Masuk“ผมไม่อยากเสียสิ่งดีๆ ในชีวิตไปอีกแล้ว”วรรณนรีนิ่งงัน คำพูดของเขาเหมือนหยดน้ำอุ่น ซึมผ่านกำแพงหัวใจที่ถูกปิดตายไปแล้วครั้งหนึ่ง เธอมองสบดวงตาคมคู่นั้นอยู่นานราวกับจะจับผิด ทว่าสิ่งที่อยู่ในแววตาของเขา มีเพียงความแน่วแน่และจริงใจ“แต่...” วรรณนรีเม้มริมฝีปากเบาๆ “คุณสร้างทุกอย่างที่ซางเหมยฯ มาด้วยตัวเอง คุณไม่เสียดายจริงๆ เหรอคะ”เพราะแบบนั้นคุณถึงได้ไม่ยอมเปิดเผยความสัมพันธ์ของเรา... จนบีบให้ฉันต้องหนีมาวรรณนรีไม่ได้พูดต่อ เธอเพียงเก็บความขุ่นเคืองไว้ในใจ“ผมไม่เสียดาย” ลุคคายิ้มบาง ดวงตาคมกริบที่อยู่ใกล้เพียงแค่ปลายนิ้ว จ้องมองเธอด้วยประกายตาลึกซึ้ง ราวกับจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัวหัวใจของวรรณนรีเต้นแรงจนแทบควบคุมไม่อยู่ เธอหลุบตาลง ซ่อนรอยแดงที่ค่อยๆ แต้มอยู่บนพวงแก้ม“คุณ... เปลี่ยนไปนะ” หญิงสาวพึมพำแผ่วเบา“เมื่อก่อน ผมคิดว่างานคือทุกอย่าง” ลุคคาหัวเราะในลำคอ “แต่ตอนนี้ผมเ
“ใครบอกว่าผมจะลาออก”“....”วรรณนรีนิ่งงัน คำพูดของเขาก้องสะท้อนอยู่ในหัวยิ่งกว่าเสียงระฆังกังวาน ...ปลายนิ้วที่จับแฟ้มอยู่ค่อยๆ คลายออกช้าๆ เธอเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้า ราวกับกำลังต้องการยืนยันว่าเมื่อครู่... ตัวเองฟังผิดไปหรือเปล่า“เมื่อวาน ท่านประธานไม่ได้เรียกให้คุณกลับไปซางเหมยฯเหรอ”“ใช่... ท่านประธานขอให้ผมกลับไป”หัวใจของวรรณนรีกระตุกวูบ แววตาค่อยๆ หม่นลง เธอสูดลมหายใจลึก ก่อนเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง“ฉันเคารพการตัดสินใจของคุณนะคะ” น้ำเสียงเรียบสงบ จนน่าใจหาย “ถ้าคุณมาเก็บของ... ก็เชิญตามสบาย ส่วนงานที่เหลือ ฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว”“ผมไม่ได้มาเก็บของ”“ถ้างั้น คุณมาลาออกอย่างเดียว?”“ทำไมผมจะต้องลาออก” ลุคคาพ่นลมหายใจออกมาพร้อมคำพูด สีหน้ายิ้ม แต่แววตาไม่ไ
แกร๊ก...เสียงประตูออฟฟิศถูกผลักเปิดหญิงสาวเงยหน้าขึ้นแทบจะทันที ร่างบางลุกพรวดจากเก้าอี้โดยไม่ทันคิด ก่อนรีบก้าวออกจากห้องทำงาน“บอส” แต่คนที่ยืนอยู่หน้าประตูกลับไม่ใช่ลุคคา พนักงานสาวชะงักไปนิดหนึ่ง เมื่อเห็นเจ้านายโผล่มาอย่างกะทันหัน “สวัสดีค่ะบอส วันนี้... แม่แต่เช้าเลยนะคะ”อีกฝ่ายหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี ไม่ได้สังเกตแววผิดหวังที่วูบผ่านดวงตาของวรรณนรีเลยแม้แต่น้อย“อืม สวัสดีค่ะ พอดีรถไม่ติดน่ะ เลยถึงออฟฟิศเช้าหน่อย” วรรณนรีเพียงยิ้มบางๆ แล้วพยักหน้ารับ ตอบเสียงเก้อเขินเล็กน้อย ก่อนจะหมุนตัวกลับเข้าห้องทำงานช้าๆ ทุกย่างก้าวเหมือนหนักกว่าเดิม...เมื่อครู่ เธอเผลอคิดไปว่าเป็น ‘ลุคคา’ ซะได้วรรณนรีหลับตาลงครู่หนึ่ง ถอนหายใจแผ่วเบาให้กับความหวังที่ยังหลงเหลืออยู่ในหัวใจ เธอใช้เวลาตั้งสติชั่วครู่ เอื้อมมือหยิบแฟ้มงานกองหนึ่งขึ้นมาแฟ้มทั้งหมดเป็นงานที่ลุคคารับผิดชอบ เธอลังเล แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจอุ้มแฟ้มออกไปยังโต๊ะทำงานด้านนอก พนักงานสาวเพิ่งเปิดคอมพิวเตอร์ได้ไม่นานก็เงยหน้าขึ้น“มีอะไรให้ช่วยเหรอคะ บอส”วรรณนรีวางแฟ้มลงบนโต๊ะ“งานชุดนี้... เธอรับต่อด้วยนะ”“แต่นี่...” พน
เมื่อกลับมาถึงออฟฟิศ วรรณนรีพบเพียงความเงียบไฟในห้องทำงานยังเปิดอยู่ แต่โต๊ะทำงานด้านนอกว่างเปล่า พนักงานทุกคนกลับไปหมดแล้ว เหลือเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานสม่ำเสมอเป็นเพื่อนเธอวางกระเป๋าลงบนโต๊ะ ก่อนทรุดตัวนั่งอย่างอ่อนแรง ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งวันค่อยๆ ถาโถมเข้ามา จังหวะนั้นเอง โทรศัพท์มือถือก็สั่นขึ้นเบาๆเป็นข้อความจากพนักงานสาวพนักงานสาว : บอสคะ! วันนี้คุณลุคคาทิ้งเซ็ตงานไว้ให้ฉันดูแลคนเดียวเลยนะคะ! แล้วตัวเองหายไปไหนก็ไม่รู้ ฉันเหนื่อยมากกกกกก เพื่อเป็นการชดเชย ขอเลิกงานพร้อมทีมเลยนะคะ ไม่เข้าออฟฟิศแล้ว! เจอกันพรุ่งนี้นะคะบอสวรรณนรีอ่านจนจบ ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางๆภาพชายหนุ่มในสภาพเสื้อเชิ้ตยับย่น เนกไทคลายหลวม เม็ดเหงื่อเกาะเต็มขมับ พลันผุดขึ้นมาในความคิดเขาคงวางสายเสร็จ แล้วรีบตรงไปหาท่านประธานทันที... ถึงขนาดทิ้งงานกลางคันไว้ให้คนอื่นรับช่วงต่อเธอส่ายหน้าเบาๆ ความรู้สึกมากมายถาโถมผู้ชายคนนี้... เวลาจะทำอะไรขึ้นมาจริงๆ ก็ไม่คิดหน้าคิดหลังเลย อย่างตอนที่
“ข้อเสนอ?” ลุคคาเลิกคิ้ว สีหน้าสับสนเคลือบแคลง “ข้อเสนออะไร”“ถ้าอยากรู้... ก็ไปถามกันเอง” ท่านประธานเพียงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย เขาหยุดครู่หนึ่ง ก่อนทอดสายตามองวรรณนรี “ส่วนลุง... พูดในส่วนที่ต้องพูดจบแล้ว”หญิงสาวเม้มริมฝีปาก ก่อนค่อยๆ ลุกขึ้นจากโซฟา“ถ้าอย่างนั้น... ฉันขอตัวก่อนนะคะ”ท่านประธานพยักหน้ารับเพียงน้อยวรรณนรียกมือไหว้ ก่อนหมุนตัวเดินไปยังประตูห้อง ลุคคารีบลุกตามแทบจะทันที“นายอยู่ก่อน”น้ำเสียงราบเรียบของท่านประธานดังขึ้น ไม่ได้เข้มงวด หากหนักแน่นพอให้คนฟังหยุดฝีเท้า“ฉันมีเรื่องจะคุยกับนาย”ลุคคาขมวดคิ้ว หันไปมองวรรณนรีราวกับขอความเห็น ทว่าวรรณนรีกลับปรายตามองเขาผ่านๆ ไม่คิดจะก้าวก่าย หรือชี้นำอะไรทั้งสิ้น เดินออกจากห้องราวกับไม่ใช่เรื่องของตัวเอง แต่ระหว่างที่ผลักประตูออกจากห้อง ความรู้สึกหนักอึ้งกลับค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจท่านประธานจะพูดอะไรกับลุคคา...จะพยายามเกลี้ยกล่อมเขาอีกหรือเปล่าหรือจะพูดถึงข้อเสนอเมื่อครู่นั้นฝีเท้าของเธอชะงักลงเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะสูดลมหายใจลึกแล้วบังคับตัวเองให้เดินต่อคิดมากไปทำไม...เขากับเธอไม่ได้เป็นอะไรกัน ความคิดของเขา ไม่มีผลต่อเธอ
“ถ้าเธอทำให้ลุคคากลับมาที่ซางเหมยฯ ได้...”ท่านประธานเว้นจังหวะ สายตาสงบนิ่งจับอยู่บนใบหน้าของหญิงสาว“ข้อเสนอเรื่องหุ้นหนึ่งเปอร์เซ็นต์... ยังเป็นคำเดิม”วรรณนรีนิ่งงันหัวใจราวกับถูกบีบรัดช้าๆข้อเสนอเดิม...ข้อเสนอที่เธอเคยปฏิเสธอย่างไม่ลังเล เพราะในวันนั้นเธอเลือกความรักเหนือผลประโยชน์แต่วันนี้... มันกลับถูกยื่นมาตรงหน้าอีกครั้ง ในฐานะเงื่อนไขให้เธอเป็นฝ่ายผลักคนที่รักกลับไปยังที่เดิมหญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น ความคิดมากมายตีกันวุ่นวายอยู่ในหัว ปัง!แต่ยังไม่ทันตั้งตัว เสียงประตูห้องก็ถูกผลักเปิดอย่างรวดเร็วจนทั้งสองหันไปมองพร้อมกัน ร่างสูงของลุคคาปรากฏขึ้นตรงหน้าประตู ด้านหลังของเขามีเลขาฯ วัยกลางคนที่พยายามห้ามเอาไว้ แต่ไม่สำเร็จแต่สิ่งที่ดึงดูดสายตาของวรรณนรียิ่งกว่า ก็คือสภาพของเขาชายหนุ่มสวมเชิ้ตสีขาวที่เคยเรียบกริบตอนนี้ยับย่นไปทั้งตัว ชายเสื้อด้านหนึ่งหลุดออกจากขอบกางเกง แขนเสื้อถูกพับลวกๆ ไม่เท่ากัน เนกไทคลายหลวม เส้นผมที่ปกติถูกจัดทรงอย่างประณีตกลับยุ่งเล็กน้อย เม็ดเหงื่อบางๆ เกาะอยู่ตามไรผมและขมับ ขณะที่รองเท้าหนังสีดำยังมีคราบฝุ่นจางๆ ติดอยู่เพียงมองปรา
วรรณนรีเพิ่งเดินมาถึงห้องประชุมที่นัดเอาไว้ ข้อความจากเลขาของลุคคาก็เด้งขึ้นมาบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือคเชนทร์ : มาที่ห้องผู้อำนวยการสถานที่ถูกเปลี่ยนกะทันหัน วรรณนรียืนนิ่ง ก่อนถอนหายใจ เปลี่ยนทิศทางไปตามที่ข้อความแจ้งมาณ ห้องผู้อำนวยการฝ่ายครีเอทีฟเธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปรับสีหน้าให้ดูปกติที่สุดก
ไฟในฮอลล์ค่อยๆ ดับลง โลโก้แบรนด์ปรากฏบนจอขนาดใหญ่ เสียงดนตรีท่อนแรกดังขึ้น ...ภาพโฆษณาที่เธอเคยเห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในห้องตัดต่อ ถูกฉายต่อหน้าผู้คนมากมายเป็นครั้งแรกวรรณนรียืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน ทั้งตื่นเต้น ทั้งรอคอยปฏิกิริยาตอบสนองจากผู้คนรอบข้างหนังโฆษณาทั้งสิบสองเรื่อง ถูกหยิบเอาไฮไลต์ของแต่ละชิ้น
การ์ดเชิญวางอยู่บนโต๊ะกินข้าวสองใบ ใบหนึ่งเป็นของระดับผู้บริหาร อีกใบเป็นของพนักงานตัวเล็กๆ อย่างวรรณนรี เดิมที เธอคงไม่มีโอกาสได้เข้าร่วมหากไม่ใช่เพราะโฆษณาเปิดตัวผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้คือโปรเจกต์ที่เธอเป็นผู้ดูแลหลัก ...และบริษัทเลือกเชิญเธอมา ในฐานะคนทำงานเบื้องหลังแ
“ผู้อำนวยการสวัสดีค่ะ”เสียงทักทายของทีมงานหนึ่งคน แทรกความวุ่นวายหน้าเซตเข้ามากระทบโสด วรรณนรีรวมถึงคนอื่นเพิ่งตระหนักถึงคนที่มาเยือน ทีมงานที่อยู่ใกล้ หรือคนที่ถูกเดินผ่าน ล้วนก้มหน้าทักทายเขาด้วยความเคารพ นบน้อมในจำนวนคนที่อยู่ที่นี่ สายตาของเขาเลื่อนมาหยุดอยู่ที่วรรณนรี และแช่เอาไว้ไม่ขยับ จนก





![เด็กเลี้ยงคนเถื่อน (NC20+) [ซีรีส์ คนเถื่อน 2/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

