เข้าสู่ระบบ“ท่านไปเยี่ยมคุณชายหลินเช่นนี้ อาจยิ่งทำให้ข่าวลือ...” มองไปรอบๆ นางกำนัลและขันทีต่างก็หยุดชะงักมองมา ทันทีที่ได้ยินนางเอ่ยถึงหลินหยาง
“ไสหัวไปให้หมด!” หลิ่งจือตวาดออกมาเสียงดัง แม้กระทั่งเซียงป่ายเหอยังสะดุ้ง
หญิงสาวมองไปรอบๆ ดูเหมือนจะได้ผลดี เพราะทุกคนต่างก็หายตัวไปอย่างลนลาน ราวกับมีความตายกำลังไล่ล่า “หลิ่งจือ เจ้าเคยบอกข้าว่าสงสัยองค์จักรพรรดินี ข้าบอกเจ้าก็ได้วันนั้นที่เกิดเรื่อง ข้าคิดว่าเป้าหมายที่แท้จริงคือข้า ไม่ใช่คนแคว้นฉู่”
“อะไรนะเจ้าคะ!”
“เจ้าเบาเสียงหน่อย” เซียงป่ายเหอมองซ้ายขวาก่อนจะถอนหายใจออกมาเสียงเบา “ที่ข้าต้องไปเยี่ยมคุณชายหลินก็เพราะเขาเองก็คงคิดเช่นนั้น”
ใบหน้าของหลิ่งจือเกิดเค้าความยุ่งยากขึ้นมาในทันที นางมองสบตากับเซียงป่ายเหอ จากนั้นจึงเม้มปากด้วยความหนักใจ
“แคว้นฉู่ภายใต้การนำของเซี่ยซู แคว้นฉินไหนเลยจะแข็งแกร่งได้ถึงครึ่ง เรื่องที่เกิดขึ้นช่างอ่อนไหวต่อความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นยิ่งนัก”
“เจ้าจะพูดอะไร”
“มาคิดๆ ดูแล้ว หรือนี่เป็นความตั้งใจของเซี่ยซูที่ต้องการให้ท่านกับองค์จักรพรรดินีขัดแย้งกัน แสร้งทำเป็นช่วยท่านเอาไว้เพื่อเอาชนะใจท่าน”
ได้ยินดังนั้นหญิงสาวพลันกลอกตาอีกรอบ “ข้าไม่อยากทำให้เจ้าผิดหวังหรอกนะ ที่เขาช่วยข้าจากลูกดอกเป็นเรื่องจริง แต่ข้าเป็นคนช่วยเขาไม่ให้จมน้ำ”
“หา!!” หลิ่งจืออุทาน
“บุรุษผู้นั้นเขา...ว่ายน้ำไม่เป็น”
มองใบหน้าที่ราวกับโลกเพิ่งถล่มลงมาตรงหน้าของหลิ่งจือ เซียงป่ายเหอได้แต่ถลึงตาใส่อีกฝ่าย
“เช่นนี้แล้วยังจะคิดว่าเขาเป็นวีรบุรุษช่วยสาวงามอยู่หรือไม่” กล่าวจบหญิงสาวก็ออกเดินทันที
“แต่ท่านปราชญ์เจ้าคะ ท่านเองก็ว่ายน้ำไม่เป็น”
เซียงป่ายเหอชะงัก “น้ำนั่น...ไม่ลึกมาก เอาน่า รีบไปเร็วเข้า ตอนนี้อิ่นเหยียนกำลังโวยวายจะพบข้า ข้าไม่อยากพบเขาตอนนี้”
เพราะยังคงละล้าละลังเมื่อได้ยินว่าอิ่นเหยียนมา ดังนั้นหลิ่งจือจึงได้แต่รีบพาเซียงป่ายเหอเดินลัดเลาะออกมาจากตำหนัก ก่อนจะไปเยี่ยมหลินหยางที่ตำหนักรับรอง
ท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็น เซียงป่ายเหอและหลิ่งจือแจ้งขอเข้าเยี่ยมอาการของหลินหยางอย่างเป็นทางการ ดังนั้นการพบกับเซี่ยซูจึงไม่อาจหลีกเลี่ยง
“คารวะท่านอัครมหาเสนาบดี”
“คารวะท่านปราชญ์”
ทั้งสองเอ่ยทักทายกันอย่างเป็นทางการ ก่อนที่เซี่ยซูจะเป็นฝ่ายนำทางหญิงสาวเข้าไปเยี่ยมอาการหลินหยาง กระนั้นเมื่อถึงหน้าห้องเซี่ยซูก็หันหลังกลับมา
“ท่านปราชญ์ มีเรื่องหนึ่งอยากขอร้องท่าน”
“ท่านอัครมหาเสนาบดีเกรงใจไปแล้ว มีเรื่องใดเชิญกล่าว”
“อาการของคุณชายหลินนั้น ทางเราเก็บเป็นความลับ ดังนั้นการเข้าเยี่ยมจึง...” เขาปรายตามองหลิ่งจือ และนางก็เข้าใจได้ในทันที
“หลิ่งจือ”
“เจ้าคะ”
“เจ้าไปรอข้างนอก”
“แต่...”
“แม่นางหลิ่งจือสบายใจได้ ข้าจะไปกับเจ้าก็แล้วกัน ในห้องมีเพียงคุณชายหลินเท่านั้น ข้าไม่สะดวกให้ผู้ใดเข้าเยี่ยมเขา แต่เพราะท่านปราชญ์ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ ดังนั้นนางจึงเป็นข้อยกเว้น”
เซียงป่ายเหอมุ่นคิ้ว ดูเหมือนลางสังหรณ์ของนางจะเริ่มมีเค้าของความจริง เรื่องพิษที่มือสังหารใช้ไม่ปรากฏในรายงาน อีกทั้งอาการป่วยของหลินหยาง แน่นอนแล้วว่าคงเป็นเพราะเขาถูกพิษ หาใช่เพราะเขาเป็นไข้เพราะตกลงไปในน้ำเย็นเยียบไม่
“ข้าเข้าไปครู่เดียวไม่ถึงครึ่งก้านธูป หากนานกว่านั้นเจ้าก็พังประตูเข้าไปได้เลย”
เซี่ยซูหัวเราะก่อนผายมือให้หลิ่งจือที่มีท่าทีไม่ยินยอม
“ไปเถิด ไม่นานข้าก็ออกมาแล้ว”
“เจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าน้อยไปรอที่ทางเดินตรงนั้น” นางชี้มือไปยังทางเดินที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล เห็นชัดว่านางยอมถอยให้เซี่ยซูได้แค่นั้นจริงๆ
เซียงป่ายเหอพยักหน้าในที่สุด ก่อนที่นางจะหมุนตัวเดินเข้าไปในห้อง ทันทีที่พบกันหลินหยางส่งยิ้มอบอุ่นให้หญิงสาว เขานั่งพิงหัวเตียง ใบหน้าหล่อเหลาซีดขาวจนสังเกตเห็นได้ชัด
“ท่านปราชญ์”
“ดีขึ้นแล้วกระมัง”
ได้ยินดังนั้นชายหนุ่มพลันเลิกคิ้วมองนาง เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังขึ้น ก่อนที่เขาจะผายมือให้นางนั่งลงยังเก้าอี้ซึ่งตั้งอยู่ข้างเตียงนอน
“ข้าคิดว่าท่านจะมาตั้งแต่เมื่อวานเสียอีก”
มองเห็นในมือของเขามีสมุดภาพที่วาดมาจากนิยายประโลมโลก เซียงป่ายเหอพลันสูดลมหายใจเข้าเพื่อสะกดโทสะ
“ส่งมา” นางยื่นมือออกไปก่อนจ้องตากับเขาเขม็ง แต่นางกลับมองเห็นเพียงดวงตาที่พราวระยับไปด้วยแววขบขัน
เขาส่งให้นางโดยดีซึ่งก็เป็นอย่างที่นางคาด นี่คือเล่มที่กำลังเลื่องลือในหมู่ขันทีและนางกำนัลในวังหลวง เป็นเรื่องราวที่คล้ายกับเรื่องของนางและหลินหยาง
“อยู่ๆ ข้าก็กลายเป็นวีรบุรุษ ทั้งที่ท่านปราชญ์เป็นคนช่วยชีวิตข้าแท้ๆ ท่านคงกำลังรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมกระมัง”
แม้จะพูดแบบนั้น แต่ดวงตาเขาไหนเลยจะแสดงออกตามสิ่งที่พูด เซียงป่ายเหอรีบชิงความได้เปรียบด้วยการเอ่ยขึ้นก่อน
“ข้ามาเพราะเรื่องในวันนั้น”
“ข้ารู้” เขากล่าว
ทั้งสองสบตากันนิ่ง ต่างคนต่างก็กำลังหยั่งเชิงกันไปมา กระทั่งเซียงป่ายเหอที่เป็นฝ่ายหมดความอดทนก่อน “ท่านรู้ใช่หรือไม่ว่าเรื่องวันนั้นข้าจึงจะเป็นเป้าหมายที่แท้จริง”
“ข้าไม่เพียงแต่รู้ว่าท่านเป็นเป้าหมาย แต่ข้ายังรู้ด้วยว่าคนเหล่านั้นคือมือสังหารจากพรรคใด”
“อะไรนะ!”
เขามองนางด้วยรอยยิ้ม “ท่านปราชญ์ หากท่านยังไม่กลับออกไป คนของท่านคงจะพังประตูเข้ามาจริงๆ แล้ว”
นางเม้มปากอย่างขัดใจ นางเองที่บอกหลิ่งจือเอาไว้เพราะไม่ไว้ใจคนของแคว้นฉู่ โดยเฉพาะหลินหยางผู้นี้ เห็นชัดว่าเขารู้บางอย่างแต่กลับจงใจปิดบัง
“พรุ่งนี้ท่านมาอีกสิ แล้วข้าจะบอก”ดวงตาเจ้าเล่ห์ของชายหนุ่ม ทำให้เซียงป่ายเหออดไม่ได้ที่จะถลึงตาเข้าใส่ “ฝันไปเถอะ ไม่บอกก็แล้วไป ข้ามีวิธีของข้า”“ท่านปราชญ์ ข้าขอเตือนท่านด้วยความปรารถนาดี อย่าได้ให้แม่นางหลิ่งจือไปสืบสาวโดยเด็ดขาด แต่ถ้าท่านไม่ต้องการชีวิตของนางก็แล้วไปเถิด”ยิ่งพูดเช่นนี้นางก็ยิ่งอยากรู้เข้าไปใหญ่นะสิ!!!มองดูเงาร่างอรชรเดินจากไป ดวงตาพราวระยับด้วยรอยขบขันพลันหายวับไปทันที หลินหยางมีท่าทีครุ่นคิดก่อนคิ้วเข้มจะมุ่นลง เมื่อมองไปยังเก้าอี้ที่หญิงสาวเพิ่งจะนั่งเมื่อครู่“นางใช่เซียงป่ายเหอจริงๆ หรือขอรับ” เสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ก่อนที่เงาร่างปราดเปรียวของเฟยอวี่จะก้าวเข้ามา“ใบหน้าและร่างกายนั้นดูเหมือนใช่” หลินหยางพึมพำเสียงเบา“ท่านหมายความว่าอย่างไรขอรับ”“มือของนางยังคงมีแผลเป็นเดียวกับที่นางได้รับเมื่อตอนห้าขวบ” นั่นคือตอนที่นางหาเขาพบ ...ใช่ ถูกแล้ว นางเป็นคนหาเขาพบจริงๆ“แต่นางจำท่านไม่ได้”“อืม” หลินหยางพยักหน้า เขาเงียบไปนานก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเฟยอวี่ “เรื่องคนที่วางยาพิษนางเล่า เจ้าสืบไปถึงไหนแล้ว”“ยาพิษชนิดนี้ไร้สีไร้กลิ่น เป็นพิษจากแมงมุมดำทะ
“ท่านไปเยี่ยมคุณชายหลินเช่นนี้ อาจยิ่งทำให้ข่าวลือ...” มองไปรอบๆ นางกำนัลและขันทีต่างก็หยุดชะงักมองมา ทันทีที่ได้ยินนางเอ่ยถึงหลินหยาง“ไสหัวไปให้หมด!” หลิ่งจือตวาดออกมาเสียงดัง แม้กระทั่งเซียงป่ายเหอยังสะดุ้งหญิงสาวมองไปรอบๆ ดูเหมือนจะได้ผลดี เพราะทุกคนต่างก็หายตัวไปอย่างลนลาน ราวกับมีความตายกำลังไล่ล่า “หลิ่งจือ เจ้าเคยบอกข้าว่าสงสัยองค์จักรพรรดินี ข้าบอกเจ้าก็ได้วันนั้นที่เกิดเรื่อง ข้าคิดว่าเป้าหมายที่แท้จริงคือข้า ไม่ใช่คนแคว้นฉู่”“อะไรนะเจ้าคะ!”“เจ้าเบาเสียงหน่อย” เซียงป่ายเหอมองซ้ายขวาก่อนจะถอนหายใจออกมาเสียงเบา “ที่ข้าต้องไปเยี่ยมคุณชายหลินก็เพราะเขาเองก็คงคิดเช่นนั้น”ใบหน้าของหลิ่งจือเกิดเค้าความยุ่งยากขึ้นมาในทันที นางมองสบตากับเซียงป่ายเหอ จากนั้นจึงเม้มปากด้วยความหนักใจ“แคว้นฉู่ภายใต้การนำของเซี่ยซู แคว้นฉินไหนเลยจะแข็งแกร่งได้ถึงครึ่ง เรื่องที่เกิดขึ้นช่างอ่อนไหวต่อความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นยิ่งนัก”“เจ้าจะพูดอะไร”“มาคิดๆ ดูแล้ว หรือนี่เป็นความตั้งใจของเซี่ยซูที่ต้องการให้ท่านกับองค์จักรพรรดินีขัดแย้งกัน แสร้งทำเป็นช่วยท่านเอาไว้เพื่อเอาชนะใจท่าน”ได้ยินดังนั้นหญิงสาว
วันต่อมาจักรพรรดินีทรงเสด็จมาเยี่ยมอาการป่วยของเซียงป่ายเหอ และการเสด็จมาครั้งนี้ ทำให้หญิงสาวรู้ว่าหูตาของอีกฝ่าย ถูกวางเอาไว้ทั่วทั้งตำหนักฮุ่ยเจ๋อ เพราะจูเชวี่ยเอ่ยถามเรื่องที่นางไล่นางกำนัลและขันทีออกมาจากตำหนักเมื่อวันวาน“หม่อมฉันเพียงรู้สึกหงุดหงิดเพคะ อยากอยู่ตามลำพังแต่เหตุการณ์วันนั้นจึงต้องให้หลิ่งจือรั้งอยู่ เพราะเกรงว่าจะมีมือสังหารบุกเข้ามาอีก”เซียงป่ายเหอตอบด้วยรอยยิ้มฝืดเฝื่อน หลิ่งจือบอกนางว่าเซียงป่ายเหอคนก่อนมักทำอะไรคาดเดาได้ยาก บางครานางทำอะไรเอาแต่ใจตัวเอง โดยที่ไม่มีเหตุผลอะไรซุกซ่อนไว้ทั้งสิ้น ดังนั้นการตอบเช่นนี้นับว่าเป็นเซียงป่ายเหอโดยแท้มองดูสตรีสูงศักดิ์ตรงหน้าแย้มยิ้มด้วยความเข้าอกเข้าใจ เซียงป่ายเหอได้แต่สงสัย ในใจของนางให้อย่างไรก็ยังกังขา เพราะนี่คือหนึ่งในผู้ต้องสงสัยที่ต้องการชีวิตนางวันนั้นหากนางมองไม่ผิด หนึ่งในมือสังหารพุ่งเป้ามาที่ตัวนางชัดๆ จนถึงตอนนี้แม้แต่กับหลิ่งจือ นางเองก็ยังไม่ได้เล่าให้ผู้ใดฟังเพียงแต่...หลินหยางผู้นั้น…“เจ้าหายดีแล้วกระมัง”“เพคะ”“เรื่องนี้คงยากจัดการเสียแล้ว เพราะเกี่ยวพันถึงความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นฉู่และแคว้นฉินข
เปิดหน้าถัดไป ถัดไป และถัดไป เนื้อเรื่องตรงกับเรื่องราวก่อนหน้านี้ กระทั่งมาเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย ตรงที่ชายหนุ่มในนิยายเป็นฝ่ายช่วยชีวิตหญิงสาว ทั้งยังอุ้มนางขึ้นมาจากทะเลสาบ“ท่านปราชญ์”มองดูเซียงป่ายเหอมือกำสมุดภาพเล่มนั้นแน่นจนข้อซีดขาว หลิ่งจือพลันรู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลัง นางรับรู้ได้ถึงอารมณ์โกรธกรุ่นของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน“ตอนจบปราชญ์หญิงเกิดความซาบซึ้งจึงแต่งเขาเป็นนายท่านอย่างนั้นเรอะ”น้ำเสียงเย็นเยียบทำเอาหลิ่งจือคุกเข่าลงอย่างแรง “ขอท่านปราชญ์อย่าได้มีโทสะ เรื่องนี้ข้าน้อยจะสอบสวนหาตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้”มองดูอีกฝ่ายคุกเข่าลงพร้อมเอ่ยด้วยท่าทีจริงจัง เซียงป่ายเหอครุ่นคิดครู่หนึ่งจึงบอกให้นางยืนขึ้น “ช่างเถิด จะทำอย่างไรได้เล่า พวกเขาวันๆ อยู่แต่ในกำแพงสูง การเล่นสนุกนี้ก็เป็นเพียงเรื่องที่ทำเพื่อความสำราญเล็กๆ น้อย หากข้ามีโทสะและเอาความ รังแต่จะเป็นการยอมรับและทำให้ผู้อื่นหัวเราะเยาะ”“ท่านปราชญ์” หลิ่งจือมองหญิงสาวราวกับมองคนแปลกหน้า“หลิ่งจือ”“เจ้าคะ”“ข้าขอบอกเจ้าตามตรง” หญิงสาวใคร่ครวญดีแล้ว อย่างน้อยนางก็ควรจะพูดกับคนสนิทให้กระจ่าง หาไม่คงไม่อาจเอาตัวรอดไปได้อย่าง
ชายหนุ่มยอมอยู่นิ่งในที่สุด เขามองดูการต่อสู้ที่อยู่เบื้องหลัง ก่อนลอบมองใบหน้าของคนที่กำลังพาเขาว่ายน้ำกลับขึ้นฝั่ง เสี้ยวหน้าจริงจังของนางทำให้คิ้วเข้มของเขามุ่นลง“ท่านปราชญ์” เขากระซิบเมื่อเท้าแตะพื้นดินใต้น้ำดูเหมือนนางจะพาเขามาถึงฝั่งได้จริงๆ ครานี้นางสอดสองแขนเข้ากับตัวเขาเพื่อลากร่างสิ้นเรี่ยวแรงขึ้นฝั่ง“ข้าไม่เคยรู้ว่าท่านปราชญ์ว่ายน้ำเป็น”ได้ยินดังนั้นเซียงป่ายเหอพลันปล่อยมือ ร่างสูงจมลงไปในน้ำทันที หญิงสาวนึกขึ้นได้ก็รีบควานลงไปงมเขาขึ้นมา ชายหนุ่มสำลักน้ำก่อนมองนางด้วยรอยยิ้ม“เรื่องนี้...คงไม่ถึงขั้นต้องคิดฆ่าคนปิดปากกระมัง เป็นความลับถึงเพียงนั้นเลยหรือ” เขาหัวเราะเซียงป่ายเหอถลึงตาใส่เขา“หุบปาก!” นางตวาดก่อนลากเขาขึ้นไปส่งให้ขันทีและนางกำนัลที่รออยู่บนฝั่ง ดูเหมือนการต่อสู้ที่เก๋งกลางทะเลสาบจะยุติลงไปแล้ว อีกทั้งร่างที่กำลังถูกหิ้วออกไปนั้น คงจะเป็นมือสังหารที่บุกเข้ามาเมื่อครู่กระมังหลิ่งจือปราดเข้ามาพร้อมกับเสื้อคลุม นางมองผู้เป็นนายสลับกับใบหน้าขาวซีดของชายหนุ่ม รู้สึกประหลาดใจกับรอยยิ้มของเขาซึ่งมองตรงมายังผู้เป็นนาย“ท่านปราชญ์ ปลอดภัยดีหรือไม่เจ้าคะ” นางเอ่ย
มองดูกลุ่มคนที่เดินมาถึงยังจุดที่นางยืนอยู่ วันนี้คงไม่อาจหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า แม้ไม่รู้ว่าในบรรดาคนที่มานางเคยรู้จักหรือไม่ แต่หากยิ่งปลีกตัวไปก็รังแต่จะทำให้น่าสงสัย“คารวะท่านปราชญ์ ข้าน้อยเซี่ยซู อัครมหาเสนาบดีแคว้นฉู่”เซียงป่ายเหอมองอัครมหาเสนาบดีหนุ่มตรงหน้า ในใจก็ลอบสูดปากอย่างชื่นชม เขาเป็นเพียงชายหนุ่มวัยไม่เกินสามสิบ แต่กลับมีฐานะเป็นถึงอัครมหาเสนาบดี หน้าตาหรือก็หล่อเหลาคมเข้ม ท่วงท่าหรือก็สุขุมเยือกเย็น“นี่คือกุนซือผู้ติดตามของข้า หลินหยาง ด้านหลังคือองครักษ์นามเฟยอวี่”เซียงป่ายเหอมองกวาดไปยังบุรุษทั้งสองคน คนแรกนามหลินหยาง นางเพียงปรายตามองก็ต้องประหลาดใจ ชายหนุ่มอีกสองคนเองก็คงอายุไม่ต่างจากเซี่ยซู แต่คนที่นางสนใจมากกว่าผู้อื่นคือหลินหยาง เพราะอีกฝ่ายจ้องนางเขม็งราวกำลังพิจารณาดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อยยามที่นางสบตา กระนั้นนางก็หาได้ใส่ใจเพียงรับคารวะแล้วมองไปยังเฟยอวี่เฮ้อ นางลอบถอนหายใจกับตัวเองบุรุษที่นี่ไยจึงมีแต่คนหน้าตาดีทั้งสิ้น หัวใจของซือเจ้เต้นรัวจนไม่อาจหยุดแล้ว!!! ฮือ...งานดีจริงๆแม้ในใจกำลังตื่นเต้น แต่ใบหน้าและดวงตาของเซียงป่ายเหอยังคงเรียบเฉย นางกล






![ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [นางร้าย]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
