Share

4. ตัดสินใจด้วยตัวเอง (3)

last update Last Updated: 2026-03-01 10:09:42

ข่าวการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์แพร่กระจายไปทั่วทั้งแคว้น มีแต่ผู้คนไม่เห็นด้วย เพราะสงสารคุณหนูเว่ยที่ต้องไปใช้ชีวิตกับชายโหดเหี้ยมอย่างชินอ๋องเฉวียนหย่งเฟิง ซ้ำอีกฝ่ายยังหมายปองจะแต่งสตรีอื่นอยู่แล้ว มีข่าวลือมากมายที่ถูกเล่าต่อกันมาว่าชินอ๋องไม่ยินดีแต่งสตรีต่างแคว้น ถึงขั้นเอ่ยว่าจะส่งคนมาลอบฆ่าว่าที่เจ้าสาว

แต่สุดท้ายจะทำเช่นไรได้ ในเมื่อคุณหนูเว่ยตอบรับการแต่งงานนี้ด้วยตนเอง หนึ่งเพราะไม่อยากให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองแคว้นต้องจบลง อีกเหตุผลเพราะคุณหนูเว่ยเมิ่งเหยามีใจให้กับชินอ๋องแคว้นเฉวียนอยู่ก่อนแล้ว

“ข้าก็คิดอยู่ ว่าเหตุใดคุณหนูเว่ยมิยอมแต่งออกเสียที ทั้งที่มีแม่สื่อจากหลายสกุลมาทาบทาม ที่แท้เพราะมีบุรุษในใจแล้วนี่เอง”

“แต่ก็นะ ชินอ๋องผู้นั้นได้ข่าวว่าผ่านมาหลายสงคราม แม้แต่เด็กกับสตรียังฆ่ามาแล้ว เช่นนี้จะไม่เป็นไรหรือ”

“เจ้าคิดว่าบุตรีองครักษ์เว่ย อ่อนแอหรือไรเล่า ก็รู้ๆ กันอยู่ว่าคุณหนูเว่ยไม่ต่างจากบิดาสักนิด” พ่อค้าแม่ขายต่างก็จับกลุ่มพูดคุยกัน

ทว่าภายในจวนสกุลเว่ยกลับเงียบสงัด มื้อเย็นวันนี้ไม่มีบทสนทนา ไร้เสียงหัวเราะ มีเพียงเสียงทานข้าวเงียบๆ ของคนสกุลเว่ยทั้งหก ไม่นานนักผู้เป็นย่าทวดก็วางตะเกียบลง

“ท่านย่าทวด เหตุใดทานน้อยนักเจ้าคะ ทานอีกหน่อยเถิดเจ้าค่ะ”

“อึก หากเจ้าไป ผู้ใดจะดูแลย่าเล่าเมิ่งเอ๋อร์” เสียงแหบสั่นของผู้อาวุโสทำเอาทุกคนสะอึก ต่างก้มหน้าก้มตา หลบซ่อนดวงตาที่แดงก่ำของตน

“เมิ่งเอ๋อร์ไม่อยู่ ก็ยังมีท่านแม่ท่านพ่อและน้องๆ อีกหน่อยเสี่ยวเหอกับเสี่ยวหนิงก็มีสะใภ้ให้ท่านย่าทวดแล้ว” คุณหนูเว่ยขยับเข้ามาคุกเข่าข้างผู้เป็นย่าทวด ประคองมือเหี่ยวขึ้นมาแนบแก้มของนาง

“แต่ย่าเป็นห่วงเจ้า ข่าวลือของชินอ๋องผู้นั้นมิใคร่จะไปในทางดีนัก”

“เป็นความผิดของข้าเองเจ้าค่ะ ฮึก เป็นข้าที่ตอบรับเทียบหมั้นนั้น” จางหยู่เยียนนึกโทษตัวเอง

ยามนั้นนางตั้งครรภ์เมิ่งเหยาได้เพียงเจ็ดแปดเดือน ถูกเรียกให้เข้าร่วมงานเลี้ยงรับราชทูตพร้อมกับสามี ครานั้นเป็นองค์ชายเฉวียนเฮ่อหรานบิดาของชินอ๋อง อีกฝ่ายตรัสว่าอยากเชื่อมสัมพันธ์กับนาง แต่ในเมื่อไม่มีวาสนาก็ขอผูกสัมพันธ์กับบุตรในครรภ์แทน

นางรับของหมั้นไว้เพราะไม่อยากให้เกิดข้อบาดหมางกัน กระนั้นนางก็หาข้อป้องกันไว้แล้ว ยื่นข้อเสนอว่าหากบุตรในครรภ์เป็นสตรี นางจะให้บุตรเป็นคนตัดสินใจว่าจะแต่งตามสัญญาหรือไม่ ซึ่งอีกฝ่ายก็รับปากตกลงตามนั้น

แต่ติดที่ว่าบัดนี้คนรับข้อตกลงได้ล้มตายไปแล้ว

“มิใช่ความผิดของเจ้า เป็นพี่ที่วันนั้นไม่เด็ดขาด ยืนกรานปฏิเสธ”

“ไม่ใช่ความผิดของผู้ใดทั้งนั้นเจ้าค่ะ ท่านพ่อท่านแม่มีทางออกให้กับลูก เพียงแต่ลูกอยากแต่งเอง อย่าห่วงเลยเจ้าค่ะ ท่านพ่อเองก็รู้ว่าลูกดูแลตนเองได้”

“พ่อรู้ เหตุใดจะไม่รู้ว่าลูกสาวพ่อเก่ง พ่อฝึกมาเองกับมือ” เว่ยเฉิงหยวนลูบศีรษะบุตรสาวเบาๆ ด้วยความรู้สึกอัดแน่นในอก

“เช่นนั้นอย่าได้กังวลเลยนะเจ้าคะ เลือดเนื้อที่บิดามารดามอบให้ ลูกจะไม่ยอมให้ผู้ใดทำร้ายได้เด็ดขาด หากเขามิใช่คนดี ลูกเองก็จะไม่ทน สัญญาเอ่ยเพียงให้แต่ง ไม่ได้หมายความว่าหย่าขาดมิได้” เว่ยเมิ่งเหยามีเป้าหมายเดียว คือจัดการสิ่งที่ค้างคาในใจมาตลอด เมื่อจบสิ้นแล้วนางจะกลับมาหาครอบครัว

“ข้ากับหนิงอันจะไปรับพี่หญิงกลับสกุลด้วยตัวเอง”

“หากถึงวันนั้น พี่จะเขียนจดหมายถึงพวกเจ้าแน่” เมิ่งเหยาส่งยิ้มให้น้องชาย บรรยากาศผ่อนคลายขึ้นมาเล็กน้อย กระนั้นความรู้สึกหวาดกลัวการจากลาก็ตรึงอยู่ในใจของคนสกุลเว่ย

ขบวนรถม้าตกแต่งด้วยผ้าแดงเนื้อดี ปักเย็บ ลงรายละเอียดทุกตารางนิ้วจากแคว้นเฉวียนเดินทางเข้ามารับตัวเจ้าสาวถึงหน้าสกุลเว่ย

ทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้อย่างยิ่งใหญ่ ฝ่าบาท ฮองเฮา และองค์รัชทายาทเสด็จมาส่งตัวเจ้าสาวด้วยองค์เอง ซึ่งไม่เป็นที่แปลกใจของชาวบ้าน เพราะเป็นที่รู้กันว่าฝ่าบาทกับสกุลเว่ยผูกพันกันยิ่งกว่าพี่น้อง

แต่สิ่งที่น่าแปลกใจคือ...

“หมายความว่าอย่างไร เจ้าบ่าวมิได้มารับตัวเจ้าสาวหรือ”

“ใช่น่ะสิ เห็นว่าฝ่าบาทถึงขึ้นกระแทกจอกชาจนแตก” สิ่งที่ชาวบ้านลือกันไม่มีส่วนใดผิดจากความเป็นจริง

ชินอ๋องเฉวียนหย่งเฟิงผู้เป็นเจ้าบ่าว อาจหาญถึงขั้นไม่มารับเจ้าสาวด้วยตนเอง ตามธรรมเนียมแคว้นต้งหนานมีเพียงภรรยารองและอนุเท่านั้นที่จะได้รับการปฏิบัติเช่นนี้

“แม้เมิ่งเอ๋อร์จะไม่ใช่เชื้อพระวงศ์ แต่นางก็เป็นหลานของข้า ชินอ๋องผู้นั้นใหญ่โตมาจากที่ใด จึงกล้ามาหยาบเกียรติคนแคว้นต้งหนานถึงเพียงนี้!”

“ฝะ ฝ่าบาทโปรดระงับโทสะ ท่านอ๋องติดราชกิจสำคัญ มิอาจเดินทางมาด้วยตนเองได้พ่ะย่ะค่ะ” ราชทูตที่เป็นตัวแทนมารับเจ้าสาวถึงกับขาสั่น

“ราชกิจสำคัญหรือ เช่นนั้นข้าจะไปดูให้เห็นกับตาว่าเขาติดราชกิจใดกันแน่” องค์รัชทายาทแคว้นต้งหนานกระโดดขึ้นควบม้า ตามด้วยคุณชายสกุลเว่ยทั้งสอง

“องค์รัชทายาท เสี่ยวเหอ เสี่ยวหนิง!”

“อย่าได้ห่วงไปเลยเมิ่งเอ๋อร์ พี่ชายและน้องชายของเจ้าจะไปส่งเจ้าเอง”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   14. แส้ไหมถัก (3)

    ทว่าความคิดของเว่ยเมิ่งเหยากลับผิดมหันต์ชุนซิ่นเยว่ไม่ลงโทษสาวใช้ในตอนนั้นก็จริง แต่เช้าวันถัดมา เหล่าแม่ครัวจวนอ๋องต่างพูดคุยกันว่าสาวใช้สกุลชุนนางหนึ่งถูกโบยจนไม้หัก ซ้ำยังมิให้หมอมารักษา ยาเพียงขนานเดียวยังไม่เมตตา ทำทั้งหมดนี้เพียงเพราะเรื่องที่วางกาชาเสียงดัง“เจ้าไม่เคยเปลี่ยนไปเลยจริงๆ ชุนซิ่นเยว่” อดีตคุณหนูเว่ยแค่นหัวเราะให้กับความคิดก่อนหน้าของตน นางคิดได้อย่างไรว่าคนเช่นนั้นจะกลับตัวกลับใจได้“หวังเฟยว่าอย่างไรนะเพคะ”“ไม่มีอะไร พวกเจ้ามีใครพอจะรู้จักนางหรือไม่”“หม่อมฉันรู้จักเพคะ พี่น้องถิงเหม่ย ถิงสวี เคยพบกันที่ตลาดหลายครา” นางกำนัลในโรงครัวต้องออกไปซื้อวัตถุดิบมาทำอาหารแทบทุกวัน จึงได้พบปะกับบ่าวไพร่สกุลขุนนางบ่อยครั้ง“เช่นนั้นเจ้าเอาเงินนี่ไปซื้อยาให้นางที นึกแล้วเวทนานัก”“ขอบพระทัยเพคะหวังเฟย สองพี่น้องเป็นคนรู้บุญรู้คุณ หม่อมฉันจะให้พวกนางมาขอบพระทัยหวังเฟยด้วยตนเองแน่เพคะ”“อืม ไว้หายดีค่อยว่ากัน” เว่ยเมิ่งเหยาไม่ปฏิเสธ เหตุผลที่ช่วยบ่าวสกุลชุนนอกจากความสงสาร นางก็หวังประโยชน์เช่นกัน“จริงสิมี่มี่ เจ้าบอกว่านางรำในงานเมื่อวานเป็นนางโลมอย่างนั้นหรือ”“ใช่เพคะ นาง

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   13. แส้ไหมถัก (2)

    “มอบการแสดงนี้เป็นของขวัญให้ท่านเสนาบดีชุน หวังเหลือเกินว่าท่านจะอายุยืนยาวทันได้เห็นความเป็นไปของสกุลชุน”สิ้นประโยคอวยพรที่ฟังดูขัดหู มือเรียวยาวก็ตวัดแส้เบาๆ เส้นไหมถักสะบัดโค้งอ่อนช้อย กายงามโอนอ่อนร่ายรำไปตามจังหวะดนตรี ปลายแส้แหวกมวลอากาศรอบข้างจนเกิดเสียงดัง ให้คนที่เคลิบเคลิ้มไปกับการขยับร่างกายอันแสนเย้ายวนได้ดึงสติกลับมาจังหวะการร่ายรำมิได้เร่งรีบ ฝีเท้าเบาเคลื่อนหมุนพลางโบกสะบัดแส้หยกเป็นวงคลื่น วาดลวดลายอ่อนโยนในอากาศ ทว่าบางคราวก็ฉับไวปานสายฟ้าปัง!!! ปลายแซ่ฟาดลงกลางโต๊ะที่อยู่ต่อหน้าชุนซิ่นเยว่ จนแตกเป็นสองเสี่ยง“กรี๊ด!!!!!” เสียงกรีดร้องของสตรีสกุลชุนที่นั่งอยู่บริเวณนั้นดังขึ้นพร้อมกัน โดยเฉพาะชุนซิ่นเยว่ที่บัดนี้โผเข้ากอดสามีด้วยเนื้อตัวสั่นเทาผู้คนในงานเลี้ยงต่างตกอกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คงจะมีแต่นักรบที่ผ่านสงครามมานับไม่ถ้วนเท่านั้นที่ไม่หวั่นเกรงเล่อฟางหัวยกยิ้มเล็กน้อย สายตาที่ใช้มองสะใภ้มิได้ติดรำคาญเหมือนในวันแรกๆ ที่พบเจอ แต่จะให้เป็นแววตาที่ชื่นชมยินดีก็คงจะเร็วไป“ขอประทานอภัยเพคะฮองเฮา ต้องขออภัยฮูหยินฟู่ ข้ามิได้ฝึกร่ายรำมานาน จึงพลาด” เว่ยเมิ่ง

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   12. แส้ไหมถัก (1)

    “หายไปที่ใดมา” ทันทีที่ร่างบอบบางนั่งลงข้างๆ เฉวียนหย่งเฟิงก็อดถามไม่ได้ มีอย่างที่ไหนเป็นคนต่างบ้านต่างเมือง ดันเดินเพ่นพ่านไปทั่ว หากเกิดเรื่องขึ้นมาคงไม่พ้นเป็นเขาที่ต้องออกหน้าจัดการ“สามีของชุนซิ่นเยว่เป็นคนอย่างไรหรือเพคะ”“เจ้าจะอยากรู้เรื่องของผู้อื่นไปทำไม”“เพียงแค่ตอบ ยากนักหรือเพคะ” เว่ยเมิ่งเหยาเริ่มจะทนไม่ไหวกับสวามีผู้นี้ แสดงท่าทีรำคาญจนมี่มี่ต้องดึงชายอาภรณ์ห้ามปราม บ่าวรับใช้คนสนิทรู้ดีทีเดียว ว่าหากได้ดื่มสุราแล้ว คุณหนูที่เคยเรียบร้อยว่าง่าย ก็กลายเป็นคนละคนขนาดนายท่านกับคุณชายทั้งสองยังส่ายหัว เพราะตามเอาใจไม่ถูก“ฟู่กงจวิ่นถือว่าเป็นบุรุษที่ดีพ่ะย่ะค่ะหวังเฟย เป็นคนมีคุณธรรม วางตัวดี มีความสามารถหลายด้าน ไม่ว่าเรื่องใดเขาก็รู้ไปเสียทุกอย่าง ถึงกระนั้นกลับสอบจองหงวนไม่ผ่านเสียที”“...” ดูท่าแล้วชายหนุ่มจะเป็นพวกรู้ไม่จริงกระมัง“แต่ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีที่สตรีหมายปองนะพ่ะย่ะค่ะ เพราะเอาใจฮูหยินเป็นที่หนึ่ง ยอมแต่งเข้าสกุลชุน ทั้งยังเอ่ยคำสาบานว่าจะไม่รับอนุ ไม่แต่งภรรยารอง” หงอู่ คนสนิทของชินอ๋องกล่าวรายงานแทนนายเหนือหัว มิเช่นนั้นนายทั้งสองคงโต้เถียงกันไม่หยุด“

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   11. สกุลชุน (2)

    งานเลี้ยงดำเนินไปอย่างน่าเบื่อ ไม่มีสิ่งใดแตกต่างกับงานเลี้ยงฉลองทั่วไป เหล่าขุนนางที่อยากเชื่อมสัมพันธ์กับคนใหญ่คนโตก็ใช้โอกาสนี้เข้าหาเชื้อพระวงศ์และขุนนางใหญ่ แน่นอนว่าเฉวียนหย่งเฟิงและเว่ยเมิ่งเหยารับการคารวะไปหลายจอก“หม่อมฉันขอออกไปสูดอากาศด้านนอกนะเพคะ”“อย่าได้สร้างเรื่องให้กระทบมาถึงข้าเล่า”“จิ๊ หม่อมฉันมิใช่ตัวปัญหาเสียหน่อย” พอสุราเข้าปาก ความกล้าก็ดูจะมากขึ้นตาม คนงามถึงขั้นชักสีหน้าใส่สวามีตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีผู้ใดต่อว่านางด้วยถ้อยคำเช่นนี้ กับคนในครอบครัวยิ่งไม่เคยมี แล้วบุรุษตรงหน้าเป็นใครกัน“นี่เจ้า-”“พอๆ อยู่ด้านนอกรักษากิริยาบ้าง” ไท่เฟยรู้นิสัยบุตรชายดี หากต่อความยาว เรื่องนี้ไม่มีทางจบ“เช่นนั้นหม่อมฉันขออนุญาตนะเพคะ” ว่าเพียงเท่านั้นเว่ยเมิ่งเหยาก็ปลีกตัวออกมา โดยมีเหล่านางกำนัลและขันทีติดตามอย่างที่ควรจะเป็นร่างบางเดินลัดเลาะออกมาจากโถงงานเลี้ยง ย่างก้าวตามทางที่มุ่งหน้าไปยังสวนดอกไม้ นึกถึงยามนั้นนางมิเคยได้เฉียดกายเข้ามาเสียด้วยซ้ำ ทว่าวันนี้กลับไม่มีผู้ใดกล้าห้ามนาง เพียงเสี้ยวความคิดที่แล่นเข้ามาในหัวเว่ยเมิ่งเหยาตัดสินใจหันหลังให้สวนดอกไม้งดงาม จุด

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   10. สกุลชุน (1)

    เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เสียงแส้กระทบลงบนผิวหนังเด็กหญิงวัยเพียงสิบสองหนาวอย่างต่อเนื่อง ชุนผิงหลานได้แต่กัดฟันร้องไห้ อดทนกับความเจ็บปวดที่ถูกบิดาลงโทษ“ต่อไปจะทำอีกหรือไม่”“มะ ไม่ทำแล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ ขะ ข้าจะไม่พาน้องหญิงไปเสี่ยงอันตรายอีก” เสียงสั่นเครือเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ใบหน้าเปื้อนไปด้วยน้ำตาจนผู้คนที่พบเห็นอดสงสารไม่ได้ มารดาของเด็กหญิงก็ได้แต่ร่ำไห้ เพราะมิอาจปกป้องบุตรสาวได้เหตุผลที่ถูกลงโทษวันนี้ เพราะระหว่างที่ชุนผิงหลานกำลังถูกชุนซิ่นเยว่กลั่นแกล้ง สั่งให้ปีนต้นไม้ นางดันพลาดตกลงมาทับน้องสาวที่อยู่ด้านล่างเด็กหญิงอายุน้อยกว่าร้องไห้โฮเมื่อเห็นรอยแผลถลอกบนแขน วิ่งโร่ไปฟ้องบิดามารดา ทว่าคำเอ่ยเล่ากลับต่างจากความเป็นจริง บอกว่าตนถูกผิงหลานชักชวนไปเล่นจนบาดเจ็บ“ดี! หากเจ้าทำอีก ข้าจะตีเจ้าให้ตายเสีย ไป!!!” นับจากนั้นเสียงตะคอกปนแหบก็เป็นเสียงที่ชุนผิงหลานหวาดกลัวมาตลอดชีวิตไม่สิ...อันที่จริงเรือนสกุลชุนแห่งนี้ ไม่มีที่ใดที่นางไม่หวาดกลัวเลย กระทั่งอยู่ในอ้อมกอดของมารดา ก็ไม่เคยรู้สึกอบอุ่น“เว่ยเมิ่งเหยา เมิ่งเหยา เมิ่งเหยา!” เฮือก!!!“เจ้าคะ เอ่อ เพคะ” คนงามหลุดออกมา

  • เช่นนั้นท่านก็เกลียดข้าให้พอใจ   9. มิใช่เรื่องง่าย (2)

    มี่มี่จัดการรินชาและเตรียมขนมไว้บนโต๊ะทำงานเจ้าของจวน ก่อนจะย่อตัวหันหลังออกจากห้องให้สองสามีภรรยาได้พูดคุยกัน ภายในห้องจึงมีเพียงชายหญิงและเจ้าแมวส้มที่จ้องหน้าเฉวียนหย่งเฟิง ส่งเสียงในลำคอคล้ายกำลังขู่อีกฝ่าย“เหตุใดยังไม่ออกไปอีก”“หม่อมฉันอยากสอบถามบางเรื่องเพคะ ขอหม่อมฉันนั่งได้หรือไม่”“ใครใช้ให้เจ้ายืนเล่า” คำพูดก่อกวนดังขึ้นจากบุรุษที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตามองม้วนตำรา“ขอบพระทัยเพคะ เอ่อ หม่อมฉันออกไปเดินตลาดได้หรือไม่เพคะ แล้วหากจะออกไปต้องขออนุญาตผู้ใดหรือไม่” คำถามนั้นทำให้คนฟังถึงขั้นวางม้วนตำราในมือ กายสูงใหญ่เอนพิงพนักเก้าอี้ พลางยกยิ้มมุมปาก“ออกไปได้ มิต้องขอผู้ใด เพียงแต่แจ้งให้พ่อบ้านรู้เอาไว้”“เข้าใจแล้วเพคะ”“แต่เจ้าจะไหวหรือ” ตาคมหรี่มองสาวงามนั่งอุ้มเจ้าแมวหน้าหยิ่งด้วยความดูแคลน“หืม” เมิ่งเหยาเห็นสายตาเช่นนั้นก็เอียงคอสงสัยในสิ่งที่ชายหนุ่มพูด“บิดาเจ้าคงจะบอกเจ้าอยู่กระมัง ว่าข้าแสดงออกชัดเจนว่าอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับฝ่าบาท ดังนั้นเจ้าควรระวังตัวเอาไว้บ้าง ไม่แน่ว่าวันที่เจ้าออกนอกจวน อาจจะเป็นวันสุดท้ายของชีวิตเจ้า” หย่งเฟิงมิได้พูดเกินจริงเลยสักนิด ทั้งเขาและเสด็

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status