LOGIN“รังเกียจก็พูดมาตรง ๆ” เขาเอ่ยพร้อมกับยิ้มเยาะเธอ
คำพูดแสลงหูนั้นเองที่ทำให้หญิงสาว ตัดสินใจรับขวดไวน์นั้นมาดื่มอึกใหญ่ ก่อนจะส่งมันคืนกลับไปให้เจ้าของ
“ปกติฉันไม่ค่อยดื่มแอลกอฮอล์ เพราะฉันเป็นคนดื่มไม่เก่ง และมันทำให้ฉันเมาง่าย แต่คืนนี้ถือเป็นกรณีพิเศษ เพราะบรรยากาศชวนให้ดื่ม เอาเป็นว่าฉันจะดื่มเป็นเพื่อนคุณ ไม่เมาไม่เลิกราดีไหม คุณจะได้เลิกพูดจาจิกกัดฉันซะที แต่เราควรจะเข้าไปดื่มข้างใน เพราะฉันไม่อยากจะเป็นปอดบวม” พูดจบเธอก็เดินกลับเข้าไปในตัวบ้าน
ธนวรรธน์มองตามไปก่อนจะไหวไหล่ จากนั้นก็เดินตามหญิงสาวกลับเข้าไปด้านใน ณชญาดาเดินไปเปิดเพลงคลอเบา ๆ จากเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่หาได้ยากในปัจจุบัน แต่เขายังคงดูแลรักษาเครื่องเล่นชิ้นนี้เป็นอย่างดี
สองหนุ่มสาวนั่งดื่มไวน์ด้วยกันท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบาย โดยไม่จำเป็นต้องมีคำพูดใดใด ต่างฝ่ายต่างก็จมอยู่ในความคิดของตนเอง ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนแต่ไวน์หมดไปสามขวด จากที่นั่งห่างกันเป็นวาก็ค่อย ๆ กระเถิบเข้ามานั่งชิดกันโดยไม่รู้ตัว
ณชญาดาลอบมองใบหน้าด้านข้างของธนวรรธน์นิ่งนาน จนกระทั่งเขาหันมาสบตาเธอในระยะประชิด หญิงสาวมองเห็นประกายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเพลิงพิศวาสที่พร้อมจะเผาผลาญเธอให้มอดไหม้เป็นจุณจากแววตาเขา
เจ้าของไร่หนุ่มค่อย ๆ โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้...และใกล้...ดวงหน้างาม จมูกโด่งคมฝังลงบนเรือนผมที่นุ่มละเอียดราวกับแพรไหม ก่อนจะจูบละไปทั่วใบหน้า และเลื่อนไล้ไปสู่ซอกคอหอมกรุ่นซุกไซ้คลอเคลีย ณชญาดาสะท้านสั่นไหวไปกับสัมผัสนั้น ซึ่งเป็นสิ่งแปลกใหม่ที่เธอไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน อาจเป็นเพราะความมึนเมาจากปริมาณแอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไป ทำให้หญิงสาวเผลอไผลแหงนใบหน้า เพื่อเปิดทางให้อีกฝ่ายสัมผัสเธอได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น แก้มเนียนร้อนผ่าวด้วยไฟเสน่หาที่ถูกจุดขึ้น
เมื่อได้สัมผัสกอดรัดแนบชิดภายใต้บรรยากาศที่เป็นใจ เสียงสายฝนที่โปรยปรายลงมา สลับกับเสียงดนตรีที่คลอเบา ๆ บวกกับความมึนเมากับปริมาณแอลกอฮอล์ที่ทั้งคู่ดื่มเข้าไป เป็นเสมือนสิ่งเร่งเร้าที่ไม่อาจต้านทานความต้องการลึก ๆ ที่อยู่ภายใน จนต้องแสดงออกมาในที่สุด ทั้งสองเริ่มสัมผัสลูบไล้เรือนร่างของกันและอย่างช้า ๆ ธนวรรธน์ฉวยโอกาสมอบจูบที่เร่าร้อนให้ณชญาดาโดยมิทันให้เธอได้ตั้งตัว
“อย่าค่ะ” ณชญาดาร้องค้านเสียงแผ่วเบาเมื่อมีโอกาส
แต่ชายหนุ่มไม่ได้หยุดการกระทำของตนเอง ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่วิ่งพล่านอยู่ในสายเลือด ประกอบกับสันดานดิบของผู้ชาย ผลักดันให้ธนวรรธน์เลือกที่จะทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม เขาระดมจูบเธอไม่ยั้ง ปลายลิ้นของเขาลุกล้ำเข้าไปเกี่ยวกระหวัดลิ้นนุ่มด้วยความชำนาญ เพื่อสัมผัสความหวานจากริมฝีปากของเธอ และเพื่อหลอกล่อให้หญิงสาวเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสที่เขาจงใจมอบให้ ริมฝีปากร้อนรุ่มและปลายจมูกโด่งของเขา สัมผัสไปทั่วใบหน้างามของเธออย่างย่ามใจ
ก่อนจะละเรื่อยมาจนถึงใบหู ธนวรรธน์ซุกไซ้ซอกคอหอมกรุ่นของณชญาดาอีกครั้ง ปลายจมูกของเขาฝังอยู่กับเนื้อนุ่ม พลางใช้ริมฝีปากขบเม้มเบา ๆ
จากสัมผัสแปลกใหม่ที่ได้รับทำให้ณชญาดารู้สึกราวกับว่า ร่างกายของตนเองถูกแผดเผา และกำลังจะระเบิดเป็นจุณในอีกไม่ช้า
“ธนวรรธน์คะ” เธอเผลอร้องเรียกชื่อเขาออกมาโดยไม่รู้ตัว
ณชญาดาตอบสนองสัมผัสของธนวรรธน์แบบกล้า ๆ กลัว ๆ อย่างคนไร้ซึ่งประสบการณ์
ธนวรรธน์ยอมรับว่าความอ่อนใส ไร้เดียงสาของณชญาดาทำให้เขาหวั่นไหวได้ไม่น้อย เธอทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนหน้าผาสูงชัน เมื่อต้องเลือกระหว่างคุณธรรมและตัณหาราคะในจิตใจ ก่อนหน้านั้นเขาเคยมั่นใจว่าสามารถควบคุมจิตใจของตนเองได้ แต่พอสบตาดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้น ความสุขุมเยือกเย็นในการบังคับจิตใจตัวเองก็อันตรธานหายไปจนหมดสิ้น
สุดท้ายเขาก็พ่ายแพ้ให้กับความปรารถนาอันร้อนแรง ที่คุกรุ่นอยู่ภายในกายเขา และปล่อยให้มันเป็นไปในทิศทางที่ควรจะเป็น
“ผมต้องการคุณ...เป็นของผมนะคนดี”
ชายหนุ่มไม่เปิดโอกาสให้เธอปฏิเสธ เขาใช้ริมฝีปากของเขาปิดกั้นคำทักท้วง ที่กำลังจะตามมาจากริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่อ ธนวรรธน์จูบเธออย่างหิวกระหายและเว้าวอน ปลายลิ้นของเขาลุกล้ำเข้าไปสัมผัสความหวานจากริมฝีปากของเธออย่างเพลิดเพลินตามอำเภอใจ การกระทำของเขามันทำให้หญิงสาวรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัว
ในตอนนี้เองที่ณชญาดาไม่เหลือความคิดใดใดอยู่ในสมอง เธอตอบสนองจุมพิตของเขาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ และสอดมือเข้าไปในผมนุ่มของเขาอย่างเผลอไผล ธนวรรธน์ใช้ความชำนาญและลีลาที่เร่าร้อน ปลุกเร้าอารมณ์ของฝ่ายตรงข้ามเพื่อให้เธอร่วมมือ ด้วยการตอบสนองความต้องการของเขา
หลังจากที่เขามอมเมาเธอด้วยจูบที่เร่าร้อน ร่างบางของเธอก็ถูกช้อนขึ้นสู่อ้อมแขน ณชญาดาซุกซบใบหน้ากับแผงอกล่ำสัน แขนทั้งสองของเธอพาดอยู่กับบ่าแข็งแรงของเขา ธนวรรธน์อุ้มเธอเดินตรงไปที่เตียงนอนขนาดใหญ่ที่ตั้งเด่นอยู่ภายในห้องนอน จากนั้นร่างของเธอถูกโน้มเอนลงบนที่นอนหนานุ่ม โดยมีร่างกำยำที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามของเขาทาบทับตามลงมา
ณชญาดามีท่าทางลังเล “เราไม่ควรทำแบบนี้นะคะ มันไม่ถูกต้อง...”
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







