LOGIN“น้าดาอย่าร้องไห้ครับ” ฑีฆายุทำตาแดง ๆ เหมือนจะร้องไห้ตามผู้เป็นน้า เขาเช็ดน้ำตาให้หญิงสาวอย่างอ่อนโยน
“น้องจะตายไหมครับ” เด็กน้อยถามอย่างอ่อนใสไร้เดียงสา
คำถามของฑีฆายุยิ่งทำให้น้ำตาของณชญาดาหลั่งรินลงมาไม่ขาดสาย หัวใจของเธอเจ็บปวดที่ต้องทนเห็นลูกอยู่ในสภาพนี้ ถ้าเลือกได้เธอขอเป็นฝ่ายเจ็บแทนลูกเองจะดีกว่า
“น้องจะต้องไม่เป็นอะไรครับ ไม่ต้องห่วงนะลุงพีทจะไม่ยอมให้ญาณินเป็นอะไรไปแน่”
ธนกฤตเลี้ยวรถเข้าไปจอดที่หน้าห้องฉุกเฉิน ธนวรรธน์อุ้มร่างของญาณิศาเข้าไปด้านใน โดยมีณชญาดาจูงมือฑีฆายุวิ่งตามไปติด ๆ ส่วนธนกฤตก็เอารถไปจอด ชลธีเองก็เช่นกัน จากนั้นทั้งคู่ก็รีบเดินเข้าไปด้านในโรงพยาบาลด้วยความร้อนใจไม่แพ้กัน
แพทย์ทำการตรวจอาการเบื้องต้นของญาณิศา ก่อนจะส่งตัวเข้าห้องผ่าตัด ทุกคนวิ่งตามไปติด ๆ อาการของหนูน้อยค่อนข้างหนัก และจะต้องได้รับการผ่าตัดโดยด่วน ปัญหามีอยู่ว่าเลือดของญาณิศาเป็นกรุ๊ปเลือดหายาก และทางโรงพยาบาลก็กำลังขาดแคลนเลือดกรุ๊ปนี้ ถ้าทำเรื่องขอเลือดไปก็เกรงว่าจะไม่ทันการณ์
เมื่อได้ยินเช่นนั้นณชญาดาก็แทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น ชลธีรีบตรงเข้าไปประคองร่างบางของเธอไว้ก่อนที่เธอจะทรุดตัวลงไป ณชญาดารู้สึกปวดร้าวราวกับมีใครเอามีดมากรีดที่หัวใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับลูก แต่คนเป็นแม่อย่างเธอกลับไม่สามารถช่วยเหลืออะไรลูกได้เลยแม้แต่น้อย
ธนวรรธน์บอกกับแพทย์ที่ทำการรักษาว่าเขามีเลือดกรุ๊ปเดียวกับญาณิศา และยินดีที่จะสละเลือดของตนเองให้กับหนูน้อยที่ถูกเข็นเข้าไปในห้องผ่าตัด ต้องการใช้เลือดเท่าไรก็เอาเลือดของเขาไปได้เลย ขอเพียงช่วยชีวิตของญาณิศาให้ปลอดภัยและพ้นขีดอันตรายได้ก็พอ
คำพูดของธนวรรธน์เหมือนเสียงจากสวรรค์ ณชญาดารีบตรงเข้าจับแขนเขา
“ได้โปรดช่วยญาณินด้วย ช่วยลูกด้วยนะคะพีท” หญิงสาวน้ำตานองหน้า น้ำเสียงของเธอบ่งบอกถึงความเจ็บปวดแสนสาหัสในขณะที่วิงวอนขอความช่วยเหลือจากเขา ใบหน้าของเธอซีดเผือด ร่างบางแทบจะยืนไม่อยู่
ธนวรรธน์เช็ดน้ำตาให้ณชญาดาพร้อมกับปลอบโยนเธอด้วยความอ่อนโยน
“ไม่ต้องห่วงนะ ผมจะไม่ยอมให้ญาณินเป็นอะไรไปแน่ ลูกจะต้องปลอดภัย”
“ขอบคุณนะคะพีท ขอบคุณจริง ๆ ถ้าลูกเป็นอะไรฉันคงทนมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้แน่”
“หยุดร้องไห้แล้วรอผมตรงนี้ก่อนนะ”
ขณะที่เขาบอกเธอให้หยุดร้องไห้ นัยน์ตาของเขาก็แดงก่ำไม่ต่างจากนัยน์ตาเธอ ทุกข์ที่เธอได้รับเขาเองก็ได้รับมันเช่นกัน
หญิงสาวพยักหน้าแทนคำตอบ จากนั้นธนวรรธน์ก็เดินตามคุณหมอเข้าไปด้านใน ปล่อยให้ทุกคนยืนรอฟังข่าวอยู่ด้านนอกด้วยความร้อนใจ ฑีฆายุเองก็ดูจะตกใจและเสียขวัญไม่น้อยที่เห็นน้องนอนแน่นิ่งเลือดเต็มตัวแบบนั้น ธนกฤตดึงตัวเด็กน้อยเข้ามากอดไว้
คำพูดแปลก ๆ ของณชญาดาและธนวรรธน์สะกิดใจชลธีเข้าอย่างจัง หรือว่าผู้ชายคนนี้จะเป็นบิดาของญาณิศาที่ณชญาดาปกปิดมาโดยตลอด ปมปริศนาที่เธอเก็บงำไว้กำลังจะถูกเปิดเผย มีคำถามเกิดขึ้นมากมาย แต่ชลธีก็รู้ดีว่ายังไม่ควรถามอะไรในช่วงเวลานี้ เพราะอะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับความปลอดภัยของญาณิศา
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า หัวใจของณชญาดาราวกับตกอยู่ในไฟนรก เมื่อเห็นพยาบาลวิ่งวุ่นก็รีบตรงเข้าไปเอ่ยถาม
“ลูกสาวของฉันเป็นยังไงบ้างคะ”
เมื่อรับรู้ว่าญาณิศามีอาการตกอยู่ในภาวะวิกฤต ณชญาดาก็ถึงกับเป็นลมล้มพับไปจนธนกฤตต้องเปิดห้องพักฟื้นให้เธอ และฝากให้ชลธีอยู่ดูแลเธอและฑีฆายุ ก่อนจะกลับมารอฟังผลการรักษาของญาณิศา
ขณะนั้นพัดชาได้โทรศัพท์เข้ามือถือของณชญาดา เพื่อจะบอกว่าตอนนี้ตนเองอยู่ที่เชียงใหม่ จักราวุธต้องมาพบลูกค้าที่นี่เธอก็เลยเดินทางมาด้วย ทั้งที่เพิ่งจะกลับไปกรุงเทพฯ ได้ไม่นาน แต่ชลธีเป็นคนรับสาย
“สวัสดีครับพี่พัด” เสียงตามสายนั้นฟังดูเคร่งเครียด คิ้วของพัดชาขมวดเข้าหากัน เธอรู้สึกสังหรณ์ใจว่าจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น
“ทำไมน้ำเสียงเป็นแบบนั้น เกิดอะไรขึ้น ดาเป็นอะไรหรือเปล่าชล”
“ไม่ใช่ดาครับพี่พัด แต่เป็นญาณิน”
“เกิดอะไรขึ้นกับญาณินเล่าให้พี่ฟังซิ”
ชลธีเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้อีกฝ่ายฟังคร่าว ๆ
“แล้วตอนนี้ญาณินเป็นยังไงบ้าง”
“ก็ยังไม่พ้นวิกฤตครับ เรายังไม่ทราบผล เพราะญาณินถูกนำตัวเข้าห้องผ่าตัดจนป่านนี้ก็ยังไม่ออกมา ส่วนดาเป็นลมหมดสติ ผมเลยพามาพัก น้องซันก็อยู่กับเราครับ”
“อยู่โรงพยาบาลไหน”
ชลธีบอกชื่อโรงพยาบาลและเส้นทางคร่าว ๆ ให้พัดชาฟัง
“พี่ฝากชลดูแลพวกเขาด้วยนะ พี่กับพี่วุธจะรีบตามไปที่นั่นเดี๋ยวนี้” เธอพูดด้วยน้ำเสียงร้อนรนก่อนจะวางสาย
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







