LOGIN
บทนำ
กรี๊ด!! ตุบ! เช้ง!
เสียงหวีดร้อง เสียงมีด ทุกสรรพเสียงรอบข้างแสนเลวร้ายและน่าหวาดกลัวสำหรับเด็กหญิงตัวน้อยวัยเก้าขวบ
ร่างเล็กนั่งขดตัวกลมมุดอยู่ใต้โต๊ะภายในห้องนอน พร้อมสาวใช้กึ่งพี่เลี้ยงวัยสิบสี่
ดวงตาที่เคยดำขลับตื่นกลัวกลมโต ฉ่ำน้ำรื้นรินไหลหยาดอาบแก้มนวล สั่นเทาสะท้านทุกครายามเสียงดาบฟาดลงเฉือนเนื้อ
สาวใช้ส่วนตัวยิ่งขลาดกลัวกว่า ขดร่างก้มหน้าหมอบลงกับพื้น กายสั่นจนไหล่สะเทือนกระเทือนทั่วร่าง
เด็กน้อยไม่เข้าใจสิ่งใดทั้งสิ้น คล้ายสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความฝั่งกึ่งเรื่องจริง รุ่งเช้าฟ้ายังไม่ทันสางสะดุ้งตื่นจากเสียงคนร้ายที่บุกเข้ามายังจวนแห่งนี้
ร่างบางเล็กยิ่งก้มหน้านิ่งกลั้นเสียงร้องทำเพียงสะอึกขึ้น มืออุดหูปิดกั้นเสียงดาบและเสียงหวีดร้อง
ผัวะ! โครม!
“อยู่นี่เองกงจู่”
“ว้าย! โครม! อย่านะ อย่าทำข้า ข้าเป็นเพียงสาวใช้ โน้น คุณหนูเซียวอยู่นั่น”
ร่างเล็กของสาวใช้ถูกลากออกจากใต้โต๊ะด้วยมือแกร่งชายฉกรรจ์สวมชุดทหารในวังหลวง นางหวาดกลัวขีดสุดดิ้นหนีวาดมือไปยังใต้โต๊ะชี้นิ้วไปทางเด็กสาวที่นั่งขดนิ่ง
โครม!
เซียวลู่หลานสะดุ้งเฮือกเหลือกตามองร่างใหญ่ใบหน้าโหดเหี้ยม ยื่นมือออกมาลากร่างเล็กของนางไปตามทาง เหลียวกลับไปมองด้านหลังพลันสั่นเทาเมื่อเห็นคมดาบเสียบเข้าร่างเล็กของสาวใช้คนสนิท
“ไป! เดิน!”
เด็กสาวถูกลากข้ามกองศพในบ้านมากมาย ชายผ้ากระโปรงในชุดนอนสีขาวของเด็กน้อยเปื้อนด้วยเลือด ดวงตาเหลือกกลัว กวาดตามองหาศพของบิดามารดา แต่สภาพศพจากคมดาบมิอาจมองแยกออกได้ว่าศพใดเป็นผู้ใด
ทุกอย่างไม่เหลือซาก ประตูหน้าต่างทุกบานถูกทุบทำลาย นางมองทหารรื้อค้นข้าวของภายในบ้านนำมากองรวมยังลานจวน
เสียงหวีดร้องหายจนหมดสิ้นแล้ว เหลือเพียงเสียงสายลมฤดูหนาวที่พัดความเย็นต้องผิวกายในชุดแสนเบาหวิว
ผลัก! โครม!
“ชินอ๋อง”
เซียวลู่หลานถูกผลักไปด้านหน้าจนเข่ากระแทกพื้น ลงท่าคุกเข่าแทบเท้าใหญ่ของชายผู้หนึ่งสวมชุดผาวแขนเสื้อแคบสีดำสนิท ร่างเล็กสั่นงกไหล่บางระริกก้มหน้านิ่ง
“เงยหน้าขึ้น”
เสียงทุ้มกังวาลก้องทั่วลานเรือนท่ามกลางเสียงฟืนไฟที่กำลังมอดไหม้จวนหลังใหญ่ เซียวลู่หลานทำเพียงนิ่งเงียบร้องไห้ไร้เสียง มีเพียงไหล่เล็กไหวไปมาเท่านั้นจึงทำให้รู้ว่าเด็กน้อยคนนี้น้ำตาไหลริน
ด้ามจับดาบทำจากไม้สีดำแกะสลักสวยงามยื่นออกดันปลายคางเล็กมนขึ้น ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำมองใบหน้าคมเข้มผ่านม่านน้ำตา
“เจ้าคือเซียวลู่หลานใช่หรือไม่”
“อัก อัก”
ริมฝีปากกระจับเม้มนิ่งจ้องมองสีหน้าเกรี้ยวกราด มือเล็กกำดินร่วนซุยในมือแน่น ฉับพลันราวกับว่าฟ้าดินรับรู้ถึงความโศกเศร้า หิมะก้อนเล็กสีขาวร่วงหล่นจากฟากฟ้า
ความหนาวเย็นรอบกายช่างไร้ค่าเมื่อภายในใจเย็นยะเยือกยิ่งกว่า สีหน้าของเด็กน้อยแม้ตื่นตกใจแต่เต็มไปด้วยอารมณ์โกรธแค้น
“เจ้าไปกับข้า ลุกขึ้น”
ร่างเด็กน้อยยังดื้อดึง แหงนเงยใบหน้าสู้คนร่างโต จิกเล็บลงพื้นดินลานเรือนของจวนกั๋วกงแห่งนี้ จวนที่นางเกิดและเติบโต เม็ดทรายร่วนมือสากระคายบาดมือนุ่มคุณหนูคนโตของเซียวกั๋วกง
“อย่าดื้อไปหน่อยเลย ข้ารู้ว่าเจ้าโตพอที่จะเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นในเช้าวันนี้ ไปกับข้าแล้วเจ้าจะปลอดภัย”
ชินอ๋องพยักหน้าให้องครักษ์ร่างโตคนสนิท พลันร่างเด็กน้อยถูกลากขึ้นจากพื้นดินบังคับเดินไปข้างหน้า
เซียวลู่หลานเหลียวมองจวนของตนเป็นครั้งสุดท้าย กองทรัพย์สินถูกรื้อค้นขนมานอกลาน คนในตระกูลถูกฆ่ากระจัดกระจายจนเด็กน้อยเองจำไม่ได้ว่าเป็นผู้ใดบ้าง
มือใหญ่ดึงเอวเล็กของเด็กน้อยขึ้นนั่งบนม้าใหญ่ตัวโตสีดำสนิท
“ลู่จิ่น”
“ขอรับ”
“ให้ทุกคนปิดปากสนิท หาร่างเด็กหญิงมาแทนกงจู่”
“ขอรับ”
ชินอ๋องพาร่างขึ้นม้าซ้อนด้านหลังเด็กหญิง กระแทกส้นเท้าเข้าสีข้างม้ากระตุกบังเหียนออกพุ่งทะยานบนถนนสายหลักของฉางอาน พาเด็กน้อยหายไปขณะที่ตะวันกำลังเริ่มทอแสงสีทอง
ใบหน้าเล็กงดงามเหลียวมองด้านหลัง มองเห็นเพียงควันไฟพวยพุ่งขึ้นสู่ฟากฟ้าท่ามกลางหิมะเม็ดเล็กโปรยปรายเข้าสู่เหมันตฤดู
33~ NC**จบบริบูรณ์ทรวงอกงดงามตูมเต่งคัดเต้ายามตั้งครรภ์จนน่าดูดดึง ชินอ๋องโน้มหน้าลงเข้าหาส่งปากละเลียดยอดหัวนมทีละน้อย ปาดด้วยลิ้นสากลากเลียไปอีกทรวงเชื่องช้ากายสาวยามนี้ไวต่อสัมผัสทุกสัดส่วนโดยเฉพาะยอดถัน พลันร้องครางแอ่นหยัดเพียงโดนปลายชิงหาตวัดไล้มือกอบกุมล้นมือบีบเคล้นซุกหน้าเข้าครอบครองส่วนปลายพร้อมออกแรงดูดดั่งทารก“ท่าน อ่า ชินอ๋อง”“เรียกท่านพี่หลานเอ๋อร์”“ทะ ท่านพี่ อ่า ยามนี้ยังหัวค่ำนัก อื้อออ ท่านกัดหัวนมข้า”“พี่เพียงลองทดสอบดูแทนบุตรชาย เป็นเช่นไรบ้าง ชอบหรือไม่”เสียงขาดหายอีกคราเป็นเสียงครางหวานใส เมื่อชินอ๋องครอบปากลงขบกัดด้วยฟันพร้อมมือคลึงโนมเต้างดงาม“ราตรีนี้ยังยาวนานนักน้องหญิง หากไม่เร่งรีบแต่หัววัน พี่เกรงว่าเมื่อใกล้เช้า พี่จะยังไม่หมดความต้องการ”“อื้ออ ท่าน อา แต่ว่า อือออ”ชินอ๋องเลื่อนปากลงพรมจูบทั้งขบกัดกระทั่งถึงเนินท้องนูนแม้ว่าเป็นท้องแรกแต่ความอวบของท้องนูนเด่นจากการหมั่นดูแลอาหารการกิน มือใหญ่ทาบลงทั้งจูบ ทั้งหอมจนทั่วก่อนไถลตัวลงเบื้องล่างสู่เนินสาวลึกลับมากเสน่หา“กลิ่นเจ้า รสชาติของเจ้า”มือแหวกรอยแยกโน้มหน้าเข้าหาสูดดมส่งลิ้นลากเลียตวัดสูง ข
23~ ชายหน้าหนา“ชินอ๋องขอรับ”ใบหน้าคมเข้มเงยขึ้นจากจดหมายส่วนตัวอันเป็นลายมือองค์จักรพรรดิที่ฝากกงกงคนสนิทมา ใจความมิได้มีอันใดนอกจากย้ำเรื่องขอแลกเปลี่ยนตราลัญจกรชินอ๋องยอมเสี่ยงชีวิตตนเองหากไม่มีตราลัญจกรแล้ว ชีวิตย่อมยืนอยู่บนเส้นด้าย แต่อย่างไรเสียป้ายอาญาสิทธิ์ยังอยู่ในมือ พอช่วยคุ้มหัวป้องกันอันตรายได้บ้างดวงตาเหยี่ยวแต่สีดั่งนิลขยับมององครักษ์ที่อยู่กันนานก่อนส่งจดหมายยื่นออกไปยังเปลวเทียนที่จุดเตรียมรอไว้ก่อนหน้า“มีอันใด”“กงจู่มาขอรับ”คิ้วข้างซ้ายโก่งขึ้นสูงเมื่อได้ยิน“กงจู่?”“ขอรับ ฮุ่ยหมิ่นกงจู่ จากหอเฟินเย่วขอรับ”“ฮุ่ยหมิ่นงั้นหรือ เป็นชื่อที่ดี ให้นางมาหาข้าที่ห้อง”“กงจู่แจ้งว่า จะไม่ยอมเหยียบเข้ามายังเรือนในขอรับ ขอชินอ๋องเป็นผู้ที่ออกไป”รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าแกร่ง อกกระเพื่อมหัวเราะในลำคอ นางรู้ทันเขาเสมอ เพราะหากเผลอตัวเหยียบเข้าเรือนในอาจถูกเขากักตัวไว้เป็นแน่“ถ้าเช่นนั้น อย่าให้กงจู่รอนานเลยจะเสียสุขภาพ”ร่างสูงใหญ่สะบัดปลายแขนชุดผาวสีดำเดินนำลู่จิ่นออกจากห้องทำงาน ภายในเรือนนับจากหวังเฟยจากโลกไปก็คล้ายกับทุกอย่างนิ่งสงบ แม้แต่หรูเหรินของเขาเอง เขายังไม
22~ ราชโองการข่าวไฟไหม้อารามเต๋าชื่อดังห่างไกลเมืองหลวงแพร่สะบัดอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งข่าวการเสียชีวิตของหวังเฟยที่บังเอิญไปอาราธนานั่งสมาธิถือศีลพอดีภายในจวนประดับด้วยโคมสีขาวนุ่งห่มชุดไว้ทุกข์แม้ว่าไม่อาจนำศพกลับมาทำพิธีได้เนื่องจากไหม้จนไม่เหลือแม้แต่ซาก“ชินอ๋อง”“มีอันใด”ห้องทำงานยามค่ำคืนชินอ๋องยังคงปฏิบัติหน้าที่ทำงานลับให้องค์จักรพรรดิสม่ำเสมอรายงานข่าวพวกนี้หาได้จากแหล่งหญิงคณิกาบ้าง สายลับบ้างที่แฝงตัวอยู่ทุกมุมเมืองของนครฉางอาน“มีคนจากในวังมาขอรับ แจ้งข่าวลับว่าพรุ่งนี้องค์จักรพรรดิจะออกพระราชโองการคืนยศแก่กงจู่เซียวลู่หลาน”ชินอ๋องเพียงยกมุมปาก งานพิธีศพและไว้ทุกข์ผ่านไปเกินหนึ่งร้อยวันแล้ว สมควรแก่เวลาที่นางต้องเข้าจวนเสียที นับวันท้องใหญ่ขึ้นจนเขาเกรงว่านางจะไม่ดูแลตนเองหากมาอยู่เสียด้วยกันที่จวน อย่างน้อยยังอยู่ในสายตาของเขา“ดี นับเป็นข่าวดี”ข้อแลกเปลี่ยนระหว่างองค์จักรพรรดิหนุ่มและชินอ๋องจากองค์จักรพรรดิเดิม ป้ายอาญาสิทธิ์และตราลัญจกรที่เขายังครอบครองอยู่ในมือและเก็บรักษาไว้อย่างดี ความลับยิ่งที่ไม่มีใครล่วงรู้ หากวันใดเขานำป้ายนี้ขึ้นมา เมื่อนั้นเขาจะได้ขึ้นคร
21~ NC**หวังเฟยร่างหวังเฟยถูกมัดทำให้มองไม่เห็นเจ้าอาวาสหนุ่ม หากแต่ได้ยินเสียงปลดเปลื้องอาภรณ์ เช่นเดียวกับนักพรตหญิงตรงหน้าที่ถอดชุดนักพรตออกเช่นกัน เหลือเพียงหมวกคลุมผมอย่างนักพรตหญิง“อาจื่อจะช่วยทำให้หวังเฟยสุขสมเองเจ้าค่ะ”หวังเฟยตื่นตะลึงก้มมองร่างเล็กแต่อกอวบของนักพรตหญิงคุกเข่าลงเบื้องล่าง จับขานางขึ้นวางบนเตียง แล้วมุดหน้าเข้ากลางหว่างขา ส่งลิ้นขึ้นปาดเลีย“อ่า เจ้า อ่า ท่านเจ้าอาวาส นี่มันอะไรกัน”กายหญิงสูงศักดิ์สั่นเทิ้มยามลิ้นเล็กกว่าของอาจื่อปาดเข้าร่องแหย่ลึก เจ้าอาวาสยืนด้านหลังกอบเต้าขยำลงแรงลิ้นตวัดเลียใบหู“อืมมม นมเจ้าใหญ่ตึงมือ เจ้าจะสุขสมยิ่งเชื่อข้า”หวังเฟยไม่อาจกลั้นเสียงร้องตนเองได้ เปล่งตะโกนยามนิ้วเล็กล้วงเข้าโพรงสวาทลิ้นปาดตวัดถี่รัว มือหยาบนักพรตตะโบมบีบคลึงแรง ทั้งบี้หัวนมก้มลงมองอีกครั้งเห็นอาจื่อครอบปากอมดูดท่อนใหญ่นักพรตจนแข็งโด่ แล้วหันมาปาดเลียร่องสวาทสลับกันไป ดูแล้วรู้ได้เลยว่าคนทั้งคู่ทำเช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วนร่างไร้แรงขัดขืน ตัณหาราคะจากลิ้นเล็กของอาจื่อทำให้หวังเฟยกระหายอยากยิ่งขึ้น หลั่งน้ำไหลลงอาบต้นขา ภาพด้านล่างยามนักพรตสาวเอาปากครอบหั
20~ อารามเต๋าห่างไกลยิ่งแสงรำไรจากฟากฟ้ายามเช้ามืดสาดส่องผ่านหน้าต่างบานเล็กรถม้าเข้ามายังภายในที่เย็นเฉียบจากไอหนาวหวังเฟยโอบเตาอุ่นแนบอก ดวงตาแม้แสบร้อนจากไอน้ำรื้นขึ้นยามนึกถึงชินอ๋องผู้ซึ่งยามค่ำคืนมักคลุกตัวอยู่แต่หอนางโลมจนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนาหูผ้ายันต์ผืนนั้นคงไม่ได้ผล นับจากวันที่ลอบเข้าไปวางผ้า ชินอ๋องไม่แม้แต่มองหน้าจนตัวนางเองหวาดหวั่นกายสาวต้องการโหยหากายบุรุษเช่นกัน ผิวเนื้อสะท้านไหวยามนึกถึงสัมผัสของบุรุษเพศ โดยเฉพาะเจ้าอาวาสร่างกำยำหนุ่มแน่นผู้นั้น“ถึงแล้วเจ้าค่ะหวังเฟย”รถม้าหยุดลงเมื่อเข้าสู่เขตอารามเงียบสงัดกลางป่าเขา เพลานี้แม้แต่นักพรตหญิงยังมิออกนอกอาคารมากวาดลานด้วยลมหนาวพัดแรงยิ่งร่างอวบอิ่มขาวโพลนสวมชุดสีขาวราวต้องการมาแสวงบุญก้าวลงจากรถม้า“ไปเรือนด้านหลัง ให้รถม้าไปหาที่พักแถวนี้ สามวันค่อยกลับมา”“สามวันเลยหรือเจ้าคะ”“ไป”“จะ เจ้าค่ะ”อาฟางเดินกลับไปยังรถม้าแจ้งให้ออกจากอารามแห่งนี้ไปแล้วกลับมาใหม่อีกสามวันให้หลัง พร้อมยื่นเงินให้จำนวนหนึ่ง กำชับปิดปากให้สนิทร่างอวบอิ่มของหวังเฟยเดินไปตามทางเดิมคราวที่แล้วจนถึงเรือนที่พักด้านหลัง ยังไม่เห็นนักพ
19~ NC**เซียวลู่หลาน“อื้อ หยุดนะชินอ๋อง”เซียวลู่หลานไม่ต้องลืมตาขึ้นมองก็รู้ได้ทันทีว่าบุรุษที่เอามือมาลูบเนื้อตัวตรวจดูไอร้อนเป็นใคร“เห็นซูหนี่บอกว่าเจ้านอนมาทั้งวัน”“แค่ยังเหนื่อย ถ้าขืนท่านยังวอแวข้าอีก ข้าก็คงเหนื่อยยิ่งขึ้น ทราบเช่นนั้นแล้วกลับไปเสียเถิด”บุรุษหน้าหนาไม่ยอมไปไม่พอ ยังหัวเราะออกมาเปิดผ้าห่มแล้วลงไปนอนด้วยกัน“พอตั้งครรภ์เจ้าก็อารมณ์เปลี่ยนแปรเช่นนี้ ไม่รู้ว่าหญิงอื่นเป็นเช่นเจ้าหรือไม่”เซียวลู่หลานยิ่งแปรปรวนจากธาตุไฟในร่างกายของหญิงตั้งครรภ์ เมื่อได้ยินคำว่าหญิงอื่นยิ่งให้กราดเกรี้ยว“หยุดนะ! ท่านลงไปจากเตียงข้า ไปหาหญิงอื่น ไปทำหญิงอื่นตั้งครรภ์เป็นไร”มือแกร่งโอบร่างเล็กดึงเข้าหาตัวโน้มหน้าลงใกล้ชะโงกมองดวงตาที่หลับแน่นแต่คิ้วขมวดมุ่น“ข้าจักไปหาหญิงอื่นได้เช่นไร หลานเอ๋อร์ ลูกข้าอยู่ในท้องเจ้า”พรึบ!!“ขืนท่านยังพูดมากเยี่ยงนี้ ข้าจักไม่ต้องรับท่านอีกแล้ว ซิงเยียน ซิงเยียน!! จื่อรั่ว เนี่ยนเจิน!! ไปไหนกันหมด! มาเอาอ๋องหน้าหนาออกไปจากห้องข้า”“ฮ่า ฮ่า หลานเอ๋อร์ หลานเอ๋อร์”ชินอ๋องรวบร่างขึ้นนอนบนอกกดท้ายทอยลงจนปากเล็กถูกครอบครองด้วยปากหนากว่า มือล้วงเข้าส







