مشاركة

บทที่ 2

last update آخر تحديث: 2026-01-04 20:51:58

“ท่านปราชญ์” หลิ่งจือส่งเสียงเรียกมาจากประตูห้องที่ปิดสนิท

หลายวันมานี้หญิงสาวพบว่าหลิ่งจือผู้นี้ นอกจากจะเป็นผู้คุ้มกันเพียงหนึ่งเดียวที่วางใจได้แล้ว ผู้อื่นเซียงป่ายเหอล้วนไม่เคยเห็นอยู่ในสายตา

สิ่งที่ได้รับรู้มาส่วนใหญ่แล้ว หญิงสาวได้ยินมาจากสาวใช้ซึ่งพูดคุยกัน ในยามที่คิดว่านางนอนหลับอยู่บนเตียง และนั่นนับเป็นเรื่องดี เพราะแม้เจ้าของร่างยังคงเป็นเซียงป่ายเหอ

กระนั้นไม่มีใครรู้เลยว่าเซียงป่ายเหอได้สิ้นลมไปแล้ว หลงเหลือเพียงวิญญาณของลิลลี่ ซึ่งยังคงงุนงงว่าตนเข้ามาอยู่ในร่างของเซียงป่ายเหอได้อย่างไร

เรื่องสำคัญที่หญิงสาวได้ยินมาอกีเรื่อง ก็คือปราชญ์หญิงผู้หนึ่ง จะมีผู้คุ้มกันซึ่งถูกเลี้ยงดูมาพร้อมๆ กับฝึกฝนมาตั้งแต่ยังเล็ก เรียกได้ว่าในขณะที่เซียงป่ายเหอเรียนรู้ทุกอย่างจนแตกฉาน หลิ่งจือเองก็เรียนวรยุทธ์กระทั่งเก่งกาจไม่อาจประเมิน

“ท่านปราชญ์” หลิ่งจือก้าวเข้ามาในห้อง

“เข้ามาสิ”

“วันนี้ดีขึ้นหรือไม่เจ้าคะ”

“ดีขึ้นมากแล้ว”

“องค์จักรพรรดินีมีพระราชโองการให้ท่านหมอหลวงเข้ามาตรวจอาการของท่านปราชญ์เจ้าค่ะ”

“อืม เข้ามาสิ”

น้ำเสียงเรียบเรื่อยของหญิงสาว ทำให้ผู้ที่ก้าวเข้าไปชะงักในทันที กระทั่งก้าวเข้ามายืนใกล้กับเตียงนอนกว้างขวางซึ่งมีม่านพลิ้วบางล้อมรอบ หมอหลวงดังกว่าวจึงหยุดเพื่อคารวะนางอีกครั้ง

“หลายวันมานี้องค์จักรพรรดินีทรงห่วงใยสุขภาพของท่านปราชญ์ ดังนั้นจึงมีพระราชโองการให้ข้าน้อยมาตรวจดูอาการ”

“อืม” เอ่ยจบก็ใช้มือเปิดม่านบางๆ ขึ้น หลิ่งจือรีบเข้าไปผูกชายผ้าม่านเข้ากับหัวเตียงนอนทันที

หลายวันมานี้หญิงสาวมีเวลาตั้งสติและคิดทบทวนหลายๆ อย่าง ดังนั้นจึงไม่ได้มีท่าทีประหลาดใจที่เห็นว่าแม้แต่หมอหลวงแคว้นฉินก็ยังคงเป็นอิสตรี

หลังจากจักรพรรดินีขึ้นครองบัลลังก์ แคว้นฉินนับว่าเป็นดินแดนที่สตรีมีความรุ่งเรืองกว่าบุรุษ ไม่ว่าตำแหน่งขุนนางหรือบุคคลที่มีความสำคัญ จักรพรรดินีแคว้นฉินล้วนแล้วแต่ส่งเสริมทั้งสิ้น

ที่นี่บุรุษล้วนแล้วแต่ให้เกียรติสตรี อีกทั้งข้ารับใช้ของสตรีที่นี่ล้วนแล้วแต่เป็นบุรุษ ยกตัวอย่างเช่นท่านหมอหลวงผู้นี้ซึ่งมีหนุ่มน้อยหน้าละอ่อนคอยเป็นผู้ช่วย

‘เฮ้อ น่าอิจฉา’

ลิลลี่ลอบถอนหายใจ เมื่อหลายต่อหลายครั้งแอบมองใบหน้าหล่อเหลาของหนุ่มน้อย ซึ่งเอาแต่ก้มหน้าก้มตาติดตามท่านหมอหลวง

ท่าทีเหมือนกวางน้อยหวาดระแวง แม้ทำให้หญิงสาวสงสัย แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่ได้เอะใจ

จนกระทั่ง...

“หลิ่งจือ” เซียงป่ายเหออ้าปากค้าง เมื่อก้าวออกมาจากห้องหลังจากตั้งใจออกมาเดินเล่น

“เจ้าคะท่านปราชญ์”

“นี่มันอะไรกัน พวก...พวกเขา” นางชี้มือไปข้างหน้าดวงตาฉายแววตกตะลึง

“บ่าวรับใช้ในตำหนักอย่างไรเล่าเจ้าคะ” หลิ่งจือขมวดคิ้วมองผู้เป็นนายด้วยดวงตาสงสัย

หลายวันมานี้นางรู้สึกได้ถึงความแตกต่างของผู้เป็นนาย ก่อนหน้านี้เซียงป่ายเหอจะสุขุมเยือกเย็น อีกทั้งยังเป็นคนเด็ดขาดไร้ปรานี หากสิ่งใดรกหูรกตานางไม่ลังเลที่จะกำจัด

แต่นับจากกลับมาจากปรโลกครั้งนี้ นางกลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน แม้แต่ดวงตาหรือก็ดูราวกับกำลังสับสนจนใจ

มองดูบ่าวรับใช้ที่ต่างก็คุกเข่าอยู่หน้าห้อง เซียงป่ายเหอได้แต่ยกมือขึ้นนวดขมับ บุรุษ!!!

นอกจากสาวใช้ต้นห้องสามคนของนางแล้ว บ่าวรับใช้ในตำหนักฮุ่ยเจ๋อ ล้วนแล้วแต่เป็นบุรุษหน้าตาหล่อเหลาทั้งสิ้น นี่...มิใช่ว่าในวังหลวงมีได้เพียงองครักษ์และขันทีหรอกหรือ...

“เอ่อ...”

เห็นท่าทีของผู้เป็นนาย หลิ่งจือรีบก้าวเข้ามา “ท่านคงไม่คุ้นหน้าสามคนนี้ใช่หรือไม่เจ้าคะ องค์จักรพรรดินีเพิ่งพระราชทานมา หากท่านไม่พอใจข้าน้อยจะส่ง...”

“ช่างเถิด”

‘สวรรค์!!!’ ลิลลี่อุทานขึ้นในใจ ‘งานดี!!!’

“เซียงป่ายเหอผู้นี้ช่างเข้าใจใช้ชีวิต” นางพึมพำกับตัวเอง มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาลูบหน้าอกที่เต้นรัว มองไปซ้ายขวาหรือก็มีเพียงใบหน้าซึ่งล้วนเปล่งประกายของชายหนุ่มวัยละอ่อน

เฮ้อ...

“ให้พวกลุกขึ้นแล้วออกไปเถิด มีอะไรก็กลับไปทำ”

เซียงป่ายเหอพยายามเช็ดน้ำลาย เอ้ย!!! เก็บอาการ

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • เซียงป่ายเหอ ปราชญ์หญิงข้ามภพ   บทที่ 14

    หลินหยางมองหญิงสาวด้วยดวงตาพิจารณาอยู่นาน กระทั่งละสายตาไปมองเฟยอวี่ จากนั้นจึงมุ่นคิ้วเมื่อรับรู้ถึงความผิดปกติโดยรอบ มือใหญ่ยืนออกไปคว้าต้นแขนของเซียงป่ายเหอ ก่อนจะดึงนางให้หมุนตัวกลับมา“อย่าพูดอะไร เดินตามข้ามา”“ท่านจะทำอะไร”“เราถูกสะกดรอย” เขาสบตากับเฟยอวี่“ท่านพาท่านปราชญ์เข้าไปในตรอกข้างหน้า ฝ่ายตรงข้ามดูเหมือนมีมากกว่าสิบคน”หลิ่งจือหรี่ดวงตามองคนทั้งสอง จากนั้นจึงรั้งร่างเซียงป่ายเหอเอาไว้ “ข้าจะพาท่านปราชญ์กลับ”“อย่าโง่ไปหน่อยเลย” เฟยอวี่กล่าว “เจ้าคิดว่ารับมือพวกเขาได้โดยง่ายหรือ” เอ่ยจบก็เงยหน้าขึ้นมองชั้นสอง “คิดว่าพวกเขารั้งอยู่ข้างบนโดยมีเพียงกระบี่หรือไร”หลิ่งจือขมวดคิ้ว ประสบการณ์ที่ผู้เป็นนายถูกลอบสังหารที่ตำหนักฮุ่ยเจ๋อทำให้นางลังเล “พวกเขาตามท่านมาหรือไร เหตุใดจึงรู้รายละเอียดมากมายถึงเพียงนี้”“เข้าใจผิดแล้ว” หลินหยางเอ่ยเสียงเรียบ “ข้ากับเฟยอวี่หาใช่เป้าหมายไม่”เซียงป่ายเหอเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มนิ่ง “คนเหล่านี้เป็นพวกเดียวกันกับพวกที่กล้าบุกเข้าไปในวังหลวงหรือ”“ไม่ต้องกังวล” หลินหยางกล่าว “ไม่ใช่เพราะวังหลวงป้องกันหละหลวม แต่เป็นเพราะมีคนให้ความช่วยเหลือ ค

  • เซียงป่ายเหอ ปราชญ์หญิงข้ามภพ   บทที่ 13

    สวรรค์...เขาเป็นเจ้ากรรมนายเวรของนางหรือไร!!!“ท่านมาทำอะไรที่นี่ มิใช่ว่าท่านกำลังถูกกักบริเวณหรือไร”“ข้าเพียงเข้าตำหนักฮุ่ยเจ๋อไม่ได้ มิใช่ว่าออกมานอกวังหลวงไม่ได้เสียหน่อย เจ้ามาทำอะไรนอกวังหลวงหรือ”เซียงป่ายเหอสบตากับหลิ่งจือ ความลับเรื่องที่นางกำลังหาทางออกมาจากวังหลวง เห็นทีคงจะปิดเอาไว้ได้ไม่นานเสียแล้ว ดังนั้นนางคงต้องชิงความได้เปรียบ รีบๆ ทำอะไรให้มันจบๆ ไปเสียทีเซียงป่ายเหอยิ้ม “หลายวันมานี้อุดอู้อยู่ในวังรู้สึกไม่เจริญอาหาร ดังนั้นจึงออกมาเดินเล่น”“อาหารข้างนอกอย่ากินเยอะ เจ้าเพิ่งหายป่วยอาจไม่สบายขึ้นมาได้”นางมองซ้ายขวา โชคดีที่เจ้าของแผงบะหมี่ไม่ได้ยินประโยคนี้ หาไม่คงโดนไล่ออกไปอย่างแน่นอน “ข้าอิ่มแล้ว สมควรกลับวังหลวงเสียที”“เช่นนั้นข้ากลับพร้อมเจ้า” เอ่ยจบชายหนุ่มก็ลุกขึ้น“ท่านปราชญ์ ช่างบังเอิญยิ่งนัก”เซียงป่ายเหอแทบอยากจะร้องไห้ เสียงของเซี่ยซูทำให้นางรู้สึกจนใจ ไฉนนางจึงมีเจ้ากรรมนายเวรเยอะถึงเพียงนี้นะ แถมเมื่อหันกลับไปมอง ใบหน้ายิ้มแย้มแต่ซีดเซียวของหลินหยางทำให้นางอดที่จะจ้องเขาเขม็งไม่ได้...บาดแผลของเขา หายดีแล้วหรือ“คุณชายหลิน ท่านสบายดีกระมัง” นางอยา

  • เซียงป่ายเหอ ปราชญ์หญิงข้ามภพ   บทที่ 12

    นางกำนัลน้อยที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตา ทำเอาทหารยามหน้าประตูวังหลวงหงุดหงิด หากไม่ติดตรงที่ว่าหลิ่งจือเป็นถึงองครักษ์ของท่านปราชญ์ที่ผู้คนแคว้นฉินต่างก็นับถือ เขาจะตวาดออกมาให้อีกฝ่ายเลิกทำท่าทางเช่นนี้เสียทีรู้ๆ อยู่ว่านางกำนัลในวังหลวงต่างก็อ่อนแอบอบบาง นานๆ ครั้งพวกนางจะได้รับอนุญาตให้ออกจากวังหลวงไปทำธุระให้ผู้เป็นนาย แต่ทุกครั้งจำเป็นต้องก้มหน้าก้มตาทำเหมือนหวาดกลัวหนักหนาเช่นนี้ด้วยหรือ“ข้าไปได้แล้วกระมัง” หลิ่งจือเอ่ยถามราวกำลังรำคาญ“เชิญ”หลิ่งจือปรายตามองนางกำนัลเบื้องหลัง จากนั้นก็ทั้งสองก็เดินออกจากประตูวังหลวง ตรงไปตามถนนเป้าจื่อซึ่งเป็นย่านที่คึกคักที่สุด ทั้งยังมีคฤหาสน์หลังงามที่กำลังประกาศขายฟังดูเถ้าแก่เนี้ยซึ่งเป็นคนกลางพูดพล่ามว่าคฤหาสน์หลังดังกล่าวดีอย่างนู้นอย่างนี้ เซียงป่ายเหอได้แต่ลอบถอนหายใจ นางโบกมือให้หลิ่งจือเดินตามอีกฝ่ายเข้าไปดูด้านใน มอบอำนาจการตัดสินใจให้อีกฝ่ายเต็มที่ ส่วนนางที่ยังคงอยู่ในคราบของนางกำนัลกลับนั่งลงยังเก๋งแปดเหลี่ยมหลังเล็กในสวนมองดูต้นหลิวสองต้นซึ่งปลูกอยู่ริมสระจำลองขนาดเล็ก เซียงป่ายเหอได้แต่ครุ่นคิดด้วยความหนักใจ อิสระที่นางได้รับจะว

  • เซียงป่ายเหอ ปราชญ์หญิงข้ามภพ   บทที่ 11

    “พรุ่งนี้ท่านมาอีกสิ แล้วข้าจะบอก”ดวงตาเจ้าเล่ห์ของชายหนุ่ม ทำให้เซียงป่ายเหออดไม่ได้ที่จะถลึงตาเข้าใส่ “ฝันไปเถอะ ไม่บอกก็แล้วไป ข้ามีวิธีของข้า”“ท่านปราชญ์ ข้าขอเตือนท่านด้วยความปรารถนาดี อย่าได้ให้แม่นางหลิ่งจือไปสืบสาวโดยเด็ดขาด แต่ถ้าท่านไม่ต้องการชีวิตของนางก็แล้วไปเถิด”ยิ่งพูดเช่นนี้นางก็ยิ่งอยากรู้เข้าไปใหญ่นะสิ!!!มองดูเงาร่างอรชรเดินจากไป ดวงตาพราวระยับด้วยรอยขบขันพลันหายวับไปทันที หลินหยางมีท่าทีครุ่นคิดก่อนคิ้วเข้มจะมุ่นลง เมื่อมองไปยังเก้าอี้ที่หญิงสาวเพิ่งจะนั่งเมื่อครู่“นางใช่เซียงป่ายเหอจริงๆ หรือขอรับ” เสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ก่อนที่เงาร่างปราดเปรียวของเฟยอวี่จะก้าวเข้ามา“ใบหน้าและร่างกายนั้นดูเหมือนใช่” หลินหยางพึมพำเสียงเบา“ท่านหมายความว่าอย่างไรขอรับ”“มือของนางยังคงมีแผลเป็นเดียวกับที่นางได้รับเมื่อตอนห้าขวบ” นั่นคือตอนที่นางหาเขาพบ ...ใช่ ถูกแล้ว นางเป็นคนหาเขาพบจริงๆ“แต่นางจำท่านไม่ได้”“อืม” หลินหยางพยักหน้า เขาเงียบไปนานก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเฟยอวี่ “เรื่องคนที่วางยาพิษนางเล่า เจ้าสืบไปถึงไหนแล้ว”“ยาพิษชนิดนี้ไร้สีไร้กลิ่น เป็นพิษจากแมงมุมดำทะ

  • เซียงป่ายเหอ ปราชญ์หญิงข้ามภพ   บทที่ 10

    “ท่านไปเยี่ยมคุณชายหลินเช่นนี้ อาจยิ่งทำให้ข่าวลือ...” มองไปรอบๆ นางกำนัลและขันทีต่างก็หยุดชะงักมองมา ทันทีที่ได้ยินนางเอ่ยถึงหลินหยาง“ไสหัวไปให้หมด!” หลิ่งจือตวาดออกมาเสียงดัง แม้กระทั่งเซียงป่ายเหอยังสะดุ้งหญิงสาวมองไปรอบๆ ดูเหมือนจะได้ผลดี เพราะทุกคนต่างก็หายตัวไปอย่างลนลาน ราวกับมีความตายกำลังไล่ล่า “หลิ่งจือ เจ้าเคยบอกข้าว่าสงสัยองค์จักรพรรดินี ข้าบอกเจ้าก็ได้วันนั้นที่เกิดเรื่อง ข้าคิดว่าเป้าหมายที่แท้จริงคือข้า ไม่ใช่คนแคว้นฉู่”“อะไรนะเจ้าคะ!”“เจ้าเบาเสียงหน่อย” เซียงป่ายเหอมองซ้ายขวาก่อนจะถอนหายใจออกมาเสียงเบา “ที่ข้าต้องไปเยี่ยมคุณชายหลินก็เพราะเขาเองก็คงคิดเช่นนั้น”ใบหน้าของหลิ่งจือเกิดเค้าความยุ่งยากขึ้นมาในทันที นางมองสบตากับเซียงป่ายเหอ จากนั้นจึงเม้มปากด้วยความหนักใจ“แคว้นฉู่ภายใต้การนำของเซี่ยซู แคว้นฉินไหนเลยจะแข็งแกร่งได้ถึงครึ่ง เรื่องที่เกิดขึ้นช่างอ่อนไหวต่อความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นยิ่งนัก”“เจ้าจะพูดอะไร”“มาคิดๆ ดูแล้ว หรือนี่เป็นความตั้งใจของเซี่ยซูที่ต้องการให้ท่านกับองค์จักรพรรดินีขัดแย้งกัน แสร้งทำเป็นช่วยท่านเอาไว้เพื่อเอาชนะใจท่าน”ได้ยินดังนั้นหญิงสาว

  • เซียงป่ายเหอ ปราชญ์หญิงข้ามภพ   บทที่ 9

    วันต่อมาจักรพรรดินีทรงเสด็จมาเยี่ยมอาการป่วยของเซียงป่ายเหอ และการเสด็จมาครั้งนี้ ทำให้หญิงสาวรู้ว่าหูตาของอีกฝ่าย ถูกวางเอาไว้ทั่วทั้งตำหนักฮุ่ยเจ๋อ เพราะจูเชวี่ยเอ่ยถามเรื่องที่นางไล่นางกำนัลและขันทีออกมาจากตำหนักเมื่อวันวาน“หม่อมฉันเพียงรู้สึกหงุดหงิดเพคะ อยากอยู่ตามลำพังแต่เหตุการณ์วันนั้นจึงต้องให้หลิ่งจือรั้งอยู่ เพราะเกรงว่าจะมีมือสังหารบุกเข้ามาอีก”เซียงป่ายเหอตอบด้วยรอยยิ้มฝืดเฝื่อน หลิ่งจือบอกนางว่าเซียงป่ายเหอคนก่อนมักทำอะไรคาดเดาได้ยาก บางครานางทำอะไรเอาแต่ใจตัวเอง โดยที่ไม่มีเหตุผลอะไรซุกซ่อนไว้ทั้งสิ้น ดังนั้นการตอบเช่นนี้นับว่าเป็นเซียงป่ายเหอโดยแท้มองดูสตรีสูงศักดิ์ตรงหน้าแย้มยิ้มด้วยความเข้าอกเข้าใจ เซียงป่ายเหอได้แต่สงสัย ในใจของนางให้อย่างไรก็ยังกังขา เพราะนี่คือหนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่ต้องการชีวิตนางวันนั้นหากนางมองไม่ผิด หนึ่งในมือสังหารพุ่งเป้ามาที่ตัวนางชัดๆ จนถึงตอนนี้แม้แต่กับหลิ่งจือ นางเองก็ยังไม่ได้เล่าให้ผู้ใดฟังเพียงแต่...หลินหยางผู้นั้น…“เจ้าหายดีแล้วกระมัง”“เพคะ”“เรื่องนี้คงยากจัดการเสียแล้ว เพราะเกี่ยวพันถึงความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นฉู่และแคว้นฉินข

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status