LOGINหนูน้อยพยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม ขณะที่ธนกฤตนั่งดูคลิปกับญาณิศาอยู่นั้น ธนวรรธน์ฉุดมือณชญาดาให้มาคุยกับเขาที่มุมห้อง
“สีหน้าคุณดูเหนื่อย ๆ ได้นอนพักบ้างหรือเปล่า”
“ไม่ต้องห่วงฉันหรอกค่ะ ห่วงตัวเองก่อนเถอะ”
ใบหน้าของธนวรรธน์มีรอยยิ้ม สีหน้าของเขาบ่งบอกถึงความหนื่อยล้าจากการทำงานหนัก แต่ยังไม่วายเป็นห่วงหญิงสาวตรงหน้า
“วันนี้คุณกลับไปพักที่ไร่พร้อมกับพอลก่อนดีไหม ผมจะอยู่เฝ้าญาณินที่นี่เอง”
“ฉันจะอยู่กับลูกค่ะ ฉันดูแลลูกเองได้”
“ผมรู้ แต่ผมอยากให้คุณได้พักผ่อนอย่างเต็มที่บ้าง ตั้งแต่ญาณินอยู่ที่นี่คุณก็แทบจะไม่ได้นอนพักเลย”
“คุณต่างหากที่ไม่ได้พัก ดูสีหน้าคุณตอนนี้สิ มันบ่งบอกว่าคุณเหนื่อยจนแทบจะยืนไม่อยู่แล้ว”
ธนวรรธน์เผลอยิ้ม เขาก้าวเข้าไปยืนประชิดตัวเธอ “ห่วงผมมากเลยเหรอ”
“เปล่าซะหน่อย”
“โกหกไม่เนียนตามเคย ปากพูดอย่าง แต่แววตาของคุณมันบอกในสิ่งที่ตรงข้ามกับคำพูด”
“เพราะฉันกลัวว่าถ้าคุณเป็นอะไรไปจะไม่มีใครจ่ายค่าแรงให้ฉัน” หญิงสาวเฉไฉตอบไปเรื่อย
“ที่คุณพูดมาก็มีเหตุผล ฉะนั้นผมควรทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินในส่วนของผมให้คุณกับลูกก่อนดีไหม ถ้าผมเป็นอะไร...”
ณชญาดายกมือปิดปากเขาเอาไว้ก่อนที่เขาจะพูดจบ เธอส่ายหน้าเป็นเชิงห้ามไม่ให้เขาพูดในสิ่งที่ไม่เป็นมงคล
“ฉันว่าเราเลิกพูดเรื่องไร้สาระพวกนี้กันดีกว่าค่ะ นี่ก็ดึกแล้วเลยเวลานอนของญาณินแล้วด้วย พวกคุณควรกลับไปได้แล้วนะคะ”
สิ้นคำพูดของหญิงสาว ธนวรรธน์ก็ยกมือขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายของตัวเอง สีหน้าฉายแววเจ็บปวด การกระทำของเขาทำให้ณชญาดาตกใจ เธอเผลอแสดงความห่วงใยเขาออกมาโดยไม่รู้ตัว ด้วยการผวาเข้าไปประคองเขา
แววตาของเธอบ่งบอกถึงความห่วงใย น้ำเสียงยามที่เอ่ยถามฟังดูร้อนรนจนปิดไม่มิด
“เป็นอะไรไปคะ เจ็บตรงไหนคะพีท”
“เจ็บที่หัวใจ”
เมื่อได้ยินคำตอบใบหน้าของณชญาดาซีดเผือด
“ฉันจะไปตามหมอให้นะคะ”
ธนวรรธน์แอบยิ้มพร้อมกับคว้าตัวเธอเข้ามาในอ้อมกอด
“ไม่จำเป็นหรอกญาดา แค่คุณอยู่ใกล้ ๆ ตัวผมก็พอแล้ว”
“นี่คุณหลอกฉันเหรอ”
เธอทุบไปที่อกของเขาอย่างแรงด้วยความโมโห ที่เขาบังอาจเอาเรื่องความเป็นความตายมาล้อเล่นกับเธอแบบนี้
“ใครว่าผมหลอกคุณ ผมเจ็บจริง ๆ ที่โดนคุณไล่กลับบ้าน ผู้หญิงอะไรใจร้าย คำก็ไล่ สองคำก็ไล่ แต่พอเห็นคุณห่วงใยผม ความเจ็บก็หายเป็นปลิดทิ้ง”
“แบบนี้ก็ได้เหรอ คุณนี่มันมารยาสาไถย เชื่อไม่ได้จริง ๆ กี่ครั้งแล้วที่ฉันตกหลุมพรางของคุณ”
เขามองเธอด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นหวานซึ้ง บ่งบอกถึงความรู้สึกในจิตใจที่เขามีต่อเธอ โดยไม่จำเป็นต้องพูดมันออกมา ณชญาดาเบือนหลบสายตา เพราะมิอาจที่จะต้านทานสายตานั้นของเขาได้
“ปล่อยค่ะ ญาณินอยู่ด้วยนะคะ เด็กไม่ควรเห็นภาพแบบนี้”
ธนวรรธน์ยอมปล่อยตัวเธอเป็นอิสระตามที่เธอร้องขอแต่โดยดี เพราะเห็นว่าที่นี่ไม่เหมาะที่จะทำทุกอย่างตามที่ใจเขาปรารถนา ณชญาดารีบเดินไปที่เตียงของลูก
“นอนได้แล้วญาณิน ดึกมากแล้วนะลูก”
ธนกฤตมองนาฬิกาก่อนจะอุทาน “จะสี่ทุ่มแล้วเหรอ ไวจริง”
“อากลับก่อนดีกว่าญาณินจะได้นอนพัก ไปครับพี่พีท” เขาหันไปชวนพี่ชาย
ธนวรรธน์เดินไปที่เตียงพร้อมกับโน้มตัวไปจูบหน้าผากของญาณิศา
“ฝันดีนะคนเก่ง เจอกันพรุ่งนี้” เขาเอ่ยพร้อมกับห่มผ้าให้เด็กน้อย
“มองอะไรคะ จะไปก็รีบไปสิคะ” ณชญาดาเอ่ยเมื่อเห็นอีกฝ่ายเอาแต่ยืนจ้องหน้าเธอ
“มองคนสวย” เขาตอบพร้อมกับหลิ่วตาให้เธอ
การกระทำของเขาทำให้ณชญาดาชะงักงันไปชั่วขณะ เวลาที่เขาบริหารเสน่ห์แบบนี้ทีไร หัวใจของเธอก็สั่นหวั่นไหวทุกครั้งไป
“กลับไปได้แล้วค่ะ”
“ไหนล่ะกู๊ดไนท์คิสของผม จูบผมก่อนแล้วผมจะไป” ใบหน้าคมเข้มที่ติดจะบึ้งตึงตลอดเวลาผ่อนคลายลง
“ไม่มีจูบมีแต่ตบอยากลองไหม”
ธนกฤตแอบยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดโต้ตอบของทั้งสองฝ่าย เขาไม่เคยเห็นพี่ชายพูดจาหยอกล้อใครอย่างสนิทสนมในลักษณะเช่นนี้มาก่อน ณชญาดาเป็นผู้หญิงคนแรกที่ทำให้เขาได้เห็นมุมนี้ของพี่ชาย
“ชอบแนวตบจูบก็ไม่บอก”
“โน่นประตู ไปซะก่อนที่จะเจ็บตัว”
ธนวรรธน์ทำทีเป็นจะเดินออกจากห้อง แต่สุดท้ายเขาหันกลับมาจูบที่ริมฝีปากของเธอบางเบา โดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว หน้าคมเข้มปรากฏรอยยิ้มเมื่อเห็นดวงตาของเธอเบิกกว้าง ใบหน้างามเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อ ก่อนจะผิวปากเดินออกจากห้องไปอย่างคนอารมณ์ดี โดยไม่สนใจสีหน้าบึ้งตึงของหญิงสาว
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







