LOGIN[เห็นโพสต์ยัง เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ไหนเล่าสิ] ริกะโพล่งถามอย่างไว น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นระคนอยากรู้อยากเห็น “ยังเลยค่ะ เห็นแต่โพสต์ซีอีโอ...” [อ้อ เดี๋ยวส่งลิงค์ไปให้ มันอยู่โพสต์แรกๆ อาจจะโดนโพสต์ล่าสุดดันลงไปข้างล่าง เลยหายากหน่อย แป๊บๆ] สักพัก เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้น วรรณนรีเอาโทรศัพท์ออกห่างหู กดเปิดลำโพง แล้วกดลิงค์ที่ริกะส่งมา เข้าไปดูโพสต์ที่มีคนเอารูปเธอกับอคินไปลง [เห็นยัง] “ค่ะ เห็นแล้ว” [เรื่องมันยังไง เล่ามาๆ อย่าบอกนะว่า...] ริกะพูดยังไม่ทันจบ วรรณนรีก็ตัดบททันควัน “ไม่มีอะไร แค่บังเอิญเจอกัน แล้วฉันดื่ม คินก็เลยอาสามาส่ง...” วรรณนรีเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนแบบไม่มีหมกเม็ด ริกะถามย้ำอยู่หลายรอบ จนมั่นใจว่าไม่มีอะไรในกอไผ่ ก็ได้แต่ถอนหายใจแบบเสียดาย จากนั้นก็เมาท์มอยด์เรื่องจีน่ากับลุคคาต่ออยู่นาน ก่อนจะวางสายไป วรรณนรีนั่งเหม่ออยู่ครู่ใหญ่ กลับมาเลื่อนดูโพสต์ที่ตั้งข้อสงสัยว่าเธอกับอคินมีอะไรกันหรือเปล่า... เมื่อ
เสียงแจ้งเตือนในโทรศัพท์ดังขึ้นรัวๆ วรรณนรีพลิกตัวไปมาอย่างหงุดหงิด เปลือกตาปิดสนิท แต่เอื้อมมือออกไปควานหาโทรศัพท์มือถือที่เสียบสายชาร์จแบตทิ้งเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืน พอคลำเจอ ก็ดึงสายออกด้วยมือเดียว เอามากำไว้ในมือครู่ใหญ่ๆ ถึงค่อยๆ เปิดเปลือกตาหนาหนักขึ้นมา ไถหน้าจอ ดูว่าเตือนอะไรนักหนา เกือบทั้งหมดมาจากบริษัท ทั้งแจ้งเตือนจากเพจหลัก กลุ่มยิบย่อยต่างๆ วรรณนรีไม่ได้คิดว่าเรื่องพวกนี้เกี่ยวกับเธอเลย ยิ่งเห็นคำว่าคู่จิ้นอะไรสักอย่าง ภาพในหัวก็มีลุคคากับจีน่าลอยมาหลอกหลอนทันที เธอถอนหายใจพรืด ดีดตัวลุกขึ้นนั่ง หลังชนหัวเตียง เหม่อมองห้องเช่าขนาดกะทัดรัดของตัวเองเงียบๆ เมื่อคืนอคินเรียกเพื่อนมาด้วยคนหนึ่งจริงๆ แล้วทั้งคู่ก็มาส่งเธอที่หอพักแห่งนี้ด้วยรถของเธอ เธอยืนกรานจะออกค่ารถให้ทั้งคู่นั่งกลับ แต่ก็โดนปฏิเสธ วรรณนรีจึงทำอะไรไม่ได้ นอกจากทดน้ำใจของอคินเอาไว้ในใจเป็นแต้มที่สอง รวมถึงเพื่อนของเขา ที่เสียสละเวลา นั่งรถมาเป็นเพื่อนด้วย ถ้ามีโอกาส เธอย่อมตอบแทนเสมอ หลังทบทวนอะไรๆ
หลังงานเลี้ยงครบรอบบริษัทจบลง แต่ละทีมก็แยกย้ายกันไปตามร้านที่นัดแนะกันเอาไว้ วรรณนรีพยายามทำใจให้ว่าง ไม่คิดมากเรื่องลุคคากับจีน่า ถึงปากเธอจะยินดีต้อนรับเขา แต่ในใจกลับภาวนาขออย่าให้เขามาแจมกับกลุ่มของพวกเธอที่ร้านแห่งนี้เลย ไม่สิ มาคนเดียวก็ไม่เป็นไร ขออย่าได้มาแพ็คคู่... เพราะคืนนี้เธอไม่อยากเห็นหน้าจีน่าอีกแล้ว รู้สึกเอียนจนจะอ้วก ทว่า ดูเหมือนเขาจะยังทำร้ายใจเธอไม่พอ บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงกำลังสนุก ใครคนหนึ่งที่บอกว่าไปเข้าห้องน้ำก่อนหน้านี้ก็ผลักประตูเข้ามาในห้อง พร้อมกับคนอีกสองคนที่สร้างเสียงฮือฮาให้กับคนทั้งห้องจนดังกลบเสียงร้องคาราโอเกะของวรรณนรี “เชิญครับ เชิญ มีที่นั่งว่างอยู่ ทางนี้ครับ” คนนำทางผายมือให้ด้วยท่าทางอ่อนน้อม “ตรงนี้ค่ะ ตรงนี้ได้” ส่วนอีกคน ก็รีบจัดแจงที่นั่งให้ดิบดี โดยไม่ฉุกคิดเลยว่าที่ตรงนั้นวรรณนรีนั่งอยู่ แต่ตอนนี้แค่ออกมายืนร้องเพลงเท่านั้นเอง วรรณนรีอยากทักท้วง แต่อีกใจก็ไม่อยากทำให้เป็นเรื่องใหญ่ จึงปล่อยเลยตามเลย แกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แต่มีแขกใหม่เข้ามา เธอจะร้องเพลง
วรรณนรีแยกจากมือกีตาร์ เดินกลับมายังโซนโต๊ะผู้บริหารที่จัดเรียงไว้หน้าเวที เก้าอี้หลายตัวถูกปล่อยว่าง บางคนเพียงแค่นั่งพักครู่เดียวก็ลุกไปทักทายแขกตามมุมต่างๆ ของงาน บรรยากาศจึงดูไม่เป็นทางการนักเสียงร้องของจีน่ากับท่วงทำนองกีตาร์จากลุคคายังคงดังคลออยู่ด้านหลังทันทีที่เธอนั่งลง ผู้บริหารหลายคนก็เริ่มชวนคุย บ้างเอ่ยชมว่าเคมีบนเวทีของทั้งคู่เข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ บ้างพูดติดตลกว่าเหมือนดูคอนเสิร์ตคู่รักมากกว่างานบริษัท วรรณนรีทำได้เพียงยิ้มรับ เงยหน้ามองเวทีเป็นครั้งคราว ราวกับกำลังฟังเรื่องของคนอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวเองเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่ในใจเดือดปุด เธอไม่รู้ว่าตัวเองกำลังคาดหวังอะไรอยู่กันแน่ แต่ลึกๆ ก็อดลุ้นไม่ได้ว่าเขาจะพูดถึงเธอไหม จะประกาศอะไรบางอย่างต่อหน้าทุกคนหรือเปล่าทว่ารอจนตัวคนลงจากเวที ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่มีคำพูดพิเศษ ไม่มีการเอ่ยชื่อเธอ ไม่แม้แต่จะส่งสายตามาทางเธอค่ำคืนงานเลี้ยงของบริษัทที่อุตส่าห์คาดหวังกลับว่างเปล่าไปในพริบตาวรรณนรีฝืนเก็บความรู้สึกทั้งหมดไว้ใต้รอยยิ้ม ก่อนขอตัวลุกออกจากโต๊ะผู้บริหาร เดินกลับไปยังโซนของพนักงานทั
...คอร์ดแรกดังขึ้น เรียบง่ายแต่แม่นยำวรรณนรีสูดหายใจเข้าเล็กน้อย ก่อนเสียงของเธอจะไหลออกไปตามทำนอง อ่อนนุ่ม กระจ่างใส ฟังแล้วรู้สึกสบายอารมณ์เสียงพูดคุยในฮอลล์ค่อยๆ เบาลง สายตาหลายคู่หันกลับมาที่เวทีอีกครั้งเธอยืนอยู่ข้างเขา ไม่ได้มองกันตรงๆ แต่จังหวะของเพลงกลับประสานกันอย่างพอดีแสงไฟสีอุ่นโอบล้อมทั้งคู่ไว้กลางเวที เป็นภาพธรรมดา แต่กลับสะกดสายตาผู้คนมากเป็นพิเศษ จนกระทั่งมีคนยกโทรศัพท์ขึ้นมา ถ่ายทั้งภาพนิ่ง ทั้งวิดีโอเสียงร้องของวรรณนรีพุ่งไปถึงท่อนฮุก เขาเสริมคอร์ดให้แน่นขึ้นเล็กน้อย เหมือนส่งเสริมกันและกันในช่วงกลางของการแสดง ประตูฮอลล์เปิดออกอีกครั้ง ลุคคาเดินเข้ามาพร้อมกับจีน่าชายหนุ่มชะงักทันทีที่เห็นเวที สายตาจับจ้องไปยังร่างของผู้หญิงที่ยืนอยู่ใต้แสงสปอร์ตไลท์“...วรรณนรี” คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจ “ผู้อำนวยการมีโชว์ด้วยเหรอ”เขาหันไปถามทีมงานที่ยืนอยู่ใกล้เวทีทีมงานหันมามอง เมื่อเห็นคนที่กำลังยืนอยู่ สายตาชำเลืองไปทางจีน่าแวบหนึ่ง เอ่ยออกมาอย่างกระอึกกระอัก “อะเอ่อ... คือว่า”“ฉันให้เรียกเธอขึ้นก่อนค่ะ” จีน่าเอ่ยแทรก น้ำเสียงสบายๆ เหมือนเป็นเรื่องปกติ ไม่มีอะ
แสงไฟบนเวทีกระทบเงาร่างสูงบนเก้าอี้ในท่วงท่าชวนฝัน เสียงกีตาร์โปร่งดังใสกระจ่าง เคล้าคลอเสียงร้องทุ้มอบอุ่นของชายหนุ่ม พนักงานจากแผนกโปรดักชัน ...ครีเอทีฟหนุ่มไฟแรงที่ใครๆ ก็พูดถึง เขาอยู่ท่ามกลางสปอตไลต์ด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับกำลังดีดกีตาร์ร้องเพลงอยู่ในห้องนั่งเล่นที่บ้านตัวเองวรรณนรีก้าวเข้ามาในลานจัดงานเลี้ยงพอดีเสียงเพลงเพราะๆ ไหลเข้าหูให้ความรู้สึกอบอุ่นหัวใจและเคลิ้มไปกับเนื้อร้องทำนองที่ร้อยเรียงออกมาผ่านเสียงทุ้มต่ำ เธอชะงักไปเพียงครู่ ก่อนจะกวาดสายตามองหาที่นั่งของตัวเองท่ามกลางผู้คนมากมาย“วรรณนรี”เสียงคุ้นหูทำให้เธอหันไปมอง ริกะกับจิราพรกำลังโบกมือเรียกอยู่ไม่ไกล วรรณนรีละความสนใจจากที่นั่งของตัวเองชั่วขณะ แล้วเดินเข้าไปหาคนคุ้นเคยในบริษัทแทน“เป็นยังไงบ้างผู้อำนวยการ... วันนี้แต่งตัวสวยนะคะวันนี้” ริกะเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงกระเซ้าเย้าแหย่ น้ำเสียงสนิทสนม มีความเป็นกันเองอยู่หลายส่วน“สวัสดีค่ะอาจารย์ สวัสดีค่ะพี่จิราพร วันนี้งานครบรอบบริษัททั้งที ก็ต้องแต่งตัวสวยๆ สิคะ”วรรณนรียิ้มกว้าง เอ่ยตอบอดีตหัวหน้าของตัวเองและเพื่อนร่วมทีมโดยไม่ถือตัว ถึงจะอยู่ในบริษัทเดี
เวลาผ่านไปพักหนึ่งวรรณนรีก้าวออกมาจากห้องลองชุดอย่างระมัดระวัง มือหนึ่งจับชายกระโปรงเอาไว้เล็กน้อยราวกับยังไม่คุ้นชินกับชุดราตรียาวกรอมเท้าภายในร้านเงียบลงโดยไม่รู้ตัวหญิงสาวยืนอยู่ใต้แสงไฟสีอุ่น ชุดราตรีสีเข้มขับให้ผิวของเธอดูสว่างขึ้นอย่างประหลาด แนวผ้าถูกตัดเย็บเข้ารูปพอดี เผยให้เห็นส่วนโค้งเ
ราวกับโดนมนตร์เสน่หาเข้าครอบงำ พริบตาที่กางเกงหลุดจากเอวหนา ร่างบางก็ย่อตัว คุกเข่า มือล้วงแก่นลำออกมาจากกางเกงในแบรนด์เนม กำรูดจนแข็ง ก่อนจะอมเข้าไปในปาก เรียวลิ้นอ่อนห่อใต้ลำเนื้อร้อน ดูดดุนไม่หยุด เสียงครางต่ำเล็ดลอดผ่านลำคอแกร่ง เรียวขาหยัดเกร็ง ฝ่ามือใหญ่จับ
จากมื้อกลางวัน สู่โรงงานใช้เวลาเพียงไม่นานดวงตาอ่อนหวานแฝงไว้ด้วยความกังวลช้อนมองคนข้างๆ ขณะเดินไปตามทางที่ทอดตัวออกนอกอาคารของโรงงานตัดเย็บ เรื่องงานเป็นเพียงข้ออ้าง และตอนนี้ก็เคลียร์เสร็จเรียบร้อยแล้ว รวดเร็วกว่าที่คิด เวลาที่ได้อยู่ด้วยกันก็สั้นตามไปด้วย
ไถฟีดอยู่ดีๆ ภาพถ่ายรวมกลุ่มเพื่อนของลุคคาก็เด้งขึ้นมา โดยที่ลุคคาถูกแท็กโพสต์สาธารณะ คนที่เป็นเพื่อนกับเขาจึงเห็นภาพนี้ด้วย นิ้วหัวแม่มือที่กำลังจะปัดผ่านชะงัก สายตาจ้องมองภาพบนจอนิ่ง แม้จะเป็นภาพถ่ายรวมที่มีเกือบสิบคน แต่คนที่อยู่ตรงกลางคือลุคคากับเพื่อนผู้หญิง







