LOGINหลังจากนั้นเพียงครึ่งชั่วโมงพัดชาและสามีก็เดินทางมาถึงโรงพยาบาลดังกล่าว และรีบเดินตรงไปยังห้องผ่าตัดทันที พวกเขาพบเพียงธนกฤตที่เดินวนไปวนมาอยู่บริเวณหน้าห้องผ่าตัด สีหน้าของเขาเคร่งเครียด ความวิตกกังวลฉายชัดในแววตาเขา สองสามีภรรยารีบเดินตรงเข้าไปหาเขาแล้วถามถึงอาการของหลานรัก
“ญาณินเป็นยังไงบ้างคะคุณพอล” น้ำเสียงของพัดชายามที่เอ่ยถามเครียดไม่แพ้หน้าตา
“แพทย์กำลังพยายามช่วยชีวิตอยู่ครับ แต่ยังไม่มีความคืบหน้าอะไรออกมา ผมก็รอฟังผลการรักษาอยู่เหมือนกัน ว่าแต่พวกคุณทราบเรื่องนี้ได้ยังไงครับ แล้วทำไมมาถึงเร็วจัง” น้ำเสียงที่เอ่ยถามบ่งบอกถึงความประหลาดใจ
“พอดีผมต้องมาพบลูกค้าที่นี่พัดเลยขอตามมาด้วย ตอนเรามาถึงก็โทรศัพท์หาดา แต่ชลเป็นคนรับเราเลยรู้เรื่องที่เกิดขึ้นก็เลยรีบตามมาที่นี่” จักราวุธเป็นคนตอบคำถามของเขา
“ดากับซันอยู่ห้องไหนคะ”
ธนกฤตบอกหมายเลขห้องพักณชญาดา พัดชาและสามีขอตัวไปดูอาการของของณชญาดาก่อน แล้วจะกลับมาฟังข่าวทางนี้ จากนั้นก็รีบเดินตรงไปยังห้องพักฟื้นของณชญาดาด้วยความร้อนใจ เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไปก็เห็นหญิงสาวนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าซีดเผือด ฑีฆายุเห็นหน้าพ่อกับแม่ก็รีบวิ่งตรงเข้าไปกอด
“วุธดูลูกก่อนนะคะ” เธอหันไปบอกสามีก่อนจะเดินตรงไปที่เตียงคนไข้
“ดาเป็นยังไงบ้างชล รู้สึกตัวหรือยัง”
“ยังเลยครับพี่พัด พอดาได้ยินว่าอาการญาณินยังไม่พ้นวิกฤตก็เป็นลมล้มพับไปเลยครับ”
พัดชาลูบไล้ใบหน้าที่ซีดเผือดของน้องสาวก่อนจะหันไปพูดกับชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างเตียง
“พี่ฝากชลอยู่เป็นเพื่อนดาก่อนนะ ส่วนพี่จะไปรอฟังข่าวอาการของญาณินเอง”
“ไม่ต้องเป็นห่วงครับ ผมจะดูแลดาเอง”
“ขอบใจนะ โชคดีที่ชลมาถึงที่ไร่ในช่วงเกิดเหตุพอดี”
“เหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็วมาก เราวิ่งไปดึงตัวญาณินออกมาไม่ทันจริง ๆ ครับ ขนาดแค่เฉี่ยวชนอาการยังสาหัส ถ้าชนเต็ม ๆ ล่ะก็คงจะแย่กว่านี้มาก”
พัดชาพยักหน้าก่อนจะหันไปบอกสามีให้พาฑีฆายุกลับไปที่โรงแรมก่อน
“วุธพาลูกกลับที่พักไปก่อนนะคะ พัดไม่อยากให้ลูกอยู่โรงพยาบาลนาน ๆ ส่วนทางนี้พัดจะดูแลเอง”
“โอเค ถ้าต้องการอะไรก็โทรบอกผมได้ตลอดเวลา”
“ค่ะ ซันไปกับพ่อก่อนนะลูกเดี๋ยวแม่ตามไป”
จักราวุธจูงมือลูกชายเดินออกจากห้อง ฑีฆายุหันมาโบกมือให้มารดา
“พี่ไปรอฟังผลการรักษาของญาณินก่อนนะ ถ้ามีความคืบหน้าอย่างไรจะรีบมาบอก”
“ครับพี่พัด”
พัดชาลูบไล้ใบหน้าซีดเผือดของน้องสาวด้วยความอ่อนโยนอีกครั้ง แววตาบ่งบอกถึงความห่วงใย ก่อนจะก้าวเท้าเดินออกจากห้องยังไม่วายหันมาพูดกับชลธี
“ฝากดาด้วยนะชล”
พัดชาเดินย้อนกลับมาที่หน้าห้องผ่าตัดอีกครั้ง เธอเดินไปนั่งลงข้างตัวธนกฤต ใบหน้าที่เคยมีแต่รอยยิ้มบัดนี้เคร่งเครียดจนเห็นได้ชัด
“เรื่องมันเกิดขึ้นได้ยังไงคะ แล้วใครเป็นคนทำ”
“วันครับ”
“เธอเป็นใคร ทำไมถึงขับรถไม่ระวังจนเฉี่ยวชนเด็กอาการสาหัสแบบนี้ได้”
“ไม่ต้องห่วงนะครับผมจะจัดการเรื่องคดีความเอง ญาณินจะต้องได้รับความเป็นธรรม”
ก่อนหน้านี้ธนกฤตได้โทรไปแจ้งเหตุกับเพื่อนที่เป็นตำรวจ และฝากให้เพื่อนช่วยดูแลเรื่องนี้ ป่านนี้เพื่อนคงไปดูสถานที่เกิดเหตุแล้ว ถึงแม้วันวรุณจะเป็นคู่หมั้นของพี่ชาย แต่จะไม่มีการปกป้องกันเด็ดขาด เมื่อกล้าทำเรื่องแบบนี้ก็จะต้องรับผลที่ตามมา ว่ากันไปตามรูปคดี และเขาก็คิดว่าพี่ชายก็ต้องเห็นด้วยกับเรื่องนี้
“ขอให้ญาณินปลอดภัย เพราะถ้าญาณินเป็นอะไรไปล่ะก็ น้องสาวของฉันคงมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้แน่ ญาณินเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตดา”
ธนกฤตเอ่ยถามพัดชาตรง ๆ ถึงเรื่องพ่อของญาณิศา เพราะมันเป็นสิ่งที่เขาอยากรู้ ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคาดคิด เขาก็มั่นใจว่าพี่ชายจะไม่ยอมปล่อยมือจากณชญาดาและญาณิศาแน่นอน
“แล้วพ่อของญาณินล่ะครับ”
พัดชาหันมาสบตาธนกฤตก่อนจะย้อนถามด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
“ทำไมคุณถึงถามเรื่องนี้”
“ผมสงสัยน่ะครับ ตอนแรกผมเข้าใจว่าคุณชลธีเป็นพ่อของญาณิน แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่”
“ญาณินจะเป็นลูกใครก็ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณ”
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







