Share

บทที่ 27

last update Tanggal publikasi: 2026-09-18 00:35:27

            เมื่อถึงสนามบินธนวรรธน์ก็ไปจัดการเรื่องตั๋วเครื่องบินให้หญิงสาว เขายื่นตั๋วเครื่องบินดังกล่าวให้ณชญาดา

            “ผมเลือกไฟร์ทที่เร็วที่สุดให้แล้ว รับไปสิ”

            “ขอบคุณค่ะ สำหรับเรื่องงาน...”

            แม้จะเป็นห่วงลูกแต่เธอก็ยังอดห่วงเรื่องงานไม่ได้ เพราะไม่อยากให้ใครมาต่อว่าเธอได้ว่าเป็นคนไม่มีความรับผิดชอบ

            “ไปจัดการธุระเรื่องลูกของคุณให้เสร็จแล้วค่อยกลับมา หวังว่าคงจะไม่ทิ้งงานไปกลางคัน”

            “ไม่ต้องห่วงฉันเป็นคนมีความรับผิดชอบมากพอ”          “ทำให้ได้ตามที่พูดไว้ละกัน”

            “แน่นอน”

            “รีบไปสิเดี๋ยวก็ตกเครื่องหรอก”

            ณชญาดาพยักหน้าก่อนจะเดินจากไปด้วยความเร่งรีบ หลังจากนั้นไม่นานธนวรรธน์ก็ตามเธอไป เขาไม่เชื่อใจเธอ ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือเขาไม่เคยไว้ใจผู้หญิงจึงเลือกที่จะบินตามไปดูให้เห็นกับตา

            ทันทีที่ถึงสนามบินธนวรรธน์เห็นณชญาดาโทรคุยกับใครบางคน ก่อนจะรีบร้อนก้าวขึ้นรถของไอ้หนุ่มมาดเซอร์ปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมที่เคยมาส่งเธอเมื่อคราวก่อน เพราะต้องการที่จะจับโกหกของอีกฝ่าย ทำให้ธนวรรธน์ตัดสินใจเรียกรถแท็กซี่เพื่อให้ขับตามเธอไป

            “ตามรถคันนั้นไปอย่าให้คลาดสายตา” เขาสั่งด้วยน้ำเสียงห้วนสั้นบ่งบอกถึงอารมณ์ที่กำลังคุกรุ่นอยู่ในขณะนั้น

            และก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นณชญาดามาที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง เขาจ่ายเงินค่ารถก่อนจะก้าวเดินตามสองหนุ่มสาวไปห่าง ๆ

            หรือว่าเรื่องที่เธอกล่าวอ้างจะเป็นเรื่องจริง

            แต่เขายังไม่ปักใจเชื่อจนกว่าจะได้เห็นด้วยตาของตัวเอง ประสบการณ์ในอดีตสอนให้เขารู้ว่าผู้หญิงเป็นเพศที่ไว้ใจไม่ได้ นอกจากไว้ใจไม่ได้แล้วยังพร้อมที่จะทรยศหักหลังได้ทุกเมื่อ แต่แล้วกลับพบว่าครั้งนี้ณชญาดาอาจจะพูดความจริง เมื่อเห็นเธอและไอ้หนุ่มมาดเซอร์เดินหายเข้าไปในห้องพักคนไข้

            “ญาณินเป็นอย่างไรบ้างคะพี่พัด”

            ณชญาดาถามด้วยน้ำเสียงร้อนรนกระวนกระวาย ก่อนจะผวาเข้าไปลูบไล้ใบหน้าของลูกสาวซึ่งเปรียบเสมือนดวงใจที่กำลังนอนหลับเพราะฤทธิ์ยา

            “หมอบอกว่าเกิดจากการแพ้อาหารอย่างรุนแรง ก็เลยอาเจียนและหายใจติดขัด แต่ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว”

            “แพ้อาหาร! เป็นไปได้ยังไงคะพี่พัด ในเมื่อดาย้ำกับทางโรงเรียนอยู่เสมอว่าญาณินแพ้กุ้ง แล้วทำไมยังเกิดเหตุการณ์แบบนี้”

            “มันเป็นความผิดพลาดของครูพี่เลี้ยง อันที่จริงอาหารจานนั้นเขาจัดไว้ให้เด็กอีกคนหนึ่ง แต่ครูดันเผลอหยิบสลับกัน”

            “ถึงจะเป็นอย่างนั้นแต่ญาณินรู้นะคะว่าตัวเองกินกุ้งไม่ได้”

            “เพราะญาณินไม่รู้ว่าอาหารจานนั้นมีส่วนผสมของกุ้งน่ะสิถึงได้กินเข้าไปจนหมด อาการถึงได้กำเริบหนัก ดีนะที่ทางโรงเรียนเขารีบนำตัวส่งโรงพยาบาล”

            “ขอบคุณพี่พัดมากเลยนะคะที่ช่วยดูแลญาณิน”

            “ดาอย่าลิมสิว่าญาณินเป็นหลานของพี่ ถึงยังไงพี่ก็ต้องดูแลหลานอยู่แล้ว” พัดชาตอบน้องสาวก่อนจะเหลือบดูนาฬิกาข้อมือ

            “พี่พัดรีบกลับไปดูน้องซันเถอะค่ะ ดาจะอยู่เฝ้าลูกเอง”

            “ก็ดีเหมือนกัน ป่านนี้เจ้าตัวแสบของพี่คงจะอาละวาดน่าดู พี่ไปก่อนนะ”

            จากนั้นพัดชาจึงขอตัวกลับบ้านเพื่อไปดูแลลูกชายหัวแก้วหัวแหวน

            “ดาอยากไปคุยกับคุณหมอที่ดูแลอาการของญาณิน”

            “ชลจะไปเป็นเพื่อน”

            “แล้วใครจะอยู่เฝ้าญาณิน”

            “แกหลับเพราะฤทธิ์ยาคงยังไม่ตื่นง่าย ๆ หรอก อีกอย่างเราไปไม่นานเดี๋ยวก็กลับ แต่ถ้าดายังเป็นห่วงเราก็ฝากพยาบาลที่เคาเตอร์ไว้ก็ได้”

            ณชญาดาลังเลเพราะไม่อยากทิ้งลูกไว้ตามลำพัง แต่สุดท้ายก็ยอมเดินออกจากห้องไปพร้อมกับสายชล

            ธนวรรธน์รอจนอีกฝ่ายเดินลับสายตาไป จากนั้นเขาก็เดินไปที่ห้องดังกล่าว ก่อนที่จะเปิดประตูเขาได้เหลือบสายตาไปมองป้ายชื่อคนไข้ที่ติดอยู่หน้าห้อง

            เด็กหญิงญาณิศา ปัทมะกรเมธา

            ตอนแรกที่ตามณชญาดามาก็เพื่อที่จะจับโกหกเธอ แต่แล้วกลับพบว่าหญิงสาวพูดความจริง และที่น่าประหลาดใจยิ่งไปกว่านั้นคือ ลูกของณชญาดาคือหนูน้อยญาณินที่เขาเคยพบเมื่อคราวก่อน ธนวรรธน์เดินไปหยุดยืนอยู่ข้างเตียงคนไข้ ใบหน้าซีดเผือดของแม่หนูน้อยดึงดูดให้เขาเอื้อมมือไปลูบไล้อย่างอ่อนโยน ก่อนจะก้มลงจูบหน้าผากเธอ

            สัมผัสบางเบานั้นปลุกญาณิศาให้ตื่นจากนิทรา หนูน้อยค่อย ๆ ลืมตา แต่ยังคงมีอาการสลึมสลือซึ่งอาจจะเป็นเพราะฤทธิ์ยาที่ยังหลงเหลืออยู่ เมื่อญาณิศาเห็นใบหน้าของบุคคลที่ยืนอยู่ข้างเตียงรอยยิ้มกว้างก็ปรากฎขึ้น

            “คุณลุง”

            แม้ว่าญาณิศาอยากที่จะพูดคุยกับเขาแต่ทว่าดวงตากลับหนักอึ้ง ถึงกระนั้นก็ยังไม่วายอยากคุย

            “ทำไมนางฟ้าตัวน้อยของลุงถึงป่วยได้”

            “คุณลุงหมอบอกว่าหนูแพ้อาหาร”

            “ตอนนี้ดีขึ้นหรือยัง”

            “ดีขึ้นแล้วค่ะ คุณลุงหมอบอกว่าหนูไม่เป็นอะไรแล้ว แต่ต้องระวังเรื่องอาหาร เพราะถ้าไม่ระวังหนูก็จะเป็นแบบนี้อีก”

            “หายไว ๆ นะเด็กดีจะได้ออกไปวิ่งเล่นอีก”

            ญาณิศาพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม จากนั้นธนวรรธน์ก็บอกให้แม่หนูน้อยนอนพัก เมื่อเห็นอาการง่วงงุนของอีกฝ่าย แต่เจ้าตัวฝืนไว้เพราะอยากคุยกับเขา

            “นอนซะคนเก่ง”

            “เราจะได้เจอกันอีกไหมคะ”

            “เราต้องได้เจอกันอีกแน่ ถ้าหนูเป็นเด็กดีนะ”

            ญาณิศายิ้มเมื่อได้ยินคำตอบของอีกฝ่าย

            “ญาณินเป็นเด็กดีเสมอ”

            “ลุงคงต้องกลับละ นอนซะจะได้หายไว ๆ”

            “อยู่จนกว่าหนูจะหลับได้ไหมคะ”

            “ได้สิ” ธนวรรธน์ตอบลูบหัวญาณิศาเบา ๆ ราวกับจะกล่อมให้หลับ

            ในชีวิตของเขาไม่เคยทำอะไรที่อ่อนโยนเช่นนี้ให้ใครมาก่อน แต่กับญาณิศานั้นแตกต่าง มันเหมือนมีพลังบางอย่างดึงดูดให้เขาทำเช่นนั้น สัมผัสที่อ่อนโยนนั้นทำให้ญาณิศาหลับตาลงและหลับไปอย่างง่ายดายพร้อมรอยยิ้ม

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 109

    ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 108

    “น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 107

    ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 106

    หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 105

    “จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 104

    ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status