LOGINอาการของญาณิศาเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถกลับมาพักที่บ้านได้ ธนวรรธน์เดินทางไปรับณชญาดาและญาณิศากลับมาที่ไร่ ส่วนพัดชาจะเป็นคนพาฑีฆายุตามมาสบทบที่ไร่เอง
ทุกคนต่างก็ตั้งตารอต้อนรับสองแสบวัยซนทั้งสองด้วยความตื่นเต้น พวกเขามาถึงไร่ธนวรรธน์ในเวลาไร่เรี่ยกัน
หลังจากที่มีการทักทายกันอย่างอบอุ่นเรียบร้อยแล้ว เด็กน้อยทั้งสองก็ชักชวนกันไปซุกซนตามประสาเด็กทันที โดยมีน้อยตามไปทำหน้าที่ดูแล ณชญาดาขอเอาของกลับไปเก็บที่ห้อง ทันทีที่หญิงสาวเดินคล้อยหลังไปธนวรรธน์หันไปพูดกับพัดชา
“ผมขอคุยกับคุณตามลำพังสักครู่ได้ไหมครับ”
“ได้สิคะ”
“เชิญทางนี้ครับ”
ธนวรรธน์เดินนำหญิงสาวตรงไปที่ห้องทำงานของเขา ทั้งคู่นั่งลงตรงข้ามกัน
“คุณมีอะไรจะคุยกับฉันเหรอคะ”
“ผมจะไม่พูดอ้อมค้อม ผมกับญาดาเคยพบกันเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่เธอเดินทางมาเชียงใหม่ และผมก็รู้ว่าญาดารักคุณมาก เพราะคุณมีกันแค่สองคนพี่น้อง ผมจึงอยากจะบอกให้คุณรับรู้ว่าผมจะกลับมาสานต่อความสัมพันธ์ ระหว่างผมกับน้องสาวของคุณอย่างจริงจังอีกครั้ง ผมอยากแต่งงานกับญาดา และอยากทำหน้าที่ดูแลญาณิน หวังว่าคุณจะสนับสนุนผม”
“แต่คุณมีคู่หมั้นแล้วนะคะ แล้วจะให้น้องสาวของฉันอยู่กับคุณในฐานะอะไร”
“ในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของผม”
“มันเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ ในเมื่อคุณมีคู่หมั้นแล้ว และฉันก็รู้นิสัยน้องสาวของฉันดี ไม่มีวันที่ดาจะเข้าไปแทรกกลางหรือเป็นมือที่สามในชีวิตใคร”
“ผมกับวันถอนหมั้นกันแล้วครับ ตอนนี้ผมมีอิสระมากพอที่จะทำหน้าที่ดูแลญาดาและลูก ลูกที่ผมไม่เคยรู้ว่ามี”
คิ้วของพัดชาขมวดมุ่น “ดูคุณจะมั่นใจเหลือเกินนะคะว่าญาณินเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณ ฉันไม่อยากดับฝันคุณหรอกนะ เพราะฉันรู้ว่าคุณรักญาณินจริง ๆ แต่ญาณินอาจจะไม่ใช่ลูกของคุณ”
“ผมอยากให้คุณดูอะไรบางอย่าง”
ธนวรรธน์เดินไปหยิบซองสีน้ำตาลขนาดเอสี่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานของตนเอง และนำมันมาวางตรงหน้าหญิงสาว พัดชาเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจก่อนจะหยิบซองนั้นมาเปิดดู ดวงตาของพัดชาเบิกกว้างเมื่อเห็นเอกสารในมือ ปริศนาที่ถูกเก็บงำมานานตราบเท่าอายุของญาณินสุดท้ายก็ถูกเปิดเผย
“นี่คุณแอบตรวจดีเอ็นเอของญาณินเหรอคะ”
ชายหนุ่มพยักหน้าก่อนจะขยายความ
“ที่จริงผมมั่นใจว่าญาณินเป็นลูกของผมโดยไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไร แต่ที่ต้องตรวจดีเอ็นเอเพราะน้องสาวของคุณดื้อมาก เขาไม่ยอมรับความจริง ผมจึงเลี่ยงไม่ได้และจำเป็นต้องทำเช่นนี้ เพื่อให้ญาดายอมรับว่าผมคือพ่อของลูกเธอ”
พัดชาถอนใจก่อนจะย้อนถาม “แล้วคุณจะทำยังไงกับเรื่องนี้”
“ผมจะแต่งงานกับญาดา และทำหน้าที่พ่อของญาณิน ก็เลยอยากบอกให้คุณรู้”
“มันคงไม่ง่ายอย่างที่คิด ดาจะรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตที่กลายเป็นมือที่สามในชีวิตคุณ และคงไม่สามารถมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่นได้ เพราะนั่นไม่ใช่นิสัยของดา ฉะนั้นมันจึงเป็นการยากที่จะให้ดาเปลี่ยนใจ หันมาตกลงรับปากแต่งงานกับคุณ และใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับคุณ”
“ผมมีวิธีที่จะจัดการกับเรื่องนี้ เพียงแค่อยากบอกให้คุณรับรู้ว่าผมอยากแต่งงานกับน้องสาวของคุณ และจะไม่มีวันล้มเลิกความตั้งใจนี้จนกว่าผมจะได้ในสิ่งที่ต้องการ”
“บอกฉันได้ไหมคะว่าคุณรู้สึกยังไงกับดา”
“ผมรักเธอ รักมาตลอด แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงทิ้งผมไป แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นก็ไม่เคยหยุดรัก”
“ฉันขออวยพรให้คุณโชคดี ทำให้สำเร็จอย่างที่ตั้งใจ ญาดากับญาณินจะได้มีความสุขอยู่กันแบบพร้อมหน้าพร้อมตา เป็นครอบครัวที่อบอุ่นจริง ๆ เสียที ฉันเอาใจช่วยค่ะ และคงต้องฝากให้คุณดูแลพวกเขาด้วย”
“ถึงคุณไม่บอกผมก็ยินดีที่จะทำหน้าที่ปกป้องดูแลพวกเขาอยู่แล้วครับ”
“ฉันเคยสงสัยว่าทำไมญาณินถึงได้ให้ความสนิทสนมกับคุณง่าย ๆ ทั้งที่ไม่เคยเป็นแบบนี้กับใครมาก่อน ตอนนี้ฉันได้รับคำตอบแล้ว ทุกอย่างกระจ่างชัด สายเลือดเดียวกันเป็นจุดเชื่อมโยงพวกคุณเข้าหากัน”
ธนวรรธน์ยิ้มให้เธอก่อนจะเอ่ยถาม
“คุณพัดจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ วันไหนครับ”
“พรุ่งนี้เช้าค่ะ ที่จริงฉันอยากพาซันกลับไปด้วย เพราะเกรงใจพวกคุณ แต่ลูกไม่ยอมอยากจะอยู่กับน้อง ญาณินก็อยากให้พี่ซันอยู่ด้วย ติดกันเป็นตังเมเลย ไม่รู้ใครติดใคร”
“เด็ก ๆ ทำให้ทุกคนที่นี่มีความสุขครับ ความซนกับความทะเล้นของพวกเขาทำให้เรายิ้มได้”
“จริงค่ะ ตั้งแต่ตัวแสบประจำบ้านของเรามาอยู่กับพวกคุณที่นี่ บ้านเราเงียบเหงาลงไปมากเลยค่ะ”
“อยู่ทานมื้อค่ำกับพวกเราก่อนนะครับ แล้วผมจะให้คนขับรถไปส่งคุณที่โรงแรม”
“ขอบคุณค่ะ”
สองหนุ่มสาวต่างก็ยิ้มให้กันและกัน
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั







