Beranda / แฟนตาซี / เซียนสาวเจ้าโอสถ / ตอนที่ 8 หนุนหลัง

Share

ตอนที่ 8 หนุนหลัง

last update Tanggal publikasi: 2026-07-16 17:29:51

ยังไม่รู้จักสถานะของตัวเองดีรึ พ่อบ้านหงุดหงิดยิ่งกว่าเดิม เขาพูดขึ้นอีกครั้ง “คุณหนูรอง เจ้าทำตัวเช่นนี้คงไม่สามารถทำให้นายท่านและฮูหยินพอใจได้ ข้าว่าคุณ..."

พ่อบ้านไม่สามารถพูดได้จนจบแขนของเขาก็ถูกนิ้วมือเรียวยาวจับไว้ ขยับไม่ได้แม้แต่นิดเดียว

ครู่หนึ่งถัดมาก็ถูกแรงมหาศาลถาโถมอย่างไม่ทันตั้งตัว พ่อบ้านทรุดลงไปบนพื้น

ดวงตาของหลินจื่อเหยามองลงพลางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ข้าบอกแล้วว่าให้หลบไป"

พ่อบ้านเงยหน้าอย่างหวาดกลัว แทบไม่อยากเชื่อ ดวงตาเบิกโพลง

“เอ่อ..”

ท่ามกลางความมืดมิดในช่วงเวลานี้ ทันใดนั้นได้มีเสียงหัวเราะที่เจือไปด้วยความสะใจ หากตั้งใจฟังยังแฝงไปด้วยความเย็นชา

“ถ้าข้าไม่ลงมาก็คงไม่รู้ว่าบ่าวรับใช้ของตระกูลหลินตอนนี้กล้าที่จะสั่งเจ้านายแล้วฮูหยินใหญ่หลินอบรมสั่งสอนบ่าวรับใช้มาเช่นนี้หรือ?”

ไม่นานก็ปรากฎร่างของบุรุษรูปร่างสูงส่งสวมใส่ชุดคลุมสีดำปักลวดลายเมฆเมฆาล่องลอยด้วยดิ้นสีทองคำยืนอยู่ใต้ต้นไม้ท่ามกลางแสงจันทร์

สีผิวยิ่งถูกขับให้ขาวยิ่งขึ้นดุจหยกท่ามกลางหิมะขาวโพลนก็กลายเป็นทิวทัศน์แบบหนึ่ง เป็นภาพที่งดงามยากจะหาใดเปรียบ

หลินจื่อเหยาชักเท้ากลับ เงยหน้าขึ้น สายตาชะงักไปเล็กน้อย "เจ้ายังไม่ไปอีกหรือ?"

“โชคดีที่ยังไม่ไป " มือข้างหนึ่งของมู่หรงเว่ยหมินไพล่ไปทางด้านหลังมุมปากโค้งขึ้น “ถ้าหากข้าไปแล้วสาวน้อยของเราก็ต้องถูกรังแกหน่ะสิ”

สายลมเบาๆ พัดผ่าน ปลายเสื้อคลุมสีดำปลิดปลิวไปตามแรงเผยให้เห็นรูปร่างที่สูงส่งปราดเปรื่อง กลิ่นไม่กฤษณาโชยมา ใบหน้าหล่อเหลาท่ามกลางแสงจันทร์ดูสุขุมอ่อนโยน เย้ายวนน่าดึงดูด

หลินจื่อเหยาเงียบไปเล็กน้อย “ขี้เกียจใส่ใจ” แต่ไหนแต่ไรมานางเป็นคนที่ไม่ชอบพูด มัวเสียเวลาพูดไม่สู้ลงมือไปเลย

"อืม ข้ารู้" มู่หรงเว่ยหมินเดินเข้ามายกมือขึ้นปัดเป่าหิมะบนผมสีดำขลับของนางออก “ข้าถึงได้มาใส่ใจเจ้าแทนอย่างไรหล่ะ ไปยืนดูข้างๆ ก็พอ"

เขาหันไป เชิดคางเล็กน้อย ยังคงยิ้มอยู่ “เมื่อสักครู่ข้าได้ยินว่า เจ้าสั่งให้ผู้ใดไปขอโทษใครอย่างนั้นหรือ?”

เดิมทีพ่อบ้านถูกผลักก็งงอยู่แล้ว เวลานี้ยิ่งไม่กล้าหายใจแรง อดกลั้นจนใบหน้าแดงก่ำ เดี๋ยวเขียวเดี๋ยวซีด ขาก็สั่น คุกเข่าลงในที่สุด

แน่นอนว่าเขาไม่มีทางไม่รู้จักบุรุษที่ปรากฏตัวอยู่ตรงนี้

เขาคือองค์ชายห้า โอรสคนที่ห้าของฮ่องเต้ในเวลานี้ กับกุ้ยเฟยพระองค์ก่อนถึงแม้นว่ากุ้ยเฟยนั้นจะสิ้นพระชนม์ไปแล้วก็ตาม แต่องค์ชายห้าผู้นี้ก็เป็นคนที่องค์ไท่ซางหวงโปรดปรานที่สุดในบรรดาบุตรหลานของราชวงศ์

เขานอกจากใบหน้าที่หล่อเหลาล่มแคว้นแล้วก็เป็นองค์ชายเพียงผู้เดียวที่รักในอิสระ ไม่ใส่ใจเรื่องราชบัลลังก์

ออกท่องยุทธภพไปทั่วไม่กลับเมืองหลวงมาหลายปีแล้วนี่เขากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? แล้วเหตุใดถึงได้ออกมาปกป้องคุณหนูรองเช่นนี้ด้วย เกิดอะไรขึ้นกันแน่?

"องค์ชายห้าเข้าใจผิดแล้วพะย่ะค่ะ เอ่อ..บ่าวขอประทานโทษคุณหนูรองด้วยขอรับ" พ่อบ้านทนแรงกดดันไม่ไหว ยกมือขึ้นตบหน้าตัวเองพลางพูดเสียงสั่น “บ่าวไม่ควรทำตัวไม่เคารพคุณหนูรอง บ่าวผิดไปแล้วขอรับ"

มู่หรงเว่ยหมินไม่สนใจเขาหันไปหาหลินจื่อเหยาแล้วกล่าว "ไปเถิดสาวน้อย คราวนี้ข้าจะเป็นคนเข้าไปส่งเจ้าเข้าข้างในด้วยตัวเอง”

พ่อบ้านมีหรือจะกล้าขัดขวางอีก “องค์ชายห้า คุณหนูรอง เชิญทางนี้ขอรับ”

ในขณะที่กำลังอดกลั้นอยู่นั้น เขากลับโล่งอก อย่างน้อยฮูหยินใหญ่ก็ไม่มีทางโทษเขาแล้ว

ประตูใหญ่จวนตระกูลหลินถูกเปิดออก เข้ามาภายในจวนทางซ้ายมือเป็นห้องโถงใหญ่มีแสงไฟสว่างจ้าภายในห้องโถงนั้นยังปรากฎร่างของสตรีวัยสามสิบต้นๆ นั่งหลับตาอยู่บนเก้าอี้

ทางด้านหลังมีบ่าวรับใช้คอยนวดไหล่ให้ เมื่อได้ยินเสียงกุกกักดวงตาเรียวยาวก็ค่อยๆ ขยับท่ามกลางความหนาวเย็นของด้านนอกจวนภายในห้องโถงนี้กลับอบอุ่นมาก

นางคือฮูหยินรองของตระกูลหลินที่ผันตัวเองขึ้นมาเป็นฮูหยินใหญ่ของจวนตระกูลหลินซูมั่นหวา หญิงสาวที่เกิดในตระกูลซูที่เป็นตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่งในเมืองหลวง

บิดาของนางผู้เฒ่าตระกูลซูก็คือขุนนางชั้นผู้ใหญ่อีกคนหนึ่งของราชสำนักแต่หากเทียบกับตระกูลจางของทางบ้านฮูหยินใหญ่จางลู่จื่อมารดาของหลินจื่อเหยาแล้วก็ยังห่างไกลนัก

เพราะตลอดชีวิตของตระกูลจางคือตระกูลแม่ทัพใหญ่ปกป้องชายแดนมาตลอดหลายช่วงอายุ

ฮูหยินใหญ่ซูมั่นหวาได้ยินเสียงฝีเท้าดังเข้ามา แต่กลับไม่ได้ลืมตาขึ้นมามอง นางก็พูดอย่างไม่รีบร้อน "คุณหนูรองยอมสยบแล้วอย่างนั้นหรือ?”

ภายในจวนตระกูลหลินเวลานี้ค่อนข้างดึกมากแล้วจึงเงียบเป็นพิเศษเพราะซูมั่นหวามั่นใจว่าหลินจื่อเหยาอย่างไรเสียนางจะต้องกลับมาและคุกเข่าอ้อนวอนของร้องให้นางพูดคุยกับเสนาหลินให้ได้กลับเข้าจวนนางจึงนั่นรอด้วยใจจดจ่อ

พ่อบ้านไม่กล้าหายใจแรง แค่เอ่ยตอบเสียงเบาหวิวเท่านั้น

"ฮูหยินใหญ่ขอรับ"

“อืม?” ซูมั่นหวาขมวดคิ้วนางค่อยๆ ลืมตาพร้อมกับพูดขึ้น “ไม่ยอม..."

คำพูดที่เหลือหยุดชะงักลงในทันทีเมื่อเห็นว่ามีใครอีกคนยืนอยู่อย่างสง่างาม

ซูมั่นหวาอึ้งไปเล็กน้อย ผ่านไปหลายอึดใจนางถึงได้รู้สึกตัว

นางรีบลุกขึ้นแล้วก้าวเดินออกไปต้อนรับ นางทำเหมือนกับว่ามองไม่เห็นเด็กสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ เขา ยิ้มพลางพูด

“ที่แท้ก็องค์ชายห้า คารวะองค์ชายห้าเพคะเคยได้ยินว่าองค์ชายออกท่องยุทธภพหลายปีแล้วไม่คิดว่าพระองค์จะเสด็จกลับมาแล้ว

องค์ชายห้าเสด็จมาถึงจวนตระกูลหลินกลางดึกเช่นนี้ มีธุระสำคัญกับท่านเสนาหลินใช่หรือไม่เพคะข้าจะให้คนไปตามท่านเสนาเดี๋ยวนี้เลยเจ้าค่ะองค์ชายห้าโปรดรอสักครู่”

มู่หรงเว่ยหมินเป็งองค์ชายที่ไท่ซางหวงโปรดปรานมากที่สุดและยังเป็นองค์ชายเพียงพระองค์เดียวที่ไม่มีหน้าที่ในราชสำนักถึงแม้ว่าเขาจะไปท่องยุทธภพมาหลายปีแต่ตราบใดที่ไท่ซางหวงยังอยู่ก็ใช่ว่าผู้ใดจะล่วงเกินเขาได้

“ข้าแค่เพียงมาส่งสาวน้อยกลับบ้าน" มู่หรงเว่ยหมินตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ข้าเพียงรู้สึกไม่วางใจเกรงว่านางจะถูกรังแก”

รอยยิ้มของซูมั่นหวาหยุดชะงัก ดูคาดไม่ถึงอย่างเห็นได้ชัดว่าจะได้รับคำตอบเช่นนี้จากเขา สายตาของนางถึงได้หันไปหาเด็กสาวแล้วถามขึ้น

“โอ้ว..เหยาเอ๋อมีเรื่องอะไรอย่างนั้นหรือ?”

พ่อบ้านรีบเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ให้ฟังอย่างคร่าวๆ

พอฟังจบจงซูมั่นหวาก็ขมวดคิ้วอีกครั้ง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วฝืนยิ้มพลางพูด

"องค์ชายห้า นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิดเพคะ ยังต้องรบกวนองค์ชายห้าพามาส่งถึงที่ อย่างไรเสียเหยาเอ๋อก็เป็นลูกสาวของหม่อมฉันเหมือนกัน หม่อมฉันจะทนเห็นนางลำบากได้อย่างไรกันเพคะ”

“อย่างนั้นหรือ?” มู่หรงเว่ยหมินแสยะยิ้ม ท่าทีเอื่อยเฉื่อย “เช่นนั้นก็ดีข้าจะได้วางใจ อีกอย่างฮูหยินใหญ่หลินดูแลลูกเลี้ยงของตัวเองดีเช่นนี้ เลื่องลือออกไปก็ได้ชื่อว่าเป็นมารดาในเรื่องความมีเมตตา”

สีหน้าของซูมั่นหวากระอักกระอ่วนเล็กน้อยคำพูดนี้เป็นการประชดอย่างเห็นได้ชัด

“เพียงแค่คนรับใช้ไม่ใช่หรือ? ..." มู่หรงเว่ยหมินเหลือบมองแสยะยิ้ม “เหตุใดถึงได้ใจกล้านักเล่า”

พ่อบ้านเข่าอ่อนยิ่งกว่าเดิมซูมั่นหวาหน้าตึง พูดอะไรไม่ออก

“แต่ก็เอาเถิด ข้าเป็นเพียงคนนอกที่ผ่านเข้ามา จะให้สั่งสอนคนรับใช้ของตระกูลกลินนั้นก็คงจะไม่ดี” หันหน้าไปหาหลินจื่อเหยา อมยิ้มพลางพูด “สาวน้อย จำไว้มีเรื่องอะไรก็มาหาข้าได้ตลอด วังหมินอ๋องต้อนรับเจ้าเสมอ"

พูดจบมู่หรงเว่ยหมิ่นก็ไม่สนใจอีกเขาหันไปพยักหน้าให้หลินจื่อเหยาจากนั้นก็หมุนกายเดินออกจากจวนตระกูลหลินไป

หลังจากที่มู่หรงเว่ยหมินออกไปแล้ว ภายในห้องก็เงียบสงัด

พ่อบ้านโล่งอก ปาดเหงื่อไม่หยุด

"คุณหนูรองหลินจื่อเหยา เจ้าทำผิดต่อพี่สาวถูกสั่งลงโทษให้สำนึกความผิด แต่เจ้ากลับหนีออกไปเสียอย่างนั้น

หนำซ้ำดึกดื่นเช่นนี้เจ้ายังกลับจวนมาพร้อมกับบุรุษ เช่นนี้แล้วเจ้าไม่คิดที่จะอธิบายอะไรให้ข้าผู้เป็นมารดาฟังสักหน่อยหรือ?" ฮูหยินใหญ่ซูมั่นหวาอดกลั้นความโมโห นางไม่ได้เปลี่ยนสีหน้าในทันทีหลังจากที่มู่หรงเว่ยหมินเดินออกไป

"เซวียนเอ๋อบอกข้าว่าเจ้าทำร้ายร่างกายบ่าวไพร่จนแขนขาหัก เพียงเพราะไม่พอใจการลงโทษ

เซวียนเอ๋อห้ามปรามเจ้าก็จะเข้าไปทุบตีนางไม่กล้ามีผู้ใดห้ามปรามเจ้าได้ถึงได้หนีออกจากอารมไปทั้งอย่างนั้นแล้วนี่...ไม่ใช่ว่าเจ้าไปทําเรื่องไร้ยางอายอะไรมาอีกหรอกนะ?”

หากนางไม่มีตระกูลจางจับตามองมีหรือจะปล่อยให้เด็กคนนี้เติบโตขึ้นมาเป็นตัวด่างพร้อยให้บุตรสาวของและตระกูลหลินแห่งนี้

จะตายทั้งทีเหตุใดไม่พาบุตรสาวของแกตายไปด้วย ทิ้งมันเอาไว้ให้เป็นเสี้ยนหนามทิ่มแทงหัวใจของนางไปทำไมกัน?

ทั้งยังพาคนกลับมาเพื่อข่มขู่นางที่เป็นฮูหยินใหญ่ของจวนหลินอีกด้วย

หลินจื่อเหยาไม่ตอบนางปรายตามองสักครู่แล้วก็อ้าปากหาวออกมา นอกจากหิว ตอนนี้นางก็เริ่มง่วงแล้ว

จู่ๆ ก็ได้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์อีกครั้ง นางจะต้องต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์ของมนุษย์ในยุคนี้ให้ดี

"ไร้มารยาท ไม่สำรวมกิริยา " ซูมั่นหวาพูดอย่างเย็นชาดวงตาแดงก่ำด้วยความโมโห "ข้าถามเจ้าอยู่นะ จำเป็นต้องไร้มารยาทขนาดนี้เชียวหรือ?"

หลินจื่อเหยาเงยหน้าขึ้นมาช้าๆ แล้วตอบ "คนอย่างฮูหยินรอง ถามหากิริยามารยาทจากข้า? เจ้าเคยสอนข้าด้วยหรือ? ไม่ใช่ว่าเจ้าต้องการให้ข้าเป็นอย่างนี้มาตลอดไม่ใช่หรือ? เพื่อที่คุณหนูใหญ่บุตรสาวของเจ้าจะได้ดูสูงส่ง"

ซูมั่นหวาแทบจะไม่อยากเชื่อหูตัวเอง สมองของนางว่างเปล่าไปชั่วขณะ ตัวสั่นขึ้นมาทันที “เจ้าว่าอย่างไรนะ?"

พ่อบ้านเองก็มองด้วยความตกใจ สีหน้าเหลือเชื่อ

เรื่องที่ตระกูลหลินปฏิบัติกับคุณหนูรองหลินจื่อเหยานั้นในสายตาของคนอื่นฮูหยินใหญ่ใส่ใจดูแลนางดีมาตลอด

แม้ความจริงแล้วลึกๆ การอบรมสอนสั่งจะทำอย่างขอไปทีก็ตามส่วนมากแล้วจะชักนำนางไปในทางที่ไม่ดีเสียมากกว่า

เด็กสาวที่ถูกยกยอชื่นชมในทางที่ผิดๆ มาโดยตลอดจนทำให้กลายเป็นเด็กก้าวร้าวไร้ยางอายชื่อเสียงฉาวโฉ่มาจนทุกวันนี้ก็คือผลลัพที่นางซูมั่นหวาต้องการมาโดยตลอด

แต่ในวันนี้ เด็กสาวผู้นี้พูดจาออกมาคล้ายกับว่านางนั้นรู้ทันเรื่องราวต่างๆ ที่ฮูหยินใหญ่ผู้นี้ต้องการให้เป็นมาโดยตลอดอย่างไรอย่างนั้น

ยามที่เรื่องอัปลักษณ์เหล่านี้ถูกพูดออกมาตรงๆ ฮูหยินใหญ่ซูมั่นหวารู้สึกเพียงว่าผ้าคลุมหน้าที่ปกปิดมาช้านานได้ถูกกระชากออก ราวกับถูกแทงข้างหลัง เลือดในกายเย็นยะเยือก มือเท้าเย็นเฉียบ

อย่างไรเสียซูมั่นหวาก็เกิดมาในตระกูลขุนนางชั้นสูงนางจึงสามารถควบคุมอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว สีหน้าผ่อนคลายลง แต่ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงเชิงออกคำสั่ง

“ดูสภาพของเจ้าเวลานี้สิ พวกเจ้าไปเตรียมน้ำอุ่นให้คุณหนูรองอาบไป อาบน้ำเสร็จก็พักผ่อนให้ดี เรื่องในวันนี้ข้าจะพูดกับบิดาของเจ้าเอง"

หลินจื่อเหยาหาวออกมาอีกครั้ง เดินออกจากห้องโถงใหญ่อย่างไม่สนใจ

ซูมั่นหวาหน้าบึ้ง วางถ้วยชาลงบนโต๊ะอย่างแรงดัง 'ปั๊ก'

พ่อบ้านก้มหน้า ไม่กล้าพูดอะไรแต่ในที่สุดเขาก็เอ่ยขึ้นมา

“ฮูหยินใหญ่ใจเย็นๆ นะขอรับ" พ่อบ้านคิดเล็กน้อยแล้วพูดปลอบ "อีกไม่นานคุณหนูใหญ่ก็จะได้สมรสเป็นพระชายาเอกขององค์รัชทายาทแล้วถึงเวลานั้นคุณหนูรองก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว”

พอพูดถึงเรื่องนี้ ก็ทำให้ซูมั่นหวาสบายใจขึ้นมาไม่น้อย

แต่กว่าเซวียนเอ๋อจะได้สมรสตระกูลหลินไม่ขายหน้าไปหมดแล้วหรือ? ยิ่งตอนนี้นางนั่นยังมีองค์ชายห้าหนุนหลังอีกจะจัดการอย่างไรได้ง่ายๆ อย่างนั้นหรือ?

..........

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • เซียนสาวเจ้าโอสถ   ตอนที่ 205 ตอนจบ 3

    มู่หรงเหว่ยถิงไม่สนใจชายชุดดำเหล่านั้นนางหมุนกายก้าวเดินกลับมาที่ชายหนุ่มในชุดสีน้ำเงินที่ยืนอยู่เมื่อเห็นเด็กสาวเดินเข้ามา เด็กหนุ่มผู้นั้นก็ยกหน้าขึ้นช้าๆ ท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องลงมา ดวงหน้าเยาว์วัยของเขานิ่งขรึมไร้ซึ่งรอยยิ้ม แต่กลับงดงามจนเด็กสาวต้องเผลอชะงักลมหายใจผิวของเขาขาวสะอาดดุจหยกเนื้อดี ทว่าไม่ซีดเซียว กลับมีเลือดฝาดจาง ๆ ที่พวงแก้มดูมีชีวิตชีวา หน้าผากกว้างได้รูป แสดงถึงความเฉลียวฉลาด คิ้วดกดำเรียวยาวโค้งงามราวขีดพู่กันจากจิตรกรเอกรับกับดวงตาคมล้ำดั่งหมึกจิ้มจอก ทั้งแววตาสุขุมนั้นแลดูเกินวัยคล้ายซ่อนความลึกซึ้งไว้ภายใน คล้ายเคยผ่านเรื่องราวมากมายเกินกว่าบุรุษน้อยในวัยเดียวกันจะรับไหวขนตายาวสลวยขับเน้นนัยน์ตาสีดำสนิทดั่งหยกดำ เส้นผมยาวประบ่าผูกไว้หลวม ๆ ด้วยเชือกไหมสีเข้ม เมื่อสายลมพัดผ่าน กลุ่มผมก็กระเพื่อมตามจังหวะ เผยให้เห็นต้นคอขาวละมุนราวหยกหิมะจมูกโด่งสวยรับกับรูปหน้า ปากบางสีชมพูอ่อน เม้มแน่นคล้ายไม่คุ้นชินกับการสนทนา สายตาเมื่อจ้องมองเด็กสาวราวกับจะมองทะลุไปถึงจิตใจเขาไม่ได้แต่งกายหรูหรามากนัก เป็นผ้าเนื้อดีธรรมดาสีน้ำเงินปักลวกลายเรียบสะอาดสะอ้าน ทว

  • เซียนสาวเจ้าโอสถ   ตอนที่ 204 ตอนจบ 2

    มือของเขาที่โอบอยู่รอบเองของนางได้ลูบไล้ขึ้นลงเหมือนสายน้ำที่ไหลผ่านพาให้หลินจื่อเหยารู้สึกราวกับว่าเวลานี้นางกำลังถูกกระแสไฟฟ้าพาดผ่านชาไปทั่วทั้งตัวจากนั้นนิ้วเรียวยาวของเขาก็เคลื่อนมาด้านข้างกระตุกสายรัดเอวของนางออกสิบอึดใจผ่านไปมือไม้พัลวัน“ชุดเจ้าสาวชุดนี้ถอดยากพอสมควร” พอหลินจื่อเหยาเห็นเช่นนั้นก็เลิกคิ้ว “ฮูหยินรองกับฮูหยินจวนตระกูลห่าวช่วยสวมใส่ให้ข้ายุ่งยากพอสมควร”ตอนที่นางลงมาอยู่บนโลกมนุษย์ในยุคสมัยใหม่การสวมใส่เสื้อผ้านั้นค่อนข้างง่ายพอสมควรชุดเดรสยามคลุมเท้าชุดเดียวก็ไปไหนๆได้แล้วดังนั้นเมื่อสองปีก่อนนางจึงได้ออกแบบชุดเดรสแขนยาวนำไปให้ร้านตัดเย็บตัดมาส่งให้ ในทุกๆวันรอบสองปีนางมีเดรสสีขาว สีดำและสีฟ้ายาวครอบเท้าสวมใส่อย่างสม่ำเสมอนอกจากเพราะความเคยชินแล้วยังเพราะความสะดวกด้วยตอนนี้ชุดแต่งงานนี้เป็นการสวมตัวในหนึ่งชั้นตัวนอกหนึ่งชั้นและยังมีชุดคลุมอีกชั้นแต่ละชั้นล้วนมีเชือกผูกซ้ายผูกขวายุ่งยากมากตอนนี้นางกลับรู้สึกขอบคุณชุดที่ซับซ้อนแบบนี้ที่ให้เวลานางได้เตรียมใจและผ่อนคลายก่อนแต่ชั่วครู่ถัดมามือของมู่หรงเหว่ยหมินก็โอบเอวนางอีกครั้ง เงยหน้าขึ้นไปก็ถูกริมฝีปากบางก็ถ

  • เซียนสาวเจ้าโอสถ   ตอนที่ 203 ตอนจบ 1

    มู่หรงเหว่ยหมินจับมือหลินจื่อเหยาเอาไว้แน่น ยกยิ้มมุมปากเอ่ยกระซิบ “เหยาเหยาข้ารู้สึกตื่นเต้นมาก”ถึงแม้จะพูดแบบนี้แต่น้ำเสียงของเขาก็ยังคงดูไม่จริงจัง“หืม...” หลินจื่อเหยาเหลือบมองเขาผ่านผ้าโปร่ง “ท่านยังต้องอยู่ดื่มสุราต้อนรับแขกและส่งแขกอีกนะระหว่างนี้ท่านก็ก็ใจเย็นๆ”มู่หรงเหว่ยหมินครุ่นคิด “อืมก็จริง”หลังจากที่ส่งหลินจื่อเหยาเข้าห้องหอแล้ว มู่หรงเหว่ยหมินก็ถูกแม่ทัพน้อยไป๋และซุนยวี่เหอลากตัวออกไป ในห้องโถงจัดเลี้ยงมู่หรงจินเหยียนก็ถูกคุณหนูใหญ่ตระกูลไป๋ ไป๋เผยหนิงพระชายาของเขาประคองเข้ามา"น้องห้าพี่ใหญ่มาแสดงความยินดีกับเจ้า" น้ำเสียงของเขาแหบแห้งร่างกายที่เคยแข็งแรงดูอ่อนแอ เวลานี้ตำแหน่งองค์รัชทายาทของราชวงศ์เปลี่ยนไปเป็นมู่หรงจื่อเฉิงไปแล้วแม้หลายฝ่ายจะไม่ค่อยเห็นด้วยแต่สุดท้ายตัวเลือกที่ดีที่สุดก็ยังคงเป็นเขามู่หรงเหว่ยหมินหมุนกายกลับมา ยกจอกสุราขึ้น"พี่ใหญ่สภาพร่างกายไม่แข็งแรงยังมาดื่มฉลองให้ข้าอีกข้าขอบพระทัยท่านมาก""ไม่ลำบากสักนิด"เขายิ้มแล้วยกสุราขึ้นดื่ม จากนั้นบรรดาองค์หญิงองค์ชายองค์อื่นๆ ก็เข้ามา แสดงความยินดีกับเขาถัดไปไม่ไกล อู๋เฉินวางจอกสุราลงแล้วถามมู่หรงจื

  • เซียนสาวเจ้าโอสถ   ตอนที่ 202 ไปสมรสกันเถิด

    หลินจื่อหานกลอกตา ถอนหายใจ"ท่านพ่อน้องสาวจะออกเรือน ท่านควรพูดเรื่องดีดีสิ" "อืม..ที่ผ่านมาพ่อไม่ดีนัก พ่อไม่รู้จะทำอย่างไรไม่รู้ว่าจะทำอะไรเพื่อน้องสาวของเจ้าได้บ้างในตอนนี้..." เสนาบดีหลินเสียงสั่นหลินจื่อเหยากระพริบตา "ท่านไม่ต้องทำอะไรข้ารับรู้ได้ทั้งหมดแล้ว..""ท่านเสนาได้เวลาส่งตัวเจ้าสาวแล้วเจ้าค่ะ" ฮูหยินรองของจวนหลินเอื้อนเอ่ย จากนั้นนางก็ลุกขึ้นมาประคองหลินจื่อเหยา เอ่ยช้าๆ"คุณหนูใหญ่ข้าขอให้ท่านมีความสุขมากๆมีหลานตัวน้อยออกมาไวๆ""ขอบคุณฮูหยินรอง อย่างไรเสียก็ฝากดูแลท่านพ่อต้มน้ำแกงไก่ดำบำรุงร่างกายให้เขาเสียหน่อยประเดี๋ยวก็จะไม่สบาย"เมื่อได้หยินหลินจื่อเหยาเอ่ยเช่นนั้นฮูหยินรองไม่กล้าไม่เชื่อ นางพยักหน้า "ได้ คุณหนูใหญ่เชิญ"ในเวลาต่อมาเจ้าสาวในชุดสีแดงก็ถูกแม่สื่อจูงออกมาที่ด้านหน้าประตูจวนซึ่งเวลานี้มีคนของตระกูลหลินจำนวนมากมายืนส่งนาง ทันทีที่เห็นหญิงสาวในชุดสีแดงก้าวเดินออกมาแม้จะมีผ้าคลุมหน้าปิดบังเอาไว้ ผู้คนที่ยืนรอดูอยู่หน้าจวนต่างก็ส่งเสียงฮือฮา"ออกมาแล้วเจ้าสาวออกมาแล้ว.." "เสียดายจริงๆไม่เห็นตอนนางเปิดหน้า..""เจ้ายังไม่เคยเห็นนางหรือ? นางงดงามมากเชียวนะ ง

  • เซียนสาวเจ้าโอสถ   ตอนที่ 201 เสนาบดีหลินผู้คิดเยอะ

    หลังจากตกลงกันได้แล้วว่าจะใช้สุรารสชาติใดทั้งสองก็ได้เปิดประตูเดินออกมา แต่ทันทีที่เดินออกมาก็มีมีเสียงโห่ร้องด้วยความยินดีดังขึ้น คนที่ซ่อนตัวอยู่รอบๆก็พากันกระโดดออกมา“องค์ชายห้า เหยาเอ๋อยินดีด้วย!”“ยินดีกับองค์ชายห้าที่ได้สมรสเสียที!”“อย่างนั้นคืนนี้พวกเราก็เลี้ยงฉลองกันเลย! ”ซุนยวี่เหอยกไหสุราขึ้นมา “องค์ชายห้าในฐานะที่ข้าเป็นสหายคนที่สนิทที่สุดของเจ้าวันนี้ไม่เมาข้าไม่กลับจวน!”“อย่างนั้นเลยหรือ?!” มู่หรงเหว่ยหมินเอ่ยถาม “ใช่ข้าเอาด้วย วันนี้เป็นเจ้าเลี้ยงสุราข้าในฐานะที่แย่งศิษย์พี่ใหญ่เหยาของพวกข้าไป!” ห่าวหรานก้าวออกมาสมทบ“ใช่จริงด้วยองค์ชายห้าท่านควรเลี้ยงสุราพวกเรา” หมินอวี่เห็นด้วยและทุกคนที่มาต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย มู่หรงเหว่ยหมินหันมาพูดอย่างใจเย็น “สุราหอซุนไห่รสชาติไม่เลวคุณชายใหญ่ซุนเจ้ายินดีจะนำออกมาเลี้ยงทุกคนหรือไม่?”ทุกคน “…”พวกเขาหันไปมองซุนยวี่หยางพร้อมๆกัน ซุนยวี่หยางค่อยก้าวเดินมาทางหมินอวี่หยุดตรงหน้านางแล้วพูด "ต้องแล้วแต่ฮูหยินใหญ่ซุนแล้ว"พร๊วด!!แค้กๆๆ!!"ไอ่หยาพวกเจ้าช่างโอ้อวดเสียจริงๆ"ห่าวหรานหงุดหงิดหมินอวี่หันไป "ห่าวหรานข้าเห็นนะว่าเจ้าชอบ

  • เซียนสาวเจ้าโอสถ   ตอนที่ 200 ข้าก็รักท่าน

    จวนตระกูลซุนผู้เฒ่าซุนเห็นหลานชายทั้งสองเดินเข้ามาก็นึกถึงงานสมรสอันยิ่งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นพลางนึกโมโหชี้หน้าซุนยวี่เหอ “เจ้าหลานโง่ ดูองค์ชายห้าจะแต่งงานแล้ว แล้วเจ้าหล่ะไหนสตรีที่เจ้าพึงใจ!”ซุนยวี่เหอย่นปากกระชับเสื้อคลุม “อ่า..ท่านปู่ ท่านไม่รู้หรอกหรือว่าบรรดาขุนนางที่ประเคนบุตรสาวเข้ามาตระกูลซุนก็เพราะเห็นแก่อำนาจที่แข็งแกร่งของตระกูลซุนของพวกเราทั้งนั้น” พูดพลางเดินเข้ามาหยิบขนมบนโต๊ะน้ำชาเข้าปากแล้วเอ่ยต่อ“ไม่ได้จริงใจต่อข้า ข้าไม่เอาหรอก”“ถุย!” ผู้เฒ่าซุนโมโหหนัก “แค่มีมาก็ดีแล้ว ทำไมเจ้ายังคิดว่าพวกเขายังจะอยากได้น้ำในหัวของแกด้วยหรืออย่างไร”ซุนยวี่เหอ “…”เขาขยิบตาให้ซุนยวี่หยางที่นั่งอยู่อีกด้านหนึ่ง “พี่ใหญ่! พี่ใหญ่ช่วยด้วย!”ซุนยวี่หยางกลืนน้ำชายังไม่ทันได้พูดอะไรในที่สุดผู้เฒ่าซุนก็หันไปโมโหเขาด้วยอีกคน “เจ้าด้วยก็อีกคน!” ชายชราถอนหายใจ “ทำงามหน้านักข้าให้เจ้าไปหาสตรีที่ตระกูลไม่ต้องมีอำนาจเกี่ยวกับราชสำนัก แต่เจ้า!กลับไปพึงพอใจบุตรสาวเจ้าสำนักเงาของราชวงศ์หนำซ้ำยังไม่ยังพานางติดสอยห้อยตามทำราวกับนางไร้บิดามารดา ปู่บอกว่าให้จัดเตรียมสินเดิมไปเจรจาตกลงกับเจ้าสำนักเง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status