LOGIN(500 ปีผ่านไป)รอบดาวแห่งความมืดมีพาหนะเซียน, เรือเหาะ และเหล่าเซียนมากมายหลายสิบล้านคนอาศัยอยู่รอบดาวแห่งความมืด ต่อแพกันไปมาจนเป็นชุมชน ซึ่งส่วนมากเป็นเซียนปราณวารีและเซียนธาตุแสงพวกเขาล้วนแล้วแต่มารอท่านนักบุญคนที่ 5 นักบุญแห่งวารีถือกำเนิดรอบๆดาวพลังปราณวารีหนาแน่น เซียนหลายคนถือโอกาสนั่งสมาธิเข้าฌานจนบรรลุเลื่อนขั้นไปหลายคนหลิงเอ๋อ(ระดับ 9 เทียนเว่ยขั้นต้น) สร้างพาหนะเซียนเป็นโรงแรมใหญ่ลอยกลางอวกาศได้เปิดให้เช่าที่พัก(หารายได้ตั้งใจจะมอบให้หลินเซียน เพราะรู้ว่าอาจารย์เธอจน) และทุกวันเธอจะลงไปหอมแก้มหลินเซียนหลิวเซี่ยง(ระดับ 10 เทียนจุนขั้นต้น)สูงสุดของสำนักวารีนิรันดร์ แม้เธอจะไม่ยอมรับตำแหน่งเจ้าสำนัก(ยังให้อดีตฮ่องเต้ ซึ่งเป็นระดับ 8 อวี๋เทียน เป็นเช่นเดิม) แต่ก็ได้รับการยอมรับเป็นผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักเหล่าเซียนเห็นเหล่าศิษย์หลินเซียนเป็นระดับ 8 ทุกคนยิ่งรู้สึกอยากจะฝากตัวเป็นศิษย์ท่านนักบุญผู้นี้ให้จงได้วันนี้ผู้ที่มาเป็นซีหมิงและสัจจเทพธาตุดินจากโลก(ซีหมิงยังระดับ 8 อวี๋เทียนขั้นกลาง อยู่เดินทางช้า จึงอาศัยเกาะเอวสัจจเทพธาตุดินซึ่งเป็นระดับ 11 ขั้นต้นพาเหาะมา)“สุดยอ
ณ ดาวสีดำที่ใช้ค่ายกลกักขังหลินเซียนไว้ เหล่าเซียน 2 สมาพันธ์มากมายมารุมล้อมอยู่ โดยมีสืออันและลูกสาวครูฝึกร่วมอยู่ด้วย“ดาวสมาพันธ์ไหม้ทั้งดวง เพราะมันเป็นต้นเหตุ!”เซียนชราคนหนึ่งกล่าวขึ้นอย่างไม่พอใจ นั่นทำให้ลูกสาวครูฝึกหันมามองค้อนใส่“ท่านพ่ออยู่ข้างในนั้นท่านไม่รู้เรื่องอะไร จะกล่าวหากันก็ให้มันน้อยๆหน่อย!”“พวกท่านเลิกทะเลาะกันก่อนได้ไหม ค่ายกลจะแตกแล้ว รีบๆช่วยกันซ่อมเดี๋ยวนี้!”แล้วทุกคนก็รวมพลังกันซ่อมค่ายกลนั้นแล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นหลินเซียนชุดดำ 12 คนแหวกมิติออกมา หากไม่นับชุดสีดำแล้วเขาเหมือนหลินเซียนไม่ผิดเพี้ยน“ระ...ระดับ 12!!”เหล่าเซียนอาวุโสทั้ง 2 สมาพันธ์ต่างตกตะลึง จักรวาลกว้างใหญ่มีเซียนระดับ 12 เป็นโหลแบบนี้เชียวหรือ เป็นไปได้ยังไง? แถมหน้าตาเหมือนกันทั้งหมดด้วย!เซียนทั้งหมดถอยห่างและนิ่งเงียบ ไม่กล้าขยับตัว ส่วนหลินเซียนชุดดำทั้ง 12 คนต่างมองไปที่ทรงกลมสีดำ(ที่ร่างหลินเซียนอยู่ในนั้น)ตาไม่กระพริบสืออันมองหลินเซียนชุดดำเป็นโหลอย่างประหลาดใจ แม้นพวกเขาจะมีรุปร่างหน้าตาเหมือนท่านพ่อ แต่ข้าไม่รู้สึกเลยว่าพวกเขาจะมีจิตใจดั่งมนุษย์ สืออันลอยเข้าไปอยู่ข้า
...ณ ดวงดาวสำนักวารีนิรันดร์ เจ้าสำนัก(อดีตฮ่องเต้)เรียกประชุมด่วน"ผู้นำสมาพันธ์ดาราจักรเรียกเราไปคุย เขาแจ้งว่าดาววารีนิรันดร์นี้มีพลังเต๋าอันยิ่งใหญ่ หากยังคงไม่สังกัดสมาพันธ์ย่อมเสี่ยงที่จะถูกเหล่าเซียนระดับสูงบุกมายึดในสักวันหนึ่ง"หลิงเอ๋อทำหน้าเบื่อๆ"หึ! อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้ว ว่าอยากจะยึดดาวเรา"เจ้าสำนักทำหน้าอ้ำๆอึ้งๆก้มหน้าละอายใจในความไร้พลังอำนาจของตนเอง แล้วจางหลิงจะพูดแทรก"ฝ่าบาท พวกเขาจะปราถนาสิ่งใดบ้าง?"เจ้าสำนักส่ายหน้า"เขาจะส่งเซียนระดับสูงมาบริหารสำนักร่วมกับพวกเราครึ่งหนึ่ง" "หึ! นั่นแหละคือการยึดสำนัก!""แล้ว...เอ่อ...เอ่อ...เขาจะขอป้ายสำนักเราไปด้วย แต่จะส่งป้ายทองคำสวยงามอันใหม่มาให้"หลิงเอ๋อทุบโต๊ะเสียงดัง"ไม่ให้! ทุกสิ่งที่นี่คือสมบัติของท่านอาจารย์! ถ้าพวกมันกล้าแตะป้ายสำนัก ข้าจะใช้ปืนใหญ่ยิงพวกมัน!""ท่านจะบ้าเหรอ? นั่นเท่ากับประกาศสงครามนะ!""พวกเขามีเซียนระดับ 9 หลายร้อยคน ท่านผู้อยู่สูงสุดในสำนักยังแค่ระดับ 8 ขั้นปลายจะเอาอะไรไปสู้""ตายก็ตายสิ! ข้าไม่ให้ นั่นของท่านอาจารย์!""เจ้ากลัวตายจนเนรคุณอาจารย์หรือ?""ข้า เอ่อ..!"คุณหนูนั่งฟัง
...รุ่งอรุณแสดงแดดอ่อนๆยามเช้า ลมอ่อนๆพัดอากาศเย็นสบาย หลินเซียนตื่นนอนด้วยอาการงัวเงียเล็กน้อย เขาขยี้ตาก่อนที่จะพับผ้าห่มเก่าๆไว้ปลายเตียงไม้เก่าๆที่นอนหลินเซียนเดินออกจากบ้านมองแม่ไก่และลูกไก่ 3 ตัวของมันพยายามก้มหน้าคุ้ยเศษอาหารจากดิน เขาเดินไปที่โอ่งเก็บน้ำและตักมาล้างหน้าตนเองให้สดชื่น ก่อนที่จะเดินกลับเข้าไปในบ้านนำฟืนมาก่อไฟและหุงข้าวสารเก่าๆที่เหลือนิดหน่อยในระหว่างรอข้าวสุกหลินเซียนกวาดบ้านไม้เก่าๆโทรมๆ เช็ดพื้นให้สะอาด หอบเสื้อของตนเองไปซักที่ลำธารเสียงน้ำไหลซู่ๆสม่ำเสมอแบบโมโนโทน หลินเซียนฟังเพลินเผลอหลับตาและยิ้มบางๆสักพักเขาหอบผ้ามาตากและยกหม้อข้าวลง เดินออกมาเก็บผักที่ปลูกหน้าบ้านแล้วทำผัดผักมีกลิ่นหอมโชยหลินเซียนน้ำข้าวใส่ถถ้วย 3 ถ้วยวางบนโต๊ะอาหารและตรงกลางมีจานผัดผัก เขาใช้ตะเกียบค่อยๆกินข้าวเช้า พลางมองถ้วยข้าวอีก 2 ถ้วยอย่างสงสัย"นี่ข้าลืมอะไรไปหรือเปล่า?" (ลืม…ท่านแม่กับท่านย่า)เขาทำหน้าสงสัยมองไปที่ถ้วยข้าวทั้งสองและกินอาหารจนอิ่มพออิ่มแล้วเขาเอาข้าวสารเล็กน้อยไปโรยให้แม่ไก่ กิน ก่อนจะถือตำราวิชากระบี่วายุปราณและกระบี่เดินออกไปเดินสักพักก็มีถึงสำ
(1,000 ปีผ่านไป)...หลี่ม่อและสืออันเหาะมาถึงดวงดาวที่เป็นของเหลวสีดำสนิททั้งดวงดาว มีม่านค่ายกลขนาดใหญ่ที่ซับซ้อนและหลากหลายคลุมดวงดาวไว้“ท่านหลี่ ท่านสือ ....”“วันนี้ท่านเป็นอย่างไรบ้าง?”“อาจารย์ของท่านยังนั่งเข้าฌานอยู่ที่เดิมขอรับ”พวกเขามองไปด้านในม่านค่ายกลเป็นเซียนชุดดำผมสีขาวยาวมากนั่งหลับตาเข้าฌานไม่ลุกไปไหน“ก็ได้แต่ภาวนาอย่าให้ท่านผู้นั้นทำลายค่ายกลนี้ออกมาเลย...”สืออันร้องไห้และตะโกน“ท่านพ่อ!”ส่วนหลี่ม่อมองด้วยแววตาใช้ความคิด ตั้งแต่ 1,000 ปีที่แล้วที่หลินเซียนกลายร่าง เขาผ่านไปที่ใดจะเกิดสสารสีดำเป็นละอองเหลวทิ้งเป็นร่องรอยไว้ หากพาหนะเซียนหรือเรือรบชนเจ้าสสารนี้ก็จะราวกับโดนน้ำกรดกัดจนเป็นรู หากตกที่ภูเขาก็ละลาย ตกน้ำก็เป็นพิษ ฯลฯ สร้างความหวาดกลัวมิใช่น้อยแม้หลินเซียนจะผ่านไปเฉยๆโดยไม่ได้ฆ่าใครเลยก็ตามอย่างไรก็ดีเมื่อมีผู้พบเห็นหลินเซียนถือกระบี่วิเศษระดับจักรวาลถึง 3 เล่ม(ไม่รวมกระบี่วารีชำระ)ของนักบุญ นั่นทำให้มีเซียนหลายคนลองของ เข้าไปชิงกระบี่ แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ต่อวิชากระบี่ระดับปรมาจารย์ของหลินเซียน ก่อนที่จะถูกกลืนกินเข้าไปในร่างหลุมดำนั้นไม่ได้กลับออกมาอีกเ
...หลินเซียนกลับมาถึงสำนักวารีนิรันดร์ ทุกคนตกใจมากเพราะเสื้อผ้าหลินเซียนฉีกขาดมากมายจากร่องรอยการต่อสู้หลิงเอ๋อ และเฟิงเตียนรีบเข้ามาดู หลินเซียนจึงเล่าเรื่องยักษ์ฟ้าให้ฟัง“ไม่น่าเชื่อว่าอาวุธสวรรค์บรรพกาลถึง 5 เล่มจะถูกทำลายหมด แถมเล่มนึงถูกชกจนหักอีกด้วย!”หลิงเอ๋อพูดด้วยอาการประหม่าปากและมือสั่นเทา“เขาประกระบี่ท่านพ่อได้ถึง 7 วัน 7 คืน นี่ไม่ใช่เรื่องปกติ ฝีมือท่านพ่อเข้าขั้นปรมาจารย์ นั่นหมายถึงเขาเองก็ระดับปรมาจารย์แล้วเช่นกัน”“เขาใช้แค่สัญชาตญาณแห่งการฆ่า ไม่ได้สนใจกระบวนท่าอะไรเลย”เฟิงเตียนจึงสาธิตให้ดู มีลูกศิษย์มากมายมาดูด้วยเขาปล่อยไอสังหารมากมายออกมา ศิษย์หลายคนกลัวจนตัวสั่น ไม่คิดเลยว่าเฟิงเตียนจะทำแบบนี้ได้ แถมเขาเอาผ้าปิดตา และให้คน 10 คนใช้กระบี่รุมเขาได้เลยปรากฏว่าเขาไม่ได้ใช้กระบวนท่าอะไรเช่นกัน แต่รับได้หมด แถมตอนท้ายยังตอบโต้จี้กระบี่ที่คอเป็นรายคนได้อีกด้วย“สุดยอด!”หลินเซียนอุทาน แต่เพิ่งเตียนบอกให้รอดูนี่ก่อนค่อยพูดขอรับท่านพ่อเขาหลับตาตั้งท่าฟันกระบี่ท่าพื้นฐานที่สุดของนักกระบี่ทั่วๆไป ใช้เวลารวมสมาธินานมาก กลิ่นไอสังหารรุนแรงกว่าเดิมมากๆด้วย ก่อนที่จ
...8 วันหลังจากนั้น หลินเยว่ถูกนำขึ้นลานประหาร มีชาวบ้านมากมายมาดู แต่องค์รัชทายาทไม่มา เซียนอาวุโสหานซิ่วก็ไม่มา มีเพียงขุนนางอยู่คนเดียวที่รอพิพากษาบั่นศรีษะหลินเยว่ซึ่งคุกเข่านั่งอยู่พร้อมกับเพชฌฆาต ใบหน้าหลินเยว่ช่างดูสงบนิ่งเสียเหลือเกิน เขาแอบชำเลืองมองผู้คน ไม่เห็นหลินเซียนเสียแล้ว เขาก็ได้แ
....หลินเซียนขึ้นมาถึงผิวน้ำแข็ง เขาตกใจมีเซียนมากมายหลายพันคนยืนรอบทะเลสาป มองไปมุมหนึ่งเห็นชายชราสวมชุดมังกรสีทองและมีกองทหารจำนวนมากคุ้มครองเขา ไม่ผิดแน่เขาคือฮ่องเต้แคว้นจูนี่เองพอเขาขึ้นมาเสียงก็ดังกระหึ่ม "คาราวะท่านบรรพาจารย์!!"หลินเซียนงง แล้วก็มีชายผู้เฒ่าคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเขา เป็นชายผม
....ภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องผ่านยอดไม้ หลินเซียนนั่งขัดสมาธิใต้ต้นไม้เซียนอีกครั้ง คราวนี้มิใช่ด้วยความกังวลหรือฝืนใจ หากเต็มไปด้วยความสงบนิ่ง คล้ายทะเลไร้คลื่น ส่วนเจ้าแนด้าน้อยยมันยังคงนอนเฝ้านายของมันอยู่ข้างๆด้วยความห่วงใยหลินเซียนหลับตาเบา ๆ ลมหายใจยาวและมั่นคง ปราณที่เคยสับสนปั่นป่วนกลับค่อย ๆ
....หลินเซียนเดินจากหลุมศพหลันหลินมา ทุกย่างก้าวเหมือนเดินบนกองเพลิง เขายังเห็นเงาของหลันหลิง เด็กหญิงผู้เคยเรียกชื่อเขาด้วยรอยยิ้ม แต่อีกเพียงชั่วพริบตานั้น กลับถูกโลกอันโหดร้ายพรากไปต่อหน้า ภาพดวงตาเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยความหวังยังตามหลอกหลอนเขาไม่หยุดเขาเดินเรื่อยไป ราวกับวิญญาณที่ไร้ที่พึ่งพิง นั







