LOGINมู่หรงเหว่ยถิงไม่สนใจชายชุดดำเหล่านั้นนางหมุนกายก้าวเดินกลับมาที่ชายหนุ่มในชุดสีน้ำเงินที่ยืนอยู่เมื่อเห็นเด็กสาวเดินเข้ามา เด็กหนุ่มผู้นั้นก็ยกหน้าขึ้นช้าๆ ท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายที่สาดส่องลงมา ดวงหน้าเยาว์วัยของเขานิ่งขรึมไร้ซึ่งรอยยิ้ม แต่กลับงดงามจนเด็กสาวต้องเผลอชะงักลมหายใจผิวของเขาขาวสะอาดดุจหยกเนื้อดี ทว่าไม่ซีดเซียว กลับมีเลือดฝาดจาง ๆ ที่พวงแก้มดูมีชีวิตชีวา หน้าผากกว้างได้รูป แสดงถึงความเฉลียวฉลาด คิ้วดกดำเรียวยาวโค้งงามราวขีดพู่กันจากจิตรกรเอกรับกับดวงตาคมล้ำดั่งหมึกจิ้มจอก ทั้งแววตาสุขุมนั้นแลดูเกินวัยคล้ายซ่อนความลึกซึ้งไว้ภายใน คล้ายเคยผ่านเรื่องราวมากมายเกินกว่าบุรุษน้อยในวัยเดียวกันจะรับไหวขนตายาวสลวยขับเน้นนัยน์ตาสีดำสนิทดั่งหยกดำ เส้นผมยาวประบ่าผูกไว้หลวม ๆ ด้วยเชือกไหมสีเข้ม เมื่อสายลมพัดผ่าน กลุ่มผมก็กระเพื่อมตามจังหวะ เผยให้เห็นต้นคอขาวละมุนราวหยกหิมะจมูกโด่งสวยรับกับรูปหน้า ปากบางสีชมพูอ่อน เม้มแน่นคล้ายไม่คุ้นชินกับการสนทนา สายตาเมื่อจ้องมองเด็กสาวราวกับจะมองทะลุไปถึงจิตใจเขาไม่ได้แต่งกายหรูหรามากนัก เป็นผ้าเนื้อดีธรรมดาสีน้ำเงินปักลวกลายเรียบสะอาดสะอ้าน ทว
มือของเขาที่โอบอยู่รอบเองของนางได้ลูบไล้ขึ้นลงเหมือนสายน้ำที่ไหลผ่านพาให้หลินจื่อเหยารู้สึกราวกับว่าเวลานี้นางกำลังถูกกระแสไฟฟ้าพาดผ่านชาไปทั่วทั้งตัวจากนั้นนิ้วเรียวยาวของเขาก็เคลื่อนมาด้านข้างกระตุกสายรัดเอวของนางออกสิบอึดใจผ่านไปมือไม้พัลวัน“ชุดเจ้าสาวชุดนี้ถอดยากพอสมควร” พอหลินจื่อเหยาเห็นเช่นนั้นก็เลิกคิ้ว “ฮูหยินรองกับฮูหยินจวนตระกูลห่าวช่วยสวมใส่ให้ข้ายุ่งยากพอสมควร”ตอนที่นางลงมาอยู่บนโลกมนุษย์ในยุคสมัยใหม่การสวมใส่เสื้อผ้านั้นค่อนข้างง่ายพอสมควรชุดเดรสยามคลุมเท้าชุดเดียวก็ไปไหนๆได้แล้วดังนั้นเมื่อสองปีก่อนนางจึงได้ออกแบบชุดเดรสแขนยาวนำไปให้ร้านตัดเย็บตัดมาส่งให้ ในทุกๆวันรอบสองปีนางมีเดรสสีขาว สีดำและสีฟ้ายาวครอบเท้าสวมใส่อย่างสม่ำเสมอนอกจากเพราะความเคยชินแล้วยังเพราะความสะดวกด้วยตอนนี้ชุดแต่งงานนี้เป็นการสวมตัวในหนึ่งชั้นตัวนอกหนึ่งชั้นและยังมีชุดคลุมอีกชั้นแต่ละชั้นล้วนมีเชือกผูกซ้ายผูกขวายุ่งยากมากตอนนี้นางกลับรู้สึกขอบคุณชุดที่ซับซ้อนแบบนี้ที่ให้เวลานางได้เตรียมใจและผ่อนคลายก่อนแต่ชั่วครู่ถัดมามือของมู่หรงเหว่ยหมินก็โอบเอวนางอีกครั้ง เงยหน้าขึ้นไปก็ถูกริมฝีปากบางก็ถ
มู่หรงเหว่ยหมินจับมือหลินจื่อเหยาเอาไว้แน่น ยกยิ้มมุมปากเอ่ยกระซิบ “เหยาเหยาข้ารู้สึกตื่นเต้นมาก”ถึงแม้จะพูดแบบนี้แต่น้ำเสียงของเขาก็ยังคงดูไม่จริงจัง“หืม...” หลินจื่อเหยาเหลือบมองเขาผ่านผ้าโปร่ง “ท่านยังต้องอยู่ดื่มสุราต้อนรับแขกและส่งแขกอีกนะระหว่างนี้ท่านก็ก็ใจเย็นๆ”มู่หรงเหว่ยหมินครุ่นคิด “อืมก็จริง”หลังจากที่ส่งหลินจื่อเหยาเข้าห้องหอแล้ว มู่หรงเหว่ยหมินก็ถูกแม่ทัพน้อยไป๋และซุนยวี่เหอลากตัวออกไป ในห้องโถงจัดเลี้ยงมู่หรงจินเหยียนก็ถูกคุณหนูใหญ่ตระกูลไป๋ ไป๋เผยหนิงพระชายาของเขาประคองเข้ามา"น้องห้าพี่ใหญ่มาแสดงความยินดีกับเจ้า" น้ำเสียงของเขาแหบแห้งร่างกายที่เคยแข็งแรงดูอ่อนแอ เวลานี้ตำแหน่งองค์รัชทายาทของราชวงศ์เปลี่ยนไปเป็นมู่หรงจื่อเฉิงไปแล้วแม้หลายฝ่ายจะไม่ค่อยเห็นด้วยแต่สุดท้ายตัวเลือกที่ดีที่สุดก็ยังคงเป็นเขามู่หรงเหว่ยหมินหมุนกายกลับมา ยกจอกสุราขึ้น"พี่ใหญ่สภาพร่างกายไม่แข็งแรงยังมาดื่มฉลองให้ข้าอีกข้าขอบพระทัยท่านมาก""ไม่ลำบากสักนิด"เขายิ้มแล้วยกสุราขึ้นดื่ม จากนั้นบรรดาองค์หญิงองค์ชายองค์อื่นๆ ก็เข้ามา แสดงความยินดีกับเขาถัดไปไม่ไกล อู๋เฉินวางจอกสุราลงแล้วถามมู่หรงจื
หลินจื่อหานกลอกตา ถอนหายใจ"ท่านพ่อน้องสาวจะออกเรือน ท่านควรพูดเรื่องดีดีสิ" "อืม..ที่ผ่านมาพ่อไม่ดีนัก พ่อไม่รู้จะทำอย่างไรไม่รู้ว่าจะทำอะไรเพื่อน้องสาวของเจ้าได้บ้างในตอนนี้..." เสนาบดีหลินเสียงสั่นหลินจื่อเหยากระพริบตา "ท่านไม่ต้องทำอะไรข้ารับรู้ได้ทั้งหมดแล้ว..""ท่านเสนาได้เวลาส่งตัวเจ้าสาวแล้วเจ้าค่ะ" ฮูหยินรองของจวนหลินเอื้อนเอ่ย จากนั้นนางก็ลุกขึ้นมาประคองหลินจื่อเหยา เอ่ยช้าๆ"คุณหนูใหญ่ข้าขอให้ท่านมีความสุขมากๆมีหลานตัวน้อยออกมาไวๆ""ขอบคุณฮูหยินรอง อย่างไรเสียก็ฝากดูแลท่านพ่อต้มน้ำแกงไก่ดำบำรุงร่างกายให้เขาเสียหน่อยประเดี๋ยวก็จะไม่สบาย"เมื่อได้หยินหลินจื่อเหยาเอ่ยเช่นนั้นฮูหยินรองไม่กล้าไม่เชื่อ นางพยักหน้า "ได้ คุณหนูใหญ่เชิญ"ในเวลาต่อมาเจ้าสาวในชุดสีแดงก็ถูกแม่สื่อจูงออกมาที่ด้านหน้าประตูจวนซึ่งเวลานี้มีคนของตระกูลหลินจำนวนมากมายืนส่งนาง ทันทีที่เห็นหญิงสาวในชุดสีแดงก้าวเดินออกมาแม้จะมีผ้าคลุมหน้าปิดบังเอาไว้ ผู้คนที่ยืนรอดูอยู่หน้าจวนต่างก็ส่งเสียงฮือฮา"ออกมาแล้วเจ้าสาวออกมาแล้ว.." "เสียดายจริงๆไม่เห็นตอนนางเปิดหน้า..""เจ้ายังไม่เคยเห็นนางหรือ? นางงดงามมากเชียวนะ ง
หลังจากตกลงกันได้แล้วว่าจะใช้สุรารสชาติใดทั้งสองก็ได้เปิดประตูเดินออกมา แต่ทันทีที่เดินออกมาก็มีมีเสียงโห่ร้องด้วยความยินดีดังขึ้น คนที่ซ่อนตัวอยู่รอบๆก็พากันกระโดดออกมา“องค์ชายห้า เหยาเอ๋อยินดีด้วย!”“ยินดีกับองค์ชายห้าที่ได้สมรสเสียที!”“อย่างนั้นคืนนี้พวกเราก็เลี้ยงฉลองกันเลย! ”ซุนยวี่เหอยกไหสุราขึ้นมา “องค์ชายห้าในฐานะที่ข้าเป็นสหายคนที่สนิทที่สุดของเจ้าวันนี้ไม่เมาข้าไม่กลับจวน!”“อย่างนั้นเลยหรือ?!” มู่หรงเหว่ยหมินเอ่ยถาม “ใช่ข้าเอาด้วย วันนี้เป็นเจ้าเลี้ยงสุราข้าในฐานะที่แย่งศิษย์พี่ใหญ่เหยาของพวกข้าไป!” ห่าวหรานก้าวออกมาสมทบ“ใช่จริงด้วยองค์ชายห้าท่านควรเลี้ยงสุราพวกเรา” หมินอวี่เห็นด้วยและทุกคนที่มาต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย มู่หรงเหว่ยหมินหันมาพูดอย่างใจเย็น “สุราหอซุนไห่รสชาติไม่เลวคุณชายใหญ่ซุนเจ้ายินดีจะนำออกมาเลี้ยงทุกคนหรือไม่?”ทุกคน “…”พวกเขาหันไปมองซุนยวี่หยางพร้อมๆกัน ซุนยวี่หยางค่อยก้าวเดินมาทางหมินอวี่หยุดตรงหน้านางแล้วพูด "ต้องแล้วแต่ฮูหยินใหญ่ซุนแล้ว"พร๊วด!!แค้กๆๆ!!"ไอ่หยาพวกเจ้าช่างโอ้อวดเสียจริงๆ"ห่าวหรานหงุดหงิดหมินอวี่หันไป "ห่าวหรานข้าเห็นนะว่าเจ้าชอบ
จวนตระกูลซุนผู้เฒ่าซุนเห็นหลานชายทั้งสองเดินเข้ามาก็นึกถึงงานสมรสอันยิ่งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นพลางนึกโมโหชี้หน้าซุนยวี่เหอ “เจ้าหลานโง่ ดูองค์ชายห้าจะแต่งงานแล้ว แล้วเจ้าหล่ะไหนสตรีที่เจ้าพึงใจ!”ซุนยวี่เหอย่นปากกระชับเสื้อคลุม “อ่า..ท่านปู่ ท่านไม่รู้หรอกหรือว่าบรรดาขุนนางที่ประเคนบุตรสาวเข้ามาตระกูลซุนก็เพราะเห็นแก่อำนาจที่แข็งแกร่งของตระกูลซุนของพวกเราทั้งนั้น” พูดพลางเดินเข้ามาหยิบขนมบนโต๊ะน้ำชาเข้าปากแล้วเอ่ยต่อ“ไม่ได้จริงใจต่อข้า ข้าไม่เอาหรอก”“ถุย!” ผู้เฒ่าซุนโมโหหนัก “แค่มีมาก็ดีแล้ว ทำไมเจ้ายังคิดว่าพวกเขายังจะอยากได้น้ำในหัวของแกด้วยหรืออย่างไร”ซุนยวี่เหอ “…”เขาขยิบตาให้ซุนยวี่หยางที่นั่งอยู่อีกด้านหนึ่ง “พี่ใหญ่! พี่ใหญ่ช่วยด้วย!”ซุนยวี่หยางกลืนน้ำชายังไม่ทันได้พูดอะไรในที่สุดผู้เฒ่าซุนก็หันไปโมโหเขาด้วยอีกคน “เจ้าด้วยก็อีกคน!” ชายชราถอนหายใจ “ทำงามหน้านักข้าให้เจ้าไปหาสตรีที่ตระกูลไม่ต้องมีอำนาจเกี่ยวกับราชสำนัก แต่เจ้า!กลับไปพึงพอใจบุตรสาวเจ้าสำนักเงาของราชวงศ์หนำซ้ำยังไม่ยังพานางติดสอยห้อยตามทำราวกับนางไร้บิดามารดา ปู่บอกว่าให้จัดเตรียมสินเดิมไปเจรจาตกลงกับเจ้าสำนักเง







