แชร์

บทที่ 9

ผู้เขียน: หรงเย่า / นาย่า
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-10 07:39:20

วันต่อมาจักรพรรดินีทรงเสด็จมาเยี่ยมอาการป่วยของเซียงป่ายเหอ และการเสด็จมาครั้งนี้ ทำให้หญิงสาวรู้ว่าหูตาของอีกฝ่าย ถูกวางเอาไว้ทั่วทั้งตำหนักฮุ่ยเจ๋อ เพราะจูเชวี่ยเอ่ยถามเรื่องที่นางไล่นางกำนัลและขันทีออกมาจากตำหนักเมื่อวันวาน

“หม่อมฉันเพียงรู้สึกหงุดหงิดเพคะ อยากอยู่ตามลำพังแต่เหตุการณ์วันนั้นจึงต้องให้หลิ่งจือรั้งอยู่ เพราะเกรงว่าจะมีมือสังหารบุกเข้ามาอีก”

เซียงป่ายเหอตอบด้วยรอยยิ้มฝืดเฝื่อน หลิ่งจือบอกนางว่าเซียงป่ายเหอคนก่อนมักทำอะไรคาดเดาได้ยาก บางครานางทำอะไรเอาแต่ใจตัวเอง โดยที่ไม่มีเหตุผลอะไรซุกซ่อนไว้ทั้งสิ้น ดังนั้นการตอบเช่นนี้นับว่าเป็นเซียงป่ายเหอโดยแท้

มองดูสตรีสูงศักดิ์ตรงหน้าแย้มยิ้มด้วยความเข้าอกเข้าใจ เซียงป่ายเหอได้แต่สงสัย ในใจของนางให้อย่างไรก็ยังกังขา เพราะนี่คือหนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่ต้องการชีวิตนาง

วันนั้นหากนางมองไม่ผิด หนึ่งในมือสังหารพุ่งเป้ามาที่ตัวนางชัดๆ จนถึงตอนนี้แม้แต่กับหลิ่งจือ นางเองก็ยังไม่ได้เล่าให้ผู้ใดฟัง

เพียงแต่...หลินหยางผู้นั้น…

“เจ้าหายดีแล้วกระมัง”

“เพคะ”

“เรื่องนี้คงยากจัดการเสียแล้ว เพราะเกี่ยวพันถึงความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นฉู่และแคว้นฉินของเรา หากจัดการได้ไม่ดี แคว้นฉู่อาจคิดว่าแคว้นฉินของเราเป็นฝ่ายต้องการสังหารอัครมหาเสนาบดีผู้นั้น แต่หลักฐานที่ชี้ไปยังรัชทายาทก็ยังไม่อาจยืนยันว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องภายในของแคว้นฉู่ ยากยิ่งจะเชื่อ”

นั่นสินะ มือสังหารบุกเข้ามาถึงฝ่ายใน พูดออกไปเช่นนี้รังแต่จะทำให้แคว้นฉินหมดความน่าเชื่อถือ

“แล้วนอกจากคุณชายหลินผู้นั้นมีใครได้รับบาดเจ็บหรือไม่เพคะ”

“โชคดีที่คนติดตามของเซี่ยซูมีฝีมือ นอกจากเจ้าที่ตกลงไปในทะเลสาบกับคุณชายหลินแล้ว ทุกคนล้วนปลอดภัย”

เซียงป่ายเหอพยักหน้าช้าๆ

“ป่ายเหอ”

“เพคะ”

“เจ้าคงได้ยินข่าวลือแล้วกระมัง เรื่องนี้คงต้องขอบคุณคุณชายหลินยิ่งนัก เขายังช่วยชีวิตเจ้าเอาไว้ด้วย เรื่องนี้นับว่าแคว้นฉินติดค้างเขาอย่างใหญ่หลวง”

ได้ยินดังนั้นหญิงสาวแทบอยากจะกลอกตา นางพอจะเข้าใจอยู่หรอกว่าคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็เห็นต่างไปจากสิ่งที่เกิดขึ้น หากแต่นางไหนเลยจะคาดคิดว่าแม้แต่จักรพรรดินีเองก็ทรงคิดเช่นนั้น

“อาการเขาเป็นเช่นไรบ้างเพคะ เห็นว่ามือสังหารล้วนใช้พิษทั้งสิ้น”

“พิษหรือ”

มองดูท่าทีประหลาดใจของอีกฝ่าย เซียงป่ายเหอพลันรู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกๆ

“เจ้าหมายถึงเรื่องใดกัน ในรายงานขององครักษ์หาได้เอ่ยถึงพิษ”

แม้นางไม่ได้ชำนาญเรื่องนี้ แต่เมื่ออยู่ในโลกปัจจุบันนางอ่านนิยายมาเยอะ ดังนั้นดูจากวันนั้นขันทีและนางกำนัลที่ต้องลูกดอกต่างก็สิ้นใจไปในทันที

ที่สำคัญเลือดที่ไหลออกมาจากปากแผลยังกลายเป็นสีดำ กลิ่นคาวคลุ้งที่ปะปนมากับกลิ่นประหลาดนั่นอีก เมื่อมองเข้าไปในดวงตาสุกใสของจูเชวี่ย เซียงป่ายเหอก็แสร้งยิ้ม

“หม่อมฉันนี่เลอะเลือนจริง พิษนั่นเป็นหม่อมฉันถูกวางยาจนเกือบสิ้นใจ กลับเอามาปะปนกับเรื่องนี้เสียได้”

หากแม้แต่ในรายงานยังไม่เอ่ยถึงพิษ นั่นย่อมหมายถึงเป้าหมายคือตัวนางจริงๆ และผู้ที่ลงมือนี้คงเป็นคนแคว้นฉินที่จัดฉากขึ้น ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริง การที่นางนำเรื่องนี้มากราบทูล มิใช่โง่งมหรอกหรือ เพราะผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในแคว้นฉินนั้น ก็คือสตรีตรงหน้า

“หม่อมฉันมีเรื่องอยากทูลขอเพคะ”

“เจ้ารีบว่ามาสิ เจ้าก็รู้ว่าข้าให้เจ้าได้ทั้งนั้น”

เซียงป่ายเหอยิ้ม แต่นางยังไม่ทันได้เอ่ยปากก็มีเสียงโวยวายขึ้นเสียก่อน จูเชวี่ยถอนหายใจก่อนหันมาสบตากับนาง

“เพราะข่าวลือของเจ้ากับหลินหยาง อิ่นเหยียนถึงกับขัดคำสั่งข้าบุกเข้ามายังตำหนักฮุ่ยเจ๋อ เขาต้องการจะมาเยี่ยมเจ้าให้ได้”

มองดูความวุ่นวายที่อยู่ห่างออกไป เซียงป่ายเหอได้แต่ขมวดคิ้ว “องค์จักรพรรดินี”

“ว่าอย่างไร”

“หม่อมฉันอยากไปเยี่ยมอาการคุณชายหลินเพคะ”

“ได้สิ”

“ยังมี ขอเพียงหม่อมฉันแต่งนายท่านสักคน และไม่ก้าวออกจากเมืองหลวง หม่อมฉันก็สามารถออกจากวังหลวงไปใช้ชีวิตอิสรเสรีได้ใช่หรือไม่เพคะ”

ได้ยินดังนั้นจูเชวี่ยพลันเลิกคิ้วมองเซียงป่ายเหอด้วยความประหลาดใจ “เจ้า...จะแต่งผู้ใดหรือ”

เซียงป่ายเหอยิ้มก่อนมองไปยังอิ่นเหยียนที่ถูกกันอยู่ห่างออกไป “หม่อมฉัน...จะอย่างไรก็เป็นหนึ่งในผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ทั้งยังไม่อาจปล่อยผ่านคือเรื่องข่าวลือ”

“เจ้าจะทำอะไร หรือว่าโกรธเรื่องหนังสือประโลมโลกเล่มนั้น”

ได้ยินดังนั้นเซียงป่ายเหอก็หันขวับไปมองอีกฝ่าย

จูเชวี่ยกระแอมคราหนึ่ง “เจ้าจะโทษข้าก็ไม่ถูก ข้าเห็นพวกนางกำนัลและขันทีเอาแต่ซุบซิบกันไม่หยุด ดังนั้นจึงอยากรู้และให้พวกนางไปหามา ความจริงก็วาดไม่เหมือนเจ้าเสียทีเดียว”

ให้ตายเถอะ จักรพรรดินีผู้นี้นะหรือ คือคนที่นางกำลังสงสัยว่าเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารนาง ดูอย่างไรก็เป็นเพียงหญิงสาวคนหนึ่งที่รักสนุกชัดๆ

“ท่านปราชญ์” หลิ่งจือวิ่งตามมาหลังจากนางกำนัลไปแจ้ง นางที่ได้รู้ว่าผู้เป็นนายกำลังตรงไปยังตำหนักรับรองถึงกับรีบเข้ามาขวางเบื้องหน้า

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • เซียงป่ายเหอ ปราชญ์หญิงข้ามภพ   บทที่ 11

    “พรุ่งนี้ท่านมาอีกสิ แล้วข้าจะบอก”ดวงตาเจ้าเล่ห์ของชายหนุ่ม ทำให้เซียงป่ายเหออดไม่ได้ที่จะถลึงตาเข้าใส่ “ฝันไปเถอะ ไม่บอกก็แล้วไป ข้ามีวิธีของข้า”“ท่านปราชญ์ ข้าขอเตือนท่านด้วยความปรารถนาดี อย่าได้ให้แม่นางหลิ่งจือไปสืบสาวโดยเด็ดขาด แต่ถ้าท่านไม่ต้องการชีวิตของนางก็แล้วไปเถิด”ยิ่งพูดเช่นนี้นางก็ยิ่งอยากรู้เข้าไปใหญ่นะสิ!!!มองดูเงาร่างอรชรเดินจากไป ดวงตาพราวระยับด้วยรอยขบขันพลันหายวับไปทันที หลินหยางมีท่าทีครุ่นคิดก่อนคิ้วเข้มจะมุ่นลง เมื่อมองไปยังเก้าอี้ที่หญิงสาวเพิ่งจะนั่งเมื่อครู่“นางใช่เซียงป่ายเหอจริงๆ หรือขอรับ” เสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ก่อนที่เงาร่างปราดเปรียวของเฟยอวี่จะก้าวเข้ามา“ใบหน้าและร่างกายนั้นดูเหมือนใช่” หลินหยางพึมพำเสียงเบา“ท่านหมายความว่าอย่างไรขอรับ”“มือของนางยังคงมีแผลเป็นเดียวกับที่นางได้รับเมื่อตอนห้าขวบ” นั่นคือตอนที่นางหาเขาพบ ...ใช่ ถูกแล้ว นางเป็นคนหาเขาพบจริงๆ“แต่นางจำท่านไม่ได้”“อืม” หลินหยางพยักหน้า เขาเงียบไปนานก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเฟยอวี่ “เรื่องคนที่วางยาพิษนางเล่า เจ้าสืบไปถึงไหนแล้ว”“ยาพิษชนิดนี้ไร้สีไร้กลิ่น เป็นพิษจากแมงมุมดำทะ

  • เซียงป่ายเหอ ปราชญ์หญิงข้ามภพ   บทที่ 10

    “ท่านไปเยี่ยมคุณชายหลินเช่นนี้ อาจยิ่งทำให้ข่าวลือ...” มองไปรอบๆ นางกำนัลและขันทีต่างก็หยุดชะงักมองมา ทันทีที่ได้ยินนางเอ่ยถึงหลินหยาง“ไสหัวไปให้หมด!” หลิ่งจือตวาดออกมาเสียงดัง แม้กระทั่งเซียงป่ายเหอยังสะดุ้งหญิงสาวมองไปรอบๆ ดูเหมือนจะได้ผลดี เพราะทุกคนต่างก็หายตัวไปอย่างลนลาน ราวกับมีความตายกำลังไล่ล่า “หลิ่งจือ เจ้าเคยบอกข้าว่าสงสัยองค์จักรพรรดินี ข้าบอกเจ้าก็ได้วันนั้นที่เกิดเรื่อง ข้าคิดว่าเป้าหมายที่แท้จริงคือข้า ไม่ใช่คนแคว้นฉู่”“อะไรนะเจ้าคะ!”“เจ้าเบาเสียงหน่อย” เซียงป่ายเหอมองซ้ายขวาก่อนจะถอนหายใจออกมาเสียงเบา “ที่ข้าต้องไปเยี่ยมคุณชายหลินก็เพราะเขาเองก็คงคิดเช่นนั้น”ใบหน้าของหลิ่งจือเกิดเค้าความยุ่งยากขึ้นมาในทันที นางมองสบตากับเซียงป่ายเหอ จากนั้นจึงเม้มปากด้วยความหนักใจ“แคว้นฉู่ภายใต้การนำของเซี่ยซู แคว้นฉินไหนเลยจะแข็งแกร่งได้ถึงครึ่ง เรื่องที่เกิดขึ้นช่างอ่อนไหวต่อความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นยิ่งนัก”“เจ้าจะพูดอะไร”“มาคิดๆ ดูแล้ว หรือนี่เป็นความตั้งใจของเซี่ยซูที่ต้องการให้ท่านกับองค์จักรพรรดินีขัดแย้งกัน แสร้งทำเป็นช่วยท่านเอาไว้เพื่อเอาชนะใจท่าน”ได้ยินดังนั้นหญิงสาว

  • เซียงป่ายเหอ ปราชญ์หญิงข้ามภพ   บทที่ 9

    วันต่อมาจักรพรรดินีทรงเสด็จมาเยี่ยมอาการป่วยของเซียงป่ายเหอ และการเสด็จมาครั้งนี้ ทำให้หญิงสาวรู้ว่าหูตาของอีกฝ่าย ถูกวางเอาไว้ทั่วทั้งตำหนักฮุ่ยเจ๋อ เพราะจูเชวี่ยเอ่ยถามเรื่องที่นางไล่นางกำนัลและขันทีออกมาจากตำหนักเมื่อวันวาน“หม่อมฉันเพียงรู้สึกหงุดหงิดเพคะ อยากอยู่ตามลำพังแต่เหตุการณ์วันนั้นจึงต้องให้หลิ่งจือรั้งอยู่ เพราะเกรงว่าจะมีมือสังหารบุกเข้ามาอีก”เซียงป่ายเหอตอบด้วยรอยยิ้มฝืดเฝื่อน หลิ่งจือบอกนางว่าเซียงป่ายเหอคนก่อนมักทำอะไรคาดเดาได้ยาก บางครานางทำอะไรเอาแต่ใจตัวเอง โดยที่ไม่มีเหตุผลอะไรซุกซ่อนไว้ทั้งสิ้น ดังนั้นการตอบเช่นนี้นับว่าเป็นเซียงป่ายเหอโดยแท้มองดูสตรีสูงศักดิ์ตรงหน้าแย้มยิ้มด้วยความเข้าอกเข้าใจ เซียงป่ายเหอได้แต่สงสัย ในใจของนางให้อย่างไรก็ยังกังขา เพราะนี่คือหนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่ต้องการชีวิตนางวันนั้นหากนางมองไม่ผิด หนึ่งในมือสังหารพุ่งเป้ามาที่ตัวนางชัดๆ จนถึงตอนนี้แม้แต่กับหลิ่งจือ นางเองก็ยังไม่ได้เล่าให้ผู้ใดฟังเพียงแต่...หลินหยางผู้นั้น…“เจ้าหายดีแล้วกระมัง”“เพคะ”“เรื่องนี้คงยากจัดการเสียแล้ว เพราะเกี่ยวพันถึงความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นฉู่และแคว้นฉินข

  • เซียงป่ายเหอ ปราชญ์หญิงข้ามภพ   บทที่ 8

    เปิดหน้าถัดไป ถัดไป และถัดไป เนื้อเรื่องตรงกับเรื่องราวก่อนหน้านี้ กระทั่งมาเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ตรงที่ชายหนุ่มในนิยายเป็นฝ่ายช่วยชีวิตหญิงสาว ทั้งยังอุ้มนางขึ้นมาจากทะเลสาบ“ท่านปราชญ์”มองดูเซียงป่ายเหอมือกำสมุดภาพเล่มนั้นแน่นจนข้อซีดขาว หลิ่งจือพลันรู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลัง นางรับรู้ได้ถึงอารมณ์โกรธกรุ่นของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน“ตอนจบปราชญ์หญิงเกิดความซาบซึ้งจึงแต่งเขาเป็นนายท่านอย่างนั้นเรอะ”น้ำเสียงเย็นเยียบทำเอาหลิ่งจือคุกเข่าลงอย่างแรง “ขอท่านปราชญ์อย่าได้มีโทสะ เรื่องนี้ข้าน้อยจะสอบสวนหาตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้”มองดูอีกฝ่ายคุกเข่าลงพร้อมเอ่ยด้วยท่าทีจริงจัง เซียงป่ายเหอครุ่นคิดครู่หนึ่งจึงบอกให้นางยืนขึ้น “ช่างเถิด จะทำอย่างไรได้เล่า พวกเขาวันๆ อยู่แต่ในกำแพงสูง การเล่นสนุกนี้ก็เป็นเพียงเรื่องที่ทำเพื่อความสำราญเล็กๆ น้อย หากข้ามีโทสะและเอาความ รังแต่จะเป็นการยอมรับและทำให้ผู้อื่นหัวเราะเยาะ”“ท่านปราชญ์” หลิ่งจือมองหญิงสาวราวกับมองคนแปลกหน้า“หลิ่งจือ”“เจ้าคะ”“ข้าขอบอกเจ้าตามตรง” หญิงสาวใคร่ครวญดีแล้ว อย่างน้อยนางก็ควรจะพูดกับคนสนิทให้กระจ่าง หาไม่คงไม่อาจเอาตัวรอดไปได้อย่าง

  • เซียงป่ายเหอ ปราชญ์หญิงข้ามภพ   บทที่ 7

    ชายหนุ่มยอมอยู่นิ่งในที่สุด เขามองดูการต่อสู้ที่อยู่เบื้องหลัง ก่อนลอบมองใบหน้าของคนที่กำลังพาเขาว่ายน้ำกลับขึ้นฝั่ง เสี้ยวหน้าจริงจังของนางทำให้คิ้วเข้มของเขามุ่นลง“ท่านปราชญ์” เขากระซิบเมื่อเท้าแตะพื้นดินใต้น้ำดูเหมือนนางจะพาเขามาถึงฝั่งได้จริงๆ ครานี้นางสอดสองแขนเข้ากับตัวเขาเพื่อลากร่างสิ้นเรี่ยวแรงขึ้นฝั่ง“ข้าไม่เคยรู้ว่าท่านปราชญ์ว่ายน้ำเป็น”ได้ยินดังนั้นเซียงป่ายเหอพลันปล่อยมือ ร่างสูงจมลงไปในน้ำทันที หญิงสาวนึกขึ้นได้ก็รีบควานลงไปงมเขาขึ้นมา ชายหนุ่มสำลักน้ำก่อนมองนางด้วยรอยยิ้ม“เรื่องนี้...คงไม่ถึงขั้นต้องคิดฆ่าคนปิดปากกระมัง เป็นความลับถึงเพียงนั้นเลยหรือ” เขาหัวเราะเซียงป่ายเหอถลึงตาใส่เขา“หุบปาก!” นางตวาดก่อนลากเขาขึ้นไปส่งให้ขันทีและนางกำนัลที่รออยู่บนฝั่ง ดูเหมือนการต่อสู้ที่เก๋งกลางทะเลสาบจะยุติลงไปแล้ว อีกทั้งร่างที่กำลังถูกหิ้วออกไปนั้น คงจะเป็นมือสังหารที่บุกเข้ามาเมื่อครู่กระมังหลิ่งจือปราดเข้ามาพร้อมกับเสื้อคลุม นางมองผู้เป็นนายสลับกับใบหน้าขาวซีดของชายหนุ่ม รู้สึกประหลาดใจกับรอยยิ้มของเขาซึ่งมองตรงมายังผู้เป็นนาย“ท่านปราชญ์ ปลอดภัยดีหรือไม่เจ้าคะ” นางเอ่ย

  • เซียงป่ายเหอ ปราชญ์หญิงข้ามภพ   บทที่ 6

    มองดูกลุ่มคนที่เดินมาถึงยังจุดที่นางยืนอยู่ วันนี้คงไม่อาจหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า แม้ไม่รู้ว่าในบรรดาคนที่มานางเคยรู้จักหรือไม่ แต่หากยิ่งปลีกตัวไปก็รังแต่จะทำให้น่าสงสัย“คารวะท่านปราชญ์ ข้าน้อยเซี่ยซู อัครมหาเสนาบดีแคว้นฉู่”เซียงป่ายเหอมองอัครมหาเสนาบดีหนุ่มตรงหน้า ในใจก็ลอบสูดปากอย่างชื่นชม เขาเป็นเพียงชายหนุ่มวัยไม่เกินสามสิบ แต่กลับมีฐานะเป็นถึงอัครมหาเสนาบดี หน้าตาหรือก็หล่อเหลาคมเข้ม ท่วงท่าหรือก็สุขุมเยือกเย็น“นี่คือกุนซือผู้ติดตามของข้า หลินหยาง ด้านหลังคือองครักษ์นามเฟยอวี่”เซียงป่ายเหอมองกวาดไปยังบุรุษทั้งสองคน คนแรกนามหลินหยาง นางเพียงปรายตามองก็ต้องประหลาดใจ ชายหนุ่มอีกสองคนเองก็คงอายุไม่ต่างจากเซี่ยซู แต่คนที่นางสนใจมากกว่าผู้อื่นคือหลินหยาง เพราะอีกฝ่ายจ้องนางเขม็งราวกำลังพิจารณาดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อยยามที่นางสบตา กระนั้นนางก็หาได้ใส่ใจเพียงรับคารวะแล้วมองไปยังเฟยอวี่เฮ้อ นางลอบถอนหายใจกับตัวเองบุรุษที่นี่ไยจึงมีแต่คนหน้าตาดีทั้งสิ้น หัวใจของซือเจ้เต้นรัวจนไม่อาจหยุดแล้ว!!! ฮือ...งานดีจริงๆแม้ในใจกำลังตื่นเต้น แต่ใบหน้าและดวงตาของเซียงป่ายเหอยังคงเรียบเฉย นางกล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status