แชร์

5. การจากลา (1)

ผู้เขียน: หมอนบนโซฟา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-01 10:09:49

ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวยาวหลายสิบคัน เดินทางเข้าสู่เมืองหลวงแคว้นเฉวียนท่ามกลางความตื่นตาตื่นใจของชาวบ้าน มุ่งหน้าไปยังวังหลวงซึ่งเป็นสถานที่จัดงานอภิเษกให้กับชินอ๋องของแคว้น

เหล่าราษฎรต่างปีติยินดี ด้วยเพราะเห็นว่าชินอ๋องของพวกเขาตรากตรำออกรบจนไม่มีเวลาหาคู่ครอง บัดนี้ได้สตรีที่เพียบพร้อม แม้จะเป็นสามัญชนต่างแคว้นแต่ฝ่าบาทแคว้นต้งหนานก็ให้ความสำคัญ ตรัสถึงว่าที่ชินหวังเฟย ว่าเป็นหลานของพระองค์

“หนานเนี่ยนเจิน ถวายพระพรฝ่าบาท” องค์รัชทายาทแคว้นเฉวียนประสานมือค้อมตัวคำนับองค์กษัตริย์เฉวียนเทียนฉี

แทบเท้าของกษัตริย์มีสาวงามคอยบีบนวดแข้งขาให้ ทั้งที่อยู่ต่อหน้าข้าราชบริพารมากมาย ช่างสมกับที่ราษฎรเล่าขานกันว่าเป็นกษัตริย์ไร้ความสามารถ เสเพล มากตัณหา เหล่านางกำนัลในตำหนักล้วนได้ถวายงานบนแท่นบรรทม

เนี่ยนเจินได้แต่หวังว่าสวามีของน้องสาวจะไม่ใช่บุรุษเช่นนี้

“ตามสบายๆ องค์รัชทายาทถึงขั้นสละเวลามาร่วมงานแต่งของเจ้า ถือเป็นเกียรติของชินอ๋องและว่าที่ชินหวังเฟยแล้ว”

“เป็นหน้าที่ของพี่ชายที่ต้องมาส่งน้องสาวพ่ะย่ะค่ะ อันที่จริงเสด็จพ่อเองก็รอส่งหลานรักให้ถึงมือเจ้าบ่าว ไม่คิดว่าชินอ๋องจะติดภารกิจในวันสำคัญเช่นนี้” หนานเนี่ยนเจินปรายตามองว่าที่น้องเขยที่สวมชุดแดงยืนนิ่งอยู่บนแท่นพิธี

“...”

“หากมิใช่เพราะเมิ่งเอ๋อร์มีใจให้ชินอ๋องอยู่ก่อนแล้ว เสด็จพ่อคงล้มเลิกการแต่งเชื่อมสัมพันธ์ครั้งนี้ไปเสียแล้ว” น้ำเสียงเรียบนิ่งทำเอาเหล่าขุนนางที่เข้ามาร่วมพิธีขนลุกเป็นเกลียว

นั่นมิได้หมายความว่าเชื้อพระวงศ์แคว้นต้งหนาน ให้ความสำคัญกับว่าที่ชินหวังเฟยมากหรอกหรือ

“ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ เรื่องบ้านเมืองมิอาจรอได้”

“หึ ข้าก็ขอให้มันเป็นเรื่องบ้านเมืองจริงๆ เถิด” หนานเนี่ยนเจินจ้องเฉวียนหย่งเฟิงไม่วางตา สายตาชินอ๋องผู้นี้ไร้แววหวาดกลัว เสี้ยวของความรู้สึกผิดก็ไม่มีให้เห็น นั่นยิ่งทำให้องค์รัชทายาทโมโหยิ่งกว่าเดิม

“องค์รัชทายาทระงับโทสะด้วยพ่ะย่ะค่ะ” เป็นเว่ยหนิงอันที่คว้าแขนญาติผู้พี่เอาไว้ ยามนี้คงมีเพียงคุณชายเล็กสกุลเว่ยที่มีสติที่สุด

“เปี้ยนกงกง เริ่มพิธีได้แล้ว” สุดท้ายก็เป็นฮองเฮาจิ้งรุ่ยซือที่ยุติสงครามประสาท มารดาแผ่นดินยกยิ้มบาง จนคนมองมิอาจคาดเดาได้ว่าพระนางกำลังดีใจเรื่องใดอยู่กันแน่

ขณะที่ในลานพิธีเริ่มดำเนินไปตามธรรมเนียมการแต่งงานแคว้นเฉวียน เว่ยเมิ่งเหยาที่รอเข้าพิธี กำลังถอนหายใจยาวเหยียด เพื่อกดข่มก้อนเนื้อในอกมิให้เต้นรัว เพียงแค่เท้าสัมผัสแผ่นดินแคว้นเฉวียนภาพในอดีตก็หวนคืนมา ความเจ็บปวด ความสิ้นหวัง และหวาดกลัว ก่อตัวขึ้นจนรู้สึกราวมิอาจกักเก็บมันไว้ได้อีก

คำถามที่นางไม่เคยคิดว่าจะผุดขึ้นมาในหัวของนาง กลับสะท้อนขึ้นมายามที่เห็นใบหน้าของชุนหม่า บิดาชั่วที่ไม่แม้แต่จะสนใจบุตร

เหตุใดพวกมันยังสุขสบาย ทั้งที่นางต้องตายอย่างไม่เป็นธรรม

“เจ้าจะบีบมือข้า จนเลือดออกเลยหรือไร”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   59. ตอนพิเศษ : เยือนต่างแคว้น (2)

    “นี่ของเสี่ยวจินหรือ ที่แท้เจ้าแมวตัวส้มนั่นก็เป็นคุณชายเล็กสกุลเว่ยนี่เอง” หย่งเฟิงหัวเราะร่ายามหันไปเห็นเบาะนุ่มถูกจัดวางไว้เป็นอย่างดี ทั้งเนื้อผ้าที่ใช้เย็บ ลวดลายที่ปักดูก็รู้ว่าใส่ใจ“แน่สิเพคะ ป่านนี้คงไปเดินเล่นรอบจวนแล้วกระมัง ไม่ได้มาเสียนาน”เฉวียนหย่งเฟิงอดไม่ได้ที่จะเดินสำรวจรอบห้องนอนของภรรยา ภายในห้องถูกจัดเป็นสัดส่วนชัดเจน ถึงขั้นใช้ฉากกั้นลายพู่กันของยอดฝีมือ โต๊ะเครื่องประดับก็มีเรียงรายกัน ไหนจะชั้นวางของที่เก็บของในความทรงจำพวกนี้อีก“ท่านพ่อกับท่านแม่มักเก็บของใช้สมัยพวกเรายังเด็กเอาไว้ให้พวกเราดูเพคะ ของเสี่ยวเหอกับเสี่ยวหนิงก็มีอยู่ในห้องของพวกเขา”“หึๆ ข้ากำลังจินตนาการว่าเจ้าใส่ชุดนี้แล้วจะเป็นเช่นไร” เฉวียนหย่งเฟิงหยิบชุดที่เมิ่งเหยาใส่ยามอายุเพียงสองหนาวขึ้นมาดูด้วยรอยยิ้มกริ่ม“มันเก่าแล้วนะเพคะ อย่าจับแรง”“ข้ามิได้ลงแรงเสียหน่อย แล้วอันนี้เล่าคือสิ่งใด”“ผ้าเช็ดหน้าผืนแรกที่หม่อมฉันปักเองเพคะ ปักออกมาได้ไม่งามเท่าใด” เมิ่งเหยาไล้มือลงบนเส้นด้ายด้วยความคิดถึงเฉวียนหย่งเฟิงรับรู้มาโดยตลอดว่าเมิ่งเอ๋อร์รักครอบครัวของนางมาก วันนี้จึงเข้าใจเหตุผลทุกอย่าง คนที

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   58. ตอนพิเศษ : เยือนต่างแคว้น (1)

    เส้นทางเชื่อมระหว่างชายแดนแคว้นต้งหนานและแคว้นเฉวียนถูกปรับปรุงให้สัญจรได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น แสดงถึงความสัมพันธ์อันดีกันระหว่างสองแคว้น ผู้คนขยับขยายการค้าระหว่างแคว้นจนกลายเป็นบ้านพี่เมืองน้องแน่นอนว่าการมาเยือนอย่างยิ่งใหญ่ของฝ่าบาทและฮองเฮาแคว้นเฉวียนสู่แคว้นต้งหนานเป็นเครื่องยืนยันว่าสองแคว้นผูกสัมพันธ์กันแน่นแฟ้น ยิ่งครานี้มิใช่การมาเยือนในฐานะทูตหรือเหตุผลทางด้านการเมือง เพียงเสด็จมาเยี่ยมบ้านเดิมของฮองเฮา ยิ่งเป็นนิมิตหมายอันดีว่าความผูกพันนี้หยั่งรากลึกถึงจิตใจ มิใช่เพียงฉากหน้าเป็นสัมพันธ์เพียงการทูต“ที่นี่ดูเปลี่ยนไปมากจริงๆ เมื่อก่อนตรงนี้เป็นที่ร้าง บัดนี้ทำเป็นแหล่งฝึกอาชีพสำหรับผู้ยากไร้ไปเสียแล้ว” เว่ยเมิ่งเหยาชี้ออกนอกหน้าต่างให้สวามีดู ทั้งที่ประคองโอรสองค์เล็กอยู่บนตัก ส่วนหย่งเฟิงเองก็มีเฉวียนหรานเซ่อนอนซบอยู่กับอกเช่นกัน“เจ้าไม่ได้มาเยือนที่นี่ก็หกเจ็ดปีได้แล้ว ทุกอย่างย่อมต้องเปลี่ยนไป แต่แคว้นต้งหนานเจริญรุ่งเรืองเหนือแคว้นของเรามากจริงๆ”“แคว้นเราพึ่งผ่านวิกฤติ ประชาชนยากไร้มานาน ย่อมต้องใช้เวลาเพคะ เห็นเช่นนี้กว่าเสด็จลุงฮ่องเต้กับองค์รัชทายาทจะช่วยกันสร้า

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   57. เลือกเส้นทาง (จบบริบูรณ์) (2)

    “เสด็จพ่อ” เสียงเล็กที่ยังไม่ชัดเจนเรียกหาคนมาใหม่ ภายในห้องบรรทมของฮองเฮาอบอวลไปด้วยกลิ่นยาสมุนไพรคงเพื่อกลบกลิ่นคาวเลือด พอคิดถึงข้อนี้ใจแกร่งก็กระตุก รู้สึกผิดที่ตนมิได้อยู่ในยามที่คนรักลำบากสายตาของเจ้าแผ่นดินกวาดมองทั้งลูกและภรรยา ขาแกร่งเดินเข้าไปอุ้มเด็กน้อยวัยสองหนาวที่เล่นอยู่กับเสี่ยวจิน ไปหาเมิ่งเหยาที่นอนอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าอิดโรย แต่กลับยังส่งยิ้มบางมาให้สวามี“เป็นอย่างไรบ้าง” นัยน์ตาคมเคลื่อนมองสำรวจเมิ่งเหยาและเจ้าก้อนแป้งตัวเล็กที่นอนหลับตาพริ้มอยู่ข้างๆ มารดา“เป็นโอรสเพคะ”“น่าชัง จมูกเขาเหมือนเจ้า” นิ้วใหญ่ยื่นไปเขี่ยจมูกเล็ก ทำเอาทารกน้อยดิ้นหยุกหยิกเพราะถูกรบกวน สร้างเสียงหัวเราะให้พี่ชายได้เป็นอย่างดี“เสี่ยวหรานก็ชอบน้องใช่หรือไม่ ต่อไปต้องเป็นพี่ชายที่ดีนะ แม่เองก็จะบอกให้น้องเป็นน้องชายที่ดีเช่นกัน”“พ่ะย่ะค่ะ” เด็กชายตอบรับพลางเอียงแก้มให้มารดาจับ แต่ด้วยความเป็นเด็ก อยู่นิ่งได้ไม่นานก็ดิ้นจะลงจากอ้อมกอดบิดา เฉวียนหย่งเฟิงจึงปล่อยโอรสลงไปเล่นกับเสี่ยวจิน แน่นอนว่ามีมี่มี่คอยดูอยู่ไม่คลาดสายตา เพราะแม้จะยังเดินไม่คล่อง แต่ก็เคยทำให้ขันทีกำนัลวิ่งวุ่นไล่จับก

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   56. เลือกเส้นทาง (จบบริบูรณ์) (1)

    ผลัดเปลี่ยนผู้ครองแคว้นก็เหมือนได้แผ่นฟ้าใหม่ ภายใต้การปกครองขององค์ฮ่องเต้เฉวียนหย่งเฟิงนานนับสี่ปี ประชาราษฎร์ร่มเย็นเป็นสุข ขุนนางคดโกงถูกจับไปลงโทษให้เป็นเยี่ยงอย่างจนไม่มีผู้ใดกล้าการทหารเข้มแข็ง ซ้ำยังผูกสัมพันธ์กับแคว้นต้งหนานแน่นแฟ้น แผ่นดินแคว้นเฉวียนจึงไม่มีผู้ใดกล้ารุกล้ำ ทุกอย่างดูเหมือนจะเป็นไปด้วยดี ทว่าคนที่ทุกข์ใจที่สุดคงหนีไม่พ้นโอรสสวรรค์ ยามต้องทนฟังพวกขุนนางเฒ่ายื่นฎีกาให้รับสนมเพิ่ม“ท่านจะพูดเรื่องเดิมซ้ำๆ ด้วยเหตุใด ฟังมิเข้าใจหรือ ว่าวังหลังของข้ามีเพียงฮองเฮาเพียงผู้เดียวก็พอแล้ว”“แต่ฝ่าบาท ฮองเฮาเป็นคนแคว้นต้งหนาน ไหนเลยจะเข้าใจราษฎรแคว้นเฉวียนได้ดีเท่าคนแคว้นเฉวียนด้วยกันเล่าพ่ะย่ะค่ะ” คำพูดของใต้เท้าซ่งทำเอาหย่งเฟิงมีสีหน้ามืดครึ้มลงทันที“หากท่านว่าฮองเฮามิเข้าใจคนแคว้นเฉวียน เช่นนั้นข้าวนับพันกระสอบที่ฝ่าบาทแคว้นต้งหนานพระราชทานให้เมืองที่ประสบภัยของแคว้นเราเมื่อสองปีก่อน เป็นฝีมือผู้ใด”“...”“เศรษฐกิจการค้าทางทะเล ผู้ใดเสนอแนวคิดนี้จนทำให้แคว้นของเราลืมตาอ้าปากได้ เมื่อสมัยอดีตฮ่องเต้พวกท่านอยู่แต่ในเมืองหลวงเคยเดินทางออกไปต่างเมืองหรือไม่ เคยเห็นความ

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   55. สิ้นสุด (2)

    “ท่านหมอฉีนำราชโองการของอดีตฮ่องเต้มาประกาศต่อหน้าทหารและราษฎร ว่าแท้จริงแล้วผู้ครองบัลลังก์ต้องเป็นอดีตชินอ๋องเฉวียนเฮ่อหราน หาใช่ฝ่าบาทไม่!” สิ้นเสียงรายงานก็เหมือนทุกอย่างจะพังทลายลงตรงหน้าเฉวียนเทียนฉีไม่ต่างกับคนเสียสติ เขาเดินหมากพลาด เขาเห็นแก่ที่ท่านหมอฉีเป็นหมอเทวดารักษาได้ทุกโรคจึงไว้ชีวิต ขังเขาไว้เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของตนเอง ไม่คิดว่าท่านหมอผู้นี้จะมีราชโองการในมือ“พวกมันอยู่ไหน นำองครักษ์ไปฆ่าพวกมันให้หมด”“บัดนี้ท่านอ๋องยกทัพทหารมาประชิดประตูวังแล้วพ่ะย่ะค่ะ เบื้องหลังมีเหล่าราษฎรมาช่วยสนับสนุน ต่างก็สาปแช่งฝ่าบาทว่าเป็นโอรสทรพี”“เฉวียนหย่งเฟิง ข้าจะฆ่ามัน ข้าจะฆ่ามัน!” องค์ฮ่องเต้คว้าดาบจากเอวขององครักษ์วิ่งตรงไปที่หน้าประตูวัง ขึ้นไปอยู่บนกำแพงมองดูว่าทุกอย่างเป็นเหมือนที่องครักษ์รายงานหรือไม่และก็ประจักษ์แก่สายตา ว่าทั้งทหารและราษฎรต่างขับไล่เขาลงจากบัลลังก์ เอ่ยว่าคนชั่วเช่นเขาสมควรตายตก“มันเจ้าช่างบังอาจนัก ทหาร! ฆ่าพวกมันให้หมด ฆ่า!!!!”“เฉวียนเทียนฉี เจ้าหยุดก่อกรรม ชีวิตของผู้บริสุทธิ์ทั้งหลายใช้เพียงแค่ชีวิตชั่วช้าของเจ้ามาแลกไม่ได้ วันนี้ข้าจะทวงคืนความย

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   54. สิ้นสุด (1)

    เพล้ง!!! เสียงแจกันลวดลายหรูหราถูกปัดตกจากแท่นวางจนแตกกระจายด้วยน้ำมือของจิ้งรุ่ยซือ มารดาแผ่นดินแคว้นเฉวียน“พวกเจ้า! พวกเจ้ากล้าปลอมแปลงราชโองการ”“ราชโองการนี้เป็นลายพระหัตถ์ของฝ่าบาท ซ้ำยังมีตราประทับชัดเจน จิ้งรุ่ยซือเจ้าเป็นสตรีบาป รับโทษตายย่อมเหมาะสมแล้ว” เสียงสะบัดของขันทีไม่เกรงกลัวฮองเฮาเลยสักนิดเหตุเพราะหลังจากที่ฝ่าบาทได้รับของจากจวนอ๋องหย่งเฟิงก็โมโหเป็นฟืนเป็นไฟ กงกงดูแลตำหนักใหญ่บอกว่าท่านอ๋องส่งข้าวของเสนาบดีชุนมาให้ฝ่าบาท ในนั้นมีภาพเปลือยของฮองเฮาที่หากไม่ได้เห็นกับตา คงวาดมิได้เหมือนถึงเพียงนั้น จุดตำหนิต่างๆ บนเรือนร่างเสนาบดีชั่วนั่นก็วาดลงไปจนหมดไม่ขาดตกคนจากตำหนักฮองเฮาถูกลากไปสอบสวน นางกำนัลร่างกายอ่อนแอหรือจะทนการทรมานได้จึงได้เอ่ยปากออกไปหมดว่าตนพบเห็นสิ่งใด ทุกครั้งที่เสนาบดีชุนมาขอเข้าเฝ้าฮองเฮาพวกนางก็จะถูกไล่ออกมา ซ้ำบางครั้งคราฮองเฮายังลอบออกนอกวังไปบนคนแซ่ชุนผู้นั้นอีกด้วยนางกำนัลอาวุโสที่ติดตามดูแลจิ้งฮองเฮามาถูกทรมานจนสารภาพว่าฮองเฮากับชุนหม่าเคยมีสัมพันธ์กันก่อนที่ฮองเฮาจะถูกเสนอชื่อเข้าวังนั่นยิ่งทำให้ฝ่าบาทคาดเดาได้ในทันทีว่า บ่าวจากจวนอ๋องนั้

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   31. กิริยาไม่เหมาะสม (1)

    “เรา...เคยพบกันมาก่อนหรือไม่” แม่ทัพเล่อจ้องมองหลานสะใภ้ด้วยความสงสัย เขาเองก็บอกไม่ถูกว่าเหตุใดถึงถามคำถามนั้นออกไป ใบหน้าของเว่ยเมิ่งเหยาไม่คุ้นเลยสักนิด ทว่าความรู้สึกกลับบอกว่าคุ้นเคย“ไม่เคยขอรับ นางพึ่งมาที่นี่ครั้งแรก” เฉวียนหย่งเฟิงขยับมาบังร่างอรชรจากสายตาของผู้เป็นลุง ความรู้สึกหงุดหงิดตี

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   23. ปากอย่างใจอย่าง (2)

    ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า บรรดาเจ้านายของจวนต่างก็พากันกลับเรือนพักหลังจากที่ทานมื้อเย็นด้วยกันเสร็จสรรพ ร่างอรชรเดินเคียงข้างสวามีกระทั่งถึงทางแยก“ราตรีสวัสดิ์เพคะท่านอ๋อง” หวังเฟยยอบตัวคำนับ พลางเดินแยกไปทางเรือนของตน ทว่าร่างสูงใหญ่กลับก้าวตามนางมา“ท่านอ๋อง...? นะ นั่นมิใช่ทางกลับเรือนของท่านนะ”“จว

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   22. ปากอย่างใจอย่าง (1)

    “ข้ามีเรื่องต้องจัดการ ตามมาเงียบๆ อย่าได้สร้างเรื่อง” ทันทีที่ถึงค่ายทหาร เฉวียนหย่งเฟิงก็กำชับเมิ่งเหยาเป็นครั้งที่สาม ทำเอาอดีตคุณหนูเว่ยถอนหายใจหน่าย นางสร้างปัญหาเมื่อใดกันตั้งแต่มาที่นี่ก็วุ่นวายอยู่กับเรื่องจัดการเรือน จะมีก็แต่ครั้งนั้น“ท่านอ๋องกำชับหม่อมฉันเป็นครั้งที่สามแล้วนะเพคะ”“...

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   18. กลิ่นที่คุ้นเคย (4)

    “ไท่เฟย หม่อมฉันนำของว่างมาให้เพคะ” เสียงหวานดังขึ้นท่ามกลางเสียงกระบี่ที่กระทบกัน ผู้อาวุโสของจวนหยุดการซ้อมลง พลางเดินขึ้นมาบนศาลาเล่อฟางหัวหันมองสะใภ้ที่ไม่พึงใจด้วยสายตานิ่งสนิท นางกำนัลเห็นไท่เฟยนั่งลงแล้ว จึงพากันเข้ามาปรนนิบัติซับเหงื่อไคล“เห็นนางกำนัลบอกว่าเจ้าให้คนตรวจสอบทรัพย์สินหรือ”“

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status