แชร์

เจ็ดปีที่เคียงข้าง สุดท้ายก็สูญเปล่า
เจ็ดปีที่เคียงข้าง สุดท้ายก็สูญเปล่า
ผู้แต่ง: ซานซาน

บทที่ 1

ผู้เขียน: ซานซาน
เป็นแฟนกันมาเจ็ดปี จี้สวินไม่เคยยอมให้ฉันแตะต้องคอมพิวเตอร์ของเขาเลย

ครั้งนี้เขาไปทำงานต่างเมือง แต่ลืมปิดคอมพิวเตอร์ไว้

ตอนที่ฉันกำลังทำความสะอาดห้องทำงาน ก็บังเอิญเห็นหน้าจอสว่างวาบขึ้นมา

[พี่จี้ วันนี้พี่จัดงานแต่งงานกับโม่ลี่ที่สวิตเซอร์แลนด์จริง ๆ เหรอ]

[ถึงจะไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่พี่ไม่กลัวว่าถ้าหลินหว่านรู้เข้าแล้วจะอาละวาดใส่พี่หรือไง]

[กำหนดวันแต่งงานของพวกพี่ในประเทศเหลืออีกแค่สามวันสุดท้ายแล้วนะ]

[พี่ดึงสติหน่อยเหอะ!]

เพื่อนสนิทที่สุดตั้งแต่เด็กของจี้สวินกำลังเค้นถามเขาในโปรแกรมแชต

ฉันเอามือยันโต๊ะทำงานไว้ เกือบจะคิดว่าตัวเองกำลังฝันไป

หลีโม่ลี่ ก็คือรักแรกในวัยสิบแปดปีของจี้สวิน

ต่อมาเพราะอยู่คนละเมือง ทั้งคู่จึงเลิกรากันไป

จนถึงตอนนี้ ก็เป็นเวลาแปดปีแล้ว

จะเป็นไปได้ยังไง ที่จี้สวินจะไปจัดงานแต่งงานกับเธอในเวลาที่เราใกล้จะแต่งงานกันอยู่แล้ว

หลังมือกำขอบโต๊ะแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นมา ฉันจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ตตาไม่กะพริบ อยากรู้ว่าจี้สวินจะตอบกลับมาว่ายังไง

จี้สวินตอบกลับเร็วมาก

[เรื่องจริง ฉันมีสติดี]

[นี่เป็นสัญญาตอนฉันกับโม่ลี่อายุสิบแปด เธอขอร้องฉันแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว ฉันต้องทำมันให้ได้]

[ส่วนหว่านหว่าน...]

ช่องแชตขึ้นข้อความ "กำลังพิมพ์..." อยู่นานมาก

[ยังไงเธอก็ไม่รู้ ต่อไปฉันก็จะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น]

ฉันจ้องมองประโยคนั้นด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงได้ยิ้มออกมาอย่างขมขื่น

เป็นไปไม่ได้อีกแล้ว

จี้สวิน ฉันรู้เรื่องหมดแล้ว

ฉันลากเก้าอี้มานั่งลง ใช้มือที่สั่นเล็กน้อยกุมเมาส์ เลื่อนไปยังหน้าต่างแชตระหว่างจี้สวินกับหลีโม่ลี่

ฉันกับจี้สวินคบกันมาเจ็ดปี ฉันกลับไม่เคยรู้เลยสักนิด

ว่าทั้งคู่ติดต่อกันทุกวัน

พอหลีโม่ลี่แชร์รูปแมวที่เจอวันนี้ จี้สวินก็จะตอบกลับว่า [น่ารักเหมือนเธอนั่นแหละ]

พอหลีโม่ลี่บ่นว่าเครียดเรื่องงาน หัวหน้ากวนใจ จี้สวินก็จะพิมพ์ข้อความอย่างตั้งอกตั้งใจว่า [เครียดเพราะกำลังก้าวหน้าไง อย่าคิดมากเลยนะ ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนเธอเอง]

พอคอนโดที่หลีโม่ลี่พักอยู่ไฟดับ เธอส่งสติกเกอร์กลัวความมืดไปให้ จี้สวินก็ตอบกลับในทันทีโดยไม่ต้องคิดเลยว่า [รอฉันนะ]

วันนั้น ฉันเป็นประจำเดือนวันแรก เพราะปวดท้องประจำเดือนเลยนอนดิ้นไปดิ้นมาอยู่บนเตียง

จี้สวินรีบร้อนออกไปข้างนอก โดยที่ไม่ได้รินน้ำร้อนให้ฉันสักแก้วด้วยซ้ำ

ฉันค่อย ๆ กวาดสายตาดูเศษเสี้ยวชีวิตประจำวันพวกนี้ ทุกจุดสัมผัสได้ถึงความใส่ใจของจี้สวิน

แต่สิ่งที่ทำให้ฉันรับไม่ได้มากที่สุด ก็คือช่วงเดือนล่าสุดนี้

จี้สวินกับหลีโม่ลี่ 'เตรียมงานแต่ง'

เขาถามเธอว่า [งานแต่งอยากได้รูปแบบไหน ภูเขาหิมะหรือทุ่งหญ้า หรือว่าจะจัดทั้งสองแบบเลยดี]

เขาส่งรูปชุดเจ้าสาวหลากหลายสไตล์ไปให้เธอ [ชุดเจ้าสาวพวกนี้เธอชอบชุดไหน เรียบหรู ผ้าซาติน หรือแบบปักละเอียด ฉันยกเลิกการประชุมช่วงบ่ายแล้ว บ่ายสามจะไปรับเธอไปลองชุดนะ]

ตั้งแต่เรื่องใหญ่อย่างสถานที่จัดงานแต่ง ไปจนถึงเรื่องเล็ก ๆ อย่างจะใชัพลุกระดาษหรือริบบิ้นสีในงานแต่ง จี้สวินรับจัดการเองทั้งหมด

เขายุ่งจนหัวหมุน

แต่พอเป็นงานแต่งงานของเรา

ฉันถามจี้สวินว่าจะจัดที่บ้านเกิดหรือจัดในเมืองดี เขาดันตอบว่า "ยังไงก็ได้"

ฉันอยากให้เขาไปเป็นเพื่อนลองชุดเจ้าสาว เขาก็บอกว่ายุ่งมากไม่มีเวลา ให้ฉันเลือกตามสบาย

ฉันร่างรายชื่อแขกเหรื่อเสร็จเรียบร้อย อยากให้เขาช่วยตรวจดูรอบสุดท้ายและเซ็นชื่อ เขาก็ยังคงพูดว่า

"เธอตัดสินใจเลย ฉันยังไงก็ได้"

ฉันหลงคิดไปว่าจี้สวินเป็นคนที่ "ยังไงก็ได้" จริง ๆ

จนกระทั่งวันนี้ ที่ฉันได้เห็นข้อความการสนทนาระหว่างเขากับหลีโม่ลี่

แค่เพราะหลีโม่ลี่ลังเลว่าจะใส่ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวหรือสวมมงกุฎ จี้สวินกลับทำสไลด์นำเสนอความยาวยี่สิบหน้าให้เธอถึงสามชุด

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เจ็ดปีที่เคียงข้าง สุดท้ายก็สูญเปล่า   บทที่ 14

    โจวอวี้ไป๋ใส่ใจกว่าฉันอีกเรื่องดอกไม้ประดับเขาก็อยู่ช่วยฉันเลือกชุดเจ้าสาวเขาก็ไปลองเป็นเพื่อนฉันรายชื่อแขกเขาก็ตรวจสอบยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าแม้แต่ฟอนต์ตัวอักษรบนการ์ดเชิญ เขายังตั้งใจถามฉันว่าชอบหรือไม่ชอบฉันหัวเราะที่เขาพิถีพิถันเกินไปเขาบอกว่า"งานแต่งงานไม่ใช่แค่เรื่องของรูปแบบพิธี แต่เป็นการที่ผมได้บอกกับทุกคนว่า ผมเห็นคุณค่าคุณมากแค่ไหน"วันงานแต่งงาน อากาศดีมากฉันสวมชุดเจ้าสาว ยืนอยู่บนเวทีด้านล่างเวที ฉู่เหย่าร้องไห้สะอึกสะอื้นจนหน้าตาดูไม่ได้เธอเช็ดน้ำตาไป พลันขยับปากพูดกับฉันว่า"เธอคู่ควรแล้ว"ฉันยิ้มพลางพยักหน้าพิธีกรถามโจวอวี้ไป๋ "คุณยินดีที่จะรับคุณหลินหว่านเป็นภรรยาหรือไม่ครับ"โจวอวี้ไป๋มองฉัน สายตานุ่มนวลอ่อนโยน"ผมยินดีครับ ไม่ว่าทุกข์หรือยามเป็นสุขใจ ยามป่วยไข้หรือสุขกายสบายดี ผมก็ยินดีที่จะเคารพ ปกป้อง และสนับสนุนเธอ ไม่ใช่เพื่อให้เธอมาเป็นส่วนเติมเต็มให้ผม แต่เป็นการเคียงข้างเธอในแบบที่เธอเป็นตัวเอง"เสียงปรบมือดังกระหึ่ม พิธีกรหันมามองฉันต่อ"คุณหลินหว่าน คุณยินดีที่จะแต่งงานกับคุณโจวอวี้ไป๋ และเป็นภรรยาของเขาหรือไม่ครับ"ขณะ

  • เจ็ดปีที่เคียงข้าง สุดท้ายก็สูญเปล่า   บทที่ 13

    ฉันรู้สึกผิดคาดนิดหน่อย"ฉันเพิ่งเข้าทำงานเองนะคะ""แล้วยังไงครับ"เขาเหลือบตาขึ้นมองฉัน น้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น"ความสามารถน่ะ ไม่ต้องเรียงตามลำดับอาวุโสหรอก"ในวินาทีนั้น จู่ ๆ ฉันก็มีความรู้สึกอยากจะร้องไห้ขึ้นมาที่แท้การถูกให้เกียรติ มันเป็นความรู้สึกแบบนี้นี่เองไม่ใช่การถูกตอบปัดส่งเดชว่า "ตามใจ"ไม่ใช่การถูกเกณฑ์เข้าครัวไปล้างจานไม่ใช่ตอนที่คุณเสนอความต้องการ แล้วอีกฝ่ายบอกว่า "อย่ามางอแง"แต่การที่มีใครบางคนเห็นคุณด้วยความตั้งใจจริง ๆมองเห็นความสามารถของคุณมองเห็นทางเลือกของคุณมองเห็นคุณในฐานะมนุษย์ที่สมบูรณ์คนหนึ่งเวลาผ่านไปเร็วมากเร็วจนพอฉันนึกถึงจี้สวินอีกครั้ง ก็ไม่ได้รู้สึกปวดใจอีกต่อไปแล้วนาน ๆ ทีจะได้ยินข่าวคราวของเขาจากเพื่อนกลุ่มเดียวกันบอกว่าเขากับหลีโม่ลี่ทะเลาะแตกหักกันแล้วจริง ๆค่าใช้จ่ายงานแต่งงานที่สวิตเซอร์แลนด์ส่วนใหญ่จี้สวินเป็นคนออกแหวนเพชร ชุดเจ้าสาว สถานที่ ตั๋วเครื่องบิน โรงแรม รวม ๆ แล้วหมดไปเกือบล้านหลังจากเกิดเรื่องขึ้น จี้สวินอยากให้หลีโม่ลี่คืนแหวนแต่งงานให้เขาแต่หลีโม่ลี่ไม่ยอมทั้งคู่ทะเลาะกันใหญ่โตที่หน้าห้างสร

  • เจ็ดปีที่เคียงข้าง สุดท้ายก็สูญเปล่า   บทที่ 12

    [แม่จี้ก็ไม่ใช่คนดีอะไรหรอก ให้เมียน้อยเรียกว่าแม่ แถมยังให้แฟนตัวจริงล้างจานมาตั้งเจ็ดปี]ฉันไม่ได้ตอบอีกเพราะหลักฐานมันเพียงพอแล้วการโต้ตอบที่มีพลังจริง ๆ ไม่จำเป็นต้องร้องไห้โวยวายแค่เอาความจริงออกมาตีแผ่เท่านั้นทำให้ทุกคนได้เห็นจี้สวินโพสต์แถลงการณ์ขอโทษอย่างรวดเร็วตัวอักษรของเขายาวมากเขาบอกว่าตัวเองโง่เขลา เห็นแก่ตัวและขี้ขลาดเขาบอกว่าขอโทษต่อสิ่งที่ฉันทุ่มเทให้ตลอดเจ็ดปีเขาบอกว่างานแต่งงานที่สวิตเซอร์แลนด์คือความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตของเขาเขาบอกว่าฉันไม่เคยทำผิดต่อเขาเลย มีแต่เขาที่ทำลายพวกเราด้วยมือตัวเองช่องแสดงความคิดเห็นไม่ได้คล้อยตามเขา[ถ้าขอโทษแล้วจบ จะมีกฎหมายไว้ทำไม][นายไม่ได้รู้ว่าตัวเองผิดหรอก นายแค่รู้ว่าตัวเองจบเห่แล้วต่างหาก][อย่ารบกวนฝ่ายหญิง ปล่อยเธอไปเหอะ][รักลึกซึ้งที่มาสาย ไร้ค่ายิ่งกว่าหญ้าอีก]แต่หลีโม่ลี่กลับไม่ยอมรับผิดเธอเปิดไลฟ์สดร้องไห้ร้องไห้สะอื้นบอกว่าตัวเองไม่ใช่เมียน้อย บอกว่าเธอกับจี้สวินต่างหากคือรักแท้บอกว่าฉันยึดตำแหน่งของเธอมานานเจ็ดปีบอกว่าถ้าไม่ใช่เพราะฉัน เธอคงได้คบกับจี้สวินไปนานแล้วผลปรากฏว่

  • เจ็ดปีที่เคียงข้าง สุดท้ายก็สูญเปล่า   บทที่ 11

    ชีวิตคนเราจะมีเจ็ดปีสักกี่ครั้งกัน"ฉันมองดูเขาประโยคนี้ ฉันเองก็เคยถามตัวเองมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วเหมือนกันเพราะเวลาเจ็ดปี ก็เลยตัดใจไม่ลงเพราะเวลาเจ็ดปี ก็เลยยอมอดทนแล้วอดทนอีกเพราะเวลาเจ็ดปี ก็เลยเชื่อว่าเขาจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้แต่ในตอนนี้ ในที่สุดฉันก็เข้าใจแล้วเจ็ดปีไม่ใช่เหตุผลให้ฉันต้องเจ็บต่อไปเจ็ดปีเป็นแค่หลักฐานให้ฉันหยุดการขาดทุนได้ทันเวลาต่างหาก"จี้สวิน เพราะชีวิตคนเราไม่ได้มีเจ็ดปีบ่อย ๆ ไงฉันถึงจะไม่เอาเจ็ดปีข้างหน้าไปผลาญทิ้งกับนายแล้ว"สีหน้าของเขาซีดสลด ฉันเดินผ่านข้างกายเขาไปจู่ ๆ เขาเข้ามากอดฉันจากทางด้านหลัง พร้อมพูดเสียงสะอื้น"อย่าไปเลยนะ หว่านหว่าน อย่าทิ้งฉันไปเลยฉันตัดขาดกับหลีโม่ลี่ได้ ฉันย้ายออกไปข้างนอกได้ ฉันยอมให้เธอด่าหรือทุบตีฉันก็ได้ ขอแค่เธอกลับมาก็พอ"ฉันค่อย ๆ แกะนิ้วมือของเขาออกทีละนิ้วเหมือนกับแกะตรวนที่สวมอยู่บนตัวฉันตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมาออกไป"จี้สวิน ความรู้สึกเสียใจของนายตอนนี้ ไม่ใช่เพราะนายรักฉันมากมายอะไรหรอก แต่เป็นเพราะนายได้สูญเสียคนที่วางนายไว้เป็นอันดับหนึ่งเสมอไปแล้วต่างหาก แต่ฉันไม่ใช่ตัวสำ

  • เจ็ดปีที่เคียงข้าง สุดท้ายก็สูญเปล่า   บทที่ 10

    "พวกเราไปจดทะเบียนสมรสกันตามปกติ แล้วก็ใช้ชีวิตกันไปตามปกติเถอะนะ ฉันจะชดเชยให้เธอเอง"ฉันมองดูเขา แล้วจู่ ๆ ก็รู้สึกว่าน่าขำ"จี้สวิน อย่าบอกนะว่าจนป่านนี้แล้วนายยังรู้สึกว่า สิ่งที่ฉันแคร์คือตอนสุดท้ายนายจะจดทะเบียนสมรสกับฉันหรือเปล่าน่ะ"เขาชะงัก"ไม่ใช่เหรอ"ฉันหัวเราะออกมาเบา ๆ"ไม่ใช่อยู่แล้ว"ฉันหยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋า กดเปิดตารางแผ่นนั้นขึ้นมา"ฉันจะถามนายสักสองสามคำถามแล้วกัน"จี้สวินจ้องมองไปที่หน้าจอ สีหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนไปฉันบอกว่า "วันเกิดอายุยี่สิบห้าปีของฉัน ฉันรอนายอยู่ทั้งคืน นายบอกว่าติดโอทีด่วน ความจริงนายไปไหนมา"จี้สวินขยับริมฝีปากเบา ๆ"ฉัน...""พูดความจริงมา"เขาก้มหน้าลง"ไปดูหนังเป็นเพื่อนโม่ลี่""ทำไมล่ะ""วันนั้นเธออารมณ์ไม่ดี"ฉันพยักหน้า แล้วขีดฆ่าแถวนั้นบนตารางออกไป"วันครบรอบเจ็ดปี นายให้สร้อยข้อมือฉันเส้นหนึ่ง ต่อมาฉันถึงเพิ่งรู้ว่า หลีโม่ลี่ก็มีเส้นหนึ่งเหมือนกัน ตอนนั้นนายคิดยังไงของนาย"จี้สวินหลบสายตาไปมาฉันไม่ได้คิดอะไรมากขนาดนั้น""งั้นเหรอ"ฉันเงยหน้าขึ้นมองเขา"ถ้างั้นทำไมของเธอถึงเป็นกล่องของขวัญรุ่น

  • เจ็ดปีที่เคียงข้าง สุดท้ายก็สูญเปล่า   บทที่ 9

    "เธอคืนแหวนให้ผมแล้วเธอไม่ต้องการผมแล้ว"วิดีโอตัดจบลงตรงนี้ฉู่เหยาส่งข้อความมาหาฉัน[สะใจชะมัด][แต่ว่าหว่านหว่าน เธอไม่คิดจะคุยกับเขาให้รู้เรื่องจริง ๆ เหรอ]ฉันมองโทรศัพท์อยู่นาน ก่อนตอบเธอ[ไม่จำเป็นหรอก]ความสัมพันธ์เจ็ดปี ใช่ว่าจะไม่มีอะไรจะพูดเพียงแต่คำพูดทั้งหมดที่ควรพูด ได้พูดไปหมดแล้วในความผิดหวังนับครั้งไม่ถ้วนเขาไม่ได้ฟังงั้นฉันก็จะไม่พูดอีกแล้ววันแรกที่ยกเลิกงานแต่งงาน ฉันนอนหลับไปสิบชั่วโมงตอนที่ตื่นขึ้นมา แสงแดดส่องอยู่ที่ปลายเตียงแม่ของฉันกำลังนั่งปอกแอปเปิลให้ฉันอยู่ข้าง ๆเธอไม่ได้ถามฉันว่าทำไมจู่ ๆ ถึงกลับบ้าน และไม่ได้ถามว่าทำไมงานแต่งงานถึงยกเลิกแม่แค่หั่นแอปเปิลเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วยื่นให้ฉัน"กินอะไรหวาน ๆ หน่อยสิ"ฉันปวดจมูกขึ้นมาเลย น้ำตาแทบจะร่วงออกมาหลายปีมานี้ ฉันให้ความสำคัญกับจี้สวินมากเกินไปสำคัญจนพอถึงเทศกาลก็ต้องถามเขาก่อนว่าว่างไหม สำคัญจนพอเงินเดือนเข้าก็คิดแต่ว่าจะซื้ออะไรให้เขา สำคัญจนแค่แม่ของเขาพูดไม่พอใจคำเดียว ฉันก็ทบทวนพิจารณาตัวเองไปสามวันสามคืนฉันนึกว่าการรักใครสักคน คือการลดคุณค่าตัวเองลงทีละนิดต่ำต้อยจนแทบ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status