LOGINเศรษฐวัฒน์ยืนนิ่งอยู่หน้าต่างอยู่นาน… นานพอที่แสงจากเสาไฟถนนทอดเงาเย็นเยียบลงบนใบหน้าแข็งกร้าวของเขา ความมืดด้านนอกไม่ได้ช่วยให้หัวใจสงบลงแม้แต่น้อย มีเพียงเสียงลมหายใจหนัก ๆ ที่ย้ำเตือนว่าฝันร้ายเมื่อครู่ยังตามหลอกไม่หยุด
เขายกมือขึ้นกดสันจมูกแรง ๆ เหมือนกับพยายามบีบความเจ็บให้หายไปกับปลายนิ้ว แต่สุดท้ายทำได้เพียงปล่อยลมหายใจหนัก ๆ ที่เต็มไปด้วยความคั่งแค้นออกมา
ไม่นาน เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์บนโต๊ะข้างเตียงก็ดังขึ้น
“ท่านประธานครับ พรุ่งนี้เวลา 09.00 น. ทีมประชาสัมพันธ์จะไปคอยรับเพื่อเดินทางไปงานเปิดตัว KC PRIME X ครับ — ธวัช”
เขามองข้อความนั้นนิ่ง ๆ อยู่นาน ก่อนจะวางโทรศัพท์ลงอย่างช้า ๆ
ใช่… งานพรุ่งนี้สำคัญ เขาต้องปรากฏตัวในฐานะประธานบริษัท KC. LUXURY AUTO ให้สมบูรณ์แบบ ให้ทุกคนเห็นความมั่นคงและอำนาจของเขา แต่ลึกลงไป เขารู้ดีว่าเหตุผลที่แท้จริงคืออะไร…
เศรษฐวัฒน์นั่งนิ่งอยู่หน้าข้อมูลของรถยนต์รุ่นลิมิเต็ดที่เพิ่งเปิดตัวไปสด ๆ ร้อน ๆ ในยุโรป รถยี่ห้อเดียวกับที่ศลิษาเคยพูดถึงด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นที่สุดในชีวิตและตั้งใจจะเอาเข้ามาทำตลาดในไทย
เขาจำได้ดี… คืนที่น้องสาวยืนกอดแฟ้มพรีเซนต์แน่นจนสันกระดาษบี้งอตรงหน้าโต๊ะเขา ดวงตาเธอเป็นประกายสดใส
“พี่ธัน…ลิษาอยากทำโปรเจกต์นี้ รถค่ายนี้ดีมาก ถ้าพี่ช่วยผลักดัน ลิษาอยากลองทำเป็นไลน์ใหม่ของบริษัทเรา”
ตอนนั้น เขาแค่ยิ้มเอื่อยและบอกให้น้อง “ค่อย ๆ วางแผน”
ชีวิตยุ่งเกินกว่าจะช่วยคิด และเขาไม่รู้เลยว่านั่น… จะเป็นบทสนทนาครั้งสุดท้ายที่ได้ฟังน้องสาวพูดถึงความฝันของเธอ ตอนนี้… เหลือเพียงแฟ้มโครงการที่เธอไม่มีโอกาสเขียนให้สมบูรณ์ กับเขา… ผู้ที่ยังติดหนี้ความตั้งใจของเธออยู่ทุกลมหายใจ
เศรษฐวัฒน์เอื้อมหยิบแฟ้มสีซีดตรงมุมโต๊ะ ปัดฝุ่นบนปกเบา ๆ ราวกับกลัวทำร้ายบางอย่างที่ยังผูกพันเขากับเธอเอาไว้ เขาพึมพำเสียงแผ่ว แทบไม่รู้ว่าเป็นคำพูดหรือคำสัญญา
“ลิษา… พี่จะทำให้มันเกิดขึ้นจริงแทนแกเองนะ”
เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย หลับตาแน่น ภาพเลือดของศลิษายังชัดเจนในหัว ภาพที่เธอนอนแน่นิ่งในอ้อมแขนเขายังชัดเจน จนเหมือนขยับมือไปก็ยังรู้สึกถึงความอุ่นจากครั้งสุดท้ายที่เขากอดเธอ เขาพึมพำเสียงแผ่วท่ามกลางความมืดของห้อง
“และตั้งแต่พรุ่งนี้…พี่จะทวงคืนความยุติธรรมให้แกนะ ลิษา”
เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง แววตาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป มันทั้งเย็นชา แข็งกร้าว และเต็มไปด้วยเปลวไฟแห่งความตั้งใจอันเงียบงัน ไม่ใช่เศรษฐวัฒน์คนเดิมอีกแล้ว
“ใครมันทำให้น้องพี่เจ็บ… มันจะต้องเจ็บร้อยเท่าพันเท่า… ไอ้ภารันต์”
ท่ามกลางแสงโปรเจกเตอร์ เสียงแฟลช และสายตาของผู้คนหลายร้อยคู่ เศรษฐวัฒน์ยืนอยู่บนเวทีพร้อมรอยยิ้มสุขุมที่สร้างความน่าเชื่อถือให้กับนักลงทุนและสื่อมวลชน เขาเพิ่งปิดท้ายการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ของ KC. LUXURY AUTO ค่ายรถระดับไฮเอนด์ที่เขาเป็นผู้กุมบังเหียน
ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบตามแบบฉบับงานเปิดตัวรถยนต์ ดนตรีจังหวะเร้าใจ เทคโนโลยี แสงสีไฟสปอตไลต์ตัดผ่านความมืด และคำบรรยายสรรพคุณ ในใจเขากลับว่างเปล่าอย่างประหลาด
ทันทีที่พิธีกรประกาศเชิญสื่อถ่ายภาพปิดท้าย เศรษฐวัฒน์โค้งให้ผู้ชมเพียงเล็กน้อย ก่อนจะก้าวลงจากเวทีอย่างรวดเร็ว ราวกับอยากหลุดออกจากพื้นที่สปอตไลต์ให้เร็วที่สุด
หลังจากก้าวลงจากเวที เศรษฐวัฒน์ดึงสูทตัวนอกออก เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบ เขาปลดกระดุมบนลงหนึ่งเม็ด ก่อนยื่นสูทให้ผู้ช่วยถือไว้แล้วเดินเลี่ยงออกจากโซนวีไอพี
“ท่านประธาน จะกลับห้องรับรองเลยไหมครับ” ธวัชถามตามทันทีที่เห็นเจ้านายเดินไปอีกทาง
“ไม่ต้อง ฉันจะเดินดูงานเอง” เขาตอบสั้น ๆ แล้วก้าวจากไปทันที
เขาไม่อยากฟังคำชมสวยหรูในห้องรับรอง ไม่อยากฟังทีมงานรายงานว่า
“งานราบรื่นดีครับ”
สิ่งที่เขาต้องการ…คือเสียงจริงของคนดู เสียงที่ไม่มีใครปรุงแต่งให้ฟังสบายหู
ร่างสูงในเสื้อเชิ้ตแขนยาว เหมือนพนักงานหนุ่มออฟฟิศทั่วไปเดินปะปนกับผู้ร่วมงานอย่างแนบเนียน สายตาคมสอดส่องปฏิกิริยาของผู้คนที่ยืนล้อมรถยนต์รุ่นใหม่อยู่ตรงกลางฮอลล์ หลายคนถ่ายรูป บ้างถกกันเรื่องราคา บ้างเปรยว่าชอบดีไซน์ไฟหน้า เขากำลังจะเดินผ่านไปอยู่แล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะประโยคหนึ่งดังขึ้นมาพอดี
“ฉันว่ารถมันดีมากอ่ะเเอน แต่ทีมการตลาดเขาขายเรื่องราวน้อยไปหน่อยนะ”
เสียงหวานใสดังขึ้นและชัดเจนจนเขาต้องหยุดเท้าเองโดยไม่รู้ตัว เศรษฐวัฒน์ขยับตัวเข้าไปยืนใกล้ๆ ด้านหลัง แล้วตั้งใจฟังเสียงเพื่อนถามอย่างงง ๆ
“ขายเรื่องราว ยังไงอ่ะพาขวัญ”
เสียงหญิงสาวคนนั้น ตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจแต่ฟังดูนุ่มนวล “รถหรูระดับนี้ คนซื้อไม่ได้ซื้อเพราะเครื่องแรงหรือไฟหน้าสวยอย่างเดียวหรอกนะเเอน… เขาซื้อความรู้สึก ซื้อภาพจำ ซื้อความผูกพันที่ทำให้รู้สึกว่า นี่แหละ รถคันที่ใช่สำหรับฉัน มันคือ Emotional Marketing น่ะ”
คำว่า Emotional ทำเอาเขาใจสะดุดวูบหนึ่ง เพราะสิ่งที่ทำให้เขาอยากสร้างรถรุ่นนี้ขึ้นมา… คือ ความทรงจำของศลิษา น้องสาวที่ไม่มีวันกลับมา เธอเป็นคนชอบรถยี่ห้อนี้มาก เธอฝันอยากนำเข้ารถยี่ห้อนี้มาขายในเมืองไทยและอยากขับพาพี่ชายอย่างเขาไปเที่ยวทะเล และเขาก็อยากสร้างสิ่งที่มีความหมายแทนเธอ… แต่สุดท้าย เขาทำสำเร็จแค่ครึ่งเดียว
หญิงสาวพูดต่ออย่างลื่นไหล “ต่อให้ของดีแค่ไหน แต่ถ้าไม่เล่าเรื่องความรู้สึกให้คนฟังได้เชื่อมโยง เขาก็ไม่อินหรอก… มนุษย์ไม่ได้ตัดสินใจด้วยเหตุผลอย่างเดียวอยู่แล้วนะเเอน”
เศรษฐวัฒน์เผลอยิ้มมุมปากนิด ๆ โดยไม่รู้ตัว รอยยิ้มแบบที่เขาไม่ได้มีมานาน เธอพูดเหมือนอ่านใจเขาออก เขาชะโงกมองเพียงแวบเดียว เห็นหญิงสาวตัวเล็กบอบบาง ผมยาว หน้าหวาน ๆ แต่งตัวชุดนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดัง แต่ดูมีของ ดวงตาเป็นประกายตอนพูดเรื่องการตลาด ผู้หญิงแบบนี้…ไม่มีทางรู้หรอกว่าคำพูดของเธอไปกระทบแผลลึกในใจใครบางคน และก็ไม่มีทางรู้ด้วย… ว่าเศรษฐวัฒน์ กำลังฟังทุกคำของเธออย่างจดจ่อ
เสียงเพื่อนถามอีก “แต่เธอพูดเหมือนเจ้าของบริษัทเลยนะเนี่ย สมแล้วที่จะจบเกียรตินิยมมาร์เก็ตติ้ง บริษัทยักษ์ใหญ่ดึงตัวกันให้ควั่ก”
หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ “ก็…ไม่ขนาดนั้นหรอกแกก็ ฉันแค่คิดว่ามันน่าไปทำได้ดีกว่านี้อีกแค่นั้น”
เขานิ่งไป นักศึกษาจะจบใหม่ รู้เรื่อง Emotional Marketing ขนาดนี้ ทั้งฉลาด ทั้งพูดเป็น ทั้งมองเห็นจุดที่ทีมเขาพลาด…ความสนใจของเขา เปลี่ยนจากรถยนต์ ไปเป็นผู้หญิงแปลกหน้าคนนี้โดยสมบูรณ์
หลังจากฟังบทสนทนานั้นจนจบ ร่างสูงยืนเงียบอยู่หลังสองสาวอีกครู่หนึ่ง สายตายังมองตามหญิงสาวตัวเล็กผมยาวที่กำลังเดินไปดูรถคันอื่นกับเพื่อน
เขารู้สึกทั้งสนใจ ทั้งหงุดหงิด… เพราะเสียงของเธอกำลังดึงให้เขานึกถึงศลิษา น้องสาวที่ตายไป แต่เธอก็พูดเรื่องการตลาดเหมือนเข้าใจเขาเกินเหตุ มันเป็นความรู้สึกประหลาดที่เขาไม่ชอบ ทั้งอบอุ่น ทั้งเจ็บ ทั้งดึงดูด ทั้งโกรธใครสักคนที่ไม่ควรเกี่ยวกันเลย เขาตัดสินใจทันที
“ธวัช” เขาเรียกผู้ช่วยที่ยืนอยู่ข้างๆ
“ครับท่านประธาน”
“ฉันมีงานให้ทำ” เสียงสั่งงานดังขึ้น เขาพยักพเยิดไปทางหญิงสาวคนนั้น ร่างบางกำลังยืนยิ้มให้เพื่อนอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่รู้เลยว่ากำลังถูกผู้ชายอีกคนจับตามองแบบจริงจัง
“ไปหาข้อมูลผู้หญิงผมยาวคนนั้นมาให้ฉัน” น้ำเสียงของเขาทั้งนิ่ง ทั้งเฉียบ
ธวัชกลืนน้ำลายทันที “คนที่พูดเรื่อง Emotional Marketing น่ะหรือครับ”
“ใช่” เขาตอบสั้น ๆ ก่อนเหยียดสายตามองเธออีกครั้ง
“ฉันอยากรู้ทุกอย่าง ตั้งแต่ชื่อ อายุ จนถึงว่ากำลังทำอะไรอยู่”
ธวัชพยักหน้า “รับทราบครับท่านประธาน ผมจะจัดการเดี๋ยวนี้เลย”
เศรษฐวัฒน์ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขายืนมองภาพหญิงสาวที่กำลังหัวเราะเบา ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ รอยยิ้มของเธอเหมือนคนที่ไม่เคยรู้จักคำว่าเจ็บ ตรงข้ามกับเขาอย่างสิ้นเชิง
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ห้องทำงานท่านประธาน ร่างสูงนั่งรออยู่ในห้องส่วนตัว เงียบจนได้ยินเสียงเข็มนาฬิกาเดิน ธวัชเดินเข้ามาพร้อมแฟ้มสีดำในมือ สีหน้าเหมือนคนกำลังลังเลจะพูดดีไหม
“ได้ข้อมูลแล้วครับ”
“เอามา” น้ำเสียงเขาเย็นและสั้น
ธวัชยื่นแฟ้มให้ แต่ไม่ได้ถอยออกไป เขายืนค้าง เหมือนยังมีอะไรจะบอก
“มีอะไร” เจ้านายถามโดยไม่เงยหน้า
“คือ…ข้อมูลมันค่อนข้าง…สุ่มเสี่ยงที่ท่านจะไม่ชอบครับ”
ใบหน้าคมเงยขึ้นทันที แววตาคมขึ้นหนึ่งระดับ
“พูดมา”
ธวัชสูดลมหายใจ “ชื่อเธอคือ พาขวัญ พรรณวัตร อายุยี่สิบสอง กำลังจะจบคณะบริหาร สาขาการตลาด เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง …เธอเป็นน้องสาวของคุณภารันต์ครับ”
บรรยากาศที่บ้านพรรณวัตรเย็นวันนี้อบอวลด้วยความสุข พาขวัญแวะซื้อกับข้าวชุดใหญ่มาฉลอง กลิ่นหอมของอาหารฝีมือแม่และการได้เห็นพี่ชายกลับมาบ้านเร็วทำให้หัวใจเธอพองโตอย่างบอกไม่ถูก“วันนี้มีอะไรพิเศษหรือเปล่าขวัญ ซื้อของมาเต็มเลย” ภารันต์ถามพลางลุกขึ้นช่วยน้องสาวถือของเข้าครัว เขาอยู่ในเสื้อยืดเก่าๆ ที่มีรอยเปื้อนน้ำมันเครื่องจางๆ ตามสไตล์เจ้าของอู่ซ่อมรถ แต่แววตาที่มองน้องสาวนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน“ข่าวดีที่สุดในชีวิตเลยค่ะพี่รันต์” พาขวัญยิ้มกว้างจนตาปิด“ขวัญได้งานแล้วนะ แถมเป็นบริษัทที่ขวัญใฝ่ฝันเลยด้วย”“จริงเหรอ เก่งมากน้องสาวพี่” ภารันต์หัวเราะเบาๆ อย่างโล่งใจ“แต่พี่ว่าถ้าขวัญอยากเรียนต่อเลย พี่ก็ยังส่งไหวนะ”“ไม่เอาแล้วค่ะพี่รันต์” เธอกอดแขนพี่ชายพลางซบหน้าออดอ้อน“ขวัญอยากทำงานก่อน เก็บเงินได้แล้วค่อยเรียนต่อทีหลัง จะได้ไม่เป็นภาระของพี่รันต์กับแม่ไงคะ”“บริษัทไหนล่ะ เอเจนซี่แถวสุขุมวิทที่ขวัญเคยเล่าให้ฟังหรือเปล่า”พาขวัญส่ายหน้าช้าๆ แววตาเป็นประกายภูมิใจ เธอกดเสียงให้ตื่นเต้นขึ้นอีกนิด “ไม่ใช่ค่ะ... แต่เป็นบริษัทใหญ่ระดับท็อปเลยนะพี่รันต์... KC. LUXURY AUTO
อาคารกระจกสูงของ KC. LUXURY AUTO สะท้อนแสงเช้าจนดูเหมือนประติมากรรมคริสตัลขนาดยักษ์ โลโก้สีเงินนูนเด่นอยู่เหนือประตูทางเข้า ให้ความรู้สึกหรูหราแบบไม่พยายามอวด. พาขวัญก้าวเท้าเข้าไปในล็อบบี้ที่อบอวลด้วยกลิ่นน้ำหอม Signature ของแบรนด์กลิ่นหนังผสมไม้หอมที่ให้ความรู้สึกมั่งคั่งและเข้าถึงยาก “ตื่นเต้นชะมัด…ตึกจริงสวยกว่าที่เห็นในเว็บอีกแก… บริษัทระดับท็อปขนาดนี้ ถ้าเราได้ทำงานที่เดียวกันนะ จะเป็นอะไรที่คอมพลีทมาก” อัญญากระซิบเบา ๆ พร้อมกับปรับสูทตัวเองให้เข้าที่พาขวัญพยักหน้า พยายามซ่อนมือที่เย็นเฉียบ “นั่นสิแอน แต่คนสมัครเยอะขนาดนี้ ดูแต่ละคนสิ เหมือนหลุดออกมาจากนิตยสารธุรกิจทั้งนั้นเลย เราจะรอดไหมนะ” พาขวัญตอบด้วยรอยยิ้ม แต่ในใจกลับรู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างตั้งแต่ยืนในล็อบบี้ เพดานสูง เสียงรองเท้ากระทบพื้นหินอ่อน และสายตาของพนักงานต้อนรับที่สุภาพแต่ประเมินทุกการเคลื่อนไหว พวกเธอได้รับบัตรผู้มาติดต่อ และถูกเชิญขึ้นไปยังชั้นสัมภาษณ์ห้องรับรองผู้สมัครกว้าง โปร่ง เงียบ มีผู้สมัครอีกประมาณสิบกว่าคนนั่งรออยู่ ทุกคนดูเก่ง ดูมั่นใจ และดูพร้อมพอ ๆ กัน พาขวัญกำแฟ้มเอกสารแน่นโดยไม่รู้ตัว“ไม่ต
“พาขวัญ แกกรอกเลย” อัญญาดันโน้ตบุ๊กเข้ามาใกล้ พร้อมชี้หน้าจอเว็บไซต์รับสมัครงาน“เอาจริงเหรอ”“จริงดิ รอไร มาฉันกรอกให้เอง” อัญญาหันโน้ตบุ๊กกลับมากรอกข้อมูลสมัครงานให้เพื่อน“อ่ะ ขวัญ แกเช็คดู แล้วก็โหลดข้อมูล เสร็จแล้ว แกก็กด Submit เลย ไม่ต้องคิดเยอะ” อัญญา พลิกหน้าจอโน้ตบุ๊ก กลับมาทางเพื่อนสนิท นิ้วชี้จิ้มค้างอยู่ที่ประกาศรับสมัครงานบนหน้าเว็บสีดำทองดูหรูหรา“เฮ้ย... เดี๋ยวสิแอน” พาขวัญยกมือเบรก “ฉันยังไม่พร้อมเลยนะ กะว่าจะขอ Gap Year พักสมองสักเดือนสองเดือนก่อน”“พักอะไรของแกคะ…เพื่อนขวัญ” อัญญาทำเสียงดุใส่ “เรียนจบเกียรตินิยมมาร์เก็ตติ้งมาเพื่อพักเหรอ งานระดับ KC. LUXURY AUTO ไม่ได้เปิดรับ Marketing Trainee บ่อยๆ นะแก ตำแหน่ง Brand Experience นี่คือตัวท็อปของสายงานเราเลยนะ”พาขวัญถอนหายใจยาว สายตาจดจ้องที่โลโก้ตัวอักษรสีเงินนูนเด่นอยู่บนหน้าจอ... เรียบ เท่ ดูแพงในแบบที่ไม่ต้องอธิบาย แต่แฝงไปด้วยอำนาจลึกลับบางอย่าง“ฉันไม่ได้อยากเริ่มกับคอร์ปอเรทใหญ่ขนาดนี้ว่ะแอน” เธอพูดตามตรง “อยากเริ่มจากเอเจนซี่เล็กๆ ที่ได้ลองเรียนรู้ก่อน”“แกพูดเหมือนคนไม่มีของ ทั้งที่โปรเจกต์แกอาจารย์เอาไ
บรรยากาศในมหาวิทยาลัยช่วงท้ายเทอมคึกคักปนความกดดัน นักศึกษาปีสุดท้ายในชุดนักศึกษาถูกระเบียบยืนจับกลุ่มกันหน้าอาคารเรียน บางคนกอดแฟ้มเอกสารแน่น บางคนพิมพ์อะไรบางอย่างลงบนแล็ปท็อปหรือไอแพดอย่างเร่งรีบ ทุกสายตาเต็มไปด้วยความคาดหวังและความกังวลที่ซ่อนอยู่ “ขวัญ ทางนี้”เสียงอัญญา เพื่อนสนิทเรียกจากโต๊ะหินอ่อนใต้ตึก พาขวัญรีบก้าวเท้าเร็ว ๆ ไปสมทบ พลางเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ“นึกว่าจะมาไม่ทันซะแล้ว”“คนอย่างพาขวัญ พรรณวัตร เคยพลาดด้วยเหรอ” อัญญาพูดหยอก ก่อนจะยิ้มกว้าง “โปรเจกต์ Emotional Branding ของแก อาจารย์ที่ปรึกษาเอาไปขิงในห้องพักครูไม่หยุดเลยนะ พร้อมพรีเซนต์ยัง”พาขวัญไม่ตอบทันที เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเปิด MacBook ขึ้นมาตรวจสอบสไลด์หน้าแล้วหน้าเล่า นิ้วเรียวเลื่อนไปบนหน้าจอที่เต็มไปด้วยภาพถ่ายแนวไลฟ์สไตล์ เรื่องราวของผู้คน และบรรยากาศ มากกว่ากราฟตัวเลขที่น่าเบื่อ“สินค้าที่ดีมันต้องเข้าถึงอินเนอร์คนว่ะแก” เธอพูดขณะสายตายังจดจ่ออยู่กับจอมอนิเตอร์ “เราไม่ได้ขายแค่ของ แต่เรากำลังขายความหมายที่เขาอยากจะให้มันอยู่ในชีวิตเขา”“พูดซะ…ฉันอยากควักเงินซื้อเดี๋ยวนี้เลยว่ะ” อัญญาหัวเราะเบ
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานประธานบริษัทคล้ายกับเวลาถูกหยุดเดิน ทันทีที่ชื่อนั้นหลุดออกมาจากปากของธวัช“พรรณวัตร…”เศรษฐวัฒน์ทวนชื่อนั้นเบา ๆ แต่น้ำเสียงสั่นพร่า มือที่กำลังจะเปิดแฟ้มหยุดชะงักกึกค้างกลางอากาศ เส้นเลือดที่ขมับปูดขึ้นมาทันทีอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกชื่นชมในความคิดสร้างสรรค์ของเด็กสาวเมื่อครู่…หายไปหมดในพริบตา เหลือเพียงไฟแค้นที่ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง“น้องสาว…” เสียงเขาต่ำกด “…ของภารันต์”แค่นามสกุลเดียวกัน ก็เพียงพอจะทำให้หัวใจเขากระตุกแรง นิ้วมือกำแฟ้มแน่น เส้นเลือดขึ้นชัดบนหลังมือ เหมือนกับมีบางอย่างระเบิดเงียบ ๆ อยู่ในอก “ครับ เธอใช้นามสกุลเดียวกัน อยู่ทะเบียนบ้านเดียวกัน เป็นน้องสาวแท้ ๆ ที่โตมาด้วยกันครับ” ธวัชพยักหน้าอย่างระมัดระวัง “โลกมันกลมเกินไป… หรือโชคชะตากำลังจงใจเล่นตลกร้ายกับฉันกันแน่” เศรษฐวัฒน์แค่นยิ้ม รอยยิ้มที่ไม่มีความขำเลยแม้แต่นิดเขาเอนหลังพิงเก้าอี้ หลับตาลงชั่วครู่ ภาพในหัวตีกันวุ่นวาย รอยยิ้มสดใสของเด็กสาวในฮอลล์ที่เขาเพิ่งเห็น น้ำเสียงมั่นใจ ซ้อนทับกับภาพศลิษานอนแน่นิ่งกลางถนนในคืนฝนตก ความสดใสของพาขวัญในตอนนี้มันช่างบาดตาเขาเหลือเกิน เพราะ
เศรษฐวัฒน์ยืนนิ่งอยู่หน้าต่างอยู่นาน… นานพอที่แสงจากเสาไฟถนนทอดเงาเย็นเยียบลงบนใบหน้าแข็งกร้าวของเขา ความมืดด้านนอกไม่ได้ช่วยให้หัวใจสงบลงแม้แต่น้อย มีเพียงเสียงลมหายใจหนัก ๆ ที่ย้ำเตือนว่าฝันร้ายเมื่อครู่ยังตามหลอกไม่หยุด เขายกมือขึ้นกดสันจมูกแรง ๆ เหมือนกับพยายามบีบความเจ็บให้หายไปกับปลายนิ้ว แต่สุดท้ายทำได้เพียงปล่อยลมหายใจหนัก ๆ ที่เต็มไปด้วยความคั่งแค้นออกมา ไม่นาน เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์บนโต๊ะข้างเตียงก็ดังขึ้น “ท่านประธานครับ พรุ่งนี้เวลา 09.00 น. ทีมประชาสัมพันธ์จะไปคอยรับเพื่อเดินทางไปงานเปิดตัว KC PRIME X ครับ — ธวัช” เขามองข้อความนั้นนิ่ง ๆ อยู่นาน ก่อนจะวางโทรศัพท์ลงอย่างช้า ๆ ใช่… งานพรุ่งนี้สำคัญ เขาต้องปรากฏตัวในฐานะประธานบริษัท KC. LUXURY AUTO ให้สมบูรณ์แบบ ให้ทุกคนเห็นความมั่นคงและอำนาจของเขา แต่ลึกลงไป เขารู้ดีว่าเหตุผลที่แท้จริงคืออะไร… เศรษฐวัฒน์นั่งนิ่งอยู่หน้าข้อมูลของรถยนต์รุ่นลิมิเต็ดที่เพิ่งเปิดตัวไปสด ๆ ร้อน ๆ ในยุโรป รถยี่ห้อเดียวกับที่ศลิษาเคยพูดถึงด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นที่สุดในชีวิตและตั้งใจจะเอาเข้ามาทำตลาดในไทย เขาจำได้ดี… คืนที่น้องสาวยืนกอดแ







