แชร์

6. การจากลา (2)

ผู้เขียน: หมอนบนโซฟา
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-03-01 10:09:55

“เจ้าจะบีบมือข้า จนเลือดออกเลยหรือไร”

เฮือก!!! เสียงทุ้มต่ำติดไม่พอใจของคนข้างกาย ช่วยดึงสติของหญิงสาวให้หวนคืนมา ใบหน้าที่ถูกปกปิดด้วยผ้าคลุมหันไปมองว่าที่สวามีข้างกาย

รูปงาม...พูดคำนี้คงไม่ผิดนัก จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักเป็นกระจับ คิ้วคมนั้นส่งเสริมดวงตาเฉี่ยวนั้นดูมีเสน่ห์จนมิอยากละสายตา

“มองไปด้านหน้า อย่าทำให้ข้าขายหน้าเชียว”

“ขะ ขอพระทานอภัยเพคะ” เมิ่งเหยาหันกลับมามองตรง ก่อนหน้านางไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตนเองถูกนางกำนัลพาเดินมาส่งให้เจ้าบ่าวแล้ว จึงเผลอจิกเล็บลงบนมือของอีกฝ่าย

น้ำเสียงฮึดฮัดไม่พอใจของว่าที่สวามี ทำให้เมิ่งเหยาต้องตั้งสติจดจ่ออยู่กับพิธีการตรงหน้า งานครานี้มีองค์รัชทายาทเข้าร่วมด้วยจะทำขายพระพักตร์มิได้เด็ดขาด ทุกย่างก้าวของนางต่อจากนี้แบกชื่อเสียงของแคว้นเอาไว้ จะไม่ยอมให้เสื่อมเสียเด็ดขาด

“กราบไหว้ฟ้าดิน!!!” เสียงขานขั้นตอนพิธีเป็นไปตามลำดับ ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้เป็นอย่างดี สมเกียรติ สมฐานะ จนพี่น้องสกุลเว่ยและองค์รัชทายาทรู้สึกพอใจขึ้นมาบ้าง

กระทั่งขั้นตอนพิธีต่างๆ เสร็จสิ้นลง เว่ยเมิ่งเหยาก็ไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับพี่น้อง นางถูกพาขึ้นรถม้า เพื่อส่งคู่บ่าวสาวเข้าเรือนหอที่จัดไว้ในจวนอ๋อง ด้านแขกเหรื่อที่มาร่วมงานก็ต่างสังสรรค์กันต่ออย่างครึกครื้น

ในขณะที่ห้องหอนั้นเงียบสนิท หลังจากที่มือแกร่งของหย่งเฟิงกระชากผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออก นักรบหนุ่มก็ตัวแข็งทื่อ ไม่พูดไม่จาเอาแต่จ้องหน้าเจ้าสาวของตน

เว่ยเมิ่งเหยา...เกินกว่าที่หงอู่บรรยายไปมาก

“หน้าหม่อมฉัน มีสิ่งใดติดอยู่อย่างนั้นหรือเพคะ” มือเรียวแตะลงบนปรางแก้มสีแดงระเรื่อ ไล่เช็ดไปตามริมฝีปากบาง เพราะกลัวว่าจะมีเศษขนมที่มี่มี่แอบเอามาให้นางทานรองท้องติดอยู่

“เจ้าทำทุกอย่างพังหมด” ปัง! มือหนากระทบลงบนโต๊ะเสียงดังจนเมิ่งเหยาสะดุ้ง หันมองหน้าสามีอย่างงุนงง

“...”

“หยุดมองข้าด้วยแววตาใสซื่อเช่นนั้น ข้าเกลียดสตรีอ่อนแอปวกเปียกเช่นเจ้าที่สุด” แววตาคมกริบจ้องมองเมิ่งเหยาราวกับจะฉีกเป็นชิ้นๆ ก่อนจะถอนหายใจแรงแล้วลุกออกจากโต๊ะ

“ท่านอ๋องจะไปที่ใดเพคะ คืนเข้าหอ คู่บ่าวสาว-”

“เรื่องของข้า! ข้ามิคิดอยากแต่งกับเจ้า อย่าได้กระทำตนเจ้ากี้เจ้าการราวกับเป็นภรรยาของข้าจริงๆ” เสียงตะคอกดังลั่นนั้น ทำให้เว่ยเมิ่งเหยาตกใจกลัวเล็กน้อย แต่เมื่ออีกฝ่ายเดินจากไป ใบหน้าหวานเปลี่ยนเป็นยกยิ้มบางเบา

เชิญท่านเกลียดข้าให้พอใจเถิด ใครเขาจะสนใจกัน เป้าหมายของการมาเยือนแคว้นเฉวียนครั้งนี้ ก็เพื่อแก้ไขเรื่องว้าวุ่นในอกเท่านั้น มิจำเป็นต้องผูกสัมพันธ์รักใคร่ฉันสามีภรรยา

“เฮ้อ~ ดีที่ไม่ต้องนอนเบียดกัน” เว่ยเมิ่งเหยาจัดการคีบอาหารเข้าปากให้พออิ่ม ก่อนจะผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวเข้านอน

แต่คงเพราะแปลกที่แปลกทางจึงมิอาจข่มตานอนได้ จิตใจคิดฟุ้งซ่านไปเรื่อยเปื่อยความรู้สึกที่เด่นชัดที่สุดตอนนี้คงหนีไม่พ้นคิดถึงบ้าน คิดถึงท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านย่าทวด ไม่รู้ป่านนี้ท่านย่าทวดกับท่านแม่จะยังร้องไห้อยู่อีกหรือไม่

เสี่ยวเหอ เสี่ยวหนิง และองค์รัชทายาทต่างก็เดินทางมาที่นี่กับนาง ไหนจะมี่มี่กับเสี่ยวจินอีก ไม่มีใครอยู่ปลอบใจท่านทั้งสองเลย คงมีเพียงท่านพ่อที่พอจะช่วยได้

“เฮ้อ” เสียงถอนหายใจดังขึ้นไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง นอกจากความกังวลเกี่ยวกับครอบครัว เมิ่งเหยายังกังวลเรื่องของตนเองไม่น้อย ความรู้สึกของนางตอนนี้โดดเดี่ยวจนเหงา ดีที่องค์รัชทายาทและน้องชายทั้งสองยังอยู่ที่นี่ วันพรุ่งพวกเขาสัญญาว่าจะมาพบนางแต่เช้า เห็นว่าจะอยู่ที่นี่จนกว่านางจะเริ่มชินกับแคว้นเฉวียนเสียก่อน จึงจะเดินทางกลับ

“นอนเสียเมิ่งเหยา วันพรุ่งต้องเป็นวันที่ดีแน่” สตรีงามซุกตัวอยู่ในผ้าห่มอุ่น ดึงหมอนอีกใบมากอดเหมือนยามที่มีเสี่ยวจินอยู่ด้วย ปล่อยให้ความคิดลื่นไหลไปจนเข้าสู่ห้วงนิทรา

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   14. แส้ไหมถัก (3)

    ทว่าความคิดของเว่ยเมิ่งเหยากลับผิดมหันต์ชุนซิ่นเยว่ไม่ลงโทษสาวใช้ในตอนนั้นก็จริง แต่เช้าวันถัดมา เหล่าแม่ครัวจวนอ๋องต่างพูดคุยกันว่าสาวใช้สกุลชุนนางหนึ่งถูกโบยจนไม้หัก ซ้ำยังมิให้หมอมารักษา ยาเพียงขนานเดียวยังไม่เมตตา ทำทั้งหมดนี้เพียงเพราะเรื่องที่วางกาชาเสียงดัง“เจ้าไม่เคยเปลี่ยนไปเลยจริงๆ ชุนซิ่นเยว่” อดีตคุณหนูเว่ยแค่นหัวเราะให้กับความคิดก่อนหน้าของตน นางคิดได้อย่างไรว่าคนเช่นนั้นจะกลับตัวกลับใจได้“หวังเฟยว่าอย่างไรนะเพคะ”“ไม่มีอะไร พวกเจ้ามีใครพอจะรู้จักนางหรือไม่”“หม่อมฉันรู้จักเพคะ พี่น้องถิงเหม่ย ถิงสวี เคยพบกันที่ตลาดหลายครา” นางกำนัลในโรงครัวต้องออกไปซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารแทบทุกวัน จึงได้พบปะกับบ่าวไพร่สกุลขุนนางบ่อยครั้ง“เช่นนั้นเจ้าเอาเงินนี่ไปซื้อยาให้นางที นึกแล้วเวทนานัก”“ขอบพระทัยเพคะหวังเฟย สองพี่น้องเป็นคนรู้บุญรู้คุณ หม่อมฉันจะให้พวกนางมาขอบพระทัยหวังเฟยด้วยตนเองแน่เพคะ”“อืม ไว้หายดีค่อยว่ากัน” เว่ยเมิ่งเหยาไม่ปฏิเสธ เหตุผลที่ช่วยบ่าวสกุลชุนนอกจากความสงสาร นางก็หวังประโยชน์เช่นกัน“จริงสิมี่มี่ เจ้าบอกว่านางรำในงานเมื่อวานเป็นนางโลมอย่างนั้นหรือ”“ใช่เพคะ นาง

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   13. แส้ไหมถัก (2)

    “มอบการแสดงนี้เป็นของขวัญให้ท่านเสนาบดีชุน หวังเหลือเกินว่าท่านจะอายุยืนยาวทันได้เห็นความเป็นไปของสกุลชุน”สิ้นประโยคอวยพรที่ฟังดูขัดหู มือเรียวยาวก็ตวัดแส้เบาๆ เส้นไหมถักสะบัดโค้งอ่อนช้อย กายงามโอนอ่อนร่ายรำไปตามจังหวะดนตรี ปลายแส้แหวกมวลอากาศรอบข้างจนเกิดเสียงดัง ให้คนที่เคลิบเคลิ้มไปกับการขยับร่างกายอันแสนเย้ายวนได้ดึงสติกลับมาจังหวะการร่ายรำมิได้เร่งรีบ ฝีเท้าเบาเคลื่อนหมุนพลางโบกสะบัดแส้หยกเป็นวงคลื่น วาดลวดลายอ่อนโยนในอากาศ ทว่าบางคราวก็ฉับไวปานสายฟ้าปัง!!! ปลายแซ่ฟาดลงกลางโต๊ะที่อยู่ต่อหน้าชุนซิ่นเยว่ จนแตกเป็นสองเสี่ยง“กรี๊ด!!!!!” เสียงกรีดร้องของสตรีสกุลชุนที่นั่งอยู่บริเวณนั้นดังขึ้นพร้อมกัน โดยเฉพาะชุนซิ่นเยว่ที่บัดนี้โผเข้ากอดสามีด้วยเนื้อตัวสั่นเทาผู้คนในงานเลี้ยงต่างตกอกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คงจะมีแต่นักรบที่ผ่านสงครามมานับไม่ถ้วนเท่านั้นที่ไม่หวั่นเกรงเล่อฟางหัวยกยิ้มเล็กน้อย สายตาที่ใช้มองสะใภ้มิได้ติดรำคาญเหมือนในวันแรกๆ ที่พบเจอ แต่จะให้เป็นแววตาที่ชื่นชมยินดีก็คงจะเร็วไป“ขอประทานอภัยเพคะฮองเฮา ต้องขออภัยฮูหยินฟู่ ข้ามิได้ฝึกร่ายรำมานาน จึงพลาด” เว่ยเมิ่ง

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   12. แส้ไหมถัก (1)

    “หายไปที่ใดมา” ทันทีที่ร่างบอบบางนั่งลงข้างๆ เฉวียนหย่งเฟิงก็อดถามไม่ได้ มีอย่างที่ไหนเป็นคนต่างบ้านต่างเมือง ดันเดินเพ่นพ่านไปทั่ว หากเกิดเรื่องขึ้นมาคงไม่พ้นเป็นเขาที่ต้องออกหน้าจัดการ“สามีของชุนซิ่นเยว่เป็นคนอย่างไรหรือเพคะ”“เจ้าจะอยากรู้เรื่องของผู้อื่นไปทำไม”“เพียงแค่ตอบ ยากนักหรือเพคะ” เว่ยเมิ่งเหยาเริ่มจะทนไม่ไหวกับสวามีผู้นี้ แสดงท่าทีรำคาญจนมี่มี่ต้องดึงชายอาภรณ์ห้ามปราม บ่าวรับใช้คนสนิทรู้ดีทีเดียว ว่าหากได้ดื่มสุราแล้ว คุณหนูที่เคยเรียบร้อยว่าง่าย ก็กลายเป็นคนละคนขนาดนายท่านกับคุณชายทั้งสองยังส่ายหัว เพราะตามเอาใจไม่ถูก“ฟู่กงจวิ่นถือว่าเป็นบุรุษที่ดีพ่ะย่ะค่ะหวังเฟย เป็นคนมีคุณธรรม วางตัวดี มีความสามารถหลายด้าน ไม่ว่าเรื่องใดเขาก็รู้ไปเสียทุกอย่าง ถึงกระนั้นกลับสอบจองหงวนไม่ผ่านเสียที”“...” ดูท่าแล้วชายหนุ่มจะเป็นพวกรู้ไม่จริงกระมัง“แต่ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีที่สตรีหมายปองนะพ่ะย่ะค่ะ เพราะเอาใจฮูหยินเป็นที่หนึ่ง ยอมแต่งเข้าสกุลชุน ทั้งยังเอ่ยคำสาบานว่าจะไม่รับอนุ ไม่แต่งภรรยารอง” หงอู่ คนสนิทของชินอ๋องกล่าวรายงานแทนนายเหนือหัว มิเช่นนั้นนายทั้งสองคงโต้เถียงกันไม่หยุด“

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   11. สกุลชุน (2)

    งานเลี้ยงดำเนินไปอย่างน่าเบื่อ ไม่มีสิ่งใดแตกต่างกับงานเลี้ยงฉลองทั่วไป เหล่าขุนนางที่อยากเชื่อมสัมพันธ์กับคนใหญ่คนโตก็ใช้โอกาสนี้เข้าหาเชื้อพระวงศ์และขุนนางใหญ่ แน่นอนว่าเฉวียนหย่งเฟิงและเว่ยเมิ่งเหยารับการคารวะไปหลายจอก“หม่อมฉันขอออกไปสูดอากาศด้านนอกนะเพคะ”“อย่าได้สร้างเรื่องให้กระทบมาถึงข้าเล่า”“จิ๊ หม่อมฉันมิใช่ตัวปัญหาเสียหน่อย” พอสุราเข้าปาก ความกล้าก็ดูจะมากขึ้นตาม คนงามถึงขั้นชักสีหน้าใส่สวามีตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีผู้ใดต่อว่านางด้วยถ้อยคำเช่นนี้ กับคนในครอบครัวยิ่งไม่เคยมี แล้วบุรุษตรงหน้าเป็นใครกัน“นี่เจ้า-”“พอๆ อยู่ด้านนอกรักษากิริยาบ้าง” ไท่เฟยรู้นิสัยบุตรชายดี หากต่อความยาว เรื่องนี้ไม่มีทางจบ“เช่นนั้นหม่อมฉันขออนุญาตนะเพคะ” ว่าเพียงเท่านั้นเว่ยเมิ่งเหยาก็ปลีกตัวออกมา โดยมีเหล่านางกำนัลและขันทีติดตามอย่างที่ควรจะเป็นร่างบางเดินลัดเลาะออกมาจากโถงงานเลี้ยง ย่างก้าวตามทางที่มุ่งหน้าไปยังสวนดอกไม้ นึกถึงยามนั้นนางมิเคยได้เฉียดกายเข้ามาเสียด้วยซ้ำ ทว่าวันนี้กลับไม่มีผู้ใดกล้าห้ามนาง เพียงเสี้ยวความคิดที่แล่นเข้ามาในหัวเว่ยเมิ่งเหยาตัดสินใจหันหลังให้สวนดอกไม้งดงาม จุด

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   10. สกุลชุน (1)

    เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เสียงแส้กระทบลงบนผิวหนังเด็กหญิงวัยเพียงสิบสองหนาวอย่างต่อเนื่อง ชุนผิงหลานได้แต่กัดฟันร้องไห้ อดทนกับความเจ็บปวดที่ถูกบิดาลงโทษ“ต่อไปจะทำอีกหรือไม่”“มะ ไม่ทำแล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ ขะ ข้าจะไม่พาน้องหญิงไปเสี่ยงอันตรายอีก” เสียงสั่นเครือเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าเปื้อนไปด้วยน้ำตาจนผู้คนที่พบเห็นอดสงสารไม่ได้ มารดาของเด็กหญิงก็ได้แต่ร่ำไห้ เพราะมิอาจปกป้องบุตรสาวได้เหตุผลที่ถูกลงโทษวันนี้ เพราะระหว่างที่ชุนผิงหลานกำลังถูกชุนซิ่นเยว่กลั่นแกล้ง สั่งให้ปีนต้นไม้ นางดันพลาดตกลงมาทับน้องสาวที่อยู่ด้านล่างเด็กหญิงอายุน้อยกว่าร้องไห้โฮเมื่อเห็นรอยแผลถลอกบนแขน วิ่งโร่ไปฟ้องบิดามารดา ทว่าคำเอ่ยเล่ากลับต่างจากความเป็นจริง บอกว่าตนถูกผิงหลานชักชวนไปเล่นจนบาดเจ็บ“ดี! หากเจ้าทำอีก ข้าจะตีเจ้าให้ตายเสีย ไป!!!” นับจากนั้นเสียงตะคอกปนแหบก็เป็นเสียงที่ชุนผิงหลานหวาดกลัวมาตลอดชีวิตไม่สิ...อันที่จริงเรือนสกุลชุนแห่งนี้ ไม่มีที่ใดที่นางไม่หวาดกลัวเลย กระทั่งอยู่ในอ้อมกอดของมารดา ก็ไม่เคยรู้สึกอบอุ่น“เว่ยเมิ่งเหยา เมิ่งเหยา เมิ่งเหยา!” เฮือก!!!“เจ้าคะ เอ่อ เพคะ” คนงามหลุดออกมา

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   9. มิใช่เรื่องง่าย (2)

    มี่มี่จัดการรินชาและเตรียมขนมไว้บนโต๊ะทำงานเจ้าของจวน ก่อนจะย่อตัวหันหลังออกจากห้องให้สองสามีภรรยาได้พูดคุยกัน ภายในห้องจึงมีเพียงชายหญิงและเจ้าแมวส้มที่จ้องหน้าเฉวียนหย่งเฟิง ส่งเสียงในลำคอคล้ายกำลังขู่อีกฝ่าย“เหตุใดยังไม่ออกไปอีก”“หม่อมฉันอยากสอบถามบางเรื่องเพคะ ขอหม่อมฉันนั่งได้หรือไม่”“ใครใช้ให้เจ้ายืนเล่า” คำพูดก่อกวนดังขึ้นจากบุรุษที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตามองม้วนตำรา“ขอบพระทัยเพคะ เอ่อ หม่อมฉันออกไปเดินตลาดได้หรือไม่เพคะ แล้วหากจะออกไปต้องขออนุญาตผู้ใดหรือไม่” คำถามนั้นทำให้คนฟังถึงขั้นวางม้วนตำราในมือ กายสูงใหญ่เอนพิงพนักเก้าอี้ พลางยกยิ้มมุมปาก“ออกไปได้ มิต้องขอผู้ใด เพียงแต่แจ้งให้พ่อบ้านรู้เอาไว้”“เข้าใจแล้วเพคะ”“แต่เจ้าจะไหวหรือ” ตาคมหรี่มองสาวงามนั่งอุ้มเจ้าแมวหน้าหยิ่งด้วยความดูแคลน“หืม” เมิ่งเหยาเห็นสายตาเช่นนั้นก็เอียงคอสงสัยในสิ่งที่ชายหนุ่มพูด“บิดาเจ้าคงจะบอกเจ้าอยู่กระมัง ว่าข้าแสดงออกชัดเจนว่าอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับฝ่าบาท ดังนั้นเจ้าควรระวังตัวเอาไว้บ้าง ไม่แน่ว่าวันที่เจ้าออกนอกจวน อาจจะเป็นวันสุดท้ายของชีวิตเจ้า” หย่งเฟิงมิได้พูดเกินจริงเลยสักนิด ทั้งเขาและเสด็

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status