Share

บทที่ 8 ผูกมิตร

last update Dernière mise à jour: 2025-11-10 10:21:53

        หลังออกจากสำนักศึกษาอี้เฉิงกลับไม่คิดจะกลับจวนแม่ทัพ

                “คุณหนูเจียงข้าจะให้รถม้าไปส่งเจ้าที่จวนก่อน”

                “แล้วท่านเล่า หากไม่กลับพร้อมกันจะให้ข้าตอบแม่ท่านว่าอย่างไร” ซูเม่ยเงยหน้าถามคนเบื้องหน้า

                “ข้าทำหน้าที่ของตัวเองวันนี้เสร็จสิ้นแล้ว ท่านแม่ไม่ถามเจ้าหรอก”

                “อย่างไรก็ควรจะกลับพร้อมกันหรือไม่ หน้าที่ข้าคืออยู่ข้างกายท่านเวลาที่ออกมาสำนักศึกษา หากกลับไปคนเดียวถือว่าข้าบกพร่องต่อหน้าที่” ซูเม่ยไม่ยอมรับข้อเสนอของอีกฝ่าย

                “เช่นนั้นก็ตามแต่เจ้า ทว่าที่ที่ข้าจะไปสตรีไม่เหมาะที่จะไป” อี้เฉิงกล่าวจบ กลับเดินตรงไปยังหอนางโลมทำให้ซูเม่ยได้แต่มองตาม

                “ไม่เอาไหนจริง ๆ” นางพึมพำก่อนเดินเข้าโรงน้ำชาข้างสำนักศึกษา

        เมืองหลงเฉิงในยามนี้ผู้คนพลุกพล่านไม่น้อย หากแต่กลับมองเห็นการแบ่งชนชั้นได้อย่างชัดเจน ชาวเมืองไม่กล้าแม้แต่เดินเข้าใกล้ชนชั้นขุนนาง แม้แต่เหล่าบัณฑิตยังแบ่งเป็นบัณฑิตยากจนกับบัณฑิตตระกูลขุนนาง ชาวบ้านยากจนต้องก้มหน้าเมื่อเดินผ่านเหล่าขุนนาง แม้ไม่มีกฎหมายห้ามหากทว่ามันกลายเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของแคว้นนี้ไปเสียแล้ว ซูเม่ยได้แต่มองความบิดเบี้ยวนี้โดยมิอาจทำสิ่งใดได้

                “คุณชายรองเจิ้งโปรดหลบทางด้วย”

        เสียงสั่นเครือคล้ายอับจนหนทางของสตรีดังขึ้นหน้าโรงน้ำชา จนทำให้ซูเม่ยเบนความสนใจจากทิวทัศน์ด้านหน้าในทันที ด้านนอกมีบุรุษแต่งกายด้วยผ้าไหมราคาแพงพร้อมบ่าวรับใช้ยืนขวางทางของสตรีรูปงามกับสาวใช้ของนางอยู่ ผู้คนมากมายยืนรุมล้อมทว่ากลับไม่มีผู้ใดคิดช่วยเหลือ

                “คุณหนูมู่ออกจากจวนมาได้ทั้งที เหตุใดไม่ยอมให้โอกาสข้าเจิ้งเหวินเทียนได้เลี้ยงน้ำชาสักกาหน่อยเล่า” เสียงดังเอาแต่ใจพร้อมรอยยิ้มน่าเกลียดบนใบหน้า ทำให้สตรีบอบบางหวาดกลัวไม่น้อย

                “ข้ายังมีธุระต้องทำป่านนี้ท่านแม่รอแล้ว คุณชายเจิ้งโปรดอย่าได้ใช้กำลังกักขัง” แม้บุรุษตรงหน้าจะพูดจากคุกคามเพียงใด หากแต่สตรีนางนั้นยังคงเจรจาอย่างเป็นมิตร

                “หากเจ้ายอมเดินเที่ยวเล่นกับข้าสักชั่วยาม รับรองว่าข้าจะส่งเจ้ากลับถึงเรือนอย่างปลอดภัยแน่” เจิ้งเหวินเทียนไม่พูดเปล่า กลับใช้มือหนาหมายรั้งข้อมือบางเข้าหา หากทว่าคว้าได้เพียงความว่างเปล่าเบื้องหน้า

        ซูเม่ยที่ทนต่อการกระทำหยาบคายของบุรุษอันธพาลต่อสตรีบอบบางไม่ได้ จึงถือวิสาสะยื่นมือเข้าช่วยรั้งแขนของสตรีนางนั้นหลบจากมือหนาของอีกฝ่าย ทำให้เจิ้งเหวินเทียนขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ

                “เจ้าเป็นใคร เหตุใดกล้ายุ่งเรื่องของขุนนางเช่นข้า” เสียงตวาดของเหวินเทียนทำให้ผู้คนหวาดกลัว หากแต่ไม่ใช่กับซูเม่ย

                “เจ้าเป็นขุนนางตำแหน่งใด เท่าที่ข้ามองก็เป็นเพียงบุตรขุนนางที่ทำตัวไม่เอาไหนไปวัน ๆ” ซูเม่ยดึงตรีที่ตนหมายปกป้องไปด้านหลังของตน

                “เจ้า! เป็นเพียงแค่สาวใช้กล้าเถียงชนชั้นขุนนาง รู้หรือไม่เจ้ามีโทษสถานใด” บุรุษอันธพาลหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจนอยากบดขยี้ซูเม่ยให้แหลกคาเท้าเสียเดี๋ยวนี้

                “มีโทษสถานใดเล่า เจ้าลองบอกกฎหมายของเฟิงหยางให้สาวใช้อย่างข้ารู้ด้วยเถิด” คำพูดของซูเม่ยเริ่มทำให้ผู้คนแถวนั้นอยากรู้ไปด้วย

                “เร็วเข้าเถิดคุณชาย ชาวเมืองมากมายกำลังรอฟังโทษของการโต้เถียงชนชั้นขุนนางอยู่ แลข้าก็อยากรู้ว่าชนชั้นขุนนางอย่างเจ้าที่หมายฉุดคร่าสตรีที่ไม่ใช่ภรรยาตนกลางวันแสก ๆ เช่นนี้โทษจะหนักแค่ไหนกัน” น้ำเสียงนิ่งเฉย แต่สายตากลับเยือกเย็นของซูเม่ย ทำให้เหวินเทียนรู้สึกหวาดกลัวจนเผลอเดินถอยหลังไปหลายก้าว

                “นี่เจ้าคิดจะข่มขู่ข้างั้นรึ ดูสิว่าหากข้าทุบตีสาวใช้นางหนึ่งจนตายใครจะกล้าทำอะไรข้า” เหวินเทียนก่นด่าด้วยความโกรธเกรี้ยวก่อนส่งสัญญาณให้บ่าวไพร่เข้าจัดการซูเม่ย

                “ใครกล้าแตะต้องคนของข้า เกรงว่าคงไม่ไว้หน้าจวนแม่ทัพใหญ่แล้วกระมัง” เสียงทุ้มต่ำของอี้เฉิงดังมาจากทางด้านหลังของซูเม่ย

                “คุณ คุณชายรองเพ่ย!” เหวินเทียนกล่าวตะกุกตะกักขึ้นมาทันที

                “บุตรอนุอย่างเจ้ากล้ามีเรื่องกับตระกูลเพ่ยเชียวหรือ” ยามนี้รอบกายของอี้เฉิงกลับแผ่ไอสังหารออกมาอย่างน่าประหลาด ซูเม่ยมองบุรุษด้านข้างด้วยความแปลกใจ

                “ไม่กล้า! ไม่กล้า!” เหวินเทียนกล่าวอย่างลนลานก่อนรีบวิ่งหนีหายไป

        เมื่อเจิ้งเหวินเทียนหนีหายไปแล้วอี้เฉิงจึงได้เบนสายตาเชิงตำหนิมายังสาวใช้ข้างกายแทน

                “เหตุใดกล้าไปมีเรื่องกับบุตรขุนนางเช่นนั้น”

                “ก็เขาทำสิ่งไม่ถูกต้อง เหตุใดข้าจะยุ่งไม่ได้ อีกอย่างกฏหมายเฟิงหยางไม่ได้ห้ามให้คนธรรมดาปกป้องตนเองจากเหล่าขุนนาง” ซูเม่ยอธิบายสิ่งที่ตนเองกระทำ

                “รู้ว่าไม่มีกฎหมายข้อใดเขียนไว้ แต่คนที่นี่กลับทำจนเคยชินหากพวกนั้นไม่ยอมรามือเช่นครั้งนี้ เจ้าจะเอาตัวรอดจากบุรุษพวกนั้นด้วยตัวคนเดียวอย่างไร”

        ซูเม่ยมองบุรุษข้างกายด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ คุณชายแสนงอนแลไม่เอาไหนเมื่อเช้าหายไปไหนแล้ว เหตุใดกลับกลายเป็นคุณชายที่มีเหตุผลเช่นนี้ได้

                “ขออภัยคุณชาย ข้าลืมคิดข้อนี้จริง ๆ” ซูเม่ยยอมรับผิดแต่โดยดี

                “คุณชายรองเพ่ยอย่าได้แค้นเคืองแม่นางท่านนี้เลยเจ้าค่ะ เพราะนางตั้งใจช่วยข้าจนลืมคิดถึงความปลอดภัยไป”

        เสียงหวานเอื้อนเอ่ยขึ้นทำเอาอี้เฉิงใบหน้าใบหูแดงก่ำ เขามัวแต่ต้องการปกป้องซูเม่ยสาวใช้ของตนจนลืมมองไปว่ามู่หยุนเสี่ยวยืนอยู่ตรงนี้ด้วย

                “คุณ คุณหนูมู่” อี้เฉิงกลายเป็นคุณชายขี้อายขึ้นมาในทันที

        ซูเม่ยมองดูการกระทำที่เปลี่ยนไปกะทันหันของอี้เฉิงด้วยสายตาเหลือเชื่อ จากบุรุษที่พูดจาฉะฉานกลับกลายเป็นคุณชายพูดจาตะกุกตะกักในเช่นนี้ ทำให้นางเดาได้ไม่ยากว่าคุณหนูนางนี้ต้องเป็นสตรีในดวงใจอี้เฉิงอย่างแน่นอน

                “แม่นาง.....”

                “เรียกข้าว่าซูเม่ยก็ได้”

                “แม่นางซูเม่ยขอบคุณที่ช่วยเหลือ” มู่หยุนเสี่ยวยอบกายขอบคุณ

                “คุณหนูมู่อย่าได้เกรงใจ ข้าเพียงเห็นผู้อ่อนแอกว่าถูกรังแกไม่ได้จึงถือวิสาสะเข้าช่วยเหลือ จนยุ่งเรื่องของคุณหนูแล้วโปรดอภัยด้วย”

                “ข้าสิต้องขอบคุณ หากเจ้าไม่ยื่นมือเข้าช่วยเกรงว่าขุนชายรองเจิ้งคงไม่ปล่อยข้าแน่” หยุนเสี่ยวยังคงมีสีหน้าวิตกกังวล

                “เหตุใดท่านถึงกลัวเขาขนาดนั้น” ซูเม่ยสงสัยจนอดถามไม่ได้

                “ข้าน้อยขอตอบแทนคุณหนูเจ้าค่ะ เพราะคุณชายท่านนั้นเป็นบุตรชายรองเจ้ากรมพิธีการซึ่งมียศสูงกว่านายท่านของเรา ที่เป็นเพียงขุนนางหัวหน้ากองอาลักษณ์ จึงหวั่นเกรงอำนาจของตระกูลเจิ้งจะทำให้นายท่านต้องลำบาก” สาวใช้ข้างกายอดที่จะอธิบายแทนคุณหนูของตนไม่ได้

        ซูเม่ยได้แต่ถอนหายใจให้กับอำนาจที่ล้นฟ้าของพวกขุนนางใหญ่ที่กดขี่ได้แม้กระทั่งขุนนางในราชสำนักด้วยกันเอง แล้วเช่นนี้มีหรือราษฎรอย่างพวกนางจะไม่ลำบาก

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Latest chapter

  • เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง   บทที่ 57 ตอนพิเศษ

    จวนแม่ทัพเมืองหลวงวุ่นวายไม่น้อย แม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่าจวนเพ่ยกับแม่ทัพใหญ่รวมทั้งฮูหยินใหญ่ก็ต่างวุ่นวายจัดแจงสาวใช้ไปด้วย แม้อากาศฤดูนี้ร้อนอบอ้าว ทว่าใจของอี้เฉิงกลับหนาวเหน็บ เขาแทบขาดใจทุกครั้งที่ได้ยินเสียงฮูหยินตนร้องด้วยความเจ็บปวด “อีกนิดเดียวเจ้าค่ะ เบ่งเจ้าค่ะ” เสียงหมอตำแยดังออกมาจากภายในเรือนใหญ่ “อื้อ!!!” เสียงเบ่งสลับกลับเสียงร้องดังไม่หยุดหย่อน “ท่านแม่ ฮูหยินข้าจะไม่ไหวแล้ว” อี้เฉิงหน้าซีดเผือดจ้องมองเรือนใหญ่ไม่ละสายตา “เจ้าอย่าใจร้อน ซูเม่ยนางอดทนกว่าที่เจ้าคิด” “อื้อ!!!!” “แง!” เสียงทารกดังขึ้น ทำทุกคนในลานหยุดชะงักหันมองเรือนใหญ่ในทันที “คลอดแล้ว! คลอดแล้วขอรับ! ลูกข้าคลอดแล้ว” อี้เฉิงกระโดดเป็นเด็ก วิ่งไปยังหน้าประตูเรือนใหญ่ที่ยังคงปิดอยู่ ปัง! ปัง! ปัง! “ท่านแม่ยาย! ลูกข้าคลอดแล้วใช่หรือไม่” อี้เฉิงดีใจจนสำรวมอาการไม่อยู่วิ่งไปเคาะประตูเสียงดัง “นี่เจ้าเป็นพ่อคนแล้ว สำรวมหน่อย” หลี่หว่ารีบมา

  • เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง   บทที่ 56 พร้อมหน้ากันอีกครั้ง

    “ยังขมอยู่หรือไม่” อี้เฉิงเอ่ยถามสตรีในอ้อมกอดที่บัดนี้จ้องมองตนตาโตจนน่าขำ “พอเลยเจ้าค่ะ ข้าจะนอนแล้ว” ซูเม่ยเคอะเขินจนไม่รู้จะอยู่สนทนาอย่างไรต่อแล้ว ก่อนจะพลิกตัวกลับไปล้มตัวนอน โดยที่อี้เฉิงไม่คิดเย้านางต่อปล่อยให้ฮูหยินตนที่เหน็ดเหนื่อยจากความโหยหาของตนเมื่อครู่ได้หลับสนิท ยามเหม่าแม่ทัพหนุ่มปรือตาตื่น ทว่าพื้นเตียงข้างตนกลับเย็นเฉียบ บ่งบอกว่าสตรีข้างกายได้ลุกออกไปนานแล้ว แต่ยังไม่ทันที่จะตามหาซูเม่ยกลับเปิดประตูเข้ามาเสียก่อน “ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” นางเอ่ยก่อนวางอ่างน้ำลงข้างเตียง “อือ! เหตุใดฮูหยินตื่นเช้านัก” อี้เฉิงเอ่ยถามพลางรั้งเอวบางนั่งบนตักตน “อากาศเริ่มหนาวข้าเลยไปนำน้ำอุ่นมาให้ท่านพี่เช็ดหน้าเจ้าค่ะ” “เหตุใดต้องทำเอง ให้สาวใช้ยกมาก็พอ” “เรื่องของท่าน ข้าอยากเป็นคนทำให้เองเจ้าค่ะ” ซูเม่ยเอ่ยพลางยืนผ้าอุ่นให้เขา “แต่ข้ากลัวฮูหยินเหนื่อยนี่นา” อี้เฉิงท่าทางดังแมวน้อยออดอ้อนเจ้านาย “ไม่เหนื่อยหรอกเจ้าค่ะ หรือท่านพี่ไม่ต้องกา

  • เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง   บทที่ 55 ความโหยหาของแม่ทัพหนุ่ม

    อี้เฉิงกลับถึงจวนในยามเซิน ภายในจวนเงียบสงบเช่นที่เคยเป็นเขาหยุดหน้าห้องอักษรก่อนหันมองไปยังเรือนใหญ่ “ฮูหยินล่ะ” แม่ทัพหนุ่มเอ่ยถามสาวใช้ที่ผ่านมา “ฮูหยินไม่อยู่เจ้ค่ะ” “ไม่อยู่! หมายความว่าอย่างไร” อี้เฉิงตกใจเมื่อได้ยินสิ่งที่สาวใช้รายงาน ‘เจ้าไม่กลับเรือนนานเพียงนี้ ไม่เกรงซูเม่ยจะคิดว่าเจ้าทอดทิ้งแล้วจากไปหรือ’ คำพูดของบิดาที่เอ่ยเตือนผุดขึ้นในหัว ก่อนที่เขาจะละทิ้งห่อสัมภาระไว้ตรงนั้นแล้ววิ่งไปยังเรือนใหญ่ ประตูเรือนถูกเปิดออกอย่างแรง ทว่าข้างในกลับว่างเปล่า หัวใจของแม่ทัพหนุ่มเกือบหยุดเต้น การบีบรัดของก้อนเนื้อในอกช่างทรมาน “ฮูหยิน ฮูหยิน!” เขาเดินวนไปทั่วเรือนใหญ่กลับไร้วี่แววของนาง ภายในหัวเขาขาวโพลนเสียงอื้ออึงเกิดขึ้นในหู เมื่อมองไปทางใดมีแต่หมอกขาวขวางกั้นไม่พบแม่แต่เงาของนาง “ซูเม่ย! เจ้าอยู่ไหน!” อี้เฉิงแตกตื่นลนลานวิ่งวุ่นไปทั่วจวน เหล่าบ่าวไพร่ต่างตกใจกับท่าทางคล้ายคนเสียสติของท่านแม่ทัพ “ซิงเหว่ยเตรียมม้า ข้าจะไปตามหาซูเม่ย” เขาตะโกนเรียกองครักษ์ข้า

  • เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง   บทที่ 54 เจ็บปวดเพราะสตรีที่รัก

    “เจ้าคิดจะช่วยมันหรือ” อี้เฉิงไม่สนเป็นผู้ใด เขาพร้อมจะต่อสู้หากคิดขวางทางแก้แค้นของเขา “อี้เฉิงท่านใจเย็นก่อน ชายผู้นี้ไม่ได้ทำข้าด่างพร้อย” ซูเม่ยเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า รีบอธิบายความจริงทันที อี้เฉิงสมองขาวโพลน ในหัวว่างเปล่าหันมองนางอย่างช้า ๆ เขาไม่รู้จะต้องรู้สึกอย่างไร ดีใจ โล่งใจ สับสน หรือแค้นเคือง “เจ้าหมายความว่าอย่างไร” อี้เฉิงมองนางด้วยอารมณืที่หลากหลาย ไม่ต่างจากจูฉือและหัวหน้าหน่วยสังหารที่งุนงงไม่ต่างกัน “ฝ่าบาทรู้ว่าจูฉือจะต้องช่วยลี่เฉี่ยวกำจัดหม่อมฉัน จึงให้องครักษ์ห่าวตูลอบอารักขา เมื่อชายผู้นี้เข้ามาข้าจึงได้ฝากรอยแผลลึกไว้ที่หน้าเขาก่อนที่จะสลบไป ไม่นานองครักษ์ห่าวตูก็ได้ใช้ยาสลบและยาสับสนให้กับชายผู้นี้ เขาจึงคิดมาตลอดว่าทำแผนการสำเร็จ” ซูเม่ยอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น อี้เฉิงตกใจกลับสิ่งที่ได้ยิน แววตาของซูเม่ยเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่สื่อออกมาอย่างชัดเจน เวลานี้เขาเข้าใจทุกอย่างแจ่มแจ้ง ใบหน้าแค้นเคืองบัดนี้กลับเป็นนิ่งงัน กระบี่ลดต่ำลงก่อนจะถอยห่างจากหัวหน้ามือสังหาร โดยไม่ได้หันหน้ามองซ

  • เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง   บทที่ 53 ลอบสังหารรัชทายาท

    “ฮูหยินข้าเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ด้วย” อี้เฉิงรู้สึกแปลกใจเมื่อฮ่องเต้ต้องการดึงนางเข้าไปเกี่ยว “เรื่องนั้นท่านต้องรอถามฮูหยินท่านอธิบายเองแล้ว ตอนนี้ควรรีบเร่งหากช้ากว่านี้ เกรงองค์รัชทายาทจะตกอยู่ในอันตรายได้” อี้เฉิงแม้กระวนกระวายใจ แต่สิ่งสำคัญคือต้องรีบไปเข้าวังหลวงอารักขาองค์รัชทายาทเสียก่อน และนี้อาจจะเป็นโอกาสให้กำจัดขั้วขุนนางฝั่งตระกูลจูลงได้ “ซูเม่ย ตื่นเถอะ” อี้เฉิงกระซิบเสียงเบาข้าหูนาง “เกิดอะไรหรือเจ้าคะ” นางปรือตาตื่นเมื่อเห็นฟ้าโดยรอบยังมืดอยู่จึงแปลกใจไม่น้อย “องครักษ์ห่าวตูมา” สิ้นประโยคซูเม่ยกลับนั่งตัวตรง ดวงตาที่หนักอึ้งกลับสว่างในทันที “จริงหรือเจ้าคะ” ท่าทางตกใจของนางทำให้อี้เฉิงคาดเดาว่านางคงมีเรื่องปิดบังตนแน่ “ใช่! ฮ่องเต้ให้เจ้าเข้าวังพร้อมข้า เกรงว่าจูฉือคิดส่งคนสังหารรัชทายาทแล้ว” อี้เฉิงเอ่ยพลางลุกขึ้นสวมชุดเกราะ ไม่ต่างจากซูเม่ยสวมอาภรณ์ให้เรียบร้อย ก่อนเดินออกจากเรือน “ฮูหยินน้อยเพ่ย ท่านยังจำหน้าโจรผู้นั้นได้หร

  • เจียงซูเม่ย บุตรสาวตระกูลเจียง   บทที่ 52 กวาดล้างคนชั่ว

    ราชโองการประกาศออกไปทั่วแคว้น องค์ชายใหญ่เปี่ยมด้วยเมตตา พระปรีชามากล้น นับแต่นี้ขึ้นเป็นรัชทายาทของแคว้นเฟิงหยาง แม้เสนาบดีซ้ายคิดขัดขวางทว่าบทความนั้นช่างน่าอายจนมิอาจหน้าหนาหาข้ออ้างได้ ด้านตระกูลโจวก็มีเรื่องกังวลไม่แพ้กันด้วยกำแพงเมืองเหนือพังลง เพราะรองเจ้ากรมโยธาอย่างโจวเหิงซานคิดอมเงินหลวง อีกทั้งไม่ยอมจ่ายค่าจ้างคนงานนานถึงครึ่งปี บัดนี้โทษทัณฑ์เข้าใกล้ตัวคิดหนีก็ไม่ทันเสียแล้ว ท้องพระโรงเจิงหมิงประทับนั่งบัลลังก์มังกร การสืบคดีหัวเมืองเหนือสิ้นสุด ขุนนางทุกผู้ถูกเรียกเข้าร่วมหารือทันที “ทูลฝ่าบาท กำแพงเหนือพังลงเพราะโจวเหิงซานใช้ของไม่มีคุณภาพ หินที่นำมาสร้างก็น้อยนิด ดินมีแต่เศษฟางทำให้ไม่แข็งแรงพังลงอย่างง่ายดาย อีกทั้งคนงานบอกไม่ได้ค่าจ้างมาหกเดือนแล้ว ก่อนหน้าแม้ได้ค่าแรงแต่ก็เพียงครึ่งนึงของราคาประกาศของราชสำนัก พ่ะย่ะค่ะ” สิ้นคำกราบทูล เจิ้งหมิงใบหน้าโกรธเกรี้ยว สองมือกำแน่นสายตาพิฆาตจ้องมองโจวเหิงซานโดยไม่ละสายตา “ทหารนำชายชั่วนี้ไปประหาร” เสียงทรงอำนาจดังลั่น “ฝะฝ่าบาท ไว้ชี

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status