Masukจากการกระทำและคำพูดของธนวรรธน์ ทำให้วันวรุณสัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากล เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของณชญาดาและคู่หมั้นของเธอ ที่ผ่านมาไม่ว่าเธอจะไปอาละวาดกับผู้หญิงคนไหนที่เข้ามายุ่งวุ่นวายกับเขา
แต่เขาก็ไม่เคยสั่งห้ามเธอจริงจังเหมือนที่ทำในครั้งนี้ และนั่นทำให้วันวรุณเกิดความหวาดระแวง เกรงว่าผู้หญิงคนนี้จะเข้ามาเป็นตัวแทรกกลางระหว่างเขาและเธอ จะยอมปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด
“หรือว่าพีทจะสนใจแม่นั่นจริง ๆ เห็นทีจะปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว คงต้องจัดการอะไรสักอย่าง อย่างน้อยก็ต้องประกาศความเป็นเจ้าของในตัวพีท ให้แม่นั่นรู้ว่าฉันเป็นคู่หมั้นของเขา เพื่อปรามไม่ให้มันคิดการใหญ่ หวังจะใช้ลูกของตัวเองเป็นสะพาน เพื่อที่จะแย่งเขาไปจากฉันอย่างนั้นเหรอ คนอย่างวันวรุณจะไม่มีวันยอมปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นแน่ ถ้าคิดที่จะมาแย่งพีทไปจากฉันล่ะก็ต้องข้ามศพฉันไปก่อน” ดวงตาของหญิงสาวฉายแววอาฆาตมาดร้าย
ธนวรรธน์เดินมาเจอน้องชายซึ่งนั่งอยู่ภายในห้องนั่งเล่นจึงเอ่ยถาม
“รู้ไหมว่าซันกับญาณินอยู่ที่ไหน”
แต่อีกฝ่ายไม่ได้มีทีท่ารับรู้ถึงการมาของเขา ชายหนุ่มจึงเดินไปหยุดยืนข้างตัวธนกฤต
“ได้ยินที่ถามหรือเปล่าพอล”
“พี่พีทถามว่าอะไรนะครับผมไม่ทันได้ฟัง”
“เด็ก ๆ อยู่ที่ไหน นายเห็นพวกเขาบ้างไหม”
“คงจะกำลังสนุกกันอยู่ในอ่างจากุซซี่น่ะครับ พี่พีทมีอะไรหรือเปล่าครับ”
“เปล่า แค่แปลกใจที่เห็นบ้านเงียบไป แล้วนายกำลังดูอะไรอยู่”
“ดูบล็อกของญาณินครับ คุณญาดาเธอทำบล็อกให้ลูก ตั้งแต่ญาณินยังอยู่ในท้องของเธอ เธออัพภาพและคลิปตอนที่เด็ก ๆ ไปที่ร้านพีทแอนด์พอลค่าเฟ่ของเราด้วยนะครับ พี่พีทลองดูสิครับ มีคนติดตามอ่านบล็อกนี้เยอะมากเลยนะครับ” เขาส่งโทรศัพท์มือถือของตนเองให้พี่ชาย
ระหว่างที่ธนวรรธน์เปิดดูบล็อกของญาณิศา ธนกฤตได้หยิบรูปถ่ายของณชญาดาส่งคืนให้พี่ชาย
“รูปนี้มันไปอยู่กับนายได้ยังไงพอล”
มันเป็นรูปที่เขาเก็บไว้ในกระเป๋าสตางค์ของตนเองเสมอ แต่มันหายไปหลังจากที่เขาได้กระเป๋าสตางค์ที่เคยทำตกไว้ในห้องนอนของญาณิศาคืนมาจากน้องชาย หาเท่าไรก็หาไม่พบ ที่แท้รูปที่เขาตามหาก็อยู่ที่น้องชายของเขานี่เอง
“บังเอิญมันตกออกมาจากกระเป๋าเงินของพี่พีทเมื่อคราวก่อน แต่ผมลืมหยิบมาคืนให้พี่”
ธนวรรธน์เก็นภาพนั้นใส่กระเป๋าไว้ดังเดิม
“พี่พีทเคยคิดบ้างไหมครับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างพี่กับเธอในค่ำคืนนั้น อาจจะส่งผลให้เธออุ้มท้องลูกของพี่ และถ้าเป็นแบบนั้นป่านนี้หลานของผม ลูกของพี่ ก็น่าจะอายุพอ ๆ กับญาณินเลยนะครับว่าไหม”
ธนกฤตจงใจที่จะพูดกระตุ้นให้พี่ชายย้อนคิด แต่ถึงแม้เขาไม่พูดก็ใช่ว่าธนวรรธน์จะไม่คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาเองก็กำลังสงสัยเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน และก็กำลังค้นหาคำตอบ
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ช้อยก็กำลังปรนนิบัติพัดวีให้กับเจ้านายสาวของตัวเอง ปากก็เล่าเรื่องราวที่ไปแอบได้ยินมา
“วันนี้ตอนคุณวันไม่อยู่ช้อยแอบได้ยินคุณพอลคุยกับคุณจันทร์ค่ะ”
“เขาคุยอะไรกัน”
“ช้อยได้ยินแค่ว่าคุณพอลกำลังสงสัยอะไรบางอย่างในตัวแม่นักเขียนคนล่าสุดของคุณพีท ถึงขั้นกำลังลงมือสืบหาข้อเท็จจริงเลยนะคะ”
“แล้วเขาสงสัยอะไรในตัวแม่นั่น”
“ช้อยเองก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะคุณวัน เพราะคุณพอลไม่ได้พูดออกมา แต่ไม่ต้องห่วงนะคะ ถ้ามีอะไรคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ล่ะก็ช้อยจะรีบรายงานให้คุณวันทราบทันทีค่ะ”
“ดีมาก เอาไป นี่รางวัลของแก” วันวรุณส่งธนบัตรใบละพันยื่นส่งให้คนของตน ช้อยรีบยื่นมือไปรับมาเก็บใส่กระเป๋าก่อนจะเอ่ยปากขอบคุณ
“แล้วตอนนี้แม่นั่นกับลูกหลานของมันอยู่ที่ไหน”
“คงอยู่บนห้องค่ะ แต่อีกเดี๋ยวคุณวันก็คงจะได้พบเพราะใกล้จะได้เวลาอาหารเย็นแล้ว คุณวันจะอยู่ทานมื้อเย็นที่นี่ก่อนกลับใช่ไหมคะ”
“ไม่ใช่แค่กินมื้อเย็นหรอกช้อย ฉันตั้งใจจะมาค้างที่นี่ด้วย”
“คุณพีททราบเรื่องหรือยังคะ”
“ยัง ถามทำไม ฉันเป็นคู่หมั้นของเขา ก็ถือเป็นนายหญิงของที่นี่ และถ้าฉันต้องการที่จะมาค้างที่ไร่นี้ ใครจะกล้าขัด จริงไหม”
“คุณวันมาค้างก็ดีเหมือนกันค่ะ จะได้แสดงตัวให้คุณนักเขียนนั่นรู้ว่าคุณเป็นใคร และมีความสำคัญอย่างไรกับที่นี่ ถือเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมไม่ให้เธอริอาจคิดการใหญ่ ยื้อแย่งคุณพีทไปจากคุณวัน”
“ฉันไม่มีวันยอมให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอกช้อย ไม่ว่าใครก็แย่งพีทไปจากฉันไม่ได้เด็ดขาด” ดวงตาเธอฉายแววเด็ดเดี่ยว
“ช้อยว่าคุณนักเขียนนั่นหวังจะให้ลูกสาวของตัวเอง เป็นสะพานทอดไปหาคุณพีท คงจะสั่งสอนให้ลูกพูดจาออดอ้อนออเซาะคุณพีททุกครั้งที่มีโอกาส แถมคุณพีทก็ดูเหมือนจะเอ็นดูเด็กคนนั้นอยู่ไม่น้อยเลยนะคะคุณวัน”
“เอ็นดูเด็กน่ะไม่เป็นไร แต่ถ้าจะเอ็นดูแม่ของเด็กด้วยล่ะก็เป็นเรื่องแน่ ฉันในฐานะนายหญิงของที่นี่ จะจัดการแม่นั่นให้กระเจิงออกไปแทบไม่ทันเลย คอยดูไปก็แล้วกัน”
“ดีค่ะคุณวัน ช้อยเห็นด้วย และช้อยก็จะอยู่ข้างคุณวันเสมอ”
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







