เข้าสู่ระบบ1~ หอเฟินเย่ว
“คุณชาย คุณชายท่านนี้ เชิญก่อนเจ้าค่ะ”
เสียงหญิงสาวสวมชุดกระโปรงสิบสองจีบบานปลายชายท่อนล่างเนื้อผ้าบางเบาสีชมพูสดเข้าคู่กับป้านปี้[1] มองเห็นเนื้อหนังมังสาเด่นชัดแม้มีผ้าคลุมไหล่ทำจากผ้าไหมเนื้อดีพาดไหล่
ใบหน้างดงามทาริมฝีปากแดงชาด มวยผมขึ้นถักร้อยเป็นเปียโค้งงดงามยิ่ง
“นี่ใครให้เจ้าออกมาเรียกแขกเช่นนี้กันแม่นางเสี่ยวหรู”
หญิงสาวที่กำลังโบกผ้าสะบัดเรียกชายหนุ่มรูปงามหยุดชะงักหันกลับไปมองเด็กหนุ่มวัยสิบเจ็ด นาม จื่อรั่ว
“ข้าแค่เบื่อที่อุดอู้อยู่แต่ในหอนี่นา”
“แต่ท่านเป็นถึงแม่นางเสี่ยวหรู เชี่ยวชาญร่ายรำประจำหอแดงของเรา หากนายแม่รู้เข้าหูข้าคงแฉะไปหลายวัน”
“ข้ารู้ แต่ยามปกติข้ามีแขกเชิญไปข้างนอกไม่ขาดสาย แต่เหตุใดช่วงนี้ถึงได้เงียบผิดปกติ”
“ข่าวลือจากแขกในร้านพูดกันหนาหูว่าทางวังให้เหล่าข้าหลวงงดเที่ยวชั่วคราว”
“เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือจื่อรั่ว”
เด็กหนุ่มหันมองซ้ายขวาก่อนขยับไปใกล้นางคณิกาชื่อดังของหอกระซิบข้างใบหู
“ลือกันว่าพวกขุนนางเก่าคิดมิซื่อ สุมหัวคล้ายต้องการก่อกบฏ”
เสี่ยวหรูยกมือทาบอกขยับร่างระหงออกห่างมองเด็กหนุ่มดวงตาเบิกกว้าง
“แล้วนายแม่รู้เรื่องนี้หรือยัง”
“อย่างนายแม่มีหรือไม่ล่วงรู้ ถึงได้สั่งห้ามมิให้ทุกคนออกไปข้างนอกเด็ดขาดยกเว้นนายแม่สั่งการ”
“ถ้าเช่นนั้น ข้าไปหานายแม่ดีกว่า”
“ประเดี๋ยวช้าก่อนแม่นางเสี่ยวหรู”
ร่างระหงก้าวไปเพียงสองก้าวกลับได้ยินเสียงร้องห้ามจากจื่อรั่วจึงหันกลับมามองด้วยความสงสัย
“วันนี้คงมิสะดวก จวนชินอ๋องส่งคนมาแจ้งว่าจะมาค่ำนี้”
“ชินอ๋องจะมา แล้วไยเจ้าไม่พูดให้เร็วกว่านี้ ข้าต้องไปเตรียมตัวแล้ว”
จื่อรั่วมิทันได้ห้ามอีกครา กายงดงามของคณิกาชื่อดังแห่งหอแดงเฟินเย่ววิ่งซอยเท้าเข้าไปด้านในหอเสียก่อนแล้ว
“เจ้ามิบอกนางเล่าว่าถึงเตรียมตัวอย่างไร ชินอ๋องก็มิเหลียวตามอง”
จื่อรั่วมองหน้าซิงเยียนเมื่อเสียงเล็กหวานของสาวใช้คนสนิทนายแม่เดินออกมานอกประตูหอ
“เจ้าก็เห็น ข้ามิทันได้กล่าวกระไร ร่างงดงามของแม่นางเสี่ยวหรูพลันหายราวเหาะได้เข้าข้างในไปเสียแล้ว แล้วนี่เจ้ากำลังไปไหน”
“นายแม่สั่งให้ไปร้านลี่หลิน ไปรับเครื่องประดับชุดใหม่”
“ให้ข้าไปเป็นเพื่อนดีหรือไม่”
“ตามใจเจ้า ตอนนี้ยังยามเว่ย[2] ทางจวนชินอ๋องแจ้งว่ามาช่วงยามโหย่ว[3]นี้ คงทันการอยู่”
สองบ่าวจัดแจงรีบออกเดินไปยังร้านเครื่องประดับที่รับรู้เฉพาะคนสนิทเท่านั้นว่าเจ้าของเป็นคน ๆ เดียวกับหอแดงเฟินเยว่แห่งนี้ และรวมไปถึงร้านอีกหลายร้านในนครฉางอาน
ร่างงดงามอรชรอวบอิ่มพิงใบหน้าลงขอบอ่างน้ำอุ่นลอยด้วยดอกไม้หลากกลิ่น อบร่ำตัวเองให้หอมกรุ่นเตรียมตัวรับหน้าชินอ๋องแม้เพิ่งยามเว่ย แต่การเตรียมตัวต้องใช้เวลานาน นางจึงรีบจัดเตรียมเสียแต่ให้เนิ่น
มือเล็กเรียวกวักน้ำขึ้นมองหยดน้ำรินไหลลงฝ่ามือลงสู่พื้นน้ำ มวยผมยกสูงกลางกระหม่อม ใบหน้าไร้สีสันเครื่องแต่งเติมใด
“เจ้าว่าข้าอาบนานไปหรือไม่”
เนี่ยนเจินองครักษ์ประจำตัว ชายวัยยี่สิบสองยืนประจำการหน้าห้อง หันหน้าออกยังโถง ได้ยินเสียงหวานนุ่มเอ่ยถามออกมา
“ชินอ๋องชื่นชอบกลิ่นนี้นัก ข้าไม่คิดว่านานเกินไป”
“ฮึ เจ้าพูดได้เช่นนี้ เพราะเจ้าเป็นบุรุษ และยังเป็นบุรุษที่ชื่นชอบชินอ๋องอีกด้วย”
หน้าหวานแหงนเงยพาดท้ายทอยขอบอ่างไม้กรุ่นกลิ่นบุปผา ไอร้อนกำจายขึ้นเป็นม่านหมอกลอยคว้างด้านหน้า
“ใกล้เหมันตฤดูแล้วเนี่ยนเจิน”
องค์รักษ์หนุ่มยืนนิ่งไม่ไหวติง ดวงตาทอดยาวตรงทางเดินโค้งวกวนของหอแดงเฟินเยว่ อาคารสูงราวห้าชั้นทำจากไม้ ฉลุลวดลายงดงาม ประดับด้วยโคมแดงมากมาย เสียงใสของสาวงามด้านล่างลอดดังขึ้นมาถึงชั้นบน เนื่องจากโถงกลางทะลุหากันจากชั้นหนึ่งราวอุโมงค์ถ้ำ
เนี่ยนเจินรู้ว่าสิ่งที่นายแม่พูดหมายถึงกระไร เขาเองเป็นผู้หนึ่งอยู่ในนั้นวันเกิดเหตุ เด็กหอแดง ลูกของหญิงคณิกาคนหนึ่งที่ยืนมองชินอ๋องจูงมือเด็กน้อยวัยเก้าขวบเข้ามายังหอแดงแห่งนี้เมื่อสิบปีที่แล้ว
“นายแม่ต้องการจัดงานหรือไม่”
“จัดงาน? จัดงานกระไรเนี่ยนเจิน ข้า หลานสาวของเฟินเย่ว นางคณิกาชื่อดังแห่งนครฉางอาน มิใช่เด็กสาวคนนั้นอีกแล้ว”
เนี่ยนเจินยืนนิ่ง หากแต่ดวงตาคมกล้าสีดำสนิทไหวระริก ลอบถอนหายใจยามนึกถึงเช้าวันรุ่ง ร่างเด็กน้อยเต็มไปด้วยเลือดของผู้อื่น ในชุดนอนสีขาว ใบหน้าหวาดกลัวหากแต่เด็ดเดี่ยว
“ข้าว่า อาบเพียงเท่านี้คงพอแล้ว”
ซ่า!! ผัวะ!
เพียงร่างอรชรขยับลุกขึ้นยืนจากอ่าง ฉับพลันประตูห้องเปิดกว้างก่อนปิดลงอย่างรวดเร็ว
“เจ้าต้อนรับข้าด้วยภาพงดงามเช่นเคยหลานเอ๋อร์”
จ๋อม!
[1] เสื้อแขนสั้นสวมด้วยเสื้อแขนยาว ในสมัยราชวงศ์ถัง
[2] 13.00-14.59
[3] 17.00-18.59
33~ NC**จบบริบูรณ์ทรวงอกงดงามตูมเต่งคัดเต้ายามตั้งครรภ์จนน่าดูดดึง ชินอ๋องโน้มหน้าลงเข้าหาส่งปากละเลียดยอดหัวนมทีละน้อย ปาดด้วยลิ้นสากลากเลียไปอีกทรวงเชื่องช้ากายสาวยามนี้ไวต่อสัมผัสทุกสัดส่วนโดยเฉพาะยอดถัน พลันร้องครางแอ่นหยัดเพียงโดนปลายชิงหาตวัดไล้มือกอบกุมล้นมือบีบเคล้นซุกหน้าเข้าครอบครองส่วนปลายพร้อมออกแรงดูดดั่งทารก“ท่าน อ่า ชินอ๋อง”“เรียกท่านพี่หลานเอ๋อร์”“ทะ ท่านพี่ อ่า ยามนี้ยังหัวค่ำนัก อื้อออ ท่านกัดหัวนมข้า”“พี่เพียงลองทดสอบดูแทนบุตรชาย เป็นเช่นไรบ้าง ชอบหรือไม่”เสียงขาดหายอีกคราเป็นเสียงครางหวานใส เมื่อชินอ๋องครอบปากลงขบกัดด้วยฟันพร้อมมือคลึงโนมเต้างดงาม“ราตรีนี้ยังยาวนานนักน้องหญิง หากไม่เร่งรีบแต่หัววัน พี่เกรงว่าเมื่อใกล้เช้า พี่จะยังไม่หมดความต้องการ”“อื้ออ ท่าน อา แต่ว่า อือออ”ชินอ๋องเลื่อนปากลงพรมจูบทั้งขบกัดกระทั่งถึงเนินท้องนูนแม้ว่าเป็นท้องแรกแต่ความอวบของท้องนูนเด่นจากการหมั่นดูแลอาหารการกิน มือใหญ่ทาบลงทั้งจูบ ทั้งหอมจนทั่วก่อนไถลตัวลงเบื้องล่างสู่เนินสาวลึกลับมากเสน่หา“กลิ่นเจ้า รสชาติของเจ้า”มือแหวกรอยแยกโน้มหน้าเข้าหาสูดดมส่งลิ้นลากเลียตวัดสูง ข
23~ ชายหน้าหนา“ชินอ๋องขอรับ”ใบหน้าคมเข้มเงยขึ้นจากจดหมายส่วนตัวอันเป็นลายมือองค์จักรพรรดิที่ฝากกงกงคนสนิทมา ใจความมิได้มีอันใดนอกจากย้ำเรื่องขอแลกเปลี่ยนตราลัญจกรชินอ๋องยอมเสี่ยงชีวิตตนเองหากไม่มีตราลัญจกรแล้ว ชีวิตย่อมยืนอยู่บนเส้นด้าย แต่อย่างไรเสียป้ายอาญาสิทธิ์ยังอยู่ในมือ พอช่วยคุ้มหัวป้องกันอันตรายได้บ้างดวงตาเหยี่ยวแต่สีดั่งนิลขยับมององครักษ์ที่อยู่กันนานก่อนส่งจดหมายยื่นออกไปยังเปลวเทียนที่จุดเตรียมรอไว้ก่อนหน้า“มีอันใด”“กงจู่มาขอรับ”คิ้วข้างซ้ายโก่งขึ้นสูงเมื่อได้ยิน“กงจู่?”“ขอรับ ฮุ่ยหมิ่นกงจู่ จากหอเฟินเย่วขอรับ”“ฮุ่ยหมิ่นงั้นหรือ เป็นชื่อที่ดี ให้นางมาหาข้าที่ห้อง”“กงจู่แจ้งว่า จะไม่ยอมเหยียบเข้ามายังเรือนในขอรับ ขอชินอ๋องเป็นผู้ที่ออกไป”รอยยิ้มกว้างปรากฏบนใบหน้าแกร่ง อกกระเพื่อมหัวเราะในลำคอ นางรู้ทันเขาเสมอ เพราะหากเผลอตัวเหยียบเข้าเรือนในอาจถูกเขากักตัวไว้เป็นแน่“ถ้าเช่นนั้น อย่าให้กงจู่รอนานเลยจะเสียสุขภาพ”ร่างสูงใหญ่สะบัดปลายแขนชุดผาวสีดำเดินนำลู่จิ่นออกจากห้องทำงาน ภายในเรือนนับจากหวังเฟยจากโลกไปก็คล้ายกับทุกอย่างนิ่งสงบ แม้แต่หรูเหรินของเขาเอง เขายังไม
22~ ราชโองการข่าวไฟไหม้อารามเต๋าชื่อดังห่างไกลเมืองหลวงแพร่สะบัดอย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งข่าวการเสียชีวิตของหวังเฟยที่บังเอิญไปอาราธนานั่งสมาธิถือศีลพอดีภายในจวนประดับด้วยโคมสีขาวนุ่งห่มชุดไว้ทุกข์แม้ว่าไม่อาจนำศพกลับมาทำพิธีได้เนื่องจากไหม้จนไม่เหลือแม้แต่ซาก“ชินอ๋อง”“มีอันใด”ห้องทำงานยามค่ำคืนชินอ๋องยังคงปฏิบัติหน้าที่ทำงานลับให้องค์จักรพรรดิสม่ำเสมอรายงานข่าวพวกนี้หาได้จากแหล่งหญิงคณิกาบ้าง สายลับบ้างที่แฝงตัวอยู่ทุกมุมเมืองของนครฉางอาน“มีคนจากในวังมาขอรับ แจ้งข่าวลับว่าพรุ่งนี้องค์จักรพรรดิจะออกพระราชโองการคืนยศแก่กงจู่เซียวลู่หลาน”ชินอ๋องเพียงยกมุมปาก งานพิธีศพและไว้ทุกข์ผ่านไปเกินหนึ่งร้อยวันแล้ว สมควรแก่เวลาที่นางต้องเข้าจวนเสียที นับวันท้องใหญ่ขึ้นจนเขาเกรงว่านางจะไม่ดูแลตนเองหากมาอยู่เสียด้วยกันที่จวน อย่างน้อยยังอยู่ในสายตาของเขา“ดี นับเป็นข่าวดี”ข้อแลกเปลี่ยนระหว่างองค์จักรพรรดิหนุ่มและชินอ๋องจากองค์จักรพรรดิเดิม ป้ายอาญาสิทธิ์และตราลัญจกรที่เขายังครอบครองอยู่ในมือและเก็บรักษาไว้อย่างดี ความลับยิ่งที่ไม่มีใครล่วงรู้ หากวันใดเขานำป้ายนี้ขึ้นมา เมื่อนั้นเขาจะได้ขึ้นคร
21~ NC**หวังเฟยร่างหวังเฟยถูกมัดทำให้มองไม่เห็นเจ้าอาวาสหนุ่ม หากแต่ได้ยินเสียงปลดเปลื้องอาภรณ์ เช่นเดียวกับนักพรตหญิงตรงหน้าที่ถอดชุดนักพรตออกเช่นกัน เหลือเพียงหมวกคลุมผมอย่างนักพรตหญิง“อาจื่อจะช่วยทำให้หวังเฟยสุขสมเองเจ้าค่ะ”หวังเฟยตื่นตะลึงก้มมองร่างเล็กแต่อกอวบของนักพรตหญิงคุกเข่าลงเบื้องล่าง จับขานางขึ้นวางบนเตียง แล้วมุดหน้าเข้ากลางหว่างขา ส่งลิ้นขึ้นปาดเลีย“อ่า เจ้า อ่า ท่านเจ้าอาวาส นี่มันอะไรกัน”กายหญิงสูงศักดิ์สั่นเทิ้มยามลิ้นเล็กกว่าของอาจื่อปาดเข้าร่องแหย่ลึก เจ้าอาวาสยืนด้านหลังกอบเต้าขยำลงแรงลิ้นตวัดเลียใบหู“อืมมม นมเจ้าใหญ่ตึงมือ เจ้าจะสุขสมยิ่งเชื่อข้า”หวังเฟยไม่อาจกลั้นเสียงร้องตนเองได้ เปล่งตะโกนยามนิ้วเล็กล้วงเข้าโพรงสวาทลิ้นปาดตวัดถี่รัว มือหยาบนักพรตตะโบมบีบคลึงแรง ทั้งบี้หัวนมก้มลงมองอีกครั้งเห็นอาจื่อครอบปากอมดูดท่อนใหญ่นักพรตจนแข็งโด่ แล้วหันมาปาดเลียร่องสวาทสลับกันไป ดูแล้วรู้ได้เลยว่าคนทั้งคู่ทำเช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วนร่างไร้แรงขัดขืน ตัณหาราคะจากลิ้นเล็กของอาจื่อทำให้หวังเฟยกระหายอยากยิ่งขึ้น หลั่งน้ำไหลลงอาบต้นขา ภาพด้านล่างยามนักพรตสาวเอาปากครอบหั
20~ อารามเต๋าห่างไกลยิ่งแสงรำไรจากฟากฟ้ายามเช้ามืดสาดส่องผ่านหน้าต่างบานเล็กรถม้าเข้ามายังภายในที่เย็นเฉียบจากไอหนาวหวังเฟยโอบเตาอุ่นแนบอก ดวงตาแม้แสบร้อนจากไอน้ำรื้นขึ้นยามนึกถึงชินอ๋องผู้ซึ่งยามค่ำคืนมักคลุกตัวอยู่แต่หอนางโลมจนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์หนาหูผ้ายันต์ผืนนั้นคงไม่ได้ผล นับจากวันที่ลอบเข้าไปวางผ้า ชินอ๋องไม่แม้แต่มองหน้าจนตัวนางเองหวาดหวั่นกายสาวต้องการโหยหากายบุรุษเช่นกัน ผิวเนื้อสะท้านไหวยามนึกถึงสัมผัสของบุรุษเพศ โดยเฉพาะเจ้าอาวาสร่างกำยำหนุ่มแน่นผู้นั้น“ถึงแล้วเจ้าค่ะหวังเฟย”รถม้าหยุดลงเมื่อเข้าสู่เขตอารามเงียบสงัดกลางป่าเขา เพลานี้แม้แต่นักพรตหญิงยังมิออกนอกอาคารมากวาดลานด้วยลมหนาวพัดแรงยิ่งร่างอวบอิ่มขาวโพลนสวมชุดสีขาวราวต้องการมาแสวงบุญก้าวลงจากรถม้า“ไปเรือนด้านหลัง ให้รถม้าไปหาที่พักแถวนี้ สามวันค่อยกลับมา”“สามวันเลยหรือเจ้าคะ”“ไป”“จะ เจ้าค่ะ”อาฟางเดินกลับไปยังรถม้าแจ้งให้ออกจากอารามแห่งนี้ไปแล้วกลับมาใหม่อีกสามวันให้หลัง พร้อมยื่นเงินให้จำนวนหนึ่ง กำชับปิดปากให้สนิทร่างอวบอิ่มของหวังเฟยเดินไปตามทางเดิมคราวที่แล้วจนถึงเรือนที่พักด้านหลัง ยังไม่เห็นนักพ
19~ NC**เซียวลู่หลาน“อื้อ หยุดนะชินอ๋อง”เซียวลู่หลานไม่ต้องลืมตาขึ้นมองก็รู้ได้ทันทีว่าบุรุษที่เอามือมาลูบเนื้อตัวตรวจดูไอร้อนเป็นใคร“เห็นซูหนี่บอกว่าเจ้านอนมาทั้งวัน”“แค่ยังเหนื่อย ถ้าขืนท่านยังวอแวข้าอีก ข้าก็คงเหนื่อยยิ่งขึ้น ทราบเช่นนั้นแล้วกลับไปเสียเถิด”บุรุษหน้าหนาไม่ยอมไปไม่พอ ยังหัวเราะออกมาเปิดผ้าห่มแล้วลงไปนอนด้วยกัน“พอตั้งครรภ์เจ้าก็อารมณ์เปลี่ยนแปรเช่นนี้ ไม่รู้ว่าหญิงอื่นเป็นเช่นเจ้าหรือไม่”เซียวลู่หลานยิ่งแปรปรวนจากธาตุไฟในร่างกายของหญิงตั้งครรภ์ เมื่อได้ยินคำว่าหญิงอื่นยิ่งให้กราดเกรี้ยว“หยุดนะ! ท่านลงไปจากเตียงข้า ไปหาหญิงอื่น ไปทำหญิงอื่นตั้งครรภ์เป็นไร”มือแกร่งโอบร่างเล็กดึงเข้าหาตัวโน้มหน้าลงใกล้ชะโงกมองดวงตาที่หลับแน่นแต่คิ้วขมวดมุ่น“ข้าจักไปหาหญิงอื่นได้เช่นไร หลานเอ๋อร์ ลูกข้าอยู่ในท้องเจ้า”พรึบ!!“ขืนท่านยังพูดมากเยี่ยงนี้ ข้าจักไม่ต้องรับท่านอีกแล้ว ซิงเยียน ซิงเยียน!! จื่อรั่ว เนี่ยนเจิน!! ไปไหนกันหมด! มาเอาอ๋องหน้าหนาออกไปจากห้องข้า”“ฮ่า ฮ่า หลานเอ๋อร์ หลานเอ๋อร์”ชินอ๋องรวบร่างขึ้นนอนบนอกกดท้ายทอยลงจนปากเล็กถูกครอบครองด้วยปากหนากว่า มือล้วงเข้าส







