Masukระหว่างที่นั่งรอเขา เธอเปิดรูปถ่ายในกล้องให้เด็กน้อยทั้งสองดู พร้อมกับช่วยกันเลือกว่าจะให้เธอเอารูปไหนไปอัพลงบล็อกของญาณินกันอย่างเพลิดเพลิน ธุระของธนวรรธน์ใช้เวลาไม่นาน หลังจากที่เขาทำธุระเสร็จก็ตามมาสมทบกับทุกคนในห้องรับรอง
“ไปกันได้ละผมเสร็จธุระแล้ว”
“เราจะไปไหนกันเหรอครับน้าดา”
“น้าจะไปซื้อของมาทำอาหารที่ซันกับน้องอยากกินไงครับ”
“แม่คะหนูง่วงนอน”
ธนวรรธน์ได้ยินเช่นนั้นก็ก้มลงอุ้มแม่หนูน้อยไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะหันไปบอกกับณชญาดาว่าเขาจะพาเด็ก ๆ ไปรอเธอที่ร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม เธอจะได้ไปเดินเลือกซื้อของได้อย่างสะดวก แต่หญิงสาวไม่อยากปล่อยให้เด็ก ๆ อยู่กับเขาเพียงลำพัง โดยเฉพาะญาณินที่นอนหลับซบบ่าเขาอยู่ตอนนี้
“ฉันจะพาเด็ก ๆ ไปด้วย”
“เพื่ออะไร คุณไปซื้อของที่อยากได้เถอะ ส่วนผมจะดูลูกเอง”
จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม แต่การที่ธนวรรธน์เรียกญาณิศาว่าลูกเต็มปากเต็มคำโดยไม่เคอะเขิน มันทำให้เธอกลัว
“ไม่” เธอตอบพร้อมกับตรงเข้าไปคว้าลูกมาจากตัวเขา ธนวรรธน์ไม่ยอม เขาเบี่ยงตัวหลบ
“เอาลูกมาให้ฉัน คืนลูกมาให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ” เธอเผลอตะโกนใส่หน้าเขา
คำพูดของหญิงสาวทำให้ฑีฆายุตกใจไม่น้อย เพราะไม่เคยเห็นเธอโกรธและเสียงดังเท่านี้มาก่อน
ธนวรรธน์รู้สึกแปลกใจ เหตุใดหญิงสาวถึงได้มีปฏิกิริยาเช่นนี้ เธอทำราวกับว่าถ้าทิ้งลูกไว้กับเขา เขาจะขโมยลูกของเธอไป
“คุณทำเหมือนว่าผมจะขโมยลูกไปอย่างนั้นแหละ ที่จริงแล้วผมแค่จะดูแลพวกเขาให้คุณเท่านั้น ฟังให้ดีนะญาดา ผมจะคืนญาณินและซันให้คุณก็ต่อเมื่อคุณไปซื้อของกลับมาแล้วเท่านั้น จะไปไหม”
แต่เมื่อเห็นเธอยังคงยืนปักหลักอยู่ที่เดิม พร้อมกับมองเขาไม่วางตา
“ไม่ต้องห่วงนะผมไม่เคยคิดจะขโมยลูกไปจากคุณ ถ้าคุณกังวลเรื่องนั้นล่ะก็อย่าห่วงเลย ผมไม่ทำแบบนั้นแน่ จะไปซื้ออะไรก็ไปเถอะ เราจะไปรอคุณอยู่ที่ร้านกาแฟฝั่งโน้น คุณซื้อของที่อยากได้ครบแล้วก็ไปพบเราที่นั่น ตกลงนะ”
ณชญาดาจำใจพยักหน้า
“ฉันฝากพวกเขาไว้กับคุณสักครู่แล้วฉันจะรีบกลับมา”
“โอเค”
ธนวรรธน์จูงมือฑีฆายุให้เดินข้ามถนนไปที่ร้านกาแฟ เขาสั่งกาแฟสำหรับตัวเอง และสั่งเค้กช้อคโกแลตและโกโก้เย็นให้หนุ่มน้อยที่ยืนอยู่ข้างตัว
“อร่อยไหม” ธนวรรธน์เอ่ยถาม
“อร่อยมากเลยครับ”
“กินดี ๆ สิ เลอะหมดแล้วเห็นไหม” เขาเอื้อมไปเช็ดปากฑีฆายุด้วยกระดาษทิชชู่ในมือ หนุ่มน้อยเงยหน้าจากเค้กจานโปรดมายิ้มให้เขา
ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างเขาจะมีวันนี้ วันที่เขาใช้เวลาที่มีค่าทั้งหมดของตัวเอง ไปกับการพาเด็ก ๆ มาเที่ยว แถมยังต้องดูแลเด็ก ๆ วัยกำลังซนด้วยตัวเอง แต่ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ
ณชญาดารีบเดินไปเลือกซื้อของที่ตั้งใจไว้ก่อนจะกลับมาหาเขากับลูกตรงจุดที่เขาบอก จากนั้นก็พากันกลับบ้าน ก่อนจะกลับได้มีคนเดินเข้ามาทักทายธนวรรธน์ ซึ่งมีร่างของญาณินซบหลับอยู่ที่ไหล่ พวกเขาเหล่านั้นต่างก็เอ่ยเป็นเสียงเดียวกันว่า ธนวรรธน์และหนูน้อยที่ซบหลับอยู่ที่ไหล่ของเขานั้น ดูเหมือนพ่อลูกกันไม่มีผิด หน้าตาก็ยังเหมือนกันมากอีกด้วย
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนเอ่ยทักเช่นนี้...มันเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งภายในวันเดียวกัน
ใจของณชญาดาเต้นรัว ด้วยเกรงว่าคำพูดเหล่านั้นจะทำให้ธนวรรธน์รู้สึกเอะใจ แต่เมื่อเห็นท่าทีปกติของเขาก็เลยแอบถอนใจ บางทีเธออาจจะกังวลและกลัวมากจนเกินไป
กลัวว่าเขาจะล่วงรู้ความลับที่ถูกเก็บงำมานาน ในเมื่อไม่เห็นท่าทีที่แปลกไปของเขาเกี่ยวกับเรื่องที่คนพากันเอ่ยทัก ก็ทำให้หญิงสาววางใจ
หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วธนวรรธน์ก็เก็บเรื่องเหล่านี้มาคิดเช่นกัน เพียงแต่ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมาให้เธอรู้เท่านั้น
หลังจากธนวรรธน์พาณชญาดาและเด็กน้อยทั้งสองกลับมาถึงบ้าน เพราะความเหนื่อยทำให้สองพี่น้องหลับสนิทยาวนานกว่าที่คิด
ขณะที่เด็ก ๆ หลับหญิงสาวก็ถ่ายโอนภาพถ่ายและคลิปทั้งหมดจากกล้องถ่ายรูป ที่นำติดตัวไปมาลงไว้ในโน้ตบุ๊กส่วนตัว เพื่อไว้ใช้ในการอัพบล็อกของลูกสาว จากนั้นก็เข้าครัวทำมักกะโรนีอบชีสและพิซซ่า ที่สองพี่น้องตัวน้อยรบเร้าอยากกินมาหลายวัน โดยฝากให้น้อยอยู่เป็นเพื่อนซันและญาณิน
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







