Share

บทที่ 21

last update Tanggal publikasi: 2026-09-18 00:34:59

            ในขณะที่ช้อยกำลังจะเดินลงจากเรือนใหญ่ น้อยก็เดินถืออุปกรณ์ทำความสะอาดเดินผ่านมาพอดี

            “แกหายไปไหนมานางน้อย”

            “ฉันก็ไปจัดเตรียมห้องพักให้คุณนักเขียนตามคำสั่งของคุณพีทน่ะสิป้า”

            “จัดห้องพักแล้วทำไมไม่ไปที่เรือนรับรองมาที่นี่ทำไม”

            “ก็คุณพีทสั่งให้ฉันจัดห้องพักให้คุณญาดาที่เรือนนี้”

            “ไหนแกพูดอีกทีซิว่าเป็นคำสั่งของใคร”

            “เป็นคำสั่งของคุณพีท ฟังชัดไหม หรือว่าจะต้องให้ฉันพูดซ้ำ”

            “อย่ามาพูดจาลามปามข้านะนางน้อย”

            “เปล่าซะหน่อย ป้าช้อยคิดมากไปเอง”

            “ว่าแต่ทำไมคุณพีทถึงได้อนุญาตให้คุณญาดาพักที่นี่”

            “นั่นสิ...ทำไม!”

            “แปลกนะ ปกติคุณพีทไม่ชอบให้ใครมายุ่งย่ามที่เรือนหลังนี้ ยกเว้นคุณพอลกับคุณวันซึ่งเป็นคู่หมั้น นักเขียนคนอื่น ๆ ก็ยังต้องไปพักที่เรือนรับรอง แล้วทำไมคุณญาดาถึงได้พักที่เรือนใหญ่”

            “ถ้าป้าอยากรู้ก็ลองไปถามคุณพีทดูสิ ได้คำตอบแล้วก็มาบอกฉันด้วยนะ เพราะฉันเองก็อยากรู้เหมือนกัน”

            “ใครจะกล้าไปถามคำถามแบบนี้กับคุณพีทกันล่ะนางน้อย”

            “ฉันก็นึกว่าป้าจะกล้ากว่าคนอื่น ๆ”

            “เอ็งชักจะลามปามมากไปแล้วนะ ข้าไม่ใช่เพื่อนเล่นของเอ็งนะโว้ย จะไปทำอะไรก็ไปไม่ต้องมากวนประสาทข้า”

            น้อยได้แต่ส่ายหัวก่อนจะเดินนำอุปกรณ์ทำความสะอาดไปเก็บ

            “ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากล ต้องรีบโทรไปรายงานให้คุณวันทราบ”

            ช้อยรีบโทรศัพท์ไปหาวันวรุณ เพื่อที่จะรายงานเรื่องผู้หญิงที่ธนวรรธน์พากลับมาด้วย แต่กลับติดฝากข้อความ ช้อยพยายามโทรศัพท์ติดต่อเจ้านายสาวอยู่หลายครั้งผลก็เหมือนเดิม ทำให้ไม่ได้รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

            “เฮ้อ! พอมีเรื่องเร่งด่วนที่จะต้องรายงานคุณวันทีไร ถ้าไม่ติดฝากข้อความ คุณวันก็ไม่รับสายอย่างนี้ทุกที” ช้อยบ่นก่อนจะกดโทรศัพท์ไปหาวันวรุณอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ได้ฝากข้อความไว้

            “ช้อยเองนะคะคุณวัน ช้อยมีเรื่องสำคัญเร่งด่วนที่จะต้องรายงานให้คุณวันทราบค่ะ ถ้าคุณวันได้ฟังข้อความนี้รบกวนโทรกลับหาช้อยด้วยนะคะ”

             

            ในเวลาเดียวกันนั้นเอง สนเดินเข้าไปในครัวเพื่อขอข้าวกิน

            “พอจะมีอะไรให้ผมกินบ้างไหมคุณจันทร์ หิวจนไส้จะขาดอยู่แล้ว”

            เพราะมัวแต่ยุ่งอยู่กับงานและยังต้องไปคอยรับเจ้านายที่สนามบินก็เลยยังไม่ได้กินมื้อกลางวัน

            “นั่งก่อนสิ เดี๋ยวจะไปจัดมาให้”

            จันทรา หรือ จันทร์ อดีตเคยได้รับความไว้วางใจให้เป็นแม่นมของเจ้านายหนุ่มทั้งสอง เธอคอยดูแลพวกเขามาตั้งแต่พวกเขายังแบเบาะจนเติบใหญ่ และด้วยนิสัยที่ชื่นชอบการทำอาหาร ตอนหลังจึงผันตัวมาทำหน้าที่แม่ครัวหลัก เพื่อดูแลเรื่องอาหารการกินให้พวกเขา

            สาเหตุก็เพราะธนวรรธน์แพ้อาหารบางชนิด ส่วนธนกฤตก็เป็นคนกินยาก เธอจึงสมัครใจที่จะมารับผิดชอบหน้าที่นี้ แม้สองหนุ่มเจ้าของไร่จะไม่เห็นด้วยเพราะไม่อยากให้เธอเหนื่อย แต่จันทราก็ยังยืนยันที่จะทำ ดีกว่าอยู่เฉย ๆ พวกเขาจึงต้องตามใจ

            ทุกคนในไร่ต่างก็รู้ดีว่าธนวรรธน์และธนกฤต รักและเกรงใจจันทราเสมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง คนงานทุกคนจึงให้เกียรติและยำเกรงเธอเสมอมา

            จันทรายกสำรับอาหารที่มีเพียงข้าวสวยร้อน ๆ ผักสด น้ำพริกกะปิ ปลาทูทอด และไข่เจียวมาให้สน

            “กินได้ละ ที่ช้าเพราะมัวแต่ทอดไข่เจียวร้อน ๆ ให้”

            “ขอบคุณมากครับคุณจันทร์”

            สนจัดการกับอาหารตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อยด้วยความหิว

            “น้อยเล่าให้ฉันฟังว่าคุณพีทพาผู้หญิงคนหนึ่งเดินทางกลับมาที่นี่ด้วย”

            “ใช่ครับคุณจันทร์ คุณญาดาเป็นนักเขียนคนใหม่ที่จะมาทำงานร่วมกับคุณพีท แต่ผมรู้สึกคุ้นหน้าเธอจัง”

            “คุ้นหน้า! หมายความว่ายังไง เธอหน้าเหมือนใครอย่างนั้นเหรอ”

            “ใบหน้าของเธอมีส่วนคล้ายผู้หญิงคนหนึ่ง ที่คุณพีทเคยพามาพักที่นี่เมื่อหลายปีที่แล้ว ก่อนจะหายตัวไปโดยไม่ร่ำลา”          

            “หมายถึงผู้หญิงที่คุณพีทเกือบที่จะขับรถชนเธอน่ะเหรอ”

            “คนนั้นล่ะครับคุณจันทร์ แต่คงจะไม่ใช่ เพราะถ้าใช่คนเดียวกันคุณพีทก็ต้องจำเธอได้ แต่คุณพีทกลับทำเหมือนไม่เคยรู้จักเธอมาก่อน”

            คำพูดของสนทำให้จันทรารู้สึกสนใจหญิงสาวนางนั้นขึ้นมาทันที

            “เหมือนกันมากเลยเหรอ”

            “เรียกว่ามีส่วนที่ละม้ายคล้ายคลึงกันมากกว่าครับ แต่คงไม่กล้าฟันธงว่าเป็นคนเดียวกัน”

            “น้อยก็รู้สึกคุ้นหน้าเธอเหมือนกันค่ะคุณจันทร์ เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่นึกเท่าไรก็นึกไม่ออก จนกระทั่งมาได้ยินลุงสนคุยกับคุณจันทร์” น้อยซึ่งเดินเข้ามาทันได้ยินการสนทนาในเรื่องนี้เอ่ยขึ้น

            “ที่น่าแปลกไปกว่านั้นคือคุณพีทสั่งให้น้อยจัดห้องที่อยู่ติดกับห้องของคุณพีทให้คุณญาดาพัก”

            “จัดให้พักที่เรือนใหญ่”

            “ใช่ค่ะคุณจันทร์ แปลกใช่ไหมคะ”

            “บางทีคุณพีทอาจจะมีเหตุผลที่เราไม่รู้ ถึงได้อนุญาตให้เธอพักอยู่ที่เรือนใหญ่ ฉันต้องรีบไปเตรียมอาหารเย็นสำหรับเจ้านายก่อน ชักช้าเดี๋ยวจะตั้งสำรับไม่ทันเวลา”

            จันทราปิดประเด็นการสนทนาก่อนจะรีบไปจัดการกับภารกิจสำคัญของตนเอง พร้อมกับคิดถึงเรื่องราวของนักเขียนคนใหม่ ที่สนกับน้อยถึงกับเอ่ยปากว่าคุ้นหน้าเธอคนนั้น แต่จะใช่บุคคลคนเดียวกับที่ธนวรรธน์เคยพามาพักที่นี่เมื่อหลายปีก่อนหรือไม่ ต้องเห็นด้วยตาของตัวเองก่อนจึงจะตอบได้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 109

    ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 108

    “น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 107

    ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 106

    หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 105

    “จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 104

    ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status