Masuk“เจ้านายของลุงคงเชี่ยวชาญเรื่องชามากเป็นพิเศษ ถึงได้บริหารงานที่ไร่นี้ให้มั่นคงเป็นปึกแผ่นอย่างที่เราเห็น”
“คุณพีทกับคุณพอลเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีหัวก้าวหน้า ใส่ใจที่จะศึกษาหาความรู้เพื่อนำมาพัฒนาต่อยอดทางธุรกิจอยู่เสมอ และยังเคยเดินทางไปดูไร่ชาในต่างประเทศมาแล้วหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นจีน เกาหลี ญี่ปุ่น เวียดนาม ไต้หวัน ไปมาหมดแล้ว แต่ที่นี่เลือกที่จะปลูกชาแบบไต้หวัน ในช่วงแรก ๆ ที่คุณพีทเข้ามาบริหารงานในไร่ คุณพีทยังเคยจ้างผู้เชี่ยวชาญจากไต้หวันมาเป็นคิวซีให้กับไร่ของเรา พอเรียนรู้ได้ระดับหนึ่งเราก็ทำกันเอง ถึงแล้วครับ”
“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง แถมยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับชาอีกด้วย”
“ยินดีครับ”
เมื่ออยู่ลำพังณชญาดาก็นั่งฟังการสนทนาเกี่ยวกับชาที่ตนเองบันทึกไว้ พร้อมกับถอดเทปและพิมพ์ข้อมูลสำคัญ ๆ ที่จะนำมาใช้ในงานเขียนครั้งนี้อย่างเพลิดเพลิน หญิงสาวมักจะหาเวลาไปพูดคุยสอบถามคนงานในไร่ถึงการทำงานของพวกเขา รวมถึงมุมมองที่พวกเขามีต่อตัวธนวรรธน์
เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลในการเขียน จากการพูดคุยทำให้รู้ว่าเขายังคงอารมณ์ร้อนและโมโหร้ายไม่เปลี่ยน และเป็นคนพูดจริงทำจริงเสมอ แต่ถึงจะอารมณ์ร้อนลูกน้องก็ยังคงรักและให้ความนับถือในตัวเขา
ณชญาดาเริ่มคิดโครงเรื่องคร่าว ๆ ว่าจะเขียนถ่ายทอดเรื่องชาออกมาในรูปแบบไหน แต่คงต้องขอความเห็นชอบจากพวกเขาก่อนถึงจะเริ่มลงมือเขียนได้
การทำงานสองวันที่ผ่านมาทุกอย่างดูจะราบรื่นดี เพราะณชญาดาพยายามที่จะหลีกเลี่ยงการปะทะกันซึ่งหน้ากับเจ้านายหนุ่มอารมณ์ร้อนจนกระทั่งบ่ายวันต่อมา
ในขณะที่ณชญาดากำลังดูการทำงานในไร่ชาอยู่นั้น เธอได้รับโทรศัพท์จากพัดชาผู้เป็นพี่สาว
“พี่มีเรื่องสำคัญจะบอกดา” น้ำเสียงของอีกฝ่ายที่ดังมาตามสายฟังดูร้อนรนกระวนกระวาย ทำให้ณชญาดาใจเสียด้วยสังหรณ์ว่าอาจจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น
“เรื่องอะไรหรือคะพี่พัด”
“เรื่องของญาณิน”
“เกิดอะไรขึ้นกับลูกของดาคะ”
น้ำเสียงที่แสดงถึงความตกใจบวกกับท่าทางร้อนรนของหญิงสาว ดึงดูดความสนใจจากสองหนุ่มได้เป็นอย่างดี
“ลูก!” ธนกฤตแปลกใจเมื่อรู้ว่าณชญาดามีลูก เขาหันไปสบตาพี่ชาย แต่อีกฝ่ายกลับจ้องมองไปที่ณชญาดา
“ทางโรงเรียนโทรมาแจ้งว่าญาณินอาเจียนและหายใจติดขัด ตอนนี้เขานำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว แต่ดาไม่ต้องห่วงนะพี่จะดูแลหลานเอง ตอนนี้พี่กำลังขับรถไปที่โรงพยาบาล...” พัดชาบอกชื่อโรงพยาบาลเอกชนซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับโรงเรียนของญาณิศา
“ไม่ให้ดาห่วงได้ยังไงคะพี่พัด ลูกของดาทั้งคน แล้วทำไมจู่ ๆ ญาณินถึงได้มีอาการแบบนั้นได้คะ”
“พี่เองก็ยังไม่รู้สาเหตุเหมือนกัน ไว้ถึงโรงพยาบาลแล้วพี่จะโทรบอกอาการของญาณินอีกที แต่พี่อยากให้ดากลับมาดูลูก”
“ได้ค่ะ ดาจะรีบกลับไปให้เร็วที่สุด ดาฝากลูกด้วยนะคะพี่พัด”
“ญาณินเป็นหลานของพี่นะดา พี่ต้องดูแลเขาอยู่แล้ว แค่นี้ก่อนนะพี่จะรีบไปโรงพยาบาล”
“ค่ะพี่พัด” กายบางสั่นไหวหลังจากวางสาย
ใบหน้าของณชญาดาซีดเผือด นันย์ตาฉายแววตื่นตระหนก ด้วยเกรงว่าบุตรสาวที่เธอรักดั่งแก้วตาดวงใจจะเป็นอะไรไป
“ฉันมีความจำเป็นที่จะต้องกลับกรุงเทพฯ” หญิงสาวหันไปพูดกับธนวรรธน์หลังจากควบคุมสติได้
“ทั้งที่คุณเพิ่งจะลงมือทำงานได้แค่สามวัน”
“มันเป็นเรื่องด่วน”
“ผมไม่อนุญาตให้ไป”
ในเวลาเช่นนี้ณชญาดาไม่สนใจหรอกว่าเขาจะอนุญาตหรือไม่ เพราะไม่มีอะไรที่จะสำคัญไปกว่าเรื่องของญาณิศา
“แต่ฉันต้องไป คุณห้ามฉันไม่ได้หรอก” เธอตอบอย่างไม่แคร์
ธนวรรธน์ไม่พอใจที่อีกฝ่ายกล้าขัดคำสั่ง ทำให้เขาตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
“ทำไมจะห้ามไม่ได้ในเมื่อผมเป็นเจ้านายของคุณ”
“ถ้าอย่างนั้นฉันขอถอนตัวจากงานนี้”
ดวงตาของธนวรรธน์เปล่งประกายวาวโรจน์เมื่อได้ยินคำพูดประโยคนั้น เขาเดินตรงเข้าไปฉุดร่างบางของณชญาดาไว้ พร้อมกับตะโกนใส่หน้าเธอด้วยความฉุนเฉียวที่เธอบังอาจฝ่าฝืนคำสั่งเขา
“ถ้าผมไม่สั่งคุณก็ไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ฮึ! ขอถอนตัวงั้นเหรอ ฝันไปเถอะ”
ณชญาดาพยายามดิ้นรนขัดขืนเพื่อให้หลุดจากการเกาะกุมแต่ไม่สำเร็จ “ปล่อยฉันนะ ฉันบอกให้ปล่อย”
“ไม่ปล่อย”
“ใจเย็น ๆ ก่อนนะครับพี่พีท” ธนกฤตเห็นท่าไม่ดีจึงรีบห้ามทัพก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะเปิดศึกใส่กัน
“ไม่ใช่เรื่องของนาย อย่ามายุ่ง” ธนวรรธน์หันไปตวาดใส่หน้าธนกฤต
“ผมว่าเราฟังเหตุผลของคุณญาดาก่อนดีไหมครับ บางทีเธออาจจะมีเรื่องจำเป็นเร่งด่วนจริง ๆ คุณบอกพี่พีทไปสิครับว่าทำไมถึงต้องกลับกรุงเทพฯ อย่างเร่งด่วนแบบนี้” ประโยคสุดท้ายธนกฤตจงใจหันไปพูดกับณชญาดา
“ลูกของฉันถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยที่ยังไม่รู้สาเหตุ ฉันจำเป็นต้องกลับไปดูแลเขา เหตุผลแค่นี้พอไหม”
แม้ธนวรรธน์จะรู้สึกไม่พอใจกับการต่อต้านของณชญาดา แต่เหตุผลที่เธอกล่าวมามันมีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้เขายินยอมปล่อยให้เธอทำตามความต้องการของตัวเอง อย่างน้อยเธอก็ยังมีสำนึกของความเป็นแม่ที่ยังห่วงใยลูก“ผมจะไปส่งคุณที่สนามบินเอง” ธนวรรธน์เอ่ยออกมาในที่สุด
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







