Masuk“ถ้าอยากอยู่ที่นี่อย่างสงบก็อย่าทำตัวมีปัญหา วันนี้ผมจะอนุญาตให้คุณพัก พรุ่งนี้ค่อยมาเริ่มงาน”
ธนวรรธน์พูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินจากไป โดยมีสนขนสัมภาระตามเข้าไปด้านใน ส่วนน้อยก็รีบเข้าไปจัดห้องพักตามคำสั่งของเจ้านาย ทิ้งให้ณชญาดายืนอยู่กับธนกฤตตามลำพัง
“คุณคงเป็นนักเขียนที่คุณจี๊ดส่งมาร่วมงานกับพี่พีท” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร เพื่อผ่อนคลายบรรยากาศที่น่าอึดอัด ใบหน้าของเขาปรากฎรอยยิ้มที่อ่อนโยน
“ใช่ค่ะ”
“ผมชื่อธนกฤตเป็นน้องชายของพี่พีทครับ ยินดีที่ได้รู้จักคุณ...” เขาละไว้เพื่อให้หญิงสาวเอ่ยแนะนำตัวเอง
“ณชญาดาค่ะ ยินดีเช่นกันค่ะที่ได้รู้จักคุณธนกฤต”
เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าธนวรรธน์มีน้องชาย และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เธอได้พบกับน้องชายของเขา
“เรียกพอลก็ได้ครับง่ายดี ให้ผมเรียกคุณว่าอะไรดีครับ”
“ญาดาค่ะ เรียกฉันว่าญาดา”
“เราเข้าไปคุยกันต่อด้านในดีกว่านะครับ”
ธนกฤตเดินนำหญิงสาวไปตรงชานเรือนที่เขาเดินจากมา
“เชิญทางนี้เลยครับ” ธนกฤตกล่าวพร้อมกับเลื่อนเก้าอี้ให้หญิงสาวนั่ง
“ขอบคุณค่ะ”
จากนั้นเขาก็สั่งให้ช้อยไปจัดเตรียมของว่างและเครื่องดื่มมารับรองแขก ช้อยรับคำแต่ก่อนที่จะเดินไปจัดการทุกอย่างตามคำสั่งของเจ้านาย ก็ยังไม่วายแอบมองด้วยความสงสัยว่าหญิงสาวนางนี้เป็นใคร
“คุณอย่าถือสาพี่ชายผมเลยนะครับ พี่พีทเป็นคนเคร่งเครียดและแข็งกระด้างแบบนี้กับทุกคน ไม่ใช่แต่เฉพาะคุณเท่านั้น เพราะเขาต้องคุมคนงานหลากหลายประเภท ก็เลยต้องดุและเฉียบขาดแบบนี้เสมอ เพื่อให้ลูกน้องเกรงกลัวและเกรงใจ” เขาพูดกับเธออย่างเป็นกันเองเมื่ออยู่ด้วยกันตามลำพัง
“ฉันจะพยายามค่ะ”
ช้อยนำกาแฟและอาหารว่างมาเสริฟเจ้านายหนุ่ม และแขกแปลกหน้าที่เพิ่งเคยพบเป็นครั้งแรก ธนกฤตแนะนำให้ช้อยรู้จักกับณชญาดา
“นี่คุณญาดา เธอเป็นนักเขียนที่จะมาทำงานร่วมกับพี่พีท และจะมาพักอยู่กับเราที่นี่”
“สวัสดีค่ะคุณญาดา”
“สวัสดีค่ะ”
“ช้อยเป็นแม่บ้านที่ทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยที่เรือนหลังนี้ครับ”
“คุณญาดาจะมาพักอยู่นานไหมคะ”
“ก็จนกว่างานของพี่พีทจะเสร็จ ถามทำไม มีปัญหาอะไร” ธนกฤตเป็นคนตอบคำถามช้อยแทนหญิงสาว
เขาไม่ชอบหน้าแม่บ้านคนนี้มาตั้งแต่แรก และไม่เห็นด้วยเลยที่พี่ชายรับช้อยเข้ามาทำงานที่นี่ เพียงเพราะทำตามคำขอของวันวรุณ ดูก็รู้ว่าวันวรุณตั้งใจส่งช้อยเข้ามาเพื่อเป็นสายไว้คอยรายงานความเคลื่อนไหวของธนวรรธน์
“ช้อยหรือจะกล้ามีปัญหาอะไรคะคุณพอล แต่ที่ถามก็เพื่อจะได้ไปจัดที่พักให้คุณญาดาที่เรือนรับรอง”
“เรื่องนั้นพี่พีทเขาสั่งให้น้อยไปจัดการแล้ว ถ้าคุณญาดาต้องการอะไรก็จัดหาให้เธอด้วยละกัน”
“ช้อยจะคอยดูแลคุณญาดาไม่ให้ขาดตกบกพร่องเลยค่ะ”
“รู้หน้าที่ก็ดีแล้ว”
“ขอตัวก่อนนะคะ”
เมื่ออยู่ด้วยกันตามลำพังธนกฤตได้เอ่ยถามณชญาดาเกี่ยวกับสิ่งที่เขาข้องใจ
“ไม่ทราบว่าคุณญาดาเคยพบหรือรู้จักพี่พีทมาก่อนหน้านี้หรือเปล่าครับ”
ใจของณชญาดาเต้นรัวเร็วเมื่อได้ยินคำถามของอีกฝ่าย และรู้สึกแปลกใจว่าเหตุใดเขาถึงเอ่ยถามเช่นนี้ หรือว่าเขาจะรู้เรื่องราวในอดีต เธอมิได้ตอบคำถามของเขาทันทีแต่เลือกที่จะย้อนถามกลับไป
“ทำไมคุณพอลถึงคิดว่าฉันเคยพบหรือเคยรู้จักกับพี่ชายของคุณมาก่อนละคะ”
“ที่ถามแบบนี้เพราะผมมีเหตุผล”
“ขอฟังเหตุผลของคุณก่อนได้ไหมคะ”
“ปกติแล้วที่เรือนหลังนี้จะมีแค่ผมและพี่ชายเท่านั้นที่พักอยู่ ไม่เคยมีใครได้รับอนุญาตให้พักที่เรือนหลังนี้ เพราะพี่พีทชอบความเป็นส่วนตัว จึงไม่อนุญาตให้ใครขึ้นมายุ่งวุ่นวายที่เรือนใหญ่ ยกเว้นพวกที่ต้องเข้ามาทำความสะอาดและดูแลความเรียบร้อยเท่านั้น คุณเป็นคนแรกที่พี่พีทอนุญาตให้พักอยู่ที่นี่ได้ ผมก็เลยรู้สึกแปลกใจจนต้องเอ่ยถาม”
ณชญาดาก็เพิ่งจะรู้เหมือนกันว่าธนวรรธน์ไม่เคยอนุญาตให้ผู้อื่นขึ้นมาพักที่เรือนหลังนี้ เธอเป็นคนแรกที่เขายอมให้พักร่วมชายคาเดียวกัน แต่ใครจะรู้ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เป็นเช่นนั้น
“ถ้าคุณอยากรู้ควรไปถามพี่ชายของคุณดีกว่านะคะ ว่าทำไมเขาถึงยอมให้ฉันพักที่เรือนนี้ เขาคงตอบคำถามของคุณได้ดีกว่าฉัน เพราะฉันเองก็ไม่รู้คำตอบเหมือนกัน”
“ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ผมถามคำถามไร้สาระ ผมแค่สงสัยก็เลยถาม”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“ผมลืมไปว่าพี่พีทมักจะหมกตัวทำงานอยู่แต่ในไร่ แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปทำความรู้จักกับคุณญาดา”
ในขณะที่น้อยกำลังจัดเตรียมห้องพักให้ณชญาดาอยู่นั้น ธนกฤตก็ขออาสาเป็นไกด์พาเธอเดินชมรอบ ๆ บริเวณบ้านเพื่อเป็นการฆ่าเวลา ก่อนจะพากลับมายังห้องพักเพื่อให้เธอได้พักผ่อน
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







