Mag-log in“มิได้ลืม เพียงแต่มิอยากเรียกแล้ว” จางหยู่เยียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดออกมาอย่างที่ใจรู้สึก นัยน์ตาใสสบเข้ากับดวงตาพยัคฆ์ที่เคยนิ่งสนิท ทว่าวันนี้มันกลับสั่นไหวอย่างกับคำพูดของหยู่เยียนกระทบจิตใจหนักหนา
มองผิด...นางคงมองผิดไปแน่ๆ เว่ยเฉิงหยวนน่ะหรือจะเสียใจกับคำพูดของนาง
‘ยิ่งเจ้าทำเช่นนี้ ข้ายิ่งรู้สึกรังเกียจเจ้า’
‘รู้เอาไว้เถิดว่าที่ข้าทำอยู่ เพียงเพราะอยากระบายความใคร่จากฤทธิ์ยา มิได้รู้สึกพิศวาสในตัวเจ้าแม้แต่น้อย’
คำพูดมากมายที่ออกจากปากเขาล้วนเป็นความเกลียดชัง นอกจากนั้นเขาไม่เคยพูดกับนางดีๆ เลยสักครั้ง แม้แต่หางตายังไม่เคยเหลือบมองเสียด้วยซ้ำ สายตาตัดพ้อเช่นนั้นอย่าได้หวัง นางคงมองผิดไปเอง
“ข้าเตรียมหมอนกับผ้าห่มไว้ให้ท่านแล้ว นอนเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะนอนที่พื้นเอง”
“เตียงเจ้ามิได้คับแคบถึงเพียงนั้น”
“ข้ารู้เจ้าค่ะ เพียงแต่ข้ามิสะดวกใจที่จะอยู่ใกล้ท่าน ถือเสียว่าเห็นแก่คนท้องเถิดเจ้าค่ะ มิเช่นนั้นข้าคงนอนหลับไม่สนิทแน่” จางหยู่เยียนร่ายยาว นางไม่ได้เอาลูกมาอ้าง แต่นางรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ
ไม่ไว้ใจ ไม่วางใจ เพียงแค่อยู่ในห้องด้วยกันสองคนนางก็รู้สึกระแวงมากพอแล้ว หากให้นอนเตียงเดียวกัน มีหวังนอนไม่หลับทั้งคืน
“...เข้าใจแล้ว เจ้าขึ้นไปนอนบนเตียง พี่จะนอนพื้นเอง” คำพูดแทนตนที่เปลี่ยนไปทำเอาคนท้องชะงัก
“...” จางหยู่เยียนมองตามท่าทีไหล่ลู่คอตก เดินไปหยิบหมอนมาวางบนพื้น พลางล้มตัวลงนอน ตะแคงหันหลังให้นางอีกต่างหาก
“มีฟูกนะเจ้าคะ จะนอนพื้นทำไม” ประโยคท้ายที่พึมพำออกมาด้วยความไม่เข้าใจ เป็นถึงหัวหน้าองครักษ์ เป็นที่วางใจของฝ่าบาท เฮ้อ~ นางนึกเป็นห่วงบ้านเมืองขึ้นมาเสียแล้วสิ
จางหยู่เยียนนึกโล่งใจขึ้นมาเล็กน้อย ขยับกายขึ้นไปนอนบนเตียงกว้าง ก่อนจะล้มตัวลงนอน ตะแคงหันหลังให้อีกฝ่าย มือเรียวลูบหน้าท้อง พลางพึมพำพูดคุยสารทุกข์สุกดิบกับบุตรในครรภ์เบาๆ อย่างที่เคยทำทุกครั้ง โดยไม่รู้เลยว่าทุกการกระทำตกอยู่ในสายตาของเว่ยเฉิงหยวนทั้งหมด
บิดาเองก็อยากรู้ว่าเจ้าเป็นเช่นไร อยากรู้เช่นกันว่ายามที่มือได้สัมผัสกับเจ้าจะรู้สึกเช่นไร เจ้าจะดีใจหรือไม่ที่มีข้าเป็นบิดา
‘นายท่านขอรับ ฮะ ฮูหยินตกเลือด สิ้นลมแล้วขอรับ’
พื้นห้องเจิ่งนองไปด้วยน้ำสีแดงฉาน ร่างของสตรีตั้งครรภ์ใกล้คลอดนอนนิ่งอยู่กับพื้น ใบหน้าที่คุ้นเคยบัดนี้ซีดเซียวไม่ต่างกับคนตาย
‘หยู่เยียน หยู่เยียน! ไปตามหมอมา’ สองแขนสอดเข้าโอบประคองร่างโชกเลือดเอาไว้ในอ้อมอก ผิวสัมผัสที่ยังอุ่นสร้างความหวังให้องครักษ์หนุ่ม ทว่าดวงไฟเล็กๆ ในใจกลับถูกดับลงเมื่อมิอาจคลำหาชีพจรของสตรีในอ้อมแขนได้
“ไม่ ไม่!” เฮือก!!! ร่างกำยำผุดลุกขึ้นนั่ง หอบหายใจหนักหน่วง กรอบหน้าเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ ทว่าเจ้าตัวกลับไม่สนใจที่จะเช็ด เอาแต่ทุบอกของตนเองซ้ำๆ เพราะบัดนี้ความรู้สึกมันอัดแน่นจนเขาหายใจไม่ออก
“อื้อ~ เป็นอันใดของท่าน”
“...มะ ไม่เป็นไร เพียงแค่ฝันถึงเรื่องเก่าๆ” เว่ยเฉิงหยวนหันมองใบหน้างัวเงียผ่านความมืด น้ำในตาคลอจนแทบจะไหลออกมา
“เช่นนั้นก็อย่าได้ละเมอเสียงดัง ข้าง่วง”
“อืม เข้าใจแล้ว เจ้านอนเถอะ” ร่างชุ่มเหงื่อขยับคลานเข่าเข้าไปใกล้เตียง เมื่อเห็นว่าภรรยาหลับตาลงอีกครั้ง
สายตาดุบัดนี้อ่อนลงไม่ต่างกับสุนัขกำลังจะถูกเจ้าของทิ้ง ไล่มองจางหยู่เยียนตั้งแต่หัวจรดเท้า เพื่อย้ำเตือนว่าบัดนี้นางยังคงอยู่กับเขา
“ดีแล้ว ดีมากแล้วจริงๆ”
ภายในห้องโถงตกอยู่ในความเงียบสงัด สาวใช้ทั้งสามต่างก็สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ขนาดหยู่เยียนเองก็มีสีหน้าที่ตกใจกระนั้นก็พยายามเก็บงำเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยสั่งให้สาวใช้ทั้งสามไปจัดเตรียมสำรับมาใหม่“เจ้าไม่ได้บาดเจ็บที่ใดใช่หรือไม่ ตกใจมากหรือไม่” น้ำเสียงเข้มเมื่อครู่อ่อนโยนลงทันใด ร่างกำยำพยุงภรรยาให้นั่งลงบนเก้าอี้ก่อนจะคุกเข่าลงกับพื้นให้อยู่ระดับเดียวกัน สายตาสอดส่องเรือนร่างของคนรักจนแน่ใจว่าไม่ได้มีบาดแผล“แผนของท่านหรือ”“ใช่ ขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอกเจ้าก่อน เจ้ากับลูกคงตกใจมากใช่หรือไม่”“ตกใจเจ้าค่ะ แต่ก็พอเดาออกจากสายตาของท่าน” จางหยู่เยียนขุ่นเคืองอยู่บ้างแต่นางก็ใช่จะเป็นสตรีงี่เง่า“ฮูหยินของพี่เก่งที่สุด...อันที่จริงเพราะเร่งรีบจึงไม่อาจบอกกล่าวเจ้าได้” แท้จริงแล้วหลังจากที่พ่อบ้านนำข่าวมาแจ้งว่าเห็นม่านม่านออกไปพบคนด้านนอก เขาก็จัดการวางแผนนี้ขึ้นมาทันที เพราะหากช้าไปมากกว่านี้อาจสายเกินแก้“พี่ตื่นขึ้นมาทำอาหารและใส่พิษลงไปในนั้นเอง เพราะรู้อยู่แล้วว่าอย่างไรเจ้าก็ต้องให้คนตรวจพิษ จึงจะใช้โอกาสนี้ใส่ร้ายม่านม่านต่อหน้าทุกคน ปัดว่าตนเองมิได้สั่งให้ม่านม่านนำสำรับมาให้เจ้า”“แล้ว
“ฮูหยินเจ้าขาบ่าวได้ยินว่ามีพ่อค้าหาบเร่จากต่างแคว้นมาขายผ้าเจ้าค่ะ ฮูหยินมิอยากได้มาตัดผ้าให้คุณหนูในครรภ์หรือเจ้าคะ” ทันทีที่นายหญิงตื่นนอน ลี่จูก็เร่งแจ้งข่าวสารที่ได้ยินจากโรงครัวในนายฟังทันที“อยากสิ เช่นนั้นเราก็ไปกันเสียวันนี้” มือเรียวหยิบผ้าขึ้นมาซับน้ำบนใบหน้าที่กำลังล้างเสร็จ พลางลุกเดินไปหลังม่านกั้นเพื่อแต่งกาย ก่อนจะออกไปทานมื้อเช้าอี้ถานกับซีเยว่กำลังจัดวางสำรับที่ทำเองให้ผู้เป็นนาย ทว่าเสียงเรียกจากด้านนอกทำให้พวกนางต้องหยุดชะงัก“ฮูหยิน นายท่านให้นำสำรับเช้ามาให้เจ้าค่ะ” ร่างเพรียวบางของม่านม่านปรากฏพร้อมกับประโยคที่คุ้นหู แววตาอ่อนโยนของหยู่เยียนจึงเปลี่ยนไปทันที“ข้าเตรียมสำรับเช้าไว้อยู่แล้ว เจ้าเอากลับไปเถิด”“มิได้เจ้าค่ะ หากนำกลับไปบ่าวต้องถูกนายท่านลงโทษเป็นแน่ นายท่านตั้งใจตื่นแต่เช้ามาทำให้ฮูหยินเลยนะเจ้าคะ” ใบหน้าของสาวใช้ดูร้อนรนอยู่มาก ทำให้หยู่เยียนฉุกคิดขึ้นมาว่าไม่ควรปฏิเสธ ถ้ามีพิษจริงอย่างเรื่องราวในชาติก่อน นางจะถือโอกาสนี้กำจัดคนออกไปจากจวนเสีย“เช่นนั้นก็ได้ ซีเยว่ตรวจพิษในสำรับให้ข้าที”“ตะ ต้องตรวจด้วยหรือเจ้าคะ นี่เป็นสำรับจากนายท่านนะเจ้าคะ” ม
“อืม นางกำนัลผู้นั้นเราสอบสวนไปแล้ว ดูเหมือนว่านางไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอันใด”“ใช่ขอรับ แต่ช่วงนี้ข้าให้คนติดตามดูนาง นางถูกย้ายมาอยู่ตำหนักของหวงกุ้ยเฟย ทำหน้าที่ออกมาจัดการกิจธุระให้พระสนม แต่สถานที่ที่นางแวะทุกครั้งคือศาลเจ้าฟ่งฉุย...” ฝูเจี๋ยเคยลอบเข้าไปในนั้นคราหนึ่ง ได้ยินสิ่งที่นางกำนัลผู้นั้นเอ่ยภาวนาต่อองค์เทพ ว่าขอให้ดวงวิญญาณขององค์รัชทายาทสู่สุคติ อย่าได้จองเวรกับนาง ทั้งยังขอประทานอภัยครั้งแล้วครั้งเล่า“แล้วเจ้า-”“ข้ามิกล้าบุ่มบ่าม กลัวจะเป็นการแหวกหญ้าให้งูตื่น จึงทำได้เพียงลอบเข้าไปค้นในเรือนพักของนาง แล้วได้สิ่งนี้มา”“พู่หยกนี้แม้จะไม่ได้ทำจากหยกเนื้อดีมาก ทว่ากลับแกะสลักด้วยลวดลายที่ประณีต ย่อมต้องเป็นช่างที่มีฝีมือทำขึ้นมา” นิ้วโป้งขยับลูบสัมผัสแผ่นหยกนั้นอย่างพิจารณา“ขอรับ นางกำนัลผู้นี้ข้าไปสืบมาแล้ว มิได้มาจากชนชั้นสูง”“เช่นนั้นสิ่งนี้อาจจะไม่ใช่ของของนาง” ตั้งข้อสงสัยเช่นนี้มิได้เสียหาย เป็นการวางแนวทางในการสืบค้นต่อด้วยซ้ำ“ข้าก็คิดเช่นนั้นขอรับ”“ส่งคนของเราไปสืบหาที่มาของพู่หยกนี้ เริ่มจากร้านเครื่องประดับใหญ่ๆ ในเมืองหลวง แล้วส่งคนตามดูนางกำนัลผู้นั้นตล
ในค่ำคืนที่มืดมิดไร้แสงจันทร์ สองสตรีลอบนัดพบกัน คนผู้หนึ่งคือสาวใช้สกุลเว่ย นามว่าม่านม่าน ทว่าคนอีกผู้กลับปิดบังใบหน้ามิดชิด กระนั้นก็พอมองออกว่าเป็นคุณหนูสกุลใหญ่“เก็บสิ่งนี้ไว้ให้ดี เมื่อใดที่ข้าสั่ง เจ้าจัดการนำสิ่งนี้ใส่ในอาหารให้จางหยู่เยียนกิน”“ตะ แต่ช่วงนี้ฮูหยินไม่รับสำรับจากโรงครัวเลยนะเจ้าคะ”“จะยากอันใด เจ้าเพียงแค่บอกว่าพี่เฉิงหยวนเป็นคนทำ อย่างไรนางก็ต้องกิน” ห่อพิษถูกยัดเข้ามือม่านม่าน พร้อมกับถุงเงิน ทำเอาสาวใช้เบิกตากว้าง ความหวาดหวั่นในใจเมื่อคู่มลายหายไปทันทีที่เห็นเงิน“บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ บ่าวจะไม่ทำให้คุณหนูผิดหวัง”ด้านเว่ยเฉิงหยวนที่ถูกขัดความสำราญใจด้วยเรื่องสำคัญ ก็ได้แต่เดินไปพูดคุยกับลูกน้องในห้องทำงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียด“คนของเราขุดพบสิ่งนี้มาขอรับ ข้าให้คนไปตามสืบกับครอบครัวท่านหมอ จนรู้ว่าเขามีสถานที่ลับ ที่มักจะแวะเวียนไปยามที่ทุกข์ใจ” หนังสือเล่มหนึ่งถูกยื่นมาให้เจ้าของจวน เมื่อเปิดดูจึงได้รู้ว่าเป็นบันทึกชันสูตรของท่านหมอฉิวภายในนั้นมีบันทึกที่เป็นความรู้มากมาย แต่สิ่งที่น่าสนใจกลับเป็นหน้าการชันสูตรของอดีตผู้สืบบัลลังก์ ร่างกายของเด็กชายถูกเข
ปึก!“พี่ขอโทษหยู่เยียน พี่ขอโทษ” ใบหน้าคมเงยขึ้นมา ดวงตาคมกริบบัดนี้เอ่อไปด้วยน้ำตา ทำเอาคนมองถึงกับนิ่งอึ้ง“นี่มันเรื่องใดกันเจ้าคะ ขอโทษเรื่องใด แล้วเหตุใดต้องร้องไห้”“ขอโทษ...ที่ความฝันของเจ้า มิใช่เพียงความฝัน” สิ้นประโยคนั้น คนท้องก็บยิ่งงุนงงกว่าเดิม นางไม่เข้าใจความฝันมิใช่เพียงความฝัน หมายความว่ามันคือเรื่องจริงหรือ“ทะ ท่านพูดมาให้ชัดเจน มิใช่เพียงความฝันหมายความว่าอย่างไร” จางหยู่เยียนก้าวถอยห่างจากคนคุกเข่า พลางค่อยๆ นั่งลงขอบเตียง เพราะเรี่ยวแรงสองหาเหือดหายไปสิ้น“อึก...”“หมายความว่าอย่างไร!”“สิ่งที่เจ้าฝัน มันเป็นเรื่องจริง มันเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง...” เรื่องราวมากมายหลั่งไหลออกมาเป็นคำพูด น้ำเสียงสั่นเอ่ยเล่าทุกเรื่องจนหมด“ละ หลังจากเหตุการณ์นั้น พอรู้ตัวอีกทีพี่ก็ตื่นขึ้นมาในเรือนแล้ว ที่รู้ว่ามิใช่ความฝันเพราะก่อนตายพี่ภาวนาทุกลมหายใจ ให้ได้แก้ไขสิ่งที่ตนเองทำผิดพลาดเอาไว้” ร่างสูงยังคงคุกเข่าอยู่อย่างนั้น สายตาเคลื่อนลงมองพื้นอย่างคนขี้ขลาด ไม่กล้าแม้จะสบตากับสตรีตั้งครรภ์“ข้า...คิดว่าท่านเป็นคนสั่งให้ฆ่าพวกเราแม่ลูกเสียอีก”“มิใช่นะ พี่ไม่
“เว่ยเฉิงหยวน ท่านฟังข้าอยู่หรือไม่”“พะ พี่ฟังอยู่” ใบหน้าหล่อซีดเซียว กลืนน้ำลายลงคอครั้งแล้วครั้งเล่า เขาหวาดกลัวเหลือเกินว่าหากหยู่เยียนรู้ความจริง นางคงไม่มีวันให้อภัยเขาจะให้นางรู้ไม่ได้เด็ดขาด!!!“เช่นนั้นก็ดี ข้าเล่าให้ท่านฟัง เพราะข้าต้องการจะยื่นข้อเสนอให้ท่านเป็นครั้งสุดท้ายแล้วจริงๆ แต่งกับเกาซูเหวิน ปล่อยข้าไปจากที่นี่ ลืมไปเสียว่าเคยมีข้ากับลูก แต่หากท่านยืนยันจะให้ข้าอยู่ที่นี่ในฐานะฮูหยินของท่าน ข้าจะไม่ให้ท่านได้สมหวังกับเกาซูเหวิน...ท่านเลือกมา”“พี่จะมีเจ้าเป็นฮูหยินเพียงคนเดียว จะเป็นสามีที่ดี จะเป็นบิดาที่ดี” ชายหนุ่มตอบโดยไม่ลังเลเลยสักนิด“...แน่ใจแล้วใช่หรือไม่”“แน่ใจ พี่ไม่เคยแน่ใจสิ่งใดเท่านี้มาก่อน ให้โอกาสพี่สักครั้งเถิด พี่สัญญาว่าจะแก้ไขทุกอย่าง จะไม่ทำให้เจ้ากับลูกต้องลำบากอีกแล้ว” ตาคมบัดนี้ฉายแววอ้อนวอน“เช่นนั้นก็ตามใจท่าน แต่ข้าขอบอกไว้ว่าในใจของข้า ท่านมิได้มีน้ำหนักเท่าแต่ก่อน อย่าได้หวังว่าข้าจะปฏิบัติกับท่านเหมือนยามนั้น”“พี่จะทำให้ในใจของเจ้ามีพี่เช่นเดิม”รอยยิ้มที่ชายหนุ่มเผยออกมา ช่างแปลกตาสำหรับจางหยู่เยียนนัก นางดูออกว่ารอยยิ้มนั้นแฝงไปด




![ตำนานรักแผ่นดินกงซุน [NC25+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


