LOGINพัดชาและจักราวุธเดินทางมาที่ไร่ของธนวรรธน์ทันทีที่ลงจากเครื่อง เพื่อมาดูให้แน่ใจว่าณชญาดาและเด็ก ๆ ปลอดภัยตามที่ธนวรรธน์บอก สองพี่น้องซึ่งเป็นเจ้าของไร่ได้ให้การต้อนรับบุคคลทั้งสองเป็นอย่างดี หลังจากทักทายกันเป็นที่เรียบร้อย ธนวรรธน์ก็สั่งให้คนของเขาขึ้นไปตามณชญาดาและสองแสบวัยซนลงมาพบสองหนุ่มสาว ทันทีที่เด็ก ๆ เห็นหน้าผู้มาเยือนก็ยิ้มกว้างและวิ่งตรงเข้าไปหา ทั้งหมดกอดกันด้วยความคิดถึง
ขณะที่จักราวุธคุยเล่นอยู่กับเด็ก ๆ พัดชาก็หันมาถามณชญาดาด้วยความเป็นห่วง
“ดาเป็นยังไงบ้าง ตอนพี่รู้ข่าวจากคุณธนวรรธน์พี่ตกใจมากเลยรู้ไหม”
“ดาไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกค่ะ ก็อย่างที่พี่พัดเห็น แค่บาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น”
“นับว่าโชคดีที่คุณธนวรรธน์เข้าไปช่วยดาออกมาได้ทันเวลา ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับดาพี่ต้องเสียใจมากแน่ รู้ใช่ไหมว่าพี่รักและห่วงใยดามากแค่ไหน”
รอยยิ้มอ่อนหวานปรากฏขึ้นบนใบหน้าของณชญาดา หญิงสาวรู้ดีว่าพี่สาวรักและเป็นห่วงเธอมาก เธอเองก็รักอีกฝ่ายมากเช่นกัน เพราะมีกันอยู่แค่สองคนพี่น้องเท่านั้น
ญาณิศาหันไปกอดพัดชาพร้อมกับย้อนถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
“รักแค่แม่ดาคนเดียวเหรอคะป้าพัด”
พัดชากอดตอบหลานสาวตัวน้อยด้วยความรักใคร่
“ใครบอกว่าป้ารักแค่แม่ดา ป้ายังรักญาณินหลานสาวจอมซนของป้ามากอีกด้วย”
ญาณิศายิ้มสดใสถูกใจกับคำตอบที่ได้รับ
“ญาณินก็รักป้าพัด ลุงวุธ และพี่ซันมากเหมือนกันค่ะ”
“บอกป้ามาซิ พี่ซันดูแลและปกป้องญาณินดีหรือเปล่า”
“ที่สุดเลยค่ะป้าพัด ญาณินไม่เคยเหงาเพราะมีพี่ซันอยู่ด้วย เราซนด้วยกันตลอดเลยค่ะ”
“ชวนกันซนว่างั้น”
“เด็กก็ต้องซนไม่ใช่เหรอคะ ป้าพัดเคยบอกเราว่าเด็กซนคือเด็กฉลาด ญาณินกับพี่ซันซนมาก ก็จะได้ฉลาดมาก ๆ ไงคะ ป้าพัดไม่ดีใจเหรอคะที่มีลูกหลานฉลาด ๆ อย่างเรา” เด็กน้อยพูดด้วยความใสซื่อ
คำพูดที่แสดงถึงความเฉลียวฉลาดของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่อดที่จะยิ้มไม่ได้ ไม่เว้นแม้แต่เสือยิ้มยากอย่างธนวรรธน์ เขารู้สึกทึ่งกับคำพูดของลูก และสัมผัสได้ถึงความรักความอบอุ่นของคนในครอบครัวนี้
“ญาณินเด็กดีจะไม่พูดจายอกย้อนผู้ใหญ่แบบนี้นะลูก มันไม่สมควรและก็ไม่น่ารักเลยค่ะ” ณชญาดาอบรมสั่งสอนลูกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
หนูน้อยรีบเอ่ยปากขอโทษทันทีที่ถูกเตือนว่ากำลังทำในสิ่งที่ไม่ควรกระทำ
“ขอโทษค่ะป้าพัด ญาณินไม่ได้ตั้งใจ อย่าโกรธญาณินเลยนะคะ”
“ใครจะโกรธหลานสาวที่ทั้งซนและฉลาดมากอย่างญาณินได้ลงกันล่ะจริงไหม”
สองป้าหลานยิ้มให้กันและกันอย่างอบอุ่น
“เด็ก ๆ ไม่ได้สร้างความปั่นป่วนที่ไร่นี้ใช่ไหมคะ”
“ไม่เลยครับ ตรงกันข้ามพวกเขามาสร้างความสุข สร้างเสียงหัวเราะให้พวกเราด้วยซ้ำ ที่นี่ไม่เหงาตั้งแต่มีพวกเขามาอยู่ด้วย”
“ได้ยินคุณธนกฤตพูดแบบนี้ค่อยโล่งใจหน่อยค่ะ แล้วดาล่ะเด็ก ๆ มากวนเวลาในการทำงานของดาหรือเปล่า”
“ไม่เลยค่ะพี่พัด พวกเขารู้อยู่ว่าดาต้องทำงานก็จะไม่มากวน แต่จะมาเล่นอยู่ใกล้ ๆ ดาเท่านั้น”
“ซันไปเที่ยวกันไหมลูก”
“ญาณินกับน้าดาไปด้วยหรือเปล่าครับ”
“ต้องไปสิ ไม่ไปได้ไง”
“ไปครับ...ไปเที่ยวด้วยกันนะญาณิน” ฑีฆายุตอบมารดาก่อนจะหันไปชักชวนน้องให้ไปเที่ยวด้วยกัน
น้องสาวตัวน้อยพยักหน้าตอบ นัยน์ตาของญาณิศาแวววาวเมื่อได้ยินว่าจะได้ไปเที่ยว
“ผมจะขอพาญาดา ซัน และญาณินไปพักอยู่ด้วยกัน ในช่วงเวลาที่ผมกับภรรยาพักอยู่ที่นี่ จะได้พาเด็ก ๆ ไปเที่ยว หวังว่าพวกคุณคงจะไม่ปฏิเสธ” จักราวุธหันไปพูดกับธนวรรธน์
ชายหนุ่มเหลือบสายตามองไปที่ณชญาดาก่อนจะยอมทำตามคำขอของจักราวุธ
“ไม่มีปัญหาครับ แต่ขอให้น้อยตามไปดูแลน้อง ๆ ด้วย”
พร้อมกันนั้นธนวรรธน์ยังได้เสนอรถพร้อมคนขับ ไว้คอยบริการตลอดระยะเวลาที่ทุกคนอยู่ที่นี่ จักราวุธรู้ดีว่าอีกฝ่ายต้องการให้พวกตนอยู่ในสายตาเขา จึงได้ยื่นข้อเสนอเช่นนั้น
“ขอบคุณสำหรับความหวังดีครับ ผมไม่ติดปัญหาเรื่องพี่เลี้ยงเด็ก ที่คุณจะส่งไปช่วยดูแลซันและญาณิน แต่ขอปฏิเสธเรื่องรถพร้อมคนขับนะครับ เพราะผมได้จัดเตรียมเรื่องนั้นไว้หมดแล้ว และถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็จะขอพาญาดากับเด็ก ๆ ไปด้วยกันเลย ได้ไหมครับคุณธนวรรธน์”
“ได้ครับ ว่าแต่พวกคุณจะอยู่ที่นี่นานแค่ไหนครับ”
“ยังไม่แน่ใจเลยครับ แต่คงไม่เกินสองอาทิตย์ เราคิดถึงตัวแสบของเราน่ะครับ ก็เลยตกลงกันว่าจะอยู่หลายวันหน่อย”
“ซันก็คิดถึงพ่อกับแม่ครับ แต่ว่าซันจะยังไม่กลับบ้านพร้อมกับพ่อนะครับ ซันยังสนุก ๆ อยู่”
“ไม่กลับบ้านพร้อมกับพ่อแม่ แล้วซันจะกลับกับใคร”
“ก็กลับพร้อมน้าดากับญาณินไงครับ”
“เชอะ! คิดถึงพ่อกับแม่จริงหรือเปล่า”
“คิดถึงจริง ๆ ครับ แต่ซันยังไม่อยากกลับบ้านตอนนี้” ฑีฆายุเข้าไปกอดมารดาพร้อมรอยยิ้ม
“ดาขอไปจัดกระเป๋าเสื้อผ้าให้เด็ก ๆ ก่อนนะคะ”
“อาพอลกับลุงพีทต้องคิดถึงซันกับญาณินมากแน่ ๆ”
“คิดถึงก็ไปหาเราสิครับอาพอลไม่เห็นจะยากเลย”
“แล้วเจอกัน”
ญาณิศาทำตาโต “อาพอลจะไปหาพวกเราจริง ๆ เหรอคะ”
“จริงสิ”
“ซันกับน้องจะรอนะครับ”
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







