลุมยาวชิ้นเดียวจรดข้อเท้า ชาวแมนจูจะเป็นเสื้อคลุมแบบด้านขวาทับด้านซ้าย ส่วนจีนฮั่นจะเป็นด้านซ้ายทับด้านขวา
[3] ชุดจงซัน หรือ จงซันจวง (中山装) ออกแบบโดยรับอิทธิพลมาจากชุดของตะวันตก เสื้อเป็นเสื้อคอปกตั้ง กระดุมห้าถึงหกเม็ด มีกระเป๋าสี่ใบบนล่างซ้ายขวา กระเป๋าล่างขยายได้สามารถใส่หนังสือหรือสิ่งของได้ตามชอบใจ ส่วนกางเกงผ่าด้านหน้ามีกระดุมลับ ด้านข้างซ้ายขวามีกระเป๋าลับ และจับจีบที่เอว
[4] เรือนสี่ประสาน หรือ ซื่อเหอเยวี่ยน สร้างอยู่บนพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้า รอบๆ บริเวณจะเป็นที่ตั้งเรือนพักอาศัย ล้อมรอบทิศทั้งสี่ของพื้นที่ เว้นพื้นที่ตรงกลางเป็นที่โล่ง เหมือนวงแหวนสี่เหลี่ยม โดยถือเอาที่โล่งว่างกลางบ้านเป็นศูนย์กลาง หน้าบ้านต้องเป็นด้านทิศใต้ อาคารเรือนหลักที่สำคัญที่สุดตั้งอยู่ด้านทิศเหนือโดยหน้าบ้านหันไปทางทิศใต้ ปลูกสร้างหลังใหญ่เป็นประธาน ส่วนด้านทิศตะวันออกจะอยู่ขวามือและทิศตะวันตกจะอยู่ด้านซ้ายมือ เป็นที่ตั้งเรือนพักอาศัยสำคัญรองลงมา
“แต่ฉันก็ยังประหม่าอยู่ดี คุณแม่ของคุณใจดีมั้ยคะ”“ครับ ท่านใจดีมาก”เธอก็ยังมีสีหน้าไม่อยากเชื่ออยู่ดี “ตระกูลฟู่นี่เคยมีเรื่องผิดใจระหว่างพี่น้องมั้ยคะ อย่างเช่นธุรกิจมากมายพวกคุณแย่งกันบริหารงี้”ฟู่เสวียนหัวเราะ “คุณอ่านนิยายให้น้อยๆ หน่อยดีมั้ยครับ”เธอมองค้อนเขา เห็นรถของเขา ธุรกิจครอบครัวก็เป็นถึงเจ้าแห่งอสังหาริมทรัพย์ของซูโจว ร้านกาแฟเล็กๆ ของเธอดูกระจอกไปเลยตอนไปที่ห้องชุดของเขาซึ่งอยู่ชั้นสามสิบบ้านตระกูลฟู่...อันที่จริงเธออยากจะเรียกมันว่าคฤหาสน์สุดหรูกลางเมืองซูโจว ด้วยราคาที่ดินตอนนี้หากให้เธอลองเดา บ้านหลังนี้น่าจะมีมูลค่ามากกว่าสองร้อยล้านหยวน?!“มากันแล้ว!” น้ำเสียงดีอกดีใจทำให้หญิงสาวยิ่งประหม่า หญิงวัยกลางคนในชุดกี่เพ้าสีน้ำเงินเดินเข้ามาหาทันทีที่เดินเข้าไปในประตู อีกฝ่ายชะงักจากนั้นอ้าปากค้าง“เหมือนจริงๆ ด้วย”“แม่ครับ” ฟู่เสวียนกลอกตา“อ้อ เอ่อ...แม่หมายความว่าสวยจริงๆ ด้วย หนูแซ่ลี่ใช่มั้ยเข้ามาก่อนๆ”“เรียกซวงซวงก็ได้ค่ะ”“ดีๆ เรียกซวงซวงก็ได้ ชื่อเป็นมงคล หนูชอบกินอะไรจ้ะ ป้าเข้าครัวทำตั้งหลายอย่าง”“ผมชอบเป็ดอบ!”“ผมชอบเนื้อตุ๋น!”สองเสียงประสานดังมาจากสองท
ไม่นานกาแฟสองแก้วกับมาการองก็ถูกนำมาวาง ลี่ฉิงซวงประหม่าเล็กน้อยตอนนั่งลงข้างๆ เขา หัวใจเต้นแรงมากไม่คิดว่าเขาจะมาหาที่ร้านกาแฟเล็กๆ ของตน“ผมมีเรื่องอยากเล่าให้คุณฟัง”“ค่ะ”“ตั้งแต่จำความได้ผมเริ่มฝันถึงผู้หญิงคนหนึ่ง ...หวังซวงซวง”ลี่ฉิงซวงเผลอวางแก้วกาแฟลงกระแทกจานรอง เธอกล่าวขอโทษจากนั้นบอกให้เขาเล่าต่อ“ทุกคนในตระกูลฟู่บอกผมว่ายิ่งโตขึ้นผมก็ยิ่งหน้าตาเหมือนกับบรรพบุรุษคนหนึ่ง ตอนแรกผมไม่เชื่อจนได้เห็นรูปวาดของพวกเขา ฟู่อวี้กับหวังซวงซวง เรื่องราวของพวกเขาผมคงไม่ต้องเล่าให้คุณฟังเพราะบันทึกฟู่ฉินเล่มนั้นผมได้มอบให้คุณไปแล้ว”หญิงสาวก้มหน้าลงมองถ้วยกาแฟของตัวเอง ไม่ได้พูดขัด“ในทุกๆ สองถึงสามเดือนผมมักจะไปที่บ้านหลังนั้น” เขาหมายถึงบ้านตระกูลฟู่ที่หมู่บ้านหวงเซวียน “ตอนอยู่ที่นั่นผมรู้สึกตลอดเวลาว่าผมกำลังรอ...มันทรมานมากเลยครับ เพราะผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมกำลังรออะไร รอ...ใคร”ลี่ฉิงซวงกุมถ้วยกาแฟของตัวเองแน่น“ตอนผมได้พบคุณที่หน้าบ้าน ผมตกใจมากนึกว่าตัวเองตาฝาด แต่ตอนนั้นผมรู้สึกเหมือนการรอคอยสิ้นสุดลงแล้ว ในที่สุดคุณก็มา...ซวงซวง”เธอสะอื้นออกมาเพราะน้ำเสียงของเขาที่เรียกชื่อนั้น
“ผมเรียกคุณแบบนั้นได้ใช่มั้ยครับ”หญิงสาวจ้องเขานิ่งด้วยความสงสัย “ก็...คงได้ค่ะ”ฝนตกนานมากลี่ฉิงซวงนั่งจิบชาหอมกรุ่นและพูดคุยอยู่กับเจ้าบ้านตั้งแต่เที่ยง กระทั่งบ่ายสามโมงในที่สุดฝนก็หยุดตกคนของฟู่เสวียนเข้ามาแจ้งว่ารถเปลี่ยนยางเสร็จแล้ว หญิงสาวลุกขึ้นอยากกล่าวคำลา แม้ในใจยังรู้สึกแปลกๆ แต่นี่เป็นการพบกันครั้งแรก เธอก็ไม่ได้อยากเสียมารยาทด้วยการอยู่ต่อให้นานอีกหน่อยเธอมองไปยังหินแกะสลักนั้น“ผมพาไปดูมั้นครับ”เธออยากเดินไปดูใกล้ๆ จึงไม่ปฏิเสธ ดังนั้นจึงแทบไม่อยากเชื่อ เพราะนอกจากอักษร ‘เคหาสน์คืนใจ’ ที่มองเห็นไกลๆ แล้ว ยังมีอักษรเล็กๆ ที่แกะสลักกำกับต่อเอาไว้‘เคหาสน์ในความทรงจำนำพาผู้เป็นที่รัก หวนคืนกลับสู่ดวงใจ’“ทำไมต้องใช้อักษรสลับเล็กใหญ่ละคะ อ่านจากที่ไกลๆ ยิ่งทำให้ที่นี่รู้สึกเศร้า”“ครับผมผิดไปแล้ว”“เอ๋ คุณเป็นคน...”“ครับผมเอง ผมไม่ได้ตั้งใจ วันนั้นผมไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าทำอะไรลงไป” เขาฝันและในความฝันมันก็เต็มไปด้วยการรอคอย ความเจ็บปวด โหยหา และสิ้นหวัง รู้สึกตัวอีกทีหินก้อนนี้ก็มีอักษรแกะสลักแล้ว“รอสักครู่นะครับ ผมมีบางอยากจะมอบให้” เขามองหญิงสาวด้วยท่าทีลังเล“มอบให้?
ชายร่างสูงในชุดฉางซานเดินใกล้เข้ามา ลี่ฉิงซวงอ้าปากค้าง “ฟู่...เสวียน?!”ชายสองคนที่เพิ่งลงมาจากรถเองก็มีท่าทีตกตะลึง เขาจ้องหญิงสาวเขม็งในขณะที่ลี่ฉิงซวงเองก็ได้แต่ยืนนิ่งอยู่เช่นนั้นเธอจำไม่ผิดแน่ นี่คือฟู่เสวียน...อีกคนก็คือจิ่วลู่ คนสนิทของเขา“รถยางแบนครับคุณชาย”ทั้งสามได้สติเพราะประโยคของคนขับรถคนนั้น “คุณ...หลงทางหรือครับ บนเขานั่นไม่มีบ้านหลังอื่น เป็นทางตัน” ฟู่เสวียนยังคงจ้องใบหน้าสับสนของหญิงสาว“อ้อ...เอ่อ...ค่ะ” เธอตอบทั้งที่หัวใจเต้นแรงมาก ตอนที่เขาก้าวเข้ามาใกล้เผลอเดินถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ดังนั้นจึงหลบตาแกล้งมองไปที่ป้ายหน้าบ้านหลังใหญ่“ฝนตกหนักมา รถคุณเองก็ยางแบน เอาเป็นว่าหากไม่รังเกียจเชิญด้านในก่อนดีมั้ยครับ ฝนหยุดแล้วจะให้คนช่วยเปลี่ยนยางรถให้” เขาเสนออย่างใจดี‘ซวงซวง’ เสียงเว้าวอนเหมือนกระซิบเรียกจากด้านใน ลี่ฉิงซวงหันกลับมามองเขาด้วยรอยยิ้ม “ถ้าอย่างนั้นไม่เกรงใจแล้วนะคะ”รอยยิ้มของเธอดูเหมือนจะทำให้เขาดูเหม่อลอยไปชั่วขณะ จิ่วลู่เข้ามาสะกิดเขาจึงได้สติ“ผมแซ่ฟู่ครับ ฟู่เสวียน”“ค่ะ ฉันแซ่ลี่ ลี่ฉิงซวง” ฟู่อวี้...“เชิญด้านในเถอะครับ ฝนตกอากาศเย็นดื่มชาร้อนๆ จ
“ฟู่อวี้!!!”หญิงสาวผุดลุกพรวดขึ้นนั่งด้วยความตื่นตระหนก ข้างกายมีเสียงร้อนรนของผู้เป็นพี่ชาย “เสี่ยวซวงเอ๋อร์?! รู้สึกตัวแล้ว?”“พะ...พี่” หญิงสาวกะพริบตามองเขา ขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมา“ใช่พี่เอง รู้สึกยังไงบ้าง เธอยังจำได้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น ให้ตายเถอะเธอทำให้พี่ตกใจจนแทบบ้า คิดยังไงถึงไปที่นั่นทั้งยังตกน้ำตกท่าอีก”อา...พี่ชายของเธอยังอยู่ เขายังไม่ตาย!!! ลี่หวงชวนยังไม่ตาย!!เสียงประตูห้องพยาบาลถูกเปิดออก “อ้าว ฟื้นแล้วเหรอ เสี่ยวหลันหลันดูสิว่าคุณน้าฟื้นแล้ว คุณน้าไม่เป็นอะไรแล้ว”“พี่สะใภ้? เสี่ยวหลันหลัน?” พี่สะใภ้เองก็ยังอยู่ หลานสาวตัวน้อยเองก็เหมือนกัน พวกเขาไม่ได้จากไปไหน และเธอเองก็กลับมายังที่ของตัวเองแล้ว ลี่ฉิงซวง...หลังจมน้ำและหมดสติไปกว่าสองวัน ลี่ฉิงซวงรู้สึกตัวขึ้นมาบนเตียงของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง หญิงสาวยังคงมีท่าทีเหม่อลอยครุ่นคิด ไม่อาจแยกแยะได้ว่าความฝันอันยาวนานนั้น เพราะอะไรถึงได้เหมือนจริงจนยากจะแยกแยะความรัก ความผูกพัน เสียงหัวเราะ รอยยิ้ม ทุกอย่างเหมือนจริงมากจนเธอไม่อยากลืมเลือน ไม่อยากคิดว่ามันเป็นแค่ความฝันวันเดือนปี...แตกต่าง ปีที่พี่ชาย พี่สะใภ้ รวมไปถึงหล
“เข้ามาสิ ท่านลองก้าวเข้ามา หากกล้าข้าจะเชือดคอนางเสีย!” ฮั่วลี่หลันใช้มือหนึ่งล้วงเข้าไปในอกเสื้อ หยิบเม็ดยากลมๆ สองเม็ดออกมา บีบบังคับให้หวังซวงซวงกลืนมันเม็ดหนึ่ง ส่วนนาง...กลืนเองเสียเม็ดหนึ่ง“ท่านก็รู้ว่าข้ารักท่าน...” นางสะอื้น “ข้าไม่กล้าทำร้ายท่านด้วยซ้ำ...ดังนั้นข้าจะพานางไปเป็นเพื่อนข้า!” ฮั่วลี่หลันหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น “ให้นางตายต่อหน้าท่าน!”น้ำเริ่มซึมเข้ามาในห้องใต้ท้องเรือแล้ว ดูเหมือนนี่เป็นความตั้งใจของสตรีวิปลาสผู้นี้ที่คิดจะจมเรือไปพร้อมกับพวกเขาสามคนในอกคล้ายมีไฟขุมหนึ่งแล่นพล่าน หวังซวงซวงเจ็บร้าวไปทั้งร่าง ในกายคล้ายมีบางอย่างกำลังกัดกินจนนางหน้าซีดยาเม็ดนั้น...ยาพิษ!!!ฮั่วลี่หลันเองก็สภาพไม่ต่างจากนาง สตรีวิปลาสผู้นั้นทรุดฮวบลงไปกับพื้นเรือที่มีน้ำไหลเข้ามาถึงเข่า น้ำเข้ามาเร็วถึงเพียงนี้เพราะพวกเขาเจาะรูหมายจมเรือฟู่อวี้ปราดเข้ามาแย่งมีดสั้นจากมือฮั่วลี่หลัน มือของเขาถูกบาดเป็นทางยาวเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอม ทว่าเรี่ยวแรงของฮั่วลี่หลันที่ถูกพิษไม่มีทางสู้แรงบุรุษนางหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งเมื่อเห็นชายหนุ่มพยายามเข้าไปปลดโซ่ของหวังซวงซวง ทิ้งนางเอาไว้มุมห้อง







