LOGINวันวรุณกลุ้มใจเรื่องที่จะต้องหาเงินสิบล้านไปคืนบ่อนการพนันในอีกสามวันข้างหน้า เพราะไม่รู้ว่าจะไปหาเงินจำนวนมากเหล่านั้นได้จากที่ไหนในเวลาที่จำกัด ธนวรรธน์จึงเป็นทางรอดหนึ่งเดียวที่เธอคิดได้ในตอนนี้ เท้าไว้เท่าความคิดเธอตัดสินใจขับรถไปพบธนวรรธน์ที่ไร่เพื่อพูดเรื่องนี้
เมื่อไปถึงก็มองหาเป้าหมายแล้วก็พบว่าเขานั่งเล่นอยู่กับญาณิศาและฑีฆายุ ธนกฤตก็อยู่ภายในห้องนั้นด้วย
“วันมีเรื่องสำคัญจะคุยกับพีท”
“มีเรื่องอะไรก็พูดมาสิ” ธนกฤตเอ่ย
“มันเป็นเรื่องที่ต้องคุยกับตามลำพัง คนอื่นไม่เกี่ยว”
“ขนาดนั้นเลย”
“ใช่” วันวรุณกระแทกเสียงตอบ
“เด็ก ๆ ไปเล่นกันข้างนอกดีกว่าครับ เดี๋ยวอาพอลพาไป”
“ไปญาณิน...ไปวิ่งเล่นกัน”
“อืม”
ฑีฆายุจูงมือญาณิศาเดินนำหน้าไป โดยมีธนกฤตเดินตามไปด้วย
เมื่ออยู่ด้วยกันตามลำพังธนวรรธน์จึงได้เอ่ยถาม “มีเรื่องอะไรจะพูดก็รีบพูดมา”
“วันต้องการความช่วยเหลือจากพีท วันอยากได้เงินสิบล้าน”
คิ้วเข้มของธนวรรธน์ขมวดเข้าหากัน
“จะเอาเงินมากมายไปทำอะไร”
“พีทไม่จำเป็นต้องรู้หรอก”
“ถ้าไม่บอกว่าจะเอาเงินไปทำอะไรก็คงให้ไม่ได้”
“วันจำเป็นต้องใช้เงินก้อนนี้”
“งั้นก็บอกมาสิว่าจะเอาไปทำอะไร”
“ทำไมพีทจะต้องถามจุกจิกจู้จี้ขนาดนี้ด้วย ก็วันบอกแล้วไงว่าวันจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนนี้อย่างเร่งด่วน ก็เลยต้องมาขอความช่วยเหลือจากพีท”
“เงินตั้งมากมายขนาดนั้นใช่ว่าจะหากันมาได้ง่าย ๆ”
“แค่สิบล้านคงไม่ทำให้ขนหน้าแข้งของพีทล่วงหรอก วันรู้นะว่าพีทมีเงินมากกว่านั้นเยอะ เจียดมาให้วันแค่สิบล้านคงไม่มีผลกระทบอะไรหรอกจริงไหม”
“ก็ถ้ามันมีเหตุจำเป็นจริง ๆ ก็ให้ได้ แต่ถ้าถามแล้วไม่ตอบว่าจะเอาเงินก้อนนั้นไปทำอะไร ก็อย่าหวังว่าจะได้”
“นี่พีทปฏิเสธวันเหรอ”
“อย่างที่บอกถ้าอยากให้ช่วยก็ต้องบอกเหตุผลมา แต่ถ้าไม่ก็เสียใจด้วย”
“พีทเป็นคู่หมั้นของวันนะ วันเดือดร้อนบากหน้ามาขอความช่วยเหลือ แต่พีทปฏิเสธเนี่ยนะ”
“อย่าต้องให้พูดซ้ำซาก มันน่าเบื่อเข้าใจไหม”
ในเมื่อเขาอยากรู้เหตุผล แต่เธอบอกเขาไม่ได้ จะบอกได้ยังไงว่าจะเอาเงินจำนวนนั้นไปใช้หนี้พนัน ถ้าเขารู้ความจริงก็คงไม่ช่วยหรอก
“สรุปว่าพีทจะไม่ช่วยวัน”
“ถ้าไม่บอกเหตุผลว่าจะเอาเงินไปทำอะไร คำตอบก็คือไม่”
“วันไม่นึกเลยว่าพีทจะเป็นคนใจดำแบบนี้ ขนาดคู่หมั้นมาขอความช่วยเหลือ พีทก็ยังกล้าปฏิเสธได้ลงคอ”
“เลิกพูดวนไปวนมาเสียทีมันเสียเวลา ถ้าอยากจะให้ช่วยก็บอกมาว่าจะเอาไปทำอะไร ถ้าไม่บอกก็กลับไป”
“นี่พีทไล่วันเหรอ”
“จะเข้าใจแบบนั้นก็ตามใจ”
“ไม่ช่วยก็ไม่เป็นไร วันจะได้จำไว้”
“พูดไม่รู้เรื่อง”
“พีทต่างหากที่พูดไม่รู้เรื่องไม่ใช่วัน”
ทั้งคู่มีปากเสียงกันก่อนที่วันวรุณจะผลุนผลันเดินออกจากห้องไปด้วยความไม่พอใจ เธอขับรถออกไปด้วยความเร็วและได้เฉี่ยวชนญาณิศา ซึ่งกำลังวิ่งเล่นกับฑีฆายุอยู่แถวนั้นเข้าอย่างจัง โดยไม่คิดที่จะเบรก สีหน้าสะใจด้วยซ้ำที่เห็นร่างของเด็กน้อยนอนจมกองเลือดผ่านกระจกหน้ารถ ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมาก ธนกฤตและน้อยต่างก็ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า ฑีฆายุรีบวิ่งไปคุกเข่าลงข้างตัวน้องด้วยความตกใจ ทำท่าเหมือนจะร้องไห้เมื่อเห็นน้องนอนนิ่งเรียกเท่าไรก็ไม่ยอมตอบ แถมยังมีเลือดไหลเต็มตัวน้อง
“ญาณิน” ธนกฤตรีบวิ่งตรงเข้าไปดูอาการของญาณิศา เขาประคองร่างของหนูน้อยไว้ในอ้อมแขน
และนึกด่าคนที่ขับรถไม่ระวังอยู่ในใจ ‘เลวจริง ๆ ชนแล้วหนี ไม่แม้แต่จะลงมาดู เรื่องนี้ไม่จบง่าย ๆ แน่วันวรุณ”
เสียงโหวกเหวกโวยวายของธนกฤตและน้อยทำให้ทุกคนต่างก็วิ่งกรูกันออกมาดูด้วยความตกใจ
ในช่วงจังหวะนั้นเองที่ชลธีขับรถมาถึงที่ไรธนวรรธน์ เพื่อมาเยี่ยมณชญาดาและเด็ก ๆ เขามาทันเห็นเหตุการณ์นั้นเข้าพอดี จึงรีบวิ่งตรงเข้าไปหา
ณชญาดเองก็เช่นกัน หญิงสาวกอดประคองร่างของลูกที่เต็มไปด้วยเลือดไว้ในอ้อมแขน น้ำตาของหญิงสาวไหลลงมาไม่ขาดสาย เธอร้องไห้ปริ่มว่าจะขาดใจ
“รีบพาลูกไปโรงพยาบาลก่อนดีกว่าญาดา ผมอุ้มลูกเอง”
ธนวรรธน์อุ้มร่างหมดสติของญาณิศาไว้ในอ้อมแขนและสั่งให้ธนกฤตเอารถออก
“ขึ้นรถสิญาดา”
หญิงสาวฉุดมือหลานชายที่ยืนตกตะลึงอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นให้เดินตามเธอไปขึ้นรถ
“ชลขับรถตามไปนะ”
“ตกลง”
“ขับเร็ว ๆ หน่อยสิพอล” ธนวรรธน์ตะโกนบอกน้องชายด้วยความร้อนใจ
“ผมเร่งที่สุดแล้วครับพี่พีท ถ้าเร็วกว่านี้เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย”
ณชญาดากอดร่างฑีฆายุเอาไว้แน่น ยิ่งเห็นร่างของลูกนอนแน่นิ่งอยู่บนตักของธนวรรธน์ก็ยิ่งปวดใจ ถ้าลูกเป็นอะไรไปเธอคงมีชีวิตอยู่ต่อไปไม่ได้แน่ หญิงสาวร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือด
“ญาณินหนูอย่าเป็นอะไรไปนะ อย่าทิ้งแม่ไป ถ้าไม่มีหนูแม่จะมีชีวิตอยู่ได้ยังไง” คำพูดและการแสดงออกของหญิงสาวบ่งบอกถึงความเจ็บปวดแทบขาดใจ ที่ต้องทนเห็นลูกอยู่ในสภาพแบบนี้
ธนวรรธน์ขบกรามแน่น เขาเองก็ร้อนใจไม่แพ้หญิงสาวเช่นกัน ที่ต้องเห็นญาณิศานอนแน่นิ่งอยู่ในอ้อมแขน ตามเนื้อตัวก็มีแต่รอยบาดแผลเต็มไปหมด เลือดไหลออกมามากจนน่ากลัว
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั




![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


