LOGIN“วันจะทำอะไรได้นอกจากจำใจทำตามที่พีทต้องการ”
“พรุ่งนี้เจอกันที่กรมที่ดิน ตรงเวลาด้วยล่ะ ผมไม่ชอบรอใครนาน ๆ” ก่อนจะเดินจากไปเขาได้หันมากำชับกับเธออีกครั้ง
“อย่าลืมหาทนายมือดีมาสู้คดีชนแล้วหนีด้วยล่ะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน เราจะเอาเรื่องจนถึงที่สุดแน่ เตรียมใจไว้ได้เลย”
“พีทขู่วันเหรอ”
“คุณน่าจะรู้จักนิสัยของผมดี ผมเป็นคนพูดจริงทำจริงเสมอ” พูดจบก็เดินจากไปโดยไม่เอ่ยคำลา โดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะรู้สึกอย่างไร
ก่อนที่ธนวรรธน์จะขึ้นรถ เขาได้ยินเสียงกรีดร้องอาละวาด ขว้างปาข้าวของดังมาจากด้านใน ไม่แปลกที่วันวรุณจะระบายอารมณ์ด้วยวิธีนี้ เพราะมันเป็นนิสัยของเธอ เวลาที่ไม่พอใจอะไรขึ้นมาก็จะอาละวาดทำลายข้าวของที่อยู่ตรงหน้า ระหว่างขับรถธนวรรธน์ได้โทรไปหาเพื่อนนักข่าวหนังสือพิมพ์ เพื่อให้เขาลงข่าวการถอนหมั้นของตนเองกับวันวรุณในคอลัมน์ซุบซิบไฮโซ เพื่อกันไม่ให้อีกฝ่ายบิดพลิ้วได้ในภายหลัง และถือป็นการปิดฉากความสัมพันธ์นี้ลงอย่างสมบูรณ์
ใหญ่เดินออกมาจากที่หลบซ่อน หลังได้ยินเสียงรถของธนวรรธน์ขับออกไป เขาเห็นสีหน้าบึ้งตึงของวันวรุณก็รีบเดินตรงเข้าไปกอดเธอไว้จากทางด้านหลัง
“อย่าหงุดหงิดไปเลยครับคุณวัน”
“จะให้ฉันอารมณ์ดีอยู่ได้ยังไงในเมื่อฉันต้องถอนหมั้นกับพีท แถมยังต้องขายไร่นี้ให้เขาตามราคาที่เขาเสนอ”
“แต่เราก็หมดความกังวลเรื่องเงินกู้ที่จะต้องนำไปจ่ายคืนให้เจ้าของคาสิโน อีกอย่างราคาที่คุณพีทเสนอมามันก็ไม่ใช่น้อย ๆ ยังมีเงินเหลือไว้ใช้ต่อทุนได้อีกนาน”
“แล้วแกจะเกาะฉันกินไปวัน ๆ แบบนี้น่ะเหรอ”
“พูดอะไรแบบนั้นล่ะครับคุณวัน อย่าลืมสิว่าเราลงเรือลำเดียวกันแล้ว ก็ต้องไปไหนไปกันจะมาทิ้งผมง่าย ๆ ไม่ได้หรอก”
“แกรีบโทรไปขอเลื่อนวันคืนเงินที่คาสิโนด่วนเลย ให้ฉันไปจัดการเรื่องโอนที่ให้เรียบร้อยก่อน แล้วค่อยเอาเงินไปคืนพวกมัน”
“เรื่องนั้นผมจัดการเอง”
“เจ็บใจนัก ถ้าไม่มีนางนั่นกับลูกของมันคอยเป็นเสี้ยนหนามตำใจล่ะก็ พีทคงไม่ถอนหมั้น คอยดูนะ ฉันจะไม่ปล่อยให้พวกมันเสวยสุขเพียงลำพังแน่”
นัยน์ตาวันวรุณฉายแววอาฆาตมาดร้าย รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้า
“อีกไม่นานหรอก พวกแกก็จะได้รู้ฤทธิ์ของฉัน”
หลังจากปลดพันธนาการที่มีได้แล้ว ธนวรรธน์ก็คิดจะกลับมาสานต่อความสัมพันธ์กับณชญาดาอย่างจริงจัง แต่ด้วยงานที่รัดตัว รวมถึงเธอยังต้องคอยดูแลญาณิศาที่กำลังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ทำให้เวลาของทั้งคู่ไม่ตรงกัน จึงยังไม่มีโอกาสที่จะพูดคุยเรื่องความสัมพันธ์ของเขาและเธอในตอนนี้ มันยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม
และไม่ว่างานจะยุ่งมากแค่ไหนก็ตามธนวรรธน์และธนกฤตก็จะมาเยี่ยมญาณิศาที่โรงพยาบาลทุกวัน รอยยิ้มและความอ่อนใสไร้เดียงสาของญาณิศา เป็นเหมือนกำลังใจที่ทำให้พวกเขามีแรงกลับไปลุยงานหนักในวันต่อไปเสมอ
วันนี้สองหนุ่มมาเยี่ยมเด็กน้อยช้ากว่าเวลาปกติ ทำให้ญาณิศารอการมาของพวกเขา เด็กน้อยเหลือบมองไปที่ประตูห้องอยู่บ่อยครั้ง
“แม่ว่าหนูควรนอนได้แล้วนะคะ ได้เวลานอนของหนูแล้วนะ”
“แต่หนูยังไม่ง่วงนี่คะ ขออีกแป๊บหนึ่งนะคะ”
ณชญาดารู้ดีว่าที่ลูกยังไม่ยอมนอนเพราะกำลังรอการมาของใครบางคน ทันใดนั้นประตูห้องก็ถูกเปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของสองพี่น้องเจ้าของไร่ธนวรรธน์
ใบหน้าของญาณิศาปรากฎรอยยิ้มสดใส นัยน์ตาของหนูน้อยทอประกายแวววาว พร้อมกับกางแขนทั้งสองข้างออก
เมื่อมองเห็นคนที่ตนเองกำลังรอก้าวเดินเข้ามาในห้อง ธนวรรธน์รีบเดินตรงเข้าไปกอดญาณิศาทันทีเช่นกัน เพียงแค่ได้เห็นหน้าและรอยยิ้มของคนที่เขารัก ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจากการทำงานหนักก็มลายหายไปจนหมดสิ้น
“นึกว่าหลับไปแล้วซะอีก”
“ยังค่ะ ญาณินรอลุงพีทกับอาพอล”
“ทำไมวันนี้มามืดจังคะ” ณชญาดาเอ่ยถามโดยไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าถามใคร
“งานยุ่งน่ะครับ ผมกับพี่พีทอยู่ดูแลเรื่องการจัดส่งสินค้าให้ลูกค้ากว่าจะเสร็จก็ค่ำ เสร็จงานก็รีบมาที่นี่เลย”
“ที่จริงไม่ต้องมาเยี่ยมญาณินทุกวันก็ได้นะคะ อาการของญาณินดีขึ้นมากแล้ว อีกไม่นานก็กลับไปพักฟื้นที่บ้านได้แล้วล่ะค่ะ”
“ญาณินอยากกลับไปที่ไร่ จะได้ไปเล่นกับพี่ซัน”
ธนวรรธน์ยิ้มให้กับความไร้เดียงสาของหนูน้อยวัยซน เด็กหนอเด็กคิดแต่เรื่องเล่นสนุกตามวัยไปวัน ๆ
“พี่ซันมาที่นี่บ่อยไหมคะ” ธนวรรธน์พูดคะขากับญาณิศาได้อย่างไม่ขัดเขิน
“ป้าพัดพาพี่ซันมาหาญาณินที่นี่ทุกวันเลยค่ะลุงพีท แต่เราถูกสั่งห้ามซนจนกว่าญาณินจะหายดี”
“หมอบอกหรือยังว่าญาณินจะออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อไร” ธนวรรธน์หันไปเอ่ยถามณชญาดา
“หมอขอดูอาการอีกสองวันค่ะ ถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็คงจะกลับบ้านได้”
ธนวรรธน์พยักหน้ารับรู้
“อาพอลได้ดูคลิปใหม่ของญาณินหรือยังคะ”
“ยังเลย คุณดาอัพบล็อคเหรอครับ”
“ใช่ค่ะ เพิ่งอัพวันนี้เองค่ะ”
“เรามาเปิดดูพร้อมกันดีไหมญาณิน”
ธนวรรธน์โอบกอดเธอไว้ด้วยความดีใจ นัยน์ตาของเขาเปล่งประกายแห่งความสุข “ผมดีใจมากเลยรู้ไหม ขอบคุณสำหรับของขวัญล้ำค่าที่คุณมอบให้ผม” “หุบยิ้มบ้างก็ได้นะคะ ฉันรู้แล้วค่ะว่าคุณมีความสุขมากแค่ไหน” “เราไปบอกข่าวดีนี้กับทุกคนกันเถอะ” ธนวรรธน์และณชญาดาประกาศข่าวดีนี้ให้คนอื่นรู้ ทุกคนต่างก็โห่ร้องแสดงความยินดีกับเขา แม้แต่ญาณิศาเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยที่รู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้อง “น้องอยู่ในนี้เหรอคะแม่ดา” ญาณิศาวางมือบนหน้าท้องแบนราบของมารดา “ใช่แล้วลูก” “เข้าไปอยู่ได้ยังไง” เด็กน้อยเอ่ยถามด้วยความสงสัย คำถามของญาณิศาทำให้ผู้ใหญ่หลายคนอึ้งไป เพราะไม่รู้จะตอบคำถามนั้นยังไง และพร้อมใจกันยกหน้าที่นี้ให้ณชญาดาเป็นผู้ตอบ “พอหนูโตขึ้นหนูก็จะรู้คำตอบนี้เองค่ะ” “หนูก็เคยอยู่ในท้องของแม่ดามาก่อนใช่ไหมคะ” “ใช่ค่ะ ถึงแม้หนูจะตัวเล็กตอนอยู่ในท้องแม่ แต่หนูดิ้นเก่งมากเลย” “ญาณิศาขาแดนซ์ตัวจริงเสียงจริงอยู่ตรงนี้นี่เอง อาเพิ่งรู้นะว่าญาณินแดนซ์เก่งตั้งแต่ยัง
“น่าสงสารคุณวันนะคะ ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง” “สงสารวันทั้งที่วันส่งคนมาจับตัวลูกของเราไปน่ะเหรอ คนแบบนี้ไม่น่าสงสารหรอกญาดา” “ฉันรู้ค่ะพีทว่าสิ่งที่เธอทำลงไปมันผิด แต่ฉันก็ไม่อยากที่จะไปซ้ำเติมอะไรเธอมากไปกว่านี้” “ใจดีมากเกินไปหรือเปล่าครับคุณญาดา” “ฉันแค่สงสารเธอเท่านั้นเองค่ะคุณพอล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เอาเรื่องนะคะ ฉันเชื่อค่ะว่ากฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับสิ่งนั้นเป็นการตอบแทน” “เราออกเดินทางกันดีกว่า ขืนชักช้าก็อาจจะตกไฟร์ทได้” “เดี๋ยวผมจะขับรถไปส่งพวกพี่ที่สนามบินเองครับ” “เด็ก ๆ ออกเดินทางกันได้แล้วลูก” ในขณะที่ทุกคนเดินไปขึ้นรถ ช้อยก็ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อแอบได้ยินเรื่องราว เกี่ยวกับชะตากรรมเจ้านายของตัวเอง ดีนะที่ไม่พลอยติดร่างแหไปด้วย ไม่งั้นคงได้ไปกินข้าวแดงในคุกแน่ นาทีนั้นช้อยก็ตัดสินใจที่จะแปรพักตร์มาอยู่กับนายหญิงคนใหม่ของไร่ธนวรรธน์ ทั้งนี้เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ถ้าขืนยังกระด้างกระเดื่องมีหวังได้โดนไล่ออกเป็นแน่ ใครจะว่ายังไงก
ร่างกายของณชญาดาร้อนผ่าวไปกับการกระทำของเขา ลมหายใจหอบกระชั้นที่เป่ารดลงมาของอีกฝ่าย สร้างความวาบหวามให้เธอได้เช่นกัน ร่างสูงเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อที่กำลังคลอเคลียใกล้ชิดจนแทบเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้หญิงสาวคิดอะไรไม่ออก รู้แต่เพียงว่าอยากให้เขาพาเธอไปให้สุดทาง ไม่ว่าเขาจะพาเธอไปลงนรกหรือขึ้นสวรรค์ที่ไหน เธอก็พร้อมที่จะไปกับเขา ใช่แต่เธอเท่านั้นที่รู้สึก ร่างกายเขาเองก็แทบจะลุกโลดไปด้วยไฟรักที่ร้อนแรงเช่นกัน หญิงสาวยอมทำทุกอย่างตามเสียงกระซิบสั่งของธนวรรธน์ดุจต้องมนตร์ ไม่ว่าเขาสั่งให้ทำอะไรเธอก็ทำตามโดยไม่ขัดขืน อีกทั้งยังตอบสนองจุมพิตและโอบรัดร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตามที่เขาร้องขอ แถมยังเผลอเบียดตัวเข้าหาเขาแทนการวิงวอนร้องขอให้เขาเติมเต็มสิ่งที่ขาดหาย ซึ่งธนวรรธน์ก็ทำตามคำวิงวอนนั้นโดยไม่รั้งรอ ความเชี่ยวชาญและช่ำชองของเขานั้น ไม่ทำให้หญิงสาวต้องเจ็บปวดอย่างที่เคยนึกหวั่น เพราะห่างหายจากเรื่องเหล่านี้มานานเท่ากับอายุของลูก แต่มันหาเป็นเช่นนั้น เธอรู้สึกแต่เพียงความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นในส่วนหนึ่งของร่างกายเท่านั้น เขาสัมผัสได้ถึงแรงปรารถนาที่ถูกซุ
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีการสำคัญบนเวที เจ้าบ่าวได้ทำเซอร์ไพรสเจ้าสาว ด้วยการออกมาโชว์สเต็ปการเต้นพร้อมกับน้องชายของเขา และที่จะขาดไม่ได้เลยคือสองแสบวัยซนประจำไร่ ไม่รู้ไปแอบซุ่มซ้อมเต้นกันมาตั้งแต่เมื่อไร เสียงกรี๊ดกร๊าดพร้อมเสียงปรบมือตามจังหวะดังขึ้นตลอดเวลา แขกที่มาร่วมงานดูจะชื่นชอบและสนุกสนานไปกับเซอร์ไพรสในครั้งนี้ การแสดงของพวกเขาได้สร้างความสุขและเสียงหัวเราะให้กับทุกคนที่มาร่วมงาน โดยเฉพาะณชญาดา ไม่เคยคิดเลยว่าคนอย่างธนวรรธน์จะลุกขึ้นมาทำอะไรที่เซอร์ไพรสเธอแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่วิสัยของเขาแต่เขาก็ทำเพื่อเธอ หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างมีความสุข และรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่เขาทำ เรียกได้ว่างานฉลองมงคลสมรสของธนวรรธน์และณชญาดา ได้ถูกจัดขึ้นในบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง และคงจะเป็นที่กล่าวขานกันไปอีกพักใหญ่เกี่ยวกับบิ๊กเซอร์ไพรส์ของเจ้าบ่าว เมื่อถึงฤกษ์ส่งตัวเข้าหอคุณจันทราซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่สุด ได้เป็นตัวแทนของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายมาให้โอวาทแก่คู่บ่าวสาว “ป้าขออวยพรให้พวกคุณทั้งสองดูแลซึ่งกันและกัน แล้วก็รักกันให้มาก ๆ ครองรักกันอย่า
“จริงเหรอครับคุณวุธ” “จริงครับ แต่มันก็มีความสุขไปอีกแบบหนึ่ง คนเป็นแม่เหนื่อยกว่าเราเยอะ” “ไม่เป็นไรผมยอมเหนื่อยเพื่อลูก” “แล้วจะคอยดู อย่ามาบ่นให้ได้ยินนะ จะปล่อยให้เลี้ยงลูกคนเดียวให้เข็ดเลย” “อย่ามาขู่ผมเสียให้ยากเลย ผมไม่กลัวคำขู่ของคุณหรอกญาดา” “กลัวหน่อยไม่ได้เหรอคะ เราก็มีญาณินอยู่แล้วทั้งคน แค่นี้ก็พอแล้วเนอะ” ธนวรรธน์ยิ้มเมื่อได้ยินคำพูดออดอ้อนพร้อมกับยืนยันหนักแน่น “ไม่” ณชญาดาทำหน้าหนักใจกับเผด็จการทางความคิดของเขา แต่การมีลูกก็ไม่ได้แย่ ถึงจะทำให้เหนื่อยแต่ก็มีความสุข เมื่อได้เฝ้ามองพัฒนาการในทุกย่างก้าวของพวกเขา ความคิดของหญิงสาวต้องหยุดชะงักลงเมื่อได้ยินคำพูดของจิรนันท์ “ตอนแรกที่ญาดาปฏิเสธที่จะรับงานนี้ พี่นึกว่าเป็นเพราะไม่อยากทิ้งญาณินไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามลำพัง ที่แท้คุณพีทกับญาดาเคยมีอดีตร่วมกันมาก่อน แต่ต้องเลิกลากันไปก่อนจะย้อนกลับมาคบกันใหม่อีกครั้ง แบบนี้เขาเรียกว่าลมพัดหวนใช่ไหมคะ นี่ล่ะนะที่โบราณว่าคู่กันแล้วก็ไม่แคล้วกัน” “แต่กว่าที่พวกเข
ณชญาดาเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับน้ำที่จะใช้เช็ดตัวให้ญาณิศา ธนวรรธน์ดึงตัวฑีฆายุให้นั่งบนตักเขา หญิงสาวเช็ดตัวให้ลูกด้วยความทนุถนอม เพียงไม่นานญาณิศาก็เริ่มรู้สึกตัว “น้องฟื้นแล้วครับน้าดา” “เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” ญาณิศาส่ายหน้าก่อนจะลุกขึ้นกอดมารดา “คนใจร้ายจับตัวหนูไป” ณชญาดาลูบหลังและไหล่ของลูกพร้อมกับพูดปลอบโยน “ขวัญเอ๋ยขวัญมา ไม่เป็นไรแล้วนะลูก พ่อพีทกับอาพอลไปช่วยหนูกลับมาได้อย่างปลอดภัย” “เป็นอะไรหรือเปล่าญาณิน” ฑีฆายุเอ่ยถามด้วยความห่วงใย “ไม่เป็นไรค่ะ แล้วพี่ซันละคะเป็นอะไรไหม” “พี่ไม่เป็นไร กลับบ้านไปคราวนี้พี่จะไปฝึกเทควันโดให้มาก ๆ คราวหน้าจะได้ช่วยญาณินจากคนร้ายพวกนั้นได้” สองพี่น้องกอดกันและกันไว้อย่างอบอุ่น สายใยแห่งความผูกพันของเด็กน้อยทั้งสอง เรียกรอยยิ้มจากผู้ใหญ่ได้เป็นอย่างดี ทันใดนั้นโทรศัพท์ของธนวรรธน์ก็ดังขึ้น เขากดรับคุยอยู่สักพักก็วางสายก่อนจะหันมาบอกทุกคน “ตำรวจจับตัวคนร้ายได้สองคน กำลังนำตั




![ม่านรักไฟเสน่หา NC30+ [โคแก่กินหญ้าอ่อน]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


