Masuk“ป้าคิดว่าคุณญาดาจะเป็นอย่างที่วันพูดหรือเปล่าครับ”
จันทราส่ายหน้าก่อนที่จะตอบ
“ป้าไม่เชื่อหรอกค่ะ คุณญาดาในตอนนั้นเธอเป็นคนใสซื่อ แม้ว่าป้าจะรู้จักเธอในเวลาไม่นาน แต่ป้าเชื่อว่าเธอไม่ใช่คนที่เห็นแก่เงิน ส่วนเหตุผลที่ทำให้เธอจากไปป้าไม่รู้จริง ๆ ค่ะ และการที่เธอกลับมาปรากฏตัวที่นี่อีกครั้ง หลังจากหายหน้าไปหลายปี เพื่ออะไรป้าก็ยังไม่ได้คำตอบ”
“สรุปว่าคุณญาดาคือผู้หญิงที่เคยมีความสัมพันธ์กับพี่พีทเมื่อหลายปีก่อน ถึงว่าดวงตาของผู้หญิงในภาพกับดวงตาของคุณญาดาเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน ที่แท้ก็เป็นคน ๆ เดียวกันนี่เอง”
“ใช่แล้วค่ะ ว่าแต่คุณพอลสงสัยอะไรเหรอคะ”
“มีเรื่องบางอย่างที่มันยังค้างคาใจผม รอให้ผมสืบจนได้คำตอบที่แน่ชัดก่อนนะครับ แล้วผมจะเป็นคนบอกทุกคนเอง” ธนกฤตเอ่ยโดยไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนแอบฟังอยู่
แม้ว่าช้อยจะได้ยินแค่ในตอนท้าย ก็พอจะรู้ว่าธนกฤตกำลังสงสัยอะไรบางอย่างในตัวณชญาดา ถึงขั้นจะสืบให้รู้ความจริง ต้องมีเรื่องอะไรบางอย่างซ่อนเร้นอยู่แน่ คงต้องรีบนำเรื่องนี้ไปเล่าให้เจ้านายฟัง เผื่อจะได้ค่าตอบแทนที่เป็นคนนำข่าวมาบอก
ธนวรรธน์กลับมาที่บ้านพร้อมวันวรุณ ทันทีที่เข้ามาในบ้านสายตาของเขาก็มองหาเด็กน้อยทั้งสอง ที่ปกติจะต้องวิ่งออกมาคอยต้อนรับ แต่วันนี้กลับไม่มีวี่แววของสองแสบวัยซน
“มองหาอะไรอยู่เหรอคะพีท”
“ไม่มีอะไร”
“จะไม่มีได้ยังไง ในเมื่อวันเห็นอยู่ว่าคุณกำลังมองหาอะไรบางอย่าง”
“ไม่ใช่เรื่องของคุณ เลิกเซ้าซี้ได้แล้ว นิสัยแบบนี้มันน่าเบื่อ” พูดจบก็เดินแยกไป
“อะไรของเขา ถามนิดถามหน่อยทำไมจะต้องอารมณ์เสียด้วย” วันวรุณบ่นด้วยความหงุดหงิดก่อนจะรีบวิ่งตามเขาไป
“เดี๋ยวก่อนสิคะพีท คุณจะรีบไปไหน วันมีเรื่องจะต้องคุยกับคุณ วันรอคุณมาทั้งวันแล้วจะมาเดินหนีวันไปง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้นะ” เธอเดินตามไปยื้อแขนเขาเอาไว้
ธนวรรธน์ชักสีหน้าก่อนจะหันไปเอ่ยถาม “มีอะไรอยากจะพูดก็รีบพูดมา”
“วันหยุดที่ผ่านมาคุณพาใครไปเที่ยว เด็กพวกนั้นเป็นใคร แล้วยังผู้หญิงคนนั้นอีก มันเป็นใคร ทำไมคุณจะต้องไปเที่ยวกับมัน บอกวันมาเลยนะว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร”
“รู้เรื่องนี้ได้ยังไง”
“คนเขาลือกันให้แซ่ดว่าคุณพาแม่นั่นไปเที่ยว แถมยังบอกอีกว่าเด็กที่คุณพาไปด้วยหน้าตาเหมือนคุณราวกับพิมพ์เดียว บอกมาเดี๋ยวนี้เลยว่ามันเป็นใคร แล้วเด็กนั่นเกี่ยวข้องอะไรกับคุณ”
“ผมไม่จำเป็นต้องตอบคำถามไร้สาระพวกนี้” ธนวรรธน์ตอบก่อนจะเดินหนีไป แต่วันวรุณฉุดมือเขาเอาไว้
“ไร้สาระ! คุณอาจจะมองว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ แต่สำหรับวันมันไม่ใช่ คุณทำแบบนี้กับวันได้ยังไง รู้ไหมว่าวันเสียหน้ามากแค่ไหน ที่คู่หมั้นของตัวเองควงผู้หญิงอื่นไปเที่ยวอย่างชื่นมื่นโดยที่วันไม่รู้”
“จะไปใส่ใจอะไรกับคำพูดของพวกปากมากเหล่านั้น มันไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรที่จะต้องเก็บมาคิด”
“แต่สำหรับวันมันสำคัญ คุณยังไม่ได้ตอบวันเลยนะคะว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร แล้วยังเด็กที่พวกนั้นเอ่ยถึงอีก”
“ผมไปกับณชญาดาและลูกของเธอ พอใจหรือยัง” เขากระชากเสียงตอบ
“แม่นักเขียนนั่นมาเกี่ยวอะไรด้วย ทำไมพีทจะต้องเจ้ากี้เจ้าการพาแม่นั่นกับเด็ก ๆ ไปเที่ยว อย่าบอกนะว่ามันคิดที่จะเขยิบฐานะขึ้นมาเป็นเมียพีท วันไม่ยอมเด็ดขาด แล้วตอนนี้แม่นั่นอยู่ที่ไหน วันจะต้องคุยกับมันให้รู้เรื่อง มันจะได้ไม่กล้ามาแย่งคุณไปจากวัน”
ธนวรรธน์ชักสีหน้าบึ้งตึง เขาชี้หน้าวันวรุณพร้อมกับยื่นคำขาดด้วยน้ำเสียงประกาศิต เมื่อไรก็ตามที่เขาใช้น้ำเสียงแบบนี้ ไม่มีใครสักคนที่จะกล้าฝ่าฝืนคำสั่งเขา
“อย่าแม้แต่จะคิดที่จะไปราวีพวกเขาเหมือนที่เคยทำกับผู้หญิงอื่นเด็ดขาด เข้าใจไหมวัน”
“ทำไมวันจะทำไม่ได้ ในเมื่อวันมีสิทธิในตัวคุณมากกว่าแม่นั่น”
“บอกว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้ อย่าให้ผมรู้นะว่าคุณไปราวีพวกเขา ถ้าผมรู้ล่ะก็คุณโดนดีแน่”
ดวงตาของเขาที่จ้องมองมาที่เธอนั้นฉายแววดุดันอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แววตาแบบนี้บ่งบอกถึงความเอาจริง ใครก็ตามที่กล้าขัดคำสั่งของเขาจะต้องไม่รอดแน่ แม้แต่ตัวเธอก็ไม่เว้น
ใคร ๆ ต่างก็รู้กันดีว่าธนวรรธน์ขึ้นชื่อเรื่องเป็นคนอารมณ์ร้อนและโมโหร้าย วันวรุณเคยเห็นเวลาที่เขาอาละวาดด้วยตาของตัวเองมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่เคยโดนกับตัวเอง และถึงแม้จะแอบหวั่นใจก็ยังไม่วายปากดี
“คุณขู่วันเหรอ อย่าคิดนะว่าวันจะกลัวคำขู่ของคุณ”
“นี่ไม่ใช่คำขู่วันวรุณ แต่เป็นคำเตือนอย่าไปยุ่งกับพวกเขาเข้าใจไหม” เขาพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนเดินจากไป
“เกิดอะไรขึ้น! ทำไมพีทถึงพูดแบบนี้”
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







