Masuk“อิ่มแล้วก็ไป…” ที่สุดแล้วคุณหนูภัควัฒน์สิริที่เพิ่งเรียกสติกลับมาได้บางส่วนก็กล่าวเสียงเย็นชา พร้อมกับพยายามขืนตัวลงจากตักแกร่งของคนบ้าไร้หัวใจ ขณะที่เรียวคิ้วเข้มของคุณชายรองตระกูลหวังเลิกขึ้นเล็กน้อย เมื่อได้ฟังประโยคถัดมาของอีกฝ่าย
“…หมาบ้าที่มันกินศักดิ์ศรีความเป็นคนของคนอื่นมันก็ทำได้แค่นี้แหละ…”
“…”
“ทำได้แค่แทะเล็มเศษทานที่เขาโปรยให้” สายตาดูถูกที่มาพร้อมกับประโยคก่นด่าราบเรียบ ทว่ากรีดแทงลึกเข้าไปในโสตประสาทคนฟัง ทำให้มาเฟียหนุ่มต้องแค่นหัวเราะในใจ ก่อนจะเป็นฝ่ายกลั่นวาจาเสียดแทงอีกฝ่ายกลับไปบ้าง
“โปรยจนแฉะเลยมั้งบรูคลิน” มาร์คัสหวังจงใจเน้นหนักที่คำว่า ‘แฉะ’ แม้เขาจะไม่ได้พิสูจน์ว่ามันเป็นจริงดังนั้นหรือไม่ก็ตาม
เพียะ!!
มุมปากหยักผุดรอยยิ้มร้ายเมื่อถูกเรียวมือเล็กฟาดเข้าที่ใบหน้าหล่อเหลาคมคายตามคาด
“ตบนี่แปลว่าแฉะจริง?”
เพียะ!!
ฝ่ามือนุ่มฟาดลงมาซ้ำตำแหน่งเดิมอีกครั้ง ก่อนที่นัยน์ตาคมดุจะตวัดมองนิ่ง ๆ ทว่าสามารถกดดันลมหายใจคนบนตักได้เดี๋ยวนั้นแล้วเปรย
“ตบอีกทีฉันจับถ่างขาพิสูจน์”
“ไอ้หมาบ้าติดสัด”
“หึ หมาบ้าอย่างฉันมันเลียเก่งซะด้วยสิ อยากให้ช่วยสงเคราะห์ไหมล่ะ”
“ฉันสะดวกใช้นิ้วตัวเองมากกว่า ถอยไป!!” มุมปากหยักผุดรอยยิ้มอีกครั้งเมื่อดวงหน้าหวานปรากฏแววรังเกียจเขาเต็มทน ร่างบอบบางที่เขาจงใจปล่อยลงจากตักแกร่งเดินไปคว้าเอาแจกเก็ตของเขาบนพื้นขึ้นมาสวม ก่อนที่ช่วงขาเรียวจะก้าวออกจากโรงเรือนปลูกมะเขือเทศแห่งนี้ไปโดยไม่หันกลับมามองเขาอีกเลย
ร่างเย้ายวนซ่อนรูปยังคงสะท้อนในนัยน์ตาคมสีรัตติกาล กระทั่งหายลับตาไป เปลือกตาสีอ่อนจึงพับลงพร้อมกับผ่อนลมหายใจเฮือกหนึ่ง เมื่อในสมองเอาแต่คิดวกไปวนมาถึงสถานการณ์ที่มันเลยเถิดเกินกว่าที่คิดเอาไว้
สันดานมึงนี่แม่ง…มาร์คัส
มาเฟียหนุ่มยกฝ่ามือเสยเส้นผมตัวเองแรง ๆ หวังระบายความหงุดหงิด เพราะการกระทำที่ปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือตรรกะและศีลธรรมของเจ้าตัว ก่อนจะล้วงเอาสมาร์ตโฟนขึ้นมากดส่งข้อความหาใครบางคนในที่สุด
Marcus : หาคนที่อยากขึ้นเตียงกับกูมาสักคน แล้วบอกไอ้พนินห์ด้วยว่ารูปเหี้ย ๆ ที่มันส่งมากวนตีนหยั่งเชิงกูทำน้องมันลำบาก
Tharam : อันแรกดีล แต่อันหลังกูไม่เคลียร์
Marcus : สันดานเห็นอารมณ์คนอื่นเป็นเรื่องสนุกนี่มันต้องเอาตะกั่วยัดปากแม่ง
Tharam : มึงด้วยครับไอ้ห่า
Marcus : แล้วก็เตรียมหาพยาบาลให้กูด้วย ไม่แน่พนินห์มันอาจจะไปประเคนตีนให้กูถึงเลานจ์มึง
Tharam : อะไรกันวะนั่น
Marcus : กูทำเกินเรื่องไปหน่อย
Tharam : กับว่าที่คู่หมั้น?
Marcus : อืม เผลอทำเหี้ยใส่ยัยนั่นว่ะ
Tharam : สันดานอย่างมึง บรูคลินช้ำทั้งตัวแล้วมั้งไอ้ห่า ส่วนไอ้เหี้ยนั่นก็เล่นแผลง ๆ
Tharam : แล้วให้เตรียมเด็กให้นี่คือ?
Marcus : เงี่ยน
Tharam : ตั้งแต่อกหักมึงไม่เคยเงี่ยน เด็กเลานจ์กูยั่วฉิบหายก็ไม่เห็นจะยอมแดกใคร ทำไมจู่ ๆ เกิดมีอารมณ์ขึ้นมา
Tharam : เพราะบรูคลิน?
Marcus : ก็เหี้ย
แอปพลิเคชันสนทนาถูกปัดออกทันทีเมื่อรู้สึกว่ากำลังถูกเพื่อนสนิทไล่ต้อน พลันปลายนิ้วแกร่งก็คลึงเข้าที่ขมับทั้งสองข้างหวังลดทอนอารมณ์หงุดหงิดที่โถมเข้าใส่
อ่า…
ที่คิดมาตลอดว่าการหนีมาอยู่ไร่จะช่วยทำให้ตัดใจจากผู้หญิงของคุณชายใหญ่ลูเธอร์ได้นั้น เขาคิดผิดมหันต์
ธารเดือน ศิรวศิน ยังคงซ่อนอยู่ในทุก ๆ เศษเสี้ยวของความทรงจำ ซ่อนอยู่ในทุกที่ ทุกภาพ ทุกสัมผัส หรือแม้กระทั่งบนเรือนร่างของบรูคลินที่เขาไม่เคยคิดจะสนใจ
ความฟุ้งซ่านถูกมาเฟียหนุ่มทิ้งไว้ในที่แห่งนั้น ก่อนที่ไม่นานไฮเปอร์คาร์ก็จอดสนิทที่หน้าคลับเลานจ์สุดหรูของธาราม พร้อมกับที่ร่างสมส่วนเดินตรงไปยังห้องวีวีไอพี ที่มีสาวสวยระดับท็อปทอดกายรออยู่
“ห้ามจูบ เธอทำได้แค่อ้าขาแล้วครางเท่านั้น” ทายาทมาเฟียตระกูลดังเอ่ยบอกคู่นอนชั่วคราวเสียงเรียบ ขณะที่อีกฝ่ายปลดเปลื้องเสื้อผ้าเผยให้เห็นเรือนร่างเย้ายวนที่ไม่ว่าผู้ชายคนไหนได้เห็นก็ต้องหลงใหลในเรือนร่างเปี่ยมเสน่ห์นั้น
“อมก็ไม่ได้เหรอคะคุณชาย” ทว่าไม่ใช่กับมาร์คัส หวัง
“ไม่ได้”
มาเฟียหนุ่มยืนยันเสียงเข้มพลางปรายตาปราศจากอุณหภูมิไปมองคนตรงหน้า เป็นการย้ำเตือนว่าคำสั่งของเขาคือที่สุด เมื่อบอกกฎในการขึ้นเตียงเรียบร้อยแล้ว ที่สุดความกระสันอยากก็กำลังจะถูกระบายลงบนเรือนร่างของหญิงสาวแปลกหน้า
คอนด้อมขนาดใหญ่กว่ามาตรฐานชายทั่วไปถูกสวมเข้าที่แก่นกายแข็งชัน ก่อนที่ปลายหยักโค้งจะถูกจับจ่อไปตรงปากทางเข้าที่ฉ่ำเยิ้มรออยู่ก่อน โดยที่เขาไม่ต้องเล้าโลมให้เสียเวลา
ตั้งแต่อกหักมึงไม่เคยเงี่ยน
เรียวขาสวยถูกเบนออกให้กว้างขึ้น ขณะที่นัยน์ตารัตติกาลคมดุจ้องมองเนินเนื้ออวบคัดที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่ถี่กระชั้นเพราะความตื่นเต้น
“บีบนมตัวเองสิ” เสียงราบเรียบเอ่ยสั่งเมื่อรู้สึกว่าความกระสันอยากที่พวยพุ่งก่อนหน้าเริ่มลดระดับลงเพราะประโยครู้ทันของธาราม
เพราะบรูคลิน?
ก็เหี้ย
“ครางดัง ๆ”
“อ๊ะ…คุณชาย…คะ…”
สรรพนามคุ้นหูที่ใคร ๆ ก็ต่างพากันเรียกขาน กลับทำให้หวนนึกถึงดวงหน้าหวานของคุณหนูตกอับที่เขาหลงรักสุดหัวใจ
แม่ง…
“ออกไปซะ” ที่สุดแล้วความกระสันอยากก็ไม่ถูกปลดปล่อยด้วยเรือนร่างของหญิงใดเช่นทุกครั้ง ร่างบอบบางสั่นระริกรีบออกจากห้องไปหลังเงินปึกใหญ่ถูกยื่นมาให้พร้อมสายตาคู่คมที่จ่อไปที่ลำคอแห้งผาก
ภายในห้องน้ำหรูที่สายน้ำอุ่นกำลังไหลชโลมชำระล้างร่างกายกำยำ เปลือกตาสีอ่อนก็พับลงพร้อมกับลมหายใจอุ่นร้อนที่เจ้าตัวพรูออกมาอย่างจนใจ เมื่อท้ายที่สุดก็ต้องปลดปล่อยความปรารถนาที่ยังคงคั่งค้างอยู่ด้วยมือของตนเองตามเคย
เครื่องหน้าคมคายปรากฏรอยย่นระหว่างเรียวคิ้วเข้มเมื่อออกแรงสาวชักท่อนเนื้อกลางกายเท่าไหร่ ความปวดหนึบราวกับจะปริแตกก็ยังไม่ลดทอนลงเสียที
ยิ่งสมาธิที่ใช้ไปกับการจินตนาการถึงดวงหน้าสวยหวานบริสุทธิ์ของหญิงผู้เป็นเจ้าของหัวใจถูกรบกวน รอยย่นระหว่างเรียวคิ้วเข้มก็ยิ่งปรากฏชัดขึ้น
หมาบ้าอย่างฉันมันเลียเก่งซะด้วยสิ อยากให้ช่วยสงเคราะห์ไหมล่ะ
ฉันสะดวกใช้นิ้วตัวเองมากกว่า ถอยไป!!
“อ่า…แม่ง” กรามแกร่งบดเข้าหากันแน่นเข้าเมื่อเวลานี้ภายในหัวมีภาพของใครบางคนที่เขาไม่เคยนึกถึง ลอยฟุ้งกระจัดกระจายแทรกตรงกลางระหว่างเขากับคนในความทรงจำ
บัดซบ…
เพราะความทรมานที่อัดอั้นมานานต้องการถูกปลดปล่อยเดี๋ยวนั้น ที่สุดแล้วมาเฟียหนุ่มจึงผ่อนลมหายใจอุ่นร้อนออกมาเฮือกใหญ่
ก่อนจะ…
“อืมม…บรูคลิน”
วินาทีนั้นความสมเพชเวทนาตัวเองก็พวยพุ่งขึ้นมาพร้อมกับอุณหภูมิในร่างกายที่สูงขึ้น อัตราการเต้นของหัวใจที่รัวเร็วเพราะเลือดในกายเดือดพล่าน ยิ่งทำให้สมองของคุณชายรองตระกูลหวังเลอะเลือน พร่าเบลอ
แรงราคะที่กำลังกัดกินทุกตรรกะนำพาเขาดำดิ่งลงสู่ก้นบึ้งจินตนาการที่เขาไม่เคยพบเจอ
ภาพเนินเต้าอวบอิ่มที่ประดับด้วยรอยจ้ำสีสวยนับไม่ถ้วนที่เขาเป็นคนละเลงบนเนื้อตัวหอมนุ่มมือ
เสียงครางหวานกว่าโทนปกติที่เคยได้ยิน
ไหนจะดวงหน้าหวานซับสีระเรื่อชื้นเหงื่อที่ปกปิดความปรารถนาส่วนลึกที่มีต่อเขาไม่มิดนั่นอีก…
ให้ตาย…
เขาอยากดำดิ่งลงไปในก้นสมุทรแห่งจินตนาการมากกว่านี้
อยากปลดปล่อยไอ้ความทรมานที่กำลังกัดกินตัวตนเขาเสียที
เพราะฉะนั้น…
“อ่าห์…ซี้ดด บรูคลิน เร็วอีก…”
…ช่างแม่ง
เสียงครางต่ำพร่าดังประสานกับเสียงสายน้ำอุ่นที่ไหลลงมาไม่ขาดสาย ขณะที่ฝ่ามือแกร่งก็ชักรูดแก่นกายอุ่นร้อนถี่กระชั้น
ครั้งแล้ว ครั้งเล่า…
ทั้งการเร่งขยับมือและริมฝีปากได้รูปที่เอ่ยครางชื่อของยัยเด็กข้างบ้านที่เขาไม่เคยคิดจะให้สถานะอื่นนอกจาก ‘น้องสาว’
กระทั่ง…
“อืมมมม…”
ห้วงสุดท้ายของความปรารถนาปราศจากดวงหน้าหวานของหญิงสาวผู้ที่กุมหัวใจ ทว่ามีเพียงดวงหน้าสวยเจือความดื้อรั้น ที่มักมองเขาด้วยความชิงชังกับร่องรอยจ้ำสีกุหลาบบนเนินเนื้ออวบอมชมพูของใครบางคนเท่านั้น
อ๊ะ…กัดทำไม!
เจ็บนะ…อื้ออออ
“แม่ง…บรูคลิน…อ่าห์ อืมมมม”
ที่สุดแล้วความปรารถนาสีขาวขุ่นก็ถูกปลดปล่อยออกมา ระลอกแล้ว ระลอกเล่า ขณะที่มือแกร่งยังคงชักรูดกระทั่งปลดปล่อยออกมาจนหมดทุกหยาดหยด ก่อนที่เครื่องหน้าคมคายที่พราวระยับไปด้วยหยดน้ำจะผุดรอยยิ้มสมเพชเย้ยหยันตัวเองออกมาอีกครั้ง
เหอะ…รักธารเดือนมาก เลยอยากถนอมเขาให้ดีที่สุดสินะ
ใช่ ก็แค่ไม่อยากให้เขาแปดเปื้อน แม้จะเป็นในจินตนาการของตัวเองก็ตาม
แต่จะจินตนาการถึงใครก็ได้ ทำไมต้องเป็นยัยนั่นล่ะวะ
แม่ง…
ฝากกดติดตามนามปากกา Thrymr ด้วยนะคะ
“อะ อ๊า” เสียงครางหวานที่ดังหวิวทุกครั้งที่เขาตอกตรึงความใหญ่โตเข้ามา เสียงหอบหายใจเมื่อความรู้สึกถูกครอบครองแล่นพล่านไปตามหลอดเลือดเดือดพล่าน เสียงผิวเนื้อกระทบกันในความเงียบดังอยู่เนิ่นนาน…กระทั่งร่างกายถึงปลายขอบความปรารถนาเดียวกัน คนทั้งคู่จึงทิ้งตัวหอบหายใจกอดกันแนบแน่น มาเฟียหนุ่มซุกใบหน้าลงกับต้นคอขาวของภรรยาคนสวยแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วพร่า“ขอบคุณครับ…ทูนหัว” ดวงหน้าสวยชื้นเหงื่อคลี่รอยยิ้มบางพลางกระชับอ้อมกอดแน่น ขณะโน้มประทับจุมพิตหน้าผากเกลี้ยงเกลาของสามีด้วยความรักใคร่“ขอบคุณเรื่องอะไรคะ”อีกฝ่ายผละขึ้นมาสบตา ส่งผ่านทุกความรู้สึกที่เวียนว่ายในนัยน์ตารัตติกาลคู่คมที่ไม่เคยละไปจากเธอเลยสักครั้ง“ขอบคุณที่เธอขารักพี่อย่างดี” เสียงพร่าแผ่วของเขาราวกับปุยนุ่นที่ไล้ผ่านหัวใจดวงน้อยของเธอ บรูคลินคลี่ยิ้มขณะเขี่ยผมที่ปรกลงบนหน้าผากเขาเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู“ไม่เห็นต้องขอบคุณเลย…” คุณชายรองตระกูลหวังยกมือเรียวขาวของภรรยาขึ้นมากดจูบหนัก ๆ ด้วยความรักใคร่ ก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างเมื่อได้ฟังประโยคถัดมาของอีกฝ่าย“…เพราะการรักที่รักมันง่ายมากเลยไงคะ” ที่ผ่านมา ‘ความรัก’ ครั้งนี้มันดูเหมือ
“ตอนนี้อยากทำมากกว่าถูหลังแล้วค่ะ” เสียงหวานออดอ้อนกระซิบแผ่วแล้วกดจูบลงบนสันจมูกโด่งของคนตรงหน้าแผ่วเบา ทว่าเปี่ยมไปด้วยความเย้ายวนในแบบที่ทำให้มาเฟียมากอำนาจอย่างเขาพ่ายแพ้ราบคาบทุกครั้ง“ยัยเด็ก” เสียงคนตรงหน้าเข้มขึ้นทันทีเมื่อเป็นฝ่ายถูกรุกไล่ ก่อนต้องขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูนอีกครั้งเมื่อความเป็นเขาถูกเรียวมือเล็กข้างหนึ่งกอบกุมเอาไว้แล้วชักรูดขึ้นลงความรู้สึกแปลบปลาบจากการถูกมือนุ่มสัมผัสอย่างช่ำชองและรู้จุดกระสันแล่นปราดไปทั่วทั้งร่าง ก่อนที่วินาทีหลังจากนั้นความเสียวซ่านจะพุ่งโจมตีไปทั่วเรือนกายกำยำ เมื่อสะโพกกลมกลึงยกขึ้นน้อย ๆ แล้วกดลงครอบครองความเป็นเขาช้า ๆ ราวกับต้องการให้รู้สึกถึงทุกแรงปรารถนาที่อัดแน่นอยู่ภายใน“อืม...” ลำคอแกร่งส่งเสียงคราง มาร์คัสหวังปล่อยให้คนบนร่างควบคุมทุกจังหวะ ร่างกายเล็กขยับเนิบช้าทว่าหนักแน่น ความร้อนจากออนเซ็นแผ่ซ่านไปทั่วเรือนร่างคนทั้งคู่ ทว่าไม่มีอะไรร้อนระอุเท่าสัมผัสของทั้งสองฝ่ายที่กำลังโรมรันร่างกายเข้าหากันอย่างบ้าคลั่ง“อื้อ~” เสียงครางหวานดังประสานไปกับเสียงน้ำกระเพื่อม เมื่อจุดกระสันภายในถูกแกนกายใหญ่โตของคนใต้ร่างแตะเข้าซ้ำ ๆ“เธอขา
โตเกียวในค่ำคืนสุดสัปดาห์ ร่างสะโอดสะองของบรูคลินเดินตรงเข้าไปในลิฟต์แก้วของคลับหรูแห่งหนึ่งใจกลางย่านเศรษฐกิจ ขณะที่นัยน์ตารัตติกาลคู่คมของคุณชายรองตระกูลหวังมองตามหลังผู้เป็นภรรยาจากส่วนรับรองชั้นล่าง“ให้ผมขึ้นไปเสริมทีมฮาเซงาวะไหมครับ” ลูกน้องคนสนิทอย่างเล่ยหานกระซิบถามผู้เป็นนาย ก่อนอีกฝ่ายจะตอบ“ไม่ต้อง…เรารออยู่นี่จนกว่านายหญิงจะเสร็จธุระ”ลิฟต์แก้วเลื่อนขึ้นไปชั้นหก ที่มีห้องส่วนตัวสำหรับแขกวีไอพีที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในการเจรจาธุรกิจมาร์คัสหวังนั่งนิ่ง ไม่ไถโทรศัพท์ ไม่อ่านอะไรทั้งนั้นแม้กระทั่งเมนูอาหาร เขาแค่นั่งเฝ้าประตูทางเข้าราวกับรู้ว่ามีใครกำลังจะย่างเท้าเข้ามาในไม่กี่นาทีข้างหน้าที่สุดแล้วบุคคลที่เขาเฝ้ารอก็มาชายวัยสามสิบต้น ๆ แต่งตัวเนี๊ยบเดินผ่านหน้าเขาไปโดยที่มีโทรศัพท์แนบหู เดิมทีเขาเพียงจะสังเกตท่าทีของว่าที่พาร์ทเนอร์ฮาเซงาวะที่วันนี้ภรรยาคนสวยของเขามาเป็นตัวแทนในการเจรจาทางธุรกิจทว่า…ตัวเล็กดีว่ะจัดสักน้ำก่อนเซ็นต์น่าจะง่ายหน่อยของแบบนี้ไม่ต้องรีบคุย ซอยไปคุยไปเร้าใจกว่าเยอะเพล้ง!!ไวกว่าความคิด แก้วบนโต๊ะแตกคามือมาเฟียตระกูลใหญ่ มาร์คัสหวังกดข่มอาร
ค่ำคืนนั้น ในครัวขนาดใหญ่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอาหารอันคุ้นเคยของคนสองรุ่น เสียงหัวเราะของพ่อลูกจากห้องน้ำยังคงแว่วมาเป็นระยะ คลอเคล้าไปกับเสียงเคี้ยวของเด็กน้อยที่กำลังเพลินกับมื้อเย็นอย่างเอร็ดอร่อยองค์ประกอบภายในบ้านที่ถูกจัดวางอย่างดี กอปรกับเสียงหัวเราะและบทสนทนาถูกเชื่อมโยงเข้าหากันด้วยสายใยแห่งความรัก ทุกอย่างหลอมรวมกันเป็นบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นและความหมายของคำว่า ‘บ้าน’“ปะป๊าช่วยยกกับข้าวทีค่ะ” เสียงหวานของหม่ามี้คนสวยเอ่ยจากหน้าเตาขณะอุ้มลูกสาวไปนั่งบนเก้าอี้ทานข้าวสำหรับเด็ก“ครับเมีย” มาเฟียหนุ่มตอบรับอย่างไม่ลังเล พร้อมรอยยิ้มที่เผยความภักดีที่มีให้อีกฝ่ายอย่างมั่นคงเสมอมา“อาหย่อยจัง” เสียงใสของเด็กหญิงตัวน้อยที่ยังพูดไม่คล่องนักดังขึ้นจากเก้าอี้สูงประจำตำแหน่ง เมื่อมือป้อมเล็กตักอาหารฝีมือผู้เป็นแม่เข้าปาก“หม่ามี้เหนื่อยไหมครับ” ขณะที่เด็กชายวัยสี่ขวบเงยหน้าจากจานข้าวตรงหน้าแล้วถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง จนหัวใจของคนเป็นแม่อบอุ่นขึ้นในวินาทีนั้น“คุนคุนไม่ดื้อ หม่ามี้ไม่เหนื่อยเลยค่ะ” บรูคลินยิ้มอ่อนโยนให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ก่อนจะยื่นมือไปลูบศีรษะเล็กเบา ๆ“คุนค
แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้าไปในห้องนั่งเล่น แสงอุ่นละมุนไล้บนโซฟาหนังแท้ขนาดใหญ่ที่ร่างสมส่วนของมาเฟียหนุ่มนั่งอยู่ แล็ปท็อปวางอยู่บนโต๊ะไม้ตัวเตี้ยเบื้องหน้านัยน์ตารัตติกาลคู่คมจดจ่ออยู่กับหน้าจอสี่เหลี่ยม ขณะที่มือข้างหนึ่งโอบลูกสาววัยแรกเกิดเอาไว้อย่างทะนุถนอม เบบี๋มังกรวัยสิบวันนอนหลับปุ๋ยในอ้อมแขนผู้เป็นพ่อ ริมฝีปากเล็กจิ๋วเผยอเล็กน้อยราวกับกำลังฝันดีบนโต๊ะไม้ตัวเตี้ยเบื้องหน้า มีขวดนมของเบบี๋มังกรคนพี่วางเรียงข้างแก้วกาแฟที่ยังมีไออุ่นระเหยอยู่ ข้างกายมาเฟียใหญ่มีร่างอ่อนเพลียของภรรยาคนสวยเอนพิงหมอนอิงนุ่ม ๆ โดยที่ในอ้อมแขนมีเด็กชายวัยสองขวบที่กำลังซุกตัวหลับสนิทกลิ่นแป้งเด็กเจือปะปนกับกลิ่นหอมจางจากเส้นผมของบรูคลินที่เพิ่งสระใหม่ช่วยเติมบรรยากาศภายในเรือนหอแห่งนี้ให้ละมุนและนิ่งสงบครืดดด~ขณะที่กำลังใช้สมาธิไปกับการตรวจงานตรงหน้าและเฝ้าภรรยากับลูก ๆ จู่ ๆ สมาร์ตโฟนเครื่องหรูก็สั่นเป็นสัญญาณของการโทรเข้า ฝ่ามือแกร่งรีบเอื้อมไปหยิบขึ้นมากดรับสายทันทีเพราะกลัวเสียงสั่นจะทำให้เบบี๋ตื่น“ว่าไง” เขารับสายเสียงนิ่ง ก่อนที่ปลายสายจะหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดอย่างอารมณ์ดี
กลิ่นอายของฤดูหนาวปีถัดมาไล้ผ่านกระจกบานใหญ่ของตึกกาสิโนสูงระฟ้าสาขาหลักตระกูลหวัง ทว่าบรรยากาศของห้องประชุมขนาดใหญ่ที่เคยอบอวลไปด้วยความนิ่งขรึมในแบบขององค์กรในโลกสีเทากลับเต็มไปด้วยบรรยากาศประหลาดในเช้าวันนี้เพราะคุณชายรองตระกูลหวังที่นั่งหัวโต๊ะประชุมมีสีหน้าไม่สบอารมณ์นัก กลิ่นอายอันตรายและแรงกดข่มของมาเฟียใหญ่แผ่กำจายออกมามากผิดปกติจนคนในห้องต่างลอบกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบากมาร์คัสขมวดคิ้วมองเอกสารในมือราวกับมันเป็นภาษาต่างดาวจากนั้นก็หยิบช็อกโกแลตออกจากกล่องขึ้นมากัดคำใหญ่ จนบรรดาลูกน้องที่นั่งร่วมประชุมอีกหกชีวิตต่างลอบสบตากันเงียบ ๆ ไม่มีใครกล้าพูดสิ่งใดใครมันจะไปกล้า?เพราะคุณชายรองที่ปกติไม่แม้แต่จะแตะของหวาน กลับนั่งเคี้ยวช็อกโกแลตกร้วม ๆ ราวกับเป็นของโปรดอย่างไรอย่างนั้นปึก!ฉับพลันแฟ้มเอกสารก็ถูกโยนลงบนโต๊ะด้วยความหงุดหงิด ก่อนที่เสียงเข้มดุเจือไอสังหารจะดังแหวกความเงียบ“ทำไมรายงานนี่มันกลิ่นเหม็น ๆ วะ” สิ้นคำนั้นทุกคนในห้องต่างสะดุ้งเฮือก ก่อนที่หนึ่งในทีมวิเคราะห์จะเอ่ยเสียงสั่น“มะ…มันคือกระดาษรีไซเคิลครับ คุณชายเคยสั่งให้ใช้…”“เปลี่ยน!” น้ำเสียงแข็งก
ซ่า!!! ไวกว่าความคิด ค็อกเทลในมือถูกสาดใส่อีกฝ่ายตามสัญชาตญาณทันที ทว่ารู้ตัวอีกทีคุณชายรองตระกูลหวังก็ย้ายตำแหน่งมานั่งข้าง ๆ เธอแล้ว รอยยิ้มเย้ยหยันที่มุมปากหยักนั่นเป็นสิ่งยืนยันว่าเมื่อครู่เธอพลาดเป้าไอ้มังกรชั่วมันหลบทัน!“ยัยคุณหนูฮาเซงาวะแม่งโคตรหัวรุนแรง”“ใช่ และครั้งหน้าฉันไม่พลาดแน่” เค
ราวหนึ่งชั่วโมงผ่านไปประตูบานใหญ่ของห้องวีวีไอพีสำหรับเจ้าของและหุ้นส่วนคลับหรูใจกลางย่านเศรษฐกิจในเขตตระกูลหวังถูกเปิดออก พร้อมกลิ่นอายดุดันที่บ่งบอกว่าผู้มาใหม่อยู่ในสภาวะอารมณ์ที่ไม่ปกตินักทุกย่างก้าวของมาเฟียหนุ่มหอบเอาไอเย็นเยือก ที่พร้อมจะแช่แข็งทุกอย่างในห้องนั้นมาด้วย จนทำให้บรรดาหญิงสาวที
หมับ!ดวงหน้าสวยฉายแววตื่นกลัวทันทีที่ร่างทั้งร่างถูกฝ่ายมากอำนาจจับกดลงบนลังใส่มะเขือเทศขนาดใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลนักมาร์คัสหวังไม่เปิดโอกาสให้เธอได้เอ่ยปากกลั่นคำผรุสวาทออกมาให้เขาระคายหูได้แม้แต่พยางค์เดียว เพียงพริบตานั้นกลิ่นอายรัตติกาลลึกลับก็คลุ้งไปทั่วทั้งโพรงปากของคนใต้อาณัติ ก่อนที่บราเซียตัวบ
หมับ!ไวกว่าความคิด ข้อมือเล็กของคนที่กำลังจะเดินแทรกระหว่างเขากับต้นมะเขือเทศที่ออกผลเรียงกัน ก็ถูกฝ่ามือแกร่งคว้าเอาไว้ มาร์คัสหวังออกแรงกระตุกเพียงเล็กน้อย ร่างบอบบางก็เซถลาเข้ามาแนบกับแผงอกแกร่งของเขาโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว“ว่าจะปล่อยไปแล้วแท้ ๆ” นัยน์ตาสีรัตติกาลมืดมิดเวลานี้ปราศจากอุณหภูมิ







