Masukเมื่อเดินทางมาถึงสนามบินปลายทาง ณชญาดาก็รีบโทรศัพท์กลับไปหาพี่สาว เพื่อสอบถามถึงญาณิศาด้วยความเป็นห่วง
“ญาณินเป็นยังไงบ้างคะพี่พัด”
“ก็ดูซึม ๆ ไปไม่ร่าเริงเหมือนก่อน พี่ก็เลยให้ซันชวนไปว่ายน้ำ ไม่ต้องห่วงนะพี่จะดูแลหลานเอง”
“ฝากด้วยนะคะ”
“จะคุยกับเขาไหม”
ธนวรรธน์เข้าใจผิดคิดว่าหญิงสาวโทรไปรายงานแฟนหนุ่มมาดเซอร์ ทำให้เขาเร่งเธอด้วยความไม่พอใจ
“เร็วหน่อยสิคุณมัวแต่ชักช้าอยู่ได้”
“เขาเร่งแล้วค่ะ แค่นี้ก่อนนะคะพี่พัด ฝากบอกญาณินด้วยว่าคืนนี้ดาจะโทรกลับไปคุยด้วย”
หญิงสาวจำใจต้องวางสายและรีบเดินตามเขาไปขึ้นรถ เพื่อตรงไปยังไร่ธนวรรธน์ทั้งที่ยังไม่ได้คุยกับลูก
“ห่างกันแค่ไม่กี่ชั่วโมงถึงกับต้องรีบโทรกลับไปรายงานตัว”
ณชญาดาเม้มปากและพยายามระงับอารมณ์เมื่อได้ยินคำพูดประโยคนั้น
“รอผมนานไหมลุงสน” ธนวรรธน์เอ่ยถามผู้จัดการไร่ที่ขับรถมารอรับเขา
“ไม่นานครับคุณพีท”
ผู้จัดการไร่วัยกลางคนนามว่าสน รับอาสาเป็นคนขับรถมารับเจ้านายหนุ่มด้วยตัวเอง สนรีบขนกระเป๋าและสัมภาระทั้งหมดไปไว้หลังรถด้วยความคล่องแคล่วว่องไว
"รู้จักกันไว้สิ นี่ลุงสนเป็นผู้จัดการไร่ธนวรรธน์ เธอเป็นนักเขียนคนใหม่ที่คุณจี๊ดส่งมาร่วมงานกับเรา” ประโยคหลังเขาหันไปพูดกับลุงสน
“สวัสดีค่ะลุงสน”
หญิงสาวเป็นฝ่ายเอ่ยทักเขาก่อนโดยไม่ถือตัวในฐานะที่ตนเองอ่อนวัยกว่า
“สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักคุณ...”
“ณชญาดาค่ะ เรียกญาดาก็ได้นะคะ”
“ทำความรู้จักกันแล้วก็ขึ้นรถจะได้ไปกันเสียที” จากนั้นธนวรรธน์และณชญาดาก้าวขึ้นไปนั่งคู่กันที่เบาะหลัง
ระหว่างขับรถกลับไร่นายสนได้เหลือบมองณชญาดาผ่านกระจกหน้ารถอยู่บ่อยครั้ง แต่หญิงสาวทำเป็นไม่สนใจ เธอนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างราวดื่มด่ำกับธรรมชาติตรงหน้า ทั้งที่ใจหวาดหวั่นกับสิ่งที่ตนเองจะต้องเผชิญนับจากนี้ ดูท่าว่าลุงสนคล้ายจะจดจำเธอได้
เพราะเห็นจ้องมองมาที่เธอด้วยสายตาที่แสดงถึงความสงสัยอยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่ณชญาดาแสร้งทำเป็นไม่ใส่ใจ
ในขณะที่ธนกฤตกำลังนั่งดื่มกาแฟอย่างสบายอารมณ์อยู่ที่นอกชานเรือนนั้น สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นรถที่ลุงสนขับไปรับธนวรรธน์ที่สนามบินแล่นเข้ามา เขาจึงเดินลงมายืนคอยต้อนรับพี่ชาย
“การเดินทางไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหมครับ” ธนกฤตเอ่ยถามทันทีที่พบหน้าธนวรรธน์
“ใช่”
“แล้วเรื่องธุรกิจล่ะครับพี่พีท”
“ก็ดี ไม่มีปัญหาอะไร ทุกอย่างเป็นไปตามที่เราคาดการณ์ไว้”
สนยกกระเป๋าสัมภาระของเจ้านายและแขกคนสำคัญจากด้านหลังรถมาวางกองรวมกันไว้ ธนกฤตจ้องมองใบหน้าสวยหวานของหญิงสาวที่เดินทางมาพร้อมกับธนวรรธน์ เขาเดาได้ทันทีว่าเธอคงเป็นนักเขียนที่จิรนันท์ส่งมาร่วมงานกับพี่ชาย ใจก็นึกเอ่ยชม
‘ฝีมือคุณจี๊ดไม่ตกจริง ๆ หานักเขียนมาร่วมงานกับพี่พีททันเวลาจนได้ สมกับที่เคยอวดอ้างสรรพคุณไว้ว่าไม่มีอะไรที่จิรนันท์ทำไม่ได้’
ธนกฤตรอพี่ชายแนะนำให้เขารู้จักกับหญิงสาวผู้มาเยือน แต่ธนวรรธน์มิได้ใส่ใจที่จะทำเช่นนั้น และเลือกที่จะหันไปออกคำสั่งให้น้อยไปจัดห้องพักให้ณชญาดา นักเขียนที่จะมาทำงานร่วมกับเขาที่นี่
“ให้พักที่เรือนรับรองเหมือนเดิมใช่ไหมคะ”
“จัดให้พักที่เรือนใหญ่นี่แหละ เอาห้องที่ติดกับห้องฉัน”
“แต่ทุกทีคุณพีทสั่งให้จัดที่พักให้นักเขียนคนอื่น ๆ ที่เรือนรับรอง”
ไม่ใช่แต่น้อยเท่านั้นที่แปลกใจกับคำสั่งนี้ ธนกฤตเองก็แปลกใจเช่นกันที่ได้ยินพี่ชายสั่งให้จัดที่พักให้หญิงสาวที่เรือนใหญ่ แถมยังจัดให้พักอยู่ห้องติดกับห้องนอนของตนเอง แทนที่จะเป็นเรือนรับรองเหมือนที่ผ่านมา โดยปกติแล้วเรือนใหญ่หลังนี้จะเป็นที่พักของเขาและพี่ชายเท่านั้น ไม่เคยอนุญาตให้คนนอกเข้ามาพักที่นี่
“ฉันสั่งให้ทำอะไรก็ทำไปตามนั้นอย่ามีปัญหา”
“ค่ะคุณพีท”
“ฉันพักที่เรือนรับรองก็ได้ค่ะ” ณชญาดาเอ่ยออกมาในที่สุด
เพราะเล็งเห็นแล้วว่ายิ่งพักห่างจากเขา ซึ่งเป็นบุคคลอันตรายมากเท่าไร ก็ยิ่งเป็นผลดีกับตัวเธอมากเท่านั้น
ธนวรรธน์ตวัดสายตาเฉียบคมจ้องมองไปที่หญิงสาวด้วยความไม่พอใจที่เธอกล้าขัดคำสั่งเขา
“ใครถามความเห็นคุณ แค่ทำตามที่สั่งก็พอ”
“เอาแต่ใจ” ณชญดาเอ่ยขึ้นมาลอย ๆ
“ว่าใคร!”
“ฉันไม่ได้เฉพาะเจาะจงใคร แต่ถ้าคุณอยากรับไว้ก็ไม่ว่ากัน”
จากคำพูดโต้ตอบของสองหนุ่มสาวทำให้ธนกฤตรู้สึกสนใจหญิงสาวผู้มาเยือนคนนี้ขึ้นมาทันที
‘ขิงก็รา ข่าก็แรง’ ประโยคนี้ผุดขึ้นในใจ
มีไม่กี่คนนักหรอกที่จะกล้าประชันฝีปากกับพี่ชายมาดเข้มของเขาโดยไม่เกรงกลัวเช่นเธอ
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







![หนี้สวาทพ่อเลี้ยงทมิฬ [ Drama,Comedy 18+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)