Share

บทที่ 69

last update publish date: 2026-09-18 00:38:34

            เมื่อทุกคนมาพร้อมกันแล้วก็พากันเดินไปที่รถซึ่งจอดรออยู่ ก่อนที่ญาณิศาจะขึ้นรถได้วิ่งตรงเข้าไปกอดธนวรรธน์ เขาเองก็กอดหนูน้อยไว้เช่นกัน จากนั้นก็จูงมือกันเดินไปที่รถ เด็ก ๆ โบกมือลาทุกคน เจ้าของไร่ทั้งสองยืนมองจนรถคันดังกล่าวลับสายตาไป

            “พอเด็ก ๆ จากไปไร่เราก็เงียบลงทันทีเลยนะครับพี่พีท”

            “แค่ชั่วคราวเท่านั้นพอล อีกไม่นานก็กลับมา แต่ถ้าเราอยากเจอก็ไปหาพวกเขาได้นี่จริงไหม”

            ธนกฤตพยักหน้าก่อนจะเบี่ยงเบนประเด็นในการสนทนา หันมาคุยกับพี่ชายเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน แต่มีผลกระทบเป็นวงกว้าง

            “วันนี้ทางตำรวจจะเข้ามาคุยเรื่องไฟไหม้โกดังเก็บชาของเรานะครับพี่พีท”

            ธนวรรธน์พยักหน้ารับรู้ก่อนจะย้อนถาม

            “แล้วเรื่องประกันไปถึงไหนแล้ว”

            “เขากำลังประเมินมูลค่าความเสียหายอยู่ครับ”

            “ฝากพอลดูแลเรื่องนี้แทนพี่ด้วยละกัน”

            “ได้ครับ ผมจะประสานงานกับพวกเขาเอง แล้วเรื่องสินค้าที่จะต้องส่งให้ลูกค้าล่ะครับ”

            “พี่ขอเลื่อนวันที่จะจัดส่งสินค้ากับลูกค้าออกไปแล้ว บอกถึงเหตุผลที่ทำให้เราต้องจัดส่งล่าช้า ลูกค้าก็เข้าใจไม่มีปัญหาอะไร แต่เราคงต้องเร่งทำงานกันทั้งวันทั้งคืน เพื่อผลิตสินค้ามาแทนสินค้าที่เสียหายไป อย่างน้อยก็ต้องผลิตในส่วนที่เราต้องจัดส่งให้ลูกค้าก่อน บอกคนงานของเราด้วยแล้วกันว่าช่วงนี้คงต้องทำงานหนักกันหน่อย แล้วพี่จะจ่ายเงินค่าแรงล่วงเวลาให้”

            ขณะที่สองพี่น้องกำลังคุยกันถึงการแก้ปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่นั้น วันวรุณซึ่งรู้เรื่องที่เกิดขึ้นจากการรายงานของช้อยก็รีบเดินทางมาที่ไร่

            เมื่อเห็นสองพี่น้องคุยกันด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ก็พอจะเดาได้ว่าทั้งคู่กำลังคุยกันเรื่องอะไร แต่ก็ยังไม่วายเอ่ยถามเพื่อเปิดประเด็นในการสนทนา

            “กำลังคุยอะไรกันอยู่คะ ใช่เรื่องโกดังสินค้าของเราที่ถูกไฟไหม้หรือเปล่า” วันวรุณเดินมาทรุดตัวลงนั่งไชว่ห้างบนโซฟาตัวที่ใกล้ที่สุด

            “รู้เรื่องนี้ได้ยังไง” ธนวรรธน์ย้อนถาม

            “ช้อยคงรีบโทรไปรายงานให้ฟังล่ะสิใช่ไหม” ธนกฤตคาดเดาและก็มั่นใจว่าความคิดของเขานั้นถูกต้อง

            “วันจะรู้จากใครไม่สำคัญหรอก ว่าแต่เสียหายเยอะไหม”

            “อาคารวอดหมดทั้งหลัง สินค้าหายไปในกองเพลิง ในส่วนที่ไม่โดนไฟไหม้ก็เสียหายทั้งหมดเช่นกัน”

            “แล้วมีใครเป็นอะไรบ้างหรือเปล่าคะพีท”

            คำถามฟังดูเหมือนห่วงใยแต่แฝงความนัยอะไรบางอย่าง

            “คนของเราได้รับบาดเจ็บกันนิดหน่อย ไม่หนักหนาอะไร”

            เมื่อยังไม่ได้คำตอบที่แน่ชัดจึงถามใหม่ให้ตรงประเด็นกว่าเดิม

            “แล้วนักเขียนของคุณกับเด็ก ๆ ละคะเป็นอะไรหรือเปล่า”

            ธนวรรธน์และธนกฤตหันมาสบตากันก่อนจะหันกลับไปจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า

            “รู้ได้ยังไงว่าญาดากับเด็ก ๆ ก็อยู่ที่นั่นด้วย” ธนวรรธน์เอ่ยถามด้วยความแปลกใจ

            “วันรู้ก็แล้วกัน”

            “แล้วช้อยไม่ได้เล่าหรือไงว่าเกิดอะไรขึ้นกับคุณญาดา ลืมไป ช้อยมันไม่รู้ก็เลยไม่ได้คาบข่าวไปบอก”

            วันวรุณจ้องมองธนกฤตด้วยแววตาวาวโรจน์ เขาดูจะรู้ทันและพูดดักคอเธอก่อนเสมอ แต่ก่อนที่ทั้งคู่จะเปิดศึกใส่กันเหมือนเช่นทุกครั้งที่เจอหน้ากัน ธนวรรธน์ก็ได้ตอบคำถามที่หญิงสาวอยากรู้ เพื่อยุติการต่อปากต่อคำของทั้งสองฝ่าย

            “ญาดาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนเด็ก ๆ ปลอดภัย”

            วันวรุณรู้สึกผิดหวังเมื่อรู้ว่าเสี้ยนหนามที่ตนเองต้องการจะกำจัด ยังอยู่รอดปลอดภัยทั้งแม่และลูก นั่นหมายความว่าไอ้ใหญ่ทำงานพลาด พวกมันถึงรอดมาได้ ดวงมันแข็งจริง ๆ ขนาดตกอยู่ในกองเพลิงแต่ก็ยังรอดมาได้ น่าเจ็บใจนัก

            ฝากไว้ก่อนเถอะ ครั้งนี้แกรอดไปได้ แต่อย่าหวังว่าจะมีคราวหน้า

            “แค่บาดเจ็บเล็กน้อยเองเหรอ” เธอย้อนถามด้วยน้ำเสียงสูงปรี๊ด

            “พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง” น้ำเสียงของธนวรรธน์เย็นยะเยือก เขาจ้องเธอราวกับจะจับผิด

            วันวรุณเพิ่งรู้ว่าตัวเองทำผิดพลาดไปที่พูดออกไปเช่นนั้น จึงรีบพูดแก้ตัวไปแบบน้ำขุ่น ๆ

            “วันหมายถึงดีแล้วที่ไม่มีใครเป็นอะไร” จากนั้นก็เปลี่ยนเรื่อง

            “แล้วรู้หรือยังว่าเป็นฝีมือของใคร”

            “พูดเหมือนรู้เลยนะว่าเราโดนวางเพลิง” ธนกฤตตั้งข้อสังเกต

            “พอลจับผิดวันทำไม ไม่มีอะไรทำหรือไงถึงได้มานั่งจับผิดกันแบบนี้” เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงประชดประชัน ก่อนจะหันไปถามคู่หมั้นของตนเองถึงเรื่องดังกล่าว

            “สรุปว่าเป็นฝีมือใครคะพีท”

            ถามทั้งที่มั่นใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นต้องเป็นฝีมือของไอ้ใหญ่ อดีตหัวหน้าคนงานที่ตนเองเคยมีความสัมพันธ์ด้วยแน่นอน แต่ที่น่าเจ็บใจก็คือเสี้ยนหนามตำใจของตัวเองยังอยู่ครบ เรียกได้ว่าแทบจะไม่เป็นอะไรเลย นอกจากบาดแผลภายนอกเพียงเล็กน้อย และนั่นสร้างความขุ่นเคืองใจให้วันวรุณเป็นอย่างมาก

            “ยังไม่รู้ คงต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ”

            ในเวลานั้นเองตำรวจได้มาที่ไร่ตามเวลานัด เพื่อมาสอบถามข้อมูลจากธนวรรธน์และธนกฤตในฐานะผู้เสียหาย ซึ่งวันวรุณก็นั่งฟังอยู่ที่นั่นด้วย ธนวรรธน์สั่งให้คนไปตามลุงสนมาพบเพื่อช่วยกันให้ข้อมูลกับทางตำรวจ

            “พวกคุณสงสัยใครหรือมีศัตรูที่ไหนบ้างหรือเปล่า”

            ที่ตำรวจต้องถามเช่นนี้เพราะมีความเป็นไปได้ว่า อาจมีคนมาลอบวางเพลิงสถานที่ดังกล่าว เพราะจากการตรวจสอบได้ค้นพบถังน้ำมันจำนวนหนึ่ง ถูกทิ้งไว้ไม่ห่างจากจุดเกิดเหตุมากนัก

            ทั้งคู่ตอบตรงกันว่านอกจากใหญ่ ซึ่งเป็นอดีตหัวหน้าคนงานที่ถูกไล่ออกไปได้ไม่นานก็ไม่มีศัตรูที่ไหน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 109

    ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 108

    “น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 107

    ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 106

    หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 105

    “จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข

  • เงาใจในเพลิงพรหม   บทที่ 104

    ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status