LOGINชายหนุ่มยอมอยู่นิ่งในที่สุด เขามองดูการต่อสู้ที่อยู่เบื้องหลัง ก่อนลอบมองใบหน้าของคนที่กำลังพาเขาว่ายน้ำกลับขึ้นฝั่ง เสี้ยวหน้าจริงจังของนางทำให้คิ้วเข้มของเขามุ่นลง
“ท่านปราชญ์” เขากระซิบเมื่อเท้าแตะพื้นดินใต้น้ำ
ดูเหมือนนางจะพาเขามาถึงฝั่งได้จริงๆ ครานี้นางสอดสองแขนเข้ากับตัวเขาเพื่อลากร่างสิ้นเรี่ยวแรงขึ้นฝั่ง
“ข้าไม่เคยรู้ว่าท่านปราชญ์ว่ายน้ำเป็น”
ได้ยินดังนั้นเซียงป่ายเหอพลันปล่อยมือ ร่างสูงจมลงไปในน้ำทันที หญิงสาวนึกขึ้นได้ก็รีบควานลงไปงมเขาขึ้นมา ชายหนุ่มสำลักน้ำก่อนมองนางด้วยรอยยิ้ม
“เรื่องนี้...คงไม่ถึงขั้นต้องคิดฆ่าคนปิดปากกระมัง เป็นความลับถึงเพียงนั้นเลยหรือ” เขาหัวเราะ
เซียงป่ายเหอถลึงตาใส่เขา
“หุบปาก!” นางตวาดก่อนลากเขาขึ้นไปส่งให้ขันทีและนางกำนัลที่รออยู่บนฝั่ง ดูเหมือนการต่อสู้ที่เก๋งกลางทะเลสาบจะยุติลงไปแล้ว อีกทั้งร่างที่กำลังถูกหิ้วออกไปนั้น คงจะเป็นมือสังหารที่บุกเข้ามาเมื่อครู่กระมัง
หลิ่งจือปราดเข้ามาพร้อมกับเสื้อคลุม นางมองผู้เป็นนายสลับกับใบหน้าขาวซีดของชายหนุ่ม รู้สึกประหลาดใจกับรอยยิ้มของเขาซึ่งมองตรงมายังผู้เป็นนาย
“ท่านปราชญ์ ปลอดภัยดีหรือไม่เจ้าคะ” นางเอ่ยถามเซียงป่ายเหอด้วยความห่วงใย
“ข้าไม่เป็นไร ตอนนี้อยากเปลี่ยนชุด” หลังจากนั้นหญิงสาวก็เดินจากไปโดยไม่ได้หันกลับไปมองเบื้องหลัง
หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายยังตำหนักฮุ่ยเจ๋อผ่านไป เซียงป่ายเหอล้มป่วยเพราะตกลงไปในทะเลสาบเย็นเยียบ นางไหนเลยจะรู้ว่าข้างนอกนั้น เรื่องราวได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างกว่าที่คิด
หลังจากมือสังหารถูกจับก็กลืนยาพิษที่อมไว้ในปากจนสิ้นใจ กระนั้นกลับมีการค้นพบสัญลักษณ์ของรัชทายาทแคว้นฉู่ในตัวของมือสังหาร
แม้เรื่องนี้จะถูกปิดเป็นความลับ แต่เรื่องซุบซิบในวังหลวงไหนเลยจะสามารถหาต้นตอได้ ไม่นานข่าวลือก็มีมากมายจนไม่อาจควบคุม
เรื่องแรกหนีไม่พ้นการที่อัครมหาเสนาบดีแคว้นฉู่ถูกลอบสังหารในวังหลวงแคว้นฉิน เรื่องนี้แน่นอนว่าแคว้นฉินย่อมถูกวิพากษ์วิจารณ์
เรื่องที่สองเห็นจะหนีไม่พ้นหลักฐานที่ถูกพบในตัวมือสังหาร เนื่องจากมีใครบ้างไม่รู้ว่าอัครมหาเสนาบดีแคว้นฉู่ กุมอำนาจเหนือบัลลังก์มังกร
เรื่องสุดท้ายที่ทำเอาสะเทือนไปทั้งแคว้นฉิน เห็นจะหนีไม่พ้นความใกล้ชิดระหว่างท่านปราชญ์ผู้สูงส่ง กับหลินหยางกุนซือผู้ติดตามของอัครมหาเสนาบดีหนุ่มจากแคว้นฉู่
ภาพที่เซียงป่ายเหอในชุดตัวในสีขาวบางพลิ้วเปียกปอน กอดก่ายร่างใหญ่ของชายหนุ่ม ทำเอานางกำนัลวังหลวงต่างลือกันไปต่างๆ นานา
ที่หนักกว่าก็คือถึงกับมีนิยายประโลมโลกและสมุดภาพวาดล้อเลียนเหตุการณ์นั้น จนทำให้เกิดข่าวลือขึ้นไปทั่วทั้งเมืองหลวง
ได้ยินหลิ่งจือรายงานเรื่องราวทั้งหมดจบลง เซียงป่ายเหอได้แต่กุมขมับ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองหลิ่งจือ ก่อนมองไปยังประตูห้องที่มีขันทีและนางกำนัลคอยรับคำสั่ง
“หลิ่งจือ”
“เจ้าคะท่านปราชญ์”
“ไล่พวกเขาออกไปให้หมด ข้ามีเรื่องพูดกับเจ้าตามลำพัง เรื่องสำคัญมาก”
แม้จะรู้สึกประหลาดใจแต่หลิ่งจือก็ยังทำตามโดยดี นางเดินออกไปถ่ายทอดคำสั่ง ไม่นานทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ ภายในหลงเหลือเพียงหลิ่งจือและนางเพียงสองคน
เซียงป่ายเหอยื่นมือออกมา “เอามาให้ข้า”
หลิ่งจือถึงกับสะดุ้ง “อะ...อะไรเจ้าคะ”
“สมุดภาพวาด ข้ารู้นะว่าเจ้ามี” ท่าทางมีพิรุธถึงเพียงนี้ ดูไม่ออกข้าก็โง่งมเต็มทนแล้ว!
หลิ่งจือทำท่าทางเสียดายสุดแสน ตอนที่นางส่งสมุดภาพวาดประกอบนิยายประโลมโลกออกมา เมื่อเปิดหน้าแรกเซียงป่ายเหอถึงกับต้องสูดลมหายใจเข้า นางเงยหน้ามองหลิ่งจือก่อนหลับตาสะกดเพลิงโทสะ
‘ตำนานรักปราชญ์หญิงยอดดวงใจ’
ชื่อนิยายยังไม่ทำให้นางโกรธเท่ากับภาพประกอบ เพราะในภาพนั้นมีหนึ่งบุรุษอุ้มหญิงสาวซึ่งเปียกปอนเอาไว้ในอ้อมแขน แถมเสื้อผ้านั้นบางเสียยิ่งกว่าบาง มองเห็นทุกอย่างได้อย่างไม่ต้องคาดเดา ใบหน้าของทั้งสองนั้นชัดเจนว่าวาดขึ้นมาโดยมีผู้ใดเป็นต้นแบบ
“ถึงจะดูประหลาดไปหน่อย ข้ามขั้นตอนไปนิด แต่เราสองคนสมควรแนะนำตัวกันหน่อย ผมไม่อยากเป็นไอ้โง่อย่างเมื่อตอนเย็นที่ปล่อยคุณเดินจากไปโดยไม่ได้ถามชื่อ”ลิลลี่หัวเราะ “ลลิตา เฉิน ชื่อเล่นลิลลี่ค่ะ”“หืม”“ฉันเป็นลูกครึ่งไทย-จีนค่ะ จบจากมหาวิทยาลัย T ตอนนี้ทำงานด้านการเงินอยู่ที่บริษัทในเครือจ้าวถิง สถานะโสด งานอดิเรกคือชอบอ่านนิยายเป็นชีวิตจิตใจ”“ผมตงจวิน เรียกผมอีธาน ตง ก็ได้ นั่นชื่ออังกฤษของผม ผมชอบดื่มกาแฟ ตอนนี้เปิดร้านกาแฟอยู่สองสาขา ไม่มีงานอดิเรกอะไรเป็นพิเศษ สถานะกำลังจะมีแฟน ไม่สิ จะไม่โสดแล้ว” เขาทำท่าคิดหนักอยู่นานกว่าจะยื่นหน้าเข้ามา “ลิลลี่ ป่ายเหอ จื่อฮวา”หญิงสาวยิ้ม “ฉันชอบลิลลี่สีม่วง”“ถ้าอย่างนั้นช่อดอกไม้เจ้าสาวใช้ลิลลี่สีม่วงก็แล้วกัน”“หาอะไรนะ เดี๋ยวๆๆๆ” ลิลลี่ชะงัก “ไม่ข้ามขั้นตอนเกินไปหน่อยหรือคะ เพิ่งแนะนำตัวเองนะ”“เราสองคนข้ามขั้นตอนมาเกินกว่าจะมานั่งทำตามลำดับแล้ว” พูดจบหลินหยางก็อุ้มหญิงสาวขึ้น ทั้งที่เธอยังคร่อมเอวเขาอยู่ “ส่งตัวเข้าหอวันนี้เลยก็แล้วกัน จะตีสามแล้วเดี๋ยวจะสว่างเสียก่อน”“เดี๋ยว!!!!” เสียงลิลลี่ร้องดังลั่น แต่ตงตวินกลับหัวเราะออกมากระทั่งไม่
ท่านกลางหมอกหนาทึบของหุบเขาเอ้อซาน กระท่อมหลังหนึ่งยังหลงเหลือแสงเทียนส่องสว่าง เงาร่างอรชรในชุดนอนเนื้อหนาสีน้ำตาลเข้มยืนนิ่งใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตามองตรงเข้าไปด้านใน ซึ่งบัดนี้มีชายวัยไม่เกินสามสิบห้านั่งอยู่ด้วยท่าทีเหม่อลอย ตรงหน้าของเขาเป็นภาพเหมือนของสตรีนางหนึ่งลิลลี่ก้าวเดินเข้าไปช้าๆ ก่อนส่งเสียงเรียกเขา แต่เขากลับไม่ตอบสนองทั้งสิ้น เมื่อยื่นมือไปสัมผัสไหล่หนา มือของเธอกลับผ่านไปราวกับอากาศธาตุ เพราะ...เธอไม่มีตัวตนในโลกแห่งนิยายเรื่องนี้“จื่อฮวา” หลินหยางเหม่อมองภาพเหมือน จากนั้นจึงใช้มือลากไล้รูปหน้าของคนในภาพวาด“ข้าจะตามไปพบเจ้าในไม่ช้า” เขายิ้มด้วยใบหน้าอ่อนโยน ร่างสูงยืนเต็มตัวก่อนจะเดินเข้าไปหยิบบางสิ่งขึ้นลิลลี่มองไม่ชัดจึงไม่รู้ว่าคืออะไรกันแน่หลินหยางเดินออกมาด้วยเท่าเปล่าเปลือย ร่างสูงเดินอ้อมไปยังเบื้องหลังกระท่อม ซึ่งมาบัดนี้เต็มไปด้วยดอกป่ายเหอสีม่วงกำลังเบ่งบาน“เจ้าเคยบอกว่าไม่ชอบป่ายเหอสีขาว” หลินหยางพึมพำ เขาไอถี่ๆ หลังงองุ้มลงราวกับได้รับความทรมาน “ข้าจึงปลูกป่ายเหอสีม่วงให้เจ้า ชอบหรือไม่”ลิลลี่เบิกตากว้างเมื่อเข้าใจแล้วว่าเขากำลังทำอะไร เบื้องหน้าห
หน้ากระดาษที่เป็นสีขาวว่างเปล่า ลิลลี่ขมวดคิ้วมุ่น หัวใจของเธอเศร้าสร้อย และเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด น้ำตาที่หยดลงไปบนหน้ากระดาษ หยดแล้วหยดเล่าจนไม่อาจห้าม แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไร เรื่องราวหลังจากนั้นก็ไม่มีให้อ่านต่อแล้ว ทุกอย่างว่างเปล่า เหมือนกับชีวิตของหญิงสาวที่เหมือนคนหลงทาง“ตงจวิน...” ลิลลี่สะอื้นเสียงสั่น เธอก้มหน้าแนบหน้าผากกับหนังสือเล่มที่ถืออยู่ หัวใจบีบรัดจนเจ็บปวด ไม่สนใจว่าคนที่นั่งอยู่รอบข้างจะมองหรือเอ่ยถาม“คุณครับ” เสียงคุ้นเคยดังขึ้น ทำให้ลิลลี่เงยหน้าขึ้น ใบหน้าหล่อเหลาคุ้นเคยทำให้ลิลลี่ชะงัก ลืมแม้กระทั่งว่าเมื่อครู่กำลังร้องไห้อยู่ เสียงสะอื้นหรือก็หายไปฉับพลัน“ตงจวิน” เธอพึมพำออกมาเสียงเบา“คุณรู้จักผมหรือครับ” เขาเอ่ยถามด้วยท่าทางประหลาดใจ น้ำตาของลิลลี่ไหลออกมาอีกครั้ง และครั้งนี้เธอก็ไม่อาจหยุด จนชายหนุ่มเริ่มรู้สึกไม่ดี“บอสคะ พาเธอออกมาจากหน้าร้านก่อนดีไหม คือ...ลูกค้ามองใหญ่แล้วค่ะ”“อ้อ” ตงจวินพยักหน้า ก่อนพยุงหญิงสาวให้ลุกขึ้นยืน ยังโชคดีที่แม้เธอมีท่าทีเหม่อลอย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเดินตามเขาเข้าไปหลังร้านโดยดีวันนี้เปิดร้านวันแรกคนค่อนข้างเยอะ แต่กลับมา
เสียงร้องไห้ปลุกให้วิเวียนตื่นขึ้นมากลางดึก หญิงสาวเดินออกมาจากห้องนอน จึงพบเพื่อนสาวของเธอนั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่บนโซฟา“ลิลลี่ เป็นอะไรไป”ลิลลี่เงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสาว จากนั้นก็ยิ่งร้องไห้ออกมาหนักกว่าเดิม “วิเวียนช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย”ร้องไห้อยู่นานวิเวียนก็ยังไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับลิลลี่ พยายามถาม พยายามทำความเข้าใจ แต่เพื่อนของเธอกลับเอาแต่ร้องไห้กระทั่งหลับไปเช้าวันต่อมาวิเวียนออกไปทำงานพร้อมกับลิลลี่ มองดูอีกฝ่ายหอบหนังสือนิยายออกมาด้วย เธอก็ยิ่งรู้สึกแปลกใจ “ลิลลี่ เรากำลังจะไปทำงาน แกหอบนิยายมาด้วยแบบนี้บอสมาเห็นเข้าไม่โดนไล่ออกก็แปลกแล้ว”“วิเวียน”“อะไร”“แกเคยฝันมั้ย ฝันแบบเหมือนจริงมากๆ”วิเวียนชะงัก “บอกแกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าอ่านนิยายก่อนนอนให้มันมากนัก ดูสิตื่นมาร้องห่มร้องไห้” บ่นจบก็รีบลากลิลลี่ให้ลุกขึ้นเพราะรถเมล์ที่ทั้งสองต้องขึ้นจอดที่ป้ายพอดีลิลลี่นั่งลงด้วยท่าทีเหม่อลอย เธอก้มลงมองนิยายที่คว้ามาด้วยโดยที่ไม่ได้คิดอะไรมาก ระหว่างรอวิเวียนอาบน้ำก็เปิดอ่านคร่าวๆ และต้องตกใจที่ตัวละครในนิยายนั้น ตรงกับชื่อของใครหลายๆ คนที่เธอรู้จักไม่สิ...ต้องบอกว่าตรงกับใครห
“เรื่องของพยัคฆ์ขาว พวกท่านราชันตะวันออกลงมือตั้งแต่เมื่อไรหรือ”เฟยอวี่ชะงักไปครู่หนึ่ง “ความจริงข้าเองก็สงสัยว่าทำไมนายท่านถึงกับต้องทำเช่นนี้ ทั้งที่ตอนนั้นเขาหาได้มีท่าทีต่อนายหญิง ตอนที่เขารู้ว่าเป้าหมายคือนายหญิง ราชันตะวันออกก็เริ่มลงมือแล้ว”“เอ๋”“ตอนนั้นเพิ่งย้ายเข้าคฤหาสน์จื่อฮวา”“หรือว่านายท่านหลินหยางเขา...มีใจให้นายหญิงตั้งแต่ตอนนั้น”“คงใช่ เพียงแต่เขาเองก็คงยากจะยอมรับกระมัง” เฟยอวี่ถอนหายใจออกมา“เจ้าไม่รู้หรอกว่าหนึ่งเดือนที่นายหญิงหนีไปนั้น นายท่านเป็นทุกข์เพียงใด”“นายหญิงเองก็ไม่ได้แตกต่างนักหรอก รอยยิ้มของนางหาได้เหมือนตอนที่อยู่ในคฤหาสน์จื่อฮวา พวกเขาต่างคนต่างก็เฉลียวฉลาดมากด้วยแผนการ แต่กลับอ้อมไปอ้อมมาเพื่อที่จะมองเห็นความรักที่ต่างฝ่ายต่างก็มอบให้ตั้งแต่แรก”หลิ่งจือส่ายหน้าด้วยความอ่อนใจ กระนั้นนางกลับรู้สึกโล่งใจไปพร้อมๆ กัน “ว่าแต่ว่า...ท่านได้ข่าวเยว่ซานซื่อกับลู่เซียงหลันหรือไม่”เฟยอวี่พยักหน้า “เยว่ซานซื่อรับนางเข้าจวน ดังนั้นเขาจึงแทบจะเอาชีวิตไม่รอด”“ลู่เซียงหลันลงมือแล้วหรือ”“ใช่ แต่หลังจากลงมือนางจึงรู้ว่าเขาหาใช่คนที่ทำร้ายตระกูลลู่ไม่ เป็นแม่
หลินหยางสูดลมหายใจเข้า ก่อนจะลืมตาขึ้นช้าๆ พร้อมกับมือที่คว้าเอวอรชร บังคับให้นางอยู่นิ่งๆ แต่นั่นกลับเป็นการตัดสินใจผิดพลาดเขาลืมไปว่าทั้งนางและเขาต่างก็เปลือยเปล่าทั้งคู่ ดังนั้นการที่เขาให้นางคร่อมเอว ก็เท่ากับสัมผัสเนื้อแท้ของกายสาวโดยตรง“อา” หลินหยางเริ่มร้อนรุ่ม “จื่อฮวา” เสียงของเขาเริ่มแตกพร่าไปด้วยความต้องการเซียงป่ายเหอเองก็รับรู้ได้ เพราะตอนนี้เจ้าปีศาจน้อยตนนั้น กำลังตื่นตัวขึ้นมาจ่อที่บั้นท้ายนางในระยะประชิด “รู้อะไรหรือไม่”เซียงป่ายเหอกระซิบเขาเสียงเบา พร้อมกับขยับเอวเลื่อนต่ำลงไป นางพอใจที่เห็นหลินหยางลมหายใจสะดุด“จื่อฮวา เจ้าอย่าซุกซน...” หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นจนนางรู้สึกได้ ยิ่งในยามที่นางคว้าสองมือของเขาเอาไว้ ก่อนนำไปวางบนสะโพกนิ่มของตน“ท่านรู้หรือไม่ว่าบางครั้ง” เสียงของนางเย้ายวนจนเขาต้องสูดลมหายใจเข้าลึก“สตรีเองก็ต้องการเป็นฝ่ายควบคุมทุกอย่างเอาไว้ในมือ”“ระ...รู้” เขาตระหนักดีกว่าผู้ใด โดยเฉพาะในยามนี้ที่เขากำลังถูกนางควบคุม ไม่ว่าจะหัวใจหรือร่างกายที่กำลังตื่นตัวลมหายใจของเขาหอบหนัก ในยามที่ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามความต้องการที่กำลังฮึกเหิมของตนเซียงป่ายเ







