LOGIN“ยังค่ะ”
“งั้นดีเลย หนูจะได้แสดงฝีมือให้พี่เขาได้ทาน พี่เขาเป็นคนกินง่ายอยู่ง่าย แต่ก็รักความสะอาดเหมือนพ่อเขาเป็นที่หนึ่ง ไม่ถึงกับสำอาง แต่เสื้อผ้าหน้าผมเขาไม่ปล่อยให้รกรุงรัง เขาค่อนข้างจะรักสุขภาพเอาการจ้ะ แต่ก็ทำงานหนักเหลือเกิน นั่นแหละถึงยังไม่มีเมียกับเขาสักที ก็หนูนี่แหละ แม่ถูกใจจริงๆ”
รัตนปาตีเก็บข้อมูลของนำทัพใส่สมอง จรรยาชอบเล่าเรื่องของบุตรชายให้ฟัง ดูนางจะปลาบปลื้มเหลือเกิน แต่เธอก็เข้าใจสายใยของความเป็นแม่ลูก ถ้าเธอมีลูก ก็คงจะรักลูกแบบนี้แหละ เธอเคยเห็นรูปถ่ายของนำทัพที่ถ่ายกับบิดามารดาของเขา เขาเป็นคนรูปหล่อ คมสัน คมเข้ม ไม่เห็นจะขี้ริ้วขี้เหร่เหมือนอย่างที่อรุณจันทร์พูดสักนิด เธออดคิดไปไม่ได้ว่าอรุณจันทร์อาจจะไปเจอกับผู้ชายคนอื่น หรือไม่ก็ผิดพลาดอะไรสักอย่าง
“พี่เขาชอบสีอะไรเหรอคะ”
“สีเหรอ หนูจะทำอะไรให้เขาล่ะ” คุณจรรยาเอ่ยถามลูกสะใภ้
“หนูเย็บผ้า ถักเสื้อเป็นหมดค่ะ เดี๋ยวจะทำให้คุณแม่ด้วยนะคะ”
“ตายแล้ว สะใภ้ของแม่เก่งอะไรแบบนี้” รัตนปาตีได้แต่ยิ้มฝืนๆ จริงๆ แล้วเธอไม่ใช่ลูกผู้ดีมีเงินจึงทำงานอะไรพวกนี้เป็นหมด
“ขนมที่หนูทำให้แม่ทานก็อร่อยจริงๆ หนูไปเรียนมาจากไหนจ๊ะ จำได้ว่านพมาศก็ไม่ได้ชอบทำอาหารนัก”
“เห็นเค้าเปิดคอร์สเรียนระยะสั้นหนูก็ไปเรียนมาค่ะ นอกจากขนมไทยแล้ว ก็มีพวกคุกกี้ ขนมเค้ก และไอศกรีมค่ะ หนูลองหัดทำดูเลยชอบ”
“แล้วเรียนเย็บผ้าล่ะ”
“เหมือนกันค่ะ เค้าเปิดคอร์สหลักสูตรระยะสั้นหนูก็ไปเรียนมาค่ะ”
“หนูทำเป็นตั้งหลายอย่าง ดีจริง” คุณจรรยาพูดแล้วยิ้มกว้าง เพราะสะใภ้ของท่านสระผมให้ท่านด้วยเวลาอาบน้ำ แถมยังนวดก็เก่ง คิดว่าลูกชายได้ภรรยาที่ดี คอยดูแลปรนนิบัติก็นอนตายตาหลับ
“นำทัพกลับมาหนูต้องปรนนิบัติพี่เขาให้ดีนะลูก พี่เขาจะได้รัก นำทัพน่ะเป็นคนรักใครรักจริง แถมยังชอบช่วยเหลือคนอื่น เขาต้องรักหนูมากแน่ๆ นี่แม่ก็ชมลูกตัวเองจนออกนอกหน้านะ” ท่านหัวเราะเมื่อเผลอชมลูกชายให้คนเป็นสะใภ้ฟัง
“ค่ะคุณแม่ คุณแม่จะเข้าบ้านหรือยังคะ อยากงีบหรือเอนหลังหรือเปล่า หนูจะพาเข้าบ้าน”
“ก็ดีเหมือนกันจ้ะ” รัตนปาตีรีบลุกขึ้นและเข็นรถพาท่านเข้าห้องพัก ก่อนจะออกไปจัดแจงทำขนมให้คุณจรรยารับประทาน
นำทัพผ่อนลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยล้าเมื่อกลับมาถึงบ้าน เขาไม่ได้กลับบ้านมาร่วมเดือน เพราะเกิดเหตุที่ฟาร์มมุก โดนวางเพลิงและมุกโดนขโมยเสียหายไปเยอะ ไม่ใช่ใครอื่น ศัตรูตัวร้ายของเขานั่นเอง เพราะเขานิ่งนอนใจเกินไป ถึงได้เสียหายขนาดนี้ นึกแค้นเขตรัฐอยู่มาก เพราะเขาไม่เคยคิดตอแย แต่ถ้าใครทำเขา เขาก็ไม่เอามันไว้แน่ ที่เจ็บใจไปมากกว่านั้น คนงานที่แฝงตัวเข้ามาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย ตอนนี้เขาคุยกับเพื่อนที่เป็นตำรวจ เร่งสืบหาตัวพวกมันให้ได้
“คุณแม่อยู่ในห้องเหรอ” เขาเอ่ยถามสาวใช้ที่ยกน้ำออกมาเสิร์ฟหลังจากเขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาวเรียบร้อยแล้ว
“นายแม่พักอยู่ในห้อง คุณจันทร์เจ้าดูแลอยู่ค่ะนายหัว” คำตอบของสาวใช้ทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้วเข้าหากัน วันนั้นที่เจอนิสัยของอรุณจันทร์เธอไม่ใช่คนที่จะยอมมาปรนนิบัติคนป่วยตาบอดและพิการแน่นอน แต่ทำไมพอมาอยู่จริงๆ ถึงได้เปลี่ยนไป หรือเธอก็เป็นคนดี ตอนนั้นแค่เห็นหน้าโกไข่คิดว่าเป็นคู่หมั้นเลยเหวี่ยง หรือเขาอาจจะมองเธอในแง่ร้ายจนเกินไป
“อย่างนั้นเหรอ คุณจันทร์เจ้าเข้ากับคนที่นี่ได้หรือเปล่าล่ะ” เขาเอ่ยถามข้อมูล เพราะมัวแต่เคลียร์ปัญหาที่ฟาร์มมุก เลยดูเหมือนตัดขาดจากทางบ้านไปเลย โกไข่คอยรายงานว่ามารดาของเขาสบายดี เขาจึงหายห่วง
“คุณจันทร์เจ้าน่ารักมากค่ะ ทำอาหารก็เก่ง ทำขนมนี่อร่อยมากๆ เลยค่ะ มีขนมแปลกๆ ไม่เว้นแต่ละวัน นายแม่กินเอากินเอา ตอนนี้ไม่ซูบผอมเหมือนก่อนแล้วค่ะ คุณจันทร์เจ้าทำอาหารได้หลายอย่างเลยนะคะ อาหารจีน ญี่ปุ่น อาหารไทย มีอาหารฝรั่งด้วย พวกเราได้เผื่อแผ่จากคุณจันทร์เจ้าทุกมื้อเลยค่ะ” สาวใช้พูดไปตามประสา
“จริงเหรอ” นำทัพยิ่งเลิกคิ้วขึ้นอย่างกังขา หน้าตาท่าทางไม่น่าจะทำอาหารเก่ง ดูแต่งตัวเปรี้ยวจัด หรือคนเราดูแค่ภายนอกไม่ได้
“จริงๆ ค่ะ คุณประไพแกลาออกไปแล้ว ก็ได้คุณจันทร์เจ้านี่แหละค่ะดูแลนายแม่ นายแม่ชมออกบ่อยว่านวดเก่ง มือเบา ผ่อนคลาย สระผม ตัดเล็บ ยังกับช่างเสริมสวย นายแม่ตอนนี้สวยขึ้นเป็นกองเลยค่ะ เสื้อผ้าก็ตัดเองได้ ไม่เคยพบเคยเห็นคนเก่งแบบนี้มาก่อน นายหัวน่าจะมีนายหญิงน่ารักๆ แบบนี้ตั้งนานแล้วนะคะ”
“ตัดเสื้อผ้าได้ด้วยเหรอ” นำทัพเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ
“ใช่ค่ะ”
“แล้วใครจัดบ้านใหม่” นำทัพค่อยๆ หันมองรอบกาย รู้สึกว่าเหมือนจะเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร
“นายหญิงยังไงคะจัดใหม่ เรียบร้อย สวยงาม สดชื่นขึ้นมากเลยใช่ไหมคะ พวกเราชอบกันมากค่ะ” คำชมของสาวใช้ทำให้นำทัพรู้สึกว่าระยะเวลาที่เขาไม่อยู่ อรุณจันทร์ดูจะมีอิทธิพลกับคนของเขาเหลือเกิน ทั้งชื่นชม ทั้งยกย่องและให้เกียรติ ดูเหมือนเธอจะเป็นที่รักของทุกคนในเวลาอันรวดเร็ว
“คุณแม่อยู่ในห้องใช่ไหม” เขาถามอีกครั้ง แต่ไม่รอฟังคำตอบ รีบลุกเข้าไปหามารดาทันที
“ใครน่ะ” เสียงเปิดปิดประตูทำให้คุณจรรยาเอ่ยถาม
“ผมเองครับคุณแม่”
“นำทัพเหรอลูก ดีใจจริงๆ ที่ลูกกลับมา น่าน้อยใจนัก หายหน้าหายตาไปเลย ทำงานอะไรเป็นบ้าเป็นหลัง เอาเมียมาทิ้งเอาไว้ไม่ดูแล”
“มีปัญหาให้ต้องเคลียร์นิดหน่อยครับ” นำทัพสวมกอดมารดา เวลาที่เขาเหนื่อยล้า อ้อมกอดของมารดาทำให้เขารู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายเหลือเกิน
“แต่ไม่เป็นไร เพราะลูกพาสะใภ้มาให้แม่ชื่นใจแล้ว”
“เธอไปไหนซะล่ะครับนี่”
“คงออกไปทำอะไรข้างนอก หนูจันทร์เจ้าน่ารักมากๆ เลยนะ ทำอาหารอร่อยจริงๆ ลูกกลับมาแบบนี้ต้องให้หนูจันทร์เจ้าแสดงฝีมือทำอาหารให้ลูกทาน รับรองว่าลูกจะต้องภูมิใจในตัวภรรยาของลูกแน่ๆ เลย”
“พูดแบบนี้ชักอยากทานแล้วล่ะครับ” แม้จะนึกตะขิดตะขวงใจกับท่าทีของอรุณจันทร์ที่เคยเห็น แต่หากเธอเป็นคนดีแบบนี้ เขาก็จะลองพิจารณาเธอดูสักครั้ง
“ได้ทานแน่นอน ทำขนมอร่อยจริงๆ คนในบ้านของเราติดใจฝีมือหนูจันทร์เจ้ากันทั้งนั้น”
“ดูคุณแม่สดชื่นขึ้นนะครับนี่” นำทัพเอ่ยทัก เขามองมารดาที่ดูสดชื่นขึ้นผิดหูผิดตา เรียกว่าไม่เหมือนเดิมเลยสักนิด ท่านเหมือนคนสุขภาพดี แข็งแรงขึ้น เอิบอิ่มไม่ผอมเหมือนก่อน
“ก็เพราะหนูจันทร์เจ้านั่นแหละลูก แม่นี่กินอาหารเยอะขึ้นตอนนี้คงอ้วนน่าดู”
“ไม่อ้วนครับ แต่คุณแม่สดใสผิดหูผิดตาเลยครับ”
“ก็เพราะหนูจันทร์เจ้าอีกนั่นแหละ เย็บปักถักร้อยก็เก่ง เห็นว่าจะตัดเสื้อสวยๆ ให้แม่ใส่ด้วย เสียดายแม่มองไม่เห็น”
“เหรอครับ”
“ใช่จ้ะ หนูจันทร์เจ้าเหมาะจะเป็นภรรยาของลูกจริงๆ ดูแลบ้านช่องเรียบร้อย จัดการเสร็จสรรพเป็นระเบียบขึ้นกว่าเก่าเยอะ แถมยังตรวจตราดูโน้นดูนี่ อะไรขาดเหลือหรือหมดก็จัดการสั่งซื้อ คนในบ้านชอบหนูจันทร์เจ้ามาก แบบนี้แม่ก็เบาใจว่าลูกเลือกคนไม่ผิด ต้องขอบคุณคุณพ่อของลูกด้วย ท่านคงดีใจ” รายละเอียดพวกนี้มีสาวใช้มาเล่าให้ฟังอีกทอดหนึ่งว่าสะใภ้ของท่านดูแลบ้านช่องได้ดีเยี่ยมแค่ไหน
“เห็นคุณแม่แข็งแรงขึ้น สดชื่นขึ้น ผมก็ดีใจมากแล้วครับ” นำทัพนวดขามารดาเบาๆ
“พี่ใหญ่ อื้อ...” เธอครางเสียงพร่าสั่นสะท้าน จิกมือกับแผ่นหลังของเขาอย่างเสียวซ่าน เขากดกายมิดเม้นจนเธอเผยอริมฝีปากครวญครางแทบขาดใจ ร่องสาวอุ่นๆ รับการชำแรกที่แสนดุดัน แก่นกายชายถูกตอดรัดแน่นถนัดเหมือนซอกกายสาวของเธอจะดูดรัดแก่นกายของเขาให้จมหาย ยิ่งเขาขยับจังหวะเร็วรี่ เธอยิ่งครวญครางไม่หยุดปาก เสียงกึกๆ ของแรงกระแทกกระทั้นประสานเข้าหากันตลอดเวลา หยาดน้ำหวานของเธอไหลซึมออกมาชโลมกายชายให้การขับเคลื่อนคล่องตัวยิ่งขึ้นรัตนปาตีหวีดร้องเกร็งตัวสะท้านกอดรัดเขาแน่นเมื่อถึงจุดหมายปลายทางอย่างรุนแรง เธอหอบหายใจซบกับอกชื้นเหงื่อของเขา แอ่นกายท่อนล่างหยัดขึ้นรับแรงกดหนักหน่วงแล้วครางลั่นซอกสวาทตอดรัดกายชายตุบๆ ทุกทิศทาง เธอกอดเขาเอาไว้แน่นถนัด นำทัพเลื่อนใบหน้าลงไปขม้ำดูดปทุมถันอวบๆ ของภรรยาใต้ร่าง พอเธอเริ่มคลายจากความเสียวซ่าน นำทัพพลิกร่างเธอให้คุกเข่าหันหลังให้เขา นำทัพสอดกายเข้าหาเธออย่างลึกซึ้งจากทางด้านหลัง เธอแอ่นกายมาหาเขา ใบหน้าเริดขึ้นด้วยความเสียว มือหนาเลื่อนไปเคล้นคลึงทรวงอกอวบๆ ของเธอเบาๆ ก่อนจะเริ่มหนักหน่วงขึ้นตามแรงกระแทกจากส่วนล่างที่เชื่อมประสานกันอยู่นำทัพเริ่มซอยกายเข้
“พี่ว่าเราควรจะหาอะไรกินกันก่อนนะ” เขาลุกขึ้นก่อนจะดึงแขนเธอขึ้นจากเตียงนอนกว้าง รัตนปาตีให้เขาดึงขึ้นจากที่นอนแต่โดยดี“จะทำกินเองหรือสั่งดี แต่พี่ว่าท้องร้องขนาดนี้คงไม่ไหวแล้วล่ะ” เขายังล้อเลียน โยกศีรษะเธอไปมาอย่างรักใคร่ รัตนปาตีงับมือของเขาเล่น นำทัพพามือหนี ดึงเธอไปกอดรัดแรงๆ เหมือนแกล้ง“อื้อ...” คนโดนกอดรัดดิ้นรนไปมา ย่นจมูกใส่อย่างน่ารัก เลยโดนกัดปลายจมูกเบาๆ และหอมแก้มหนักๆ เป็นการหยอกเย้าไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟถึงที่ โกไข่เป็นคนจัดการให้ทุกอย่าง อยู่ร่วมกันมานานแรมปี เธอนับถือโกไข่เหมือนพี่ชายคนหนึ่ง เขาเป็นคนซื่อสัตย์ ไว้ใจได้ นำทัพนั้นยิ่งกว่าไว้ใจ เพราะแค่มองตาก็รู้ใจ โกไข่เป็นคนเงียบๆ และใจเย็น รับคำสั่งก็ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ขาดตกบกพร่อง คนดีๆ ซื่อสัตย์นั้นหายากยิ่ง นำทัพจึงตอบแทนน้ำใจในความซื่อสัตย์และจงรักภักดีอย่างคุ้มค่า แต่ดูเหมือนลูกน้องคนนี้จะมักน้อย ไม่เคยเรียกร้องอยากได้อะไรเลยแม้แต่ครั้งเดียว“อุ๊ย!” รัตนปาตีอุทานเมื่อถูกดึงไปนั่งบนตักของสามี นำทัพโอบเอวเธอเอาไว้หลวมๆ กลิ่นกายหอมกรุ่นทำให้อารมณ์พิศวาสคุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง“ดูหนังไหม” เขาเอ่ยชวน เพราะ
หลังจากพิธีการต่างๆ ก็เป็นการเลี้ยงแขกเหรื่อ จริงๆ ก็เลี้ยงตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น ซึ่งนำทัพลงความเห็นว่าควรเป็นอาหารบุฟเฟ่ต์รับประทานได้ตลอดวัน มีพนักงานคอยดูแลจัดเลี้ยงบริการอย่างเต็มที่และแล้วพิธีส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าห้องหอก็มาถึง แม้จะผ่านการใช้ชีวิตครอบครัวมาแล้ว แต่ครั้งนี้เป็นการผูกไม้ผูกมือเป็นคู่ผัวตัวเมียกัน จัดพิธีอย่างสมเกียรติ ประกาศให้ทุกคนรับรู้เพื่อให้เกียรติกันและกัน และให้ญาติๆ ได้รับรัตนปาตีเข้ามาในครอบครัวอย่างเป็นทางการ ญาติๆ ของนำทัพน่ารักเสมอ รัตนปาตีรู้สึกอบอุ่นเมื่ออยู่กับครอบครัวของสามี ลูกน้องกลอยใจนั้นละมุดคอยช่วยดูแล พาเข้าห้องนอนเรียบร้อยแล้วแม่สามีและญาติๆ ต่างอวยพรให้เธอกับสามีอยู่กันอย่างมีความสุข หนักนิดเบาหน่อยก็ให้อภัยกัน อยู่กันไปจนแก่เฒ่า ถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง ส่วนใหญ่ก็จะอวยพรให้มีความสุข นำทัพและรัตนปาตีกราบบุพการีและญาติทุกคนที่เข้ามาในห้องหอ ก่อนที่พวกท่านจะปล่อยให้คู่บ่าวสาวอยู่ด้วยกันตามลำพังนำทัพค่อยๆ โอบกอดประคองร่างน้อยขึ้นมาหา เขามองสบตาเธออย่างลึกซึ้ง ก่อนจะจุมพิตหน้าผากนูนเกลี้ยง และกอดเธอไว้ด
“หยุดแหกปากเดี๋ยวนี้ เดี๋ยวก็ยิงเลยแม่ง” เขตรัฐตะคอกคนที่เขาล็อกตัวเอาไว้ อรุณจันทร์ปิดปากฉับ“แกส่งคนเข้าไปฉันก็รู้แล้ว แต่ที่รับเอาไว้ก็เพราะว่าอยากรู้ว่าแกจะทำอะไรต่อ ตอนที่อรุณจันทร์ให้คนของแกไปซุกซ่อนของกลางเอาไว้ ฉันก็แอบติดกล้องวงจรปิดเอาไว้ บันทึกภาพเอาไว้ได้ทั้งหมด”“เธอนี่มันหน้าโง่จริงๆ บอกแล้วว่าให้ตรวจดูกล้องวงจรปิดให้ดี” เขตรัฐตวาดอรุณจันทร์เสียงดังลั่น“ฉันเช็กแล้ว มันไม่มีนี่นา”“มันตบตาเธอน่ะสิ”“เรื่องน้องสาวของนาย ฉันขอยืนยันอีกครั้งว่าไม่เคยล่วงเกินหรือทำอะไรเธอเลย”“หุบปากซะ” เขตรัฐเหมือนขาดสติเมื่อได้ยินนำทัพเอ่ยถึงน้องสาวที่ฆ่าตัวตายทิ้งเขาไปอย่างเลือดเย็น“นายควรยอมรับความจริง”“แกนั่นแหละหลอกน้องสาวฉัน” เขตรัฐตวาดกลับ เพราะรักน้องสาวคนนี้มาก ตามใจทุกอย่าง เขาไม่คิดมาก่อนว่าขัตติยาจะคิดสั้นฆ่าตัวตายเพียงเพราะผู้ชายคนเดียว“พี่ใหญ่ช่วยจันทร์เจ้าด้วย”“หุบปาก ถ้ายังไม่อยากตาย” เขตรัฐเริ่มลากร่างอรุณจันทร์เดินหนี ตำรวจก็เดินตาม“ห้ามตามมา ไม่งั้นอีนี่ตาย ฉันยิงมันแน่ๆ”“พี่ใหญ่ช่วยจันทร์เจ้าด้วย”“มันไม่ช่วยเธอหรอก มันรักเมียของมันจะตายไป”“ใครบอก พวกเขากำลังทะเลา
“แต่ตำรวจเจอของกลางนะคะคุณป้า” อรุณจันทร์แสดงความคิดเห็น“ต้องมีคนใส่ร้ายแน่ๆ” คุณจรรยาเป็นลมไปหลายตลบกับเหตุการณ์ในครั้งนี้“ใครจะใส่ร้ายล่ะคะ นั่นมันฟาร์มมุกของพี่ใหญ่นะคะ คนนอกใช่ว่าจะมีใครเข้าออกได้” อรุณจันทร์ท้วงติง“ป้าก็คิดว่ามันต้องมีหนอนบ่อนไส้ คนในนี่แหละที่ใส่ร้ายตาใหญ่”“แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นลูกน้องพี่ใหญ่นะคะ” อรุณจันทร์แอบเบะปาก สะใจเป็นบ้าที่เห็นคนบ้านนี้อยู่ไม่เป็นสุข“ใช่ คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ” เสียงเข้มของใครคนหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทุกคนหันไปมองก่อนจะอุทานพร้อมกัน“พี่ใหญ่/ตาใหญ่!!!”“ครับผมเอง”“พี่ใหญ่ไม่ได้โดนจับขังหรือคะ” อรุณจันทร์หน้าซีดเผือด เมื่อเห็นตำรวจเดินตามนำทัพเข้ามาหลายคน รู้สึกว่าสถานการณ์ไม่ค่อยดี และลางสังหรณ์บางอย่างบอกให้เธอเตรียมหนี“พี่พ้นผิดแล้ว เพราะมีคนแอบเอาของพวกนั้นไปซุกซ่อนเอาไว้”“ใครคะ ไม่ใช่จันทร์เจ้านะ” อรุณจันทร์สะดุ้งรีบปฏิเสธเป็นพัลวัน“แล้วใครบอกว่าเธอกันล่ะอรุณจันทร์” นำทัพพูดเสียงเย็น“จันทร์เจ้าก็ไม่ได้บอกว่าตัวเองนะคะ แค่พะ... พูดไปแบบนั้นเอง” อรุณจันทร์มีท่าทีหลุกหลิกอย่างมีพิรุธ“คนที่เอาของไปซุกซ่อนรับสารภาพแล้วครับคุ
อรุณจันทร์รีบแต่งตัวก่อนจะไปหารัตนปาตีเพื่ออธิบายเรื่องนี้ให้อีกฝ่ายฟัง พอเจออีกฝ่ายกำลังนั่งเล่นกับลูกอยู่ ก็ขอเข้าไปคุยด้วย“ข้าวหอมจ๊ะ มันเป็นแค่อุบัติเหตุนะ ฉันจะไม่ทำให้ครอบครัวของข้าวหอมต้องแตกแยกเด็ดขาดนะจ๊ะ”“คุณจันทร์เจ้าเสียหายนะคะ พี่ใหญ่ต้องรับผิดชอบ” รัตนปาตีพูดอย่างโกรธๆ“ช่างเถอะ ฉันไม่ถือ”“ไม่ถือไม่ได้หรอก”“ฉันยอมเป็นคนไปเอง เพื่อให้เธอกับพี่ใหญ่สบายใจ”“ข้าวหอมไม่ยอมหรอกค่ะ ยังไงพี่ใหญ่ก็ต้องรับผิดชอบ”“แล้วเธอจะให้พี่ใหญ่รับผิดชอบยังไงล่ะ” อรุณจันทร์เอ่ยถาม“แล้วแต่คุณจันทร์เจ้าเรียกร้องเลยค่ะ”“จะให้เป็นเมียอีกคนคงไม่ไหวหรอกนะ ฉันไม่อยากเป็นเมียน้อย” อรุณจันทร์เปรยขึ้น“ข้าวหอมจะยอมถอยให้คุณจันทร์เจ้าค่ะ ข้าวหอมจะหย่าให้พี่ใหญ่”“พี่ไม่ยอมนะข้าวหอม หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอม”“แต่พี่ใหญ่ล่วงเกินคุณจันทร์เจ้านะคะ”“เธอจะเอาเงินเท่าไหร่” นำทัพหันไปถามอรุณจันทร์“จันทร์เจ้าไม่เอาเงินค่ะ ไม่เอาอะไรทั้งนั้น” อรุณจันทร์พูดแล้วก้มหน้าก้มตาทำท่าจะร้องไห้“พี่ใหญ่ไม่เป็นลูกผู้ชาย ไม่เป็นสุภาพบุรุษเลย เอาเงินฟาดหัวผู้หญิงได้ยังไง ถ้าคุณจันทร์เจ้าท้องขึ้นมาจะทำยังไงคะ”“พี่สาบานไ







