Home / วาย / เดิมพันรัก ทายาทพันล้าน / บทที่ 4: รุกฆาตกลางห้องประชุม

Share

บทที่ 4: รุกฆาตกลางห้องประชุม

last update publish date: 2026-10-17 14:27:12

บทที่ 4: รุกฆาตกลางห้องประชุม

กระจกหน้ารถเก๋งสีดำสนิทสะท้อนภาพตึกสูงระฟ้าสี่สิบชั้นของอาคารสำนักงานใหญ่รัตนเดชากรุ๊ปที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมถนนสายธุรกิจ

ภีมนั่งเงียบอยู่เบาะหลัง สายตามองข้ามกระจกไปยังตัวอักษรโลหะสีทองที่สลักชื่อตระกูลของแม่อยู่บนยอดตึก สิบปีแล้วที่เขาไม่ได้ก้าวขาเข้ามาที่นี่ นับตั้งแต่วันที่แม่ต้องเข้าโรงพยาบาลและไม่มีโอกาสได้กลับออกมาอีกเลย สถานที่ที่เคยเต็มไปด้วยความทรงจำอันอบอุ่น บัดนี้กลายเป็นรังของคนที่ทรยศและเหยียบย่ำครอบครัวของเขา

“เอกสารพร้อมทุกอย่างแล้วครับนาย”

เสียงของหัวหน้าทีมทนายความประจำตระกูลวรโชติเมธาที่นั่งอยู่เบาะหน้าหันมารายงาน “คำสั่งเพิกถอนอำนาจบริหารตามเงื่อนไขทรัสต์สากลถูกยื่นเข้าระบบนายทะเบียนกลางและส่งตรงถึงฝ่ายตรวจสอบของสถาบันการเงินแล้ว เหลือแค่การประกาศต่อหน้าคณะกรรมการอย่างเป็นทางการครับ”

“ดี” อคินที่นั่งอยู่ข้างภีมตอบสั้นๆ ชายหนุ่มไม่ได้ละสายตาไปจากแท็บเล็ตในมือ เขากำลังตรวจสอบคำสั่งระงับธุรกรรมทางการเงินของระบบธนาคารแบบเรียลไทม์

เมื่อรถเลี้ยวเข้าสู่ลานจอดรถชั้นผู้บริหาร อคินหันมามองคนข้างตัว

ภีมนั่งนิ่ง แผ่นหลังตรง สองมือประสานอยู่บนตัก ปลายนิ้วไม่ได้สั่นเทาเหมือนตอนอ่านจดหมายในห้องรับรองอีกต่อไป ดวงตากลมโตคู่นั้นทอดมองตรงไปข้างหน้าด้วยความแน่วแน่ที่แฝงความเยือกเย็นจนน่ากลัว

“พร้อมไหมครับ” อคินถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำอ่อนโยนลงกว่าตอนสั่งงานลูกน้อง

ภีมหันมาสบตา พยักหน้าช้าๆ “พร้อมครับ ถึงเวลาที่พวกนั้นต้องคืนของทุกอย่างให้แม่ผมแล้ว”

อคินระบายยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เอื้อมมือไปเปิดประตูรถให้ “งั้นก็ไปกันครับ... คุณประธาน”

เวลาบ่ายโมงห้าสิบห้านาที

ห้องประชุมใหญ่ชั้นสามสิบห้า

แสงแดดจัดจ้านส่องผ่านกระจกนิรภัยบานยักษ์ ทอดทับลงบนโต๊ะประชุมไม้สักทองตัวยาว แอร์ปรับอากาศเป่าลมเย็นเฉียบ ทว่าบรรยากาศภายในห้องกลับอบอวลไปด้วยความโลภและความทะเยอทะยานที่กำลังพองโต

ธีรเดชนั่งอยู่หัวโต๊ะในฐานะประธานกรรมการบริหาร ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มภาคภูมิใจ เขาสวมสูทคัตติ้งเนี้ยบ จัดเนกไทให้เข้าที่อย่างอารมณ์ดี ข้างกายคือ นงนุช ในชุดเดรสผ้าไหมสีงาช้างราคาแพง บนคอและข้อมือประดับด้วยเพชรเม็ดโตที่ตั้งใจใส่มาอวดศักดา ถัดไปคือ ภวัต ลูกชายคนเล็กที่นั่งยืดอก ยิ้มกริ่มอย่างคนที่กำลังจะได้ก้าวขึ้นมาเป็นใหญ่

“หลังจากเซ็นสัญญานี้เรียบร้อย โครงการพัฒนาพื้นที่ริมน้ำจะเริ่มเดินหน้าทันทีนะภวัต” ธีรเดชหันไปพูดกับลูกชายคนโปรด น้ำเสียงเจือความภาคภูมิใจ “ป๊าเตรียมตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการฝ่ายพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไว้ให้ลูกแล้ว เรียนจบเมื่อไหร่ก็เข้ามานั่งคุมได้เต็มตัว บริษัทนี้จะต้องเติบโตด้วยมือของเรา”

“ขอบคุณครับป๊า” ภวัตยิ้มรับด้วยความมั่นใจ “ผมสัญญาว่าจะบริหารให้ดีกว่าใครบางคนที่ทำตัวเป็นภาระของบ้านครับ”

“คุณพี่ทำถูกต้องที่สุดแล้วค่ะ” นงนุชยกมือขึ้นลูบท่อนแขนสามีเบาๆ ท่าทางประจบประแจง “บริษัทนี้คุณพี่เหนื่อยสร้างมากับมือ จะปล่อยให้เด็กไม่เอาถ่านที่ไม่มีหัวคิดทางธุรกิจมาฮุบไปได้ยังไงกันคะ สู้ส่งมอบให้ลูกเราดูแลต่อ ยังไงก็เจริญรุ่งเรืองกว่าเห็นๆ”

ธีรเดชหัวเราะชอบใจกับคำยกยอนั้น

ตรงหน้าของเขามีแฟ้มหนังสี่แฟ้มวางเปิดอยู่ ด้านในคือร่างสัญญาสินเชื่อเพื่อการลงทุนวงเงินหนึ่งพันเก้าร้อยแปดสิบล้านบาท โดยมีโฉนดที่ดินริมแม่น้ำเจ้าพระยาแปลงงามของตระกูลรัตนเดชาระบุเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน

ตัวแทนสถาบันการเงินสองคนในชุดสูทสากลนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ชายวัยกลางคนที่ทำหน้าที่หัวหน้าคณะตรวจสอบก้มมองนาฬิกาข้อมือ

13:58 น.

“ทางเราตรวจความเรียบร้อยของเอกสารครบถ้วนแล้วครับคุณธีรเดช” ตัวแทนสถาบันการเงินพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพเป็นทางการ “ถ้าไม่มีข้อสงสัยเพิ่มเติม ขอเชิญลงลายมือชื่อในสัญญาทั้งสองชุดได้เลยครับ เงินกู้ก้อนแรกจะถูกโอนเข้าบัญชีโครงการภายในวันพรุ่งนี้”

“ยอดเยี่ยมครับ ผมพร้อมเซ็นทันที”

ธีรเดชหยิบปากกาหมึกซึมสีทองสลักชื่อตนเองออกมา ปลดปลอกปากกาออกด้วยความกระตือรือร้น

แต่ในจังหวะที่ปลายปากกากำลังจะแตะลงบนเส้นประของช่องลงนาม ตัวแทนสถาบันการเงินอีกคนกลับได้รับข้อความด่วนผ่านหน้าจอแท็บเล็ต ชายหนุ่มคนนั้นอ่านข้อความแล้วหน้าถอดสีทันที เขารีบเอื้อมมือไปแตะแขนหัวหน้าคณะตรวจสอบ

“หัวหน้าครับ หยุดก่อนครับ!”

ปลายปากกาของธีรเดชชะงักค้างอยู่เหนือกระดาษ เขาขมวดคิ้วแน่นด้วยความไม่สบอารมณ์ “มีอะไรอีกคุณ? ตรวจสอบกันมาเป็นสัปดาห์แล้วยังมีปัญหาอะไรตอนจะลงชื่ออีกล่ะ!”

“มีคำสั่งด่วนแจ้งเตือนเข้ามาจากระบบนายทะเบียนกลางครับ” ตัวแทนสถาบันการเงินพูดเสียงสั่น ละล่ำละลักอ่านข้อมูลบนหน้าจอ “หลักทรัพย์ค้ำประกันแปลงนี้... ถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องความชอบธรรมในการครอบครองแทน และมีคำร้องขออายัดการทำนิติกรรมยื่นเข้ามาเมื่อสิบนาทีที่แล้วครับ”

“เหลวไหล!” ธีรเดชตวาดเสียงกร้าว ตบฝ่ามือลงบนโต๊ะไม้สักจนแฟ้มกระดาษสั่นสะเทือน “โฉนดผืนนี้อยู่ในความดูแลของรัตนเดชากรุ๊ปมาตั้งแต่เริ่มตั้งบริษัท! ฉันเป็นประธานกรรมการบริหาร มีอำนาจสิทธิ์ขาดตามกฎหมายในการจัดการทรัพย์สินเพื่อผลประโยชน์ของบริษัท ใครหน้าไหนมันกล้ามายื่นคัดค้าน!”

“ผมเองครับ”

เสียงตอบกลับดังขึ้นจากหน้าประตูห้องประชุม

น้ำเสียงนั้นราบเรียบ ทว่ากังวานและเยือกเย็นจนทำให้อุณหภูมิในห้องประชุมลดฮวบลงในพริบตา

กึก!

บานประตูไม้โอ๊กคู่บานใหญ่ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง

สายตาทุกคู่ในห้องหันขวับไปมองเป็นจุดเดียว

ภีมยืนอยู่ตรงนั้น เสื้อเชิ้ตนักศึกษาแขนยาวสีขาวสะอาดกับกางเกงสแล็กสีดำขับเน้นให้ร่างโปร่งดูสง่างาม ใบหน้าหวานนิ่งสนิท ดวงตากลมโตที่เคยหลุบต่ำและยอมจำนนมาตลอดสิบปี บัดนี้คมกริบและสบมองตรงมาข้างหน้าอย่างไม่หวั่นเกรง

และคนที่ก้าวตามเข้ามาเคียงข้างเขา คือ อคิน วรโชติเมธา ในชุดสูทสามชิ้นสีกรมท่าเข้ม แผ่รังสีแห่งอำนาจที่เหนือชั้นกว่าทุกคนในห้อง ด้านหลังของทั้งสองยังมีทีมทนายความระดับแนวหน้าและบอดี้การ์ดร่างยักษ์อีกสี่คนเดินคุมเชิงเข้ามาปิดทางออกอย่างรัดกุม

บรรยากาศในห้องประชุมเงียบงันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ

ธีรเดชเบิกตากว้าง อ้าปากค้าง เช่นเดียวกับนงนุชที่รอยยิ้มบนใบหน้าเหือดหายไปจนเหลือเพียงความซีดเผือด

“ภีม?!” ธีรเดชผุดลุกขึ้นยืน ชี้หน้าลูกชายคนโตด้วยความเดือดดาล “แกเข้ามาทำบ้าอะไรที่นี่! ใครอนุญาตให้แกขึ้นมาบนชั้นนี้! รปภ. หายหัวไปไหนกันหมด!”

ภีมไม่สะทกสะท้านกับเสียงตวาดนั้น เขาก้าวเดินเข้ามาในห้องอย่างเชื่องช้า เสียงส้นรองเท้าหนังกระทบพื้นห้องประชุมดังก้องเป็นจังหวะที่บีบหัวใจคนฟัง ภีมหยุดยืนอยู่ข้างโต๊ะ ห่างจากธีรเดชเพียงไม่กี่ก้าว

“สวัสดีครับป๊า” ภีมเอ่ยทักทาย น้ำเสียงสุภาพทว่าเย็นเยียบ “ไม่ได้เจอกันแค่ครึ่งวัน ดูเหมือนป๊าจะรีบร้อนเอาสมบัติของแม่ผมไปขายทอดตลาดจังเลยนะครับ”

“หุบปากนะไอ้เด็กเวร!” ธีรเดชหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธจัด “นี่มันห้องประชุมผู้บริหาร แกไม่มีสิทธิ์เข้ามาเพ่นพ่าน! ไสหัวกลับไปคอนโดของแกเดี๋ยวนี้ อย่ามาทำตัวไร้มารยาทต่อหน้าแขกของฉัน!”

“คนที่จะต้องไสหัวออกไป ไม่ใช่ภีมเดชหรอกครับ คุณธีรเดช”

อคินก้าวขึ้นมายืนเคียงข้างภีม สองมือล้วงกระเป๋ากางเกง ทอดสายตาคมกริบมองธีรเดชด้วยความสมเพชอย่างไม่ปิดบัง

ตัวแทนสถาบันการเงินทั้งสองคนรีบลุกขึ้นยืนทันทีที่เห็นหน้าชายหนุ่มผู้มาใหม่

“คุณอคิน... วรโชติเมธา” หัวหน้าคณะตรวจสอบเอ่ยทักทายด้วยความนอบน้อม

“นั่งลงเถอะครับ” อคินปรายตามองตัวแทนธนาคารเล็กน้อย “ทางสถาบันการเงินของคุณทำงานรวดเร็วดี แต่ผมคิดว่าคุณคงไม่อยากเซ็นอนุมัติเงินกู้สองพันล้าน ให้กับคนที่กำลังจะถูกปลดออกจากตำแหน่ง และไม่มีอำนาจทางกฎหมายใดๆ ในบริษัทนี้อีกต่อไปแล้ว”

“แกพูดเรื่องบ้าอะไรของแก!” ธีรเดชแผดเสียงลั่น ชี้หน้าอคินอย่างไม่กลัวเกรง “ฉันคือประธานกรรมการบริหารของรัตนเดชากรุ๊ป! บริษัทนี้เป็นของฉัน! ฉันมีสิทธิ์ขาดทุกอย่าง!”

“ของป๊าเหรอครับ?”

ภีมถามกลับด้วยรอยยิ้มเย็นที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ธีรเดชรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง

ภีมเปิดแฟ้มหนังแท้สีดำที่มีตราประทับนูนของสำนักงานกฎหมายระหว่างประเทศ วางกระแทกลงบนโต๊ะตรงหน้าธีรเดชและตัวแทนธนาคาร

“นี่คือสัญญาทรัสต์และพินัยกรรมฉบับสมบูรณ์ของคุณหญิงรัตนเดชา ที่มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายสากลตั้งแต่วันที่แม่ผมเสียชีวิต” ภีมเอ่ยทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ “ในมาตราที่เจ็ด วรรคสาม ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า หากผู้มีอำนาจบริหารชั่วคราว พยายามนำอสังหาริมทรัพย์ หุ้น หรือทรัพย์สินส่วนกลาง ไปจำหน่าย จ่ายโอน หรือใช้เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยปราศจากความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้รับผลประโยชน์ สิทธิ์ในการบริหารจัดการทั้งหมด จะสิ้นสุดลงในทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น”

สีหน้าของธีรเดชซีดเผือดลงทันตา ริมฝีปากสั่นระริกจนพูดไม่ออก

“และในฐานะผู้รับผลประโยชน์แต่เพียงผู้เดียว ที่บรรลุนิติภาวะแล้วในวันนี้...” ภีมสบตาพ่อแท้ๆ ของตัวเองด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว ไร้ความอาลัยอาวรณ์หลงเหลืออยู่ “ผมขอประกาศเพิกถอนอำนาจบริหารทั้งหมดของคุณธีรเดช และสั่งระงับการทำนิติกรรมกู้ยืมเงินฉบับนี้โดยเด็ดขาด”

“ไม่จริง! แกโกหก! พินัยกรรมบ้าบอนี่มันของปลอม!” นงนุชกรีดร้องขึ้นมาอย่างลืมตัว เธอผุดลุกขึ้นชี้นิ้วใส่หน้าภีม “แกมันเด็กเลี้ยงแกะ! คุณพี่คะ อย่าไปยอมมันนะ มันอิจฉาน้อง มันต้องการจะฮุบบริษัทนี้ไปคนเดียว!”

“หุบปากของคุณซะ นงนุช” อคินตวัดสายตากลับไปมองหญิงวัยกลางคน น้ำเสียงทรงอำนาจและเยือกเย็นของเขาทำให้เธอสะดุ้งสุดตัวและรีบหดมือกลับแทบไม่ทัน “ก่อนที่คุณจะพูดเรื่องฮุบบริษัท... ช่วยอธิบายให้ตัวแทนธนาคารกับทนายฟังหน่อยสิครับ ว่าเงินสดสี่ร้อยยี่สิบล้านบาท ที่ไหลออกจากบัญชีกลางของรัตนเดชา เข้าไปอยู่ในบัญชีของ N.N. โฮลดิ้งส์ บริษัทที่คุณถือหุ้นใหญ่ มันคือเงินค่าอะไร?”

คำว่า ‘สี่ร้อยยี่สิบล้าน’ และชื่อบริษัท ‘N.N. โฮลดิ้งส์’ ทำให้นงนุชเข่าอ่อนจนทรุดลงไปนั่งพิงพนักเก้าอี้ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความหวาดกลัวสุดขีด

ตัวแทนสถาบันการเงินรีบเก็บเอกสารสัญญาทั้งหมดกลับเข้ากระเป๋าทันที ชายทั้งสองคนโค้งให้อคินและภีมอย่างรวดเร็ว

“ทางเราเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดแล้วครับ ทางธนาคารขอระงับการพิจารณาสินเชื่อนี้ทันที และจะส่งเรื่องให้ฝ่ายกำกับดูแลตรวจสอบความถูกต้องต่อไป... ขอตัวก่อนครับ”

“เดี๋ยวสิคุณ! อย่าเพิ่งไป! มันไม่ใช่เรื่องจริงนะ!” ธีรเดชพยายามจะถลาตามตัวแทนธนาคารไป แต่บอดี้การ์ดของอคินก้าวเข้ามาขวางประตูไว้อย่างแน่นหนา

ประตูปิดลง พร้อมกับความหวังเงินสองพันล้านที่มลายหายไปในอากาศ

ธีรเดชหันขวับกลับมามองภีม ตาขาวแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดฝอย ความโลภ ความอับอาย และความแค้นที่แผนการพังทลายลงในชั่วพริบตาทำให้เขาขาดสติ ชายวัยกลางคนพุ่งปรี่เข้ามาหาลูกชายคนโตด้วยความคลั่ง

“ไอ้ลูกทรพี! มึงกล้าดียังไงมาทำลายกู! กูเป็นพ่อมึงนะ!”

ธีรเดชเงื้อฝ่ามือขึ้นสูง หมายจะฟาดลงบนใบหน้าของภีมอย่างรุนแรง

ภีมยืนนิ่ง ไม่แม้แต่จะหลบสายตา

ทว่า... ฝ่ามือนั้นไม่มีโอกาสได้สัมผัสแม้แต่ปลายเส้นผมของเขา

หมับ!

มือหนาของอคินพุ่งเข้าไปคว้าข้อมือของธีรเดชไว้กลางอากาศได้อย่างแม่นยำ แรงบีบมหาศาลทำให้กระดูกข้อมือของธีรเดชส่งเสียงลั่นเบาๆ ชายวัยกลางคนร้องโอดยิ้มด้วยความเจ็บปวด พยายามจะกระชากมือออกแต่กลับขยับไม่ได้แม้แต่น้อย

อคินก้าวเข้ามายืนขวางหน้าภีมไว้ ร่างสูงใหญ่บดบังภีมไว้ด้านหลังจนมิด เงาทะมึนของเขาครอบคลุมร่างของธีรเดชจนดูหดเล็กลงไปถนัดตา

“อย่าคิดจะแตะต้องคนของผม”

อคินกดเสียงต่ำ แววตาดุดันและอำมหิตราวกับสัตว์ร้ายที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ กลิ่นอายคุกคามที่แผ่ออกมาทำให้ธีรเดชถึงกับตัวสั่นเทาด้วยความกลัวจากก้นบึ้งของหัวใจ

“ถ้าคุณกล้าแตะต้องภีมเดชแม้แต่ปลายเล็บ... ผมรับรองว่าคุณจะไม่ได้แค่ติดคุกในคดียักยอกทรัพย์ แต่ตระกูลวรโชติเมธาจะทำให้คุณไม่มีที่ยืนในสังคมนี้อีกต่อไป จำใส่หัวของคุณไว้!”

อคินสะบัดมือออกอย่างแรงจนธีรเดชเซถอยหลังไปหลายก้าว ล้มลงไปนั่งกองกับเก้าอี้ด้วยความหวาดผวา

ภวัตที่ยืนดูอยู่ด้านข้างตัวสั่นงันงก ไม่กล้าแม้แต่จะขยับตัวเข้าไปช่วยพ่อของตน

ติ๊ง!

เสียงสัญญาณเตือนจากระบบส่วนกลางของบริษัทดังขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งอาคาร

หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ในห้องประชุมดับวูบลง ก่อนจะเปิดขึ้นมาใหม่พร้อมข้อความตัวหนังสือสีแดงแจ้งเตือนการรีเซ็ตรหัสผ่านและการเปลี่ยนถ่ายอำนาจบริหาร บัตรพนักงานระดับประธานที่คล้องคอของธีรเดชส่งเสียงร้องเตือนก่อนที่สัญญาณไฟจะเปลี่ยนเป็นสีแดง บ่งบอกว่ามันกลายเป็นเพียงขยะพลาสติกที่ไร้ค่าไปแล้ว

ภีมค่อยๆ ก้าวออกมาจากด้านหลังของอคิน

เขาทอดสายตามองคนสามคนที่กำลังนั่งตัวสั่นอยู่ตรงหน้า ด้วยสายตาที่ว่างเปล่าและสงบนิ่งอย่างถึงที่สุด

“ฝ่ายบัญชีและฝ่ายกฎหมายชุดใหม่ ได้เข้าควบคุมระบบการเงินและเซิร์ฟเวอร์ทั้งหมดของรัตนเดชากรุ๊ปเรียบร้อยแล้วครับ” ภีมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “ทรัพย์สินส่วนตัว บัญชีธนาคาร และรถประจำตำแหน่งที่ซื้อในนามบริษัท จะถูกตรวจสอบย้อนหลังทั้งหมด ถ้าพบว่านำเงินบริษัทไปใช้ในทางมิชอบ... เตรียมรอรับหมายศาลได้เลย”

“ภีม... ป๊าขอโทษ ภีมช่วยป๊าด้วยนะลูก เราเป็นพ่อลูกกันนะ...” ธีรเดชเริ่มเปลี่ยนท่าที เขาคุกเข่าลงกับพื้น พยายามจะคลานเข้ามาจับขากางเกงของลูกชาย

ภีมก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว หลบเลี่ยงสัมผัสนั้นอย่างไม่ไยดี

“ตอนที่แม่ผมต้องการความช่วยเหลือ... ป๊าเคยจำได้ไหมครับว่าป๊าทำอะไรไว้?” ภีมมองลงมาด้วยสายตาเย็นชา “ป๊าออกไปมีความสุขกับผู้หญิงคนอื่น ปล่อยให้แม่ผมนอนทนทุกข์อยู่คนเดียว... วันนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างกำลังกลับไปอยู่ในที่ที่มันควรอยู่แล้วครับ”

ภีมไม่สนใจเสียงคร่ำครวญของธีรเดช หรือเสียงสะอื้นของนงนุชอีกต่อไป

เขาหันหลัง เดินตรงไปยังหัวโต๊ะประชุม

มือเรียวยื่นออกไป เลื่อนเก้าอี้หนังแท้ตัวใหญ่ประจำตำแหน่งประธานกรรมการบริหารออกช้าๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวนั้นอย่างสง่างาม แผ่นหลังเหยียดตรง สองมือวางประสานไว้บนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ แววตาเปล่งประกายคมกริบดุจพญาอินทรีที่เพิ่งทวงคืนอาณาจักรของตนเองกลับมาได้สำเร็จ

อคินยืนกอดอกมองภาพนั้นอยู่ข้างๆ ริมฝีปากหยักยกยิ้มกว้างด้วยความพึงพอใจอย่างที่สุด แววตาคมคายคู่นั้นสะท้อนภาพของเด็กหนุ่มที่ไม่ได้เป็นเพียงลูกชังที่ถูกทอดทิ้งอีกต่อไป

“ทำได้ดีมากครับ... คุณประธาน” อคินเอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงเจือความเอ็นดูปนยกย่อง

ภีมเงยหน้าขึ้นสบตากับอคิน รอยยิ้มแรกที่แท้จริงผุดขึ้นบนใบหน้าหวาน

กระดานหมากตานี้... เขาเป็นฝ่ายรุกฆาตได้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • เดิมพันรัก ทายาทพันล้าน   บทที่ 30: รอยยิ้มใต้ดวงดาวนำทาง (จบบริบูรณ์)

    บทที่ 30: รอยยิ้มใต้ดวงดาวนำทาง (จบบริบูรณ์)เวลาล่วงเลยผ่านไปสองปีเต็มสายลมปลายฤดูหนาวพัดโชยระลอกคลื่นในแม่น้ำเจ้าพระยาให้ซัดสาดเข้าหาแนวเขื่อนหินธรรมชาติ เสียงระลอกน้ำกระทบฝั่งแผ่วเบาดังก้องผสานไปกับเสียงหัวเราะร่าเริงของเด็กๆ ที่กำลังวิ่งเล่นไล่จับกันบนลานหญ้าเขียวชอุ่ม แสงแดดยามแดดร่มลมตกทอดประกายสีส้มทองอบอุ่นอาบไล้ผืนดินสามสิบไร่ ซึ่งบัดนี้แปรสภาพกลายเป็น ‘รัตนเดชา พาร์ค แอนด์ เลิร์นนิ่ง สเปซ’ ปอดสีเขียวขนาดใหญ่ริมคุ้งน้ำที่เปิดต้อนรับผู้คนจากทั่วทุกสารทิศอาคารหอสมุดชุมชนเรือนกระจกสองชั้นรูปทรงทันสมัย มีแสงไฟสีส้มนวลส่องสว่างออกมาจากภายใน นักเรียนและนักศึกษาหลายสิบชีวิตกำลังนั่งอ่านหนังสือและค้นคว้าข้อมูลอย่างตั้งใจ ถัดออกไปไม่ไกลคือลานดนตรีกลางแจ้งใต้ร่มเงาของต้นก้ามปูยักษ์ กิ่งก้านสาขาที่แผ่กว้างอุดมไปด้วยใบไม้สีเขียวสด มอบร่มเงาอันร่มเย็นให้แก่ผู้สูงอายุและครอบครัวที่มานั่งปิกนิกพักผ่อนหย่อนใจผืนแผ่นดินที่เคยรกร้างและเต็มไปด้วยกลิ่นคาวของการแก่งแย่ง บัดนี้เบ่งบานไปด้วยชีวิต ความหวัง และความสุขบริเวณเฉลียงไม้หน้าศูนย์การเรียนรู้ ป้านวลในวัยห้าสิบห้าปีสวมชุดผ้าฝ้ายสีฟ้าคราม

  • เดิมพันรัก ทายาทพันล้าน   บทที่ 29: ไออุ่น ณ วิลลาเทือกเขาแอลป์ [20+++ ]

    บทที่ 29: ไออุ่น ณ วิลลาเทือกเขาแอลป์ [20+++ ]เกล็ดหิมะสีขาวบริสุทธิ์โปรยปรายลงมาจากผืนฟ้าสีเทาหม่นอย่างไม่ขาดสายลมหนาวแห่งเทือกเขาแอลป์พัดกรูผ่านยอดสนและทิวเขาสูงตระหง่านที่ปกคลุมด้วยธารน้ำแข็งหนาทึบ หิมะนุ่มสะสมตัวตามขอบหน้าต่างกระจกบานยักษ์ของชาเลต์ไม้สนสองชั้นหลังใหญ่ ตัดขาดความเยือกเย็นติดลบสิบองศาภายนอกออกจากบรรยากาศภายในวิลลาส่วนตัวอันอบอุ่นและเงียบสงบใจกลางห้องนั่งเล่นชั้นล่าง เปลวไฟสีส้มทองลุกโชนอยู่ในเตาผิงหินธรรมชาติ เสียงฟืนไม้สนแห้งแตกเปรี๊ยะส่งประกายไฟจิ๋วเต้นระริกเป็นระยะ กลิ่นหอมกรุ่นของยางไม้สนเผาไหม้ผสานกับกลิ่นชาเอิร์ลเกรย์ร้อนลอยอวลในอากาศภีมนั่งขัดสมาธิอยู่บนพรมขนแกะผืนหนานุ่มสีครีมหน้าเตาผิงร่างโปร่งสวมเสื้อสเวตเตอร์ไหมพรมคอเต่าตัวโคร่งสีครีมกับกางเกงผ้าวูลขายาว สองมือกุมแก้วเซรามิกที่มีไอควันลอยกรุ่น ดวงตากลมโตทอดมองเปลวไฟที่พลิ้วไหวด้วยสายตาที่ผ่อนคลาย หลังจากตรากตรำอ่านหนังสือสอบปลายภาควิชาการเงินและการตลาดจนดึกดื่น ประกอบกับต้องดูแลความเรียบร้อยของโครงการสวนสาธารณะริมแม่น้ำ การได้ทิ้งภาระหน้าที่ทั้งหมดไว้ข้างหลังแล้วบินลัดฟ้ามาพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์ ทำ

  • เดิมพันรัก ทายาทพันล้าน   บทที่ 28: ศิลาฤกษ์แห่งการเริ่มต้น

    บทที่ 28: ศิลาฤกษ์แห่งการเริ่มต้นฤกษ์มงคลเวลาแปดโมงสิบเก้านาที แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาทาบทาคุ้งน้ำเจ้าพระยาจนเป็นประกายสีส้มทองอบอุ่นลมแม่น้ำพัดโชยเอื่อย นำพาไอเย็นสดชื่นเข้ามาปะทะผืนดินขนาดสามสิบไร่ที่ได้รับการปรับภูมิทัศน์จนเขียวชอุ่ม พาวิลเลียนสีขาวหลังใหญ่เปิดโล่งรับลมธรรมชาติ ถูกประดับประดาด้วยซุ้มดอกลิลลี่สีขาวบริสุทธิ์และกิ่งไม้นานาพันธุ์ ส่งกลิ่นหอมสะอาดสดชื่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ใจกลางงานคือต้นก้ามปูยักษ์ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงาอย่างสง่างาม ดุจพยานผู้มีชีวิตที่ยืนหยัดผ่านกาลเวลามานานกว่าครึ่งศตวรรษบริเวณลานพิธีเนืองแน่นไปด้วยแขกผู้มีเกียรติระดับประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประธานหอการค้า ตลอดจนผู้นำกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์และสื่อมวลชนสายเศรษฐกิจนับร้อยชีวิตที่มาร่วมทำข่าวการเปิดตัวอภิมหาโครงการเพื่อสังคมครั้งประวัติศาสตร์โต๊ะรับรองแถวหน้าสุด มีชายชราผมขาวโพลนในชุดสูทสากลภูมิฐานนั่งเด่นเป็นสง่าคุณปู่วรโชติเมธาจิบน้ำชาอุ่นพลางกวาดสายตามองความพร้อมของงานด้วยรอยยิ้มอิ่มเอม ข้างกายมีทนายสมคิดและป้านวลที่สวมชุดผ้าไหมสีสุภาพคอยดูแลอย่างใก

  • เดิมพันรัก ทายาทพันล้าน   บทที่ 27: ล่วงเวลาในห้องประธาน [20+++ ]

    บทที่ 27: ล่วงเวลาในห้องประธาน [20+++ ]เวลาล่วงเลยผ่านสองทุ่มตรงไปแล้วความเงียบสงัดเข้ายึดครองชั้นบนสุดของอาคารสำนักงานใหญ่รัตนเดชากรุ๊ป พนักงานฝ่ายบริหารและเลขาฯ หน้าห้องต่างทยอยเดินทางกลับบ้านกันหมด เหลือเพียงแสงไฟสปอตไลต์ดวงเล็กตรงโถงทางเดิน และแสงสีส้มอบอุ่นจากโคมไฟตั้งโต๊ะภายในห้องประธานกรรมการบริหารภีมนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังแท้พนักสูงสีดำตัวใหญ่ หลังโต๊ะทำงานไม้สักทองขัดมันวาวตัวยักษ์ร่างโปร่งถอดเสื้อสูทตัวนอกพาดไว้กับพนักเก้าอี้ เหลือเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวเข้ารูปที่ปลดกระดุมคอออกสองเม็ด แขนเสื้อพับร่นขึ้นมาถึงข้อศอก แว่นสายตากรอบบางขับเน้นดวงหน้ารูปไข่ให้ดูเฉลียวฉลาดและสุขุม บนโต๊ะเต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารงบการเงินไตรมาสสุดท้าย รายงานภาษี และแผนการปรับโครงสร้างหนี้หลังคดีความสิ้นสุดลง ปลายนิ้วเรียวเคาะแป้นพิมพ์ตัวเลขสลับกับพลิกหน้ากระดาษอย่างตั้งใจเสียงเปิดประตูดังแกร๊กเบาๆ ดึงสายตาของภีมให้ละออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์อคินก้าวเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มสวมชุดสูทสากลสีเทาเข้ม เสื้อเชิ้ตสีดำด้านในปลดกระดุมคอลงเช่นกัน เนกไทผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มคลายออกหลวมๆ พาดอยู่ใต้ปกเสื้อ ร่างสูงใหญ่ก้าวเดินอ

  • เดิมพันรัก ทายาทพันล้าน   บทที่ 26: เปิดตัวอย่างเป็นทางการในรั้วมหาลัย

    บทที่ 26: เปิดตัวอย่างเป็นทางการในรั้วมหาลัยแสงแดดอ่อนยามแปดโมงเช้าสาดส่องผ่านทิวต้นหางนกยูงฝรั่ง ปูพรมสีทองลงบนลานกว้างหน้าตึกคณะบริหารธุรกิจสายลมต้นสัปดาห์พัดพาความสดชื่นเข้ามาไล่ความอบอ้าว เสียงจอแจของเหล่านักศึกษาที่เดินขวักไขว่ เสียงหัวเราะ และกลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วจากซุ้มเครื่องดื่มใต้ถุนตึก สร้างบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาตามแบบฉบับชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย หากในเช้าวันจันทร์นี้ สายตานับร้อยคู่กลับคอยเหลือบมองไปยังถนนทางเข้าหน้าคณะเป็นระยะข่าวใหญ่เรื่องคำพิพากษาคดีฆาตกรรมอำพรางคุณหญิงรัตนเดชา และการกวาดล้างกลุ่มทุนสีเทาข้ามชาติที่ออกอากาศสดไปทั่วประเทศเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้สถานะของภีมเปลี่ยนไปตลอดกาล จากเด็กหนุ่มปีหนึ่งที่เคยถูกมองว่าโดดเดี่ยวไร้ที่พึ่ง บัดนี้ทุกคนรู้ซึ้งแล้วว่าเขาคือประธานกรรมการบริหารตัวจริงของรัตนเดชากรุ๊ป ผู้ถือครองสินทรัพย์และผืนดินนับหมื่นล้านเสียงเครื่องยนต์เดินเรียบสนิทของรถซีดานคันหรูสีดำคุ้นตาดังขึ้น เมื่อตัวรถแล่นเข้ามาจอดเทียบชานชาลาหน้าบันไดตึกคณะการปรากฏตัวของรถคันดังกล่าวทำให้บทสนทนารอบบริเวณค่อยๆ เงียบเสียงลงประตูฝั่งคนขับเปิดออก บอดี้การ์ด

  • เดิมพันรัก ทายาทพันล้าน   บทที่ 25: แสงดาวเหนือน่านน้ำเจ้าพระยา [20+++ ]

    บทที่ 25: แสงดาวเหนือน่านน้ำเจ้าพระยา [20+++ ]ความเงียบสงัดอันแสนอบอุ่นเข้าปกคลุมห้องชุดเพนต์เฮาส์ชั้นบนสุดม่านโปร่งแสงถูกเปิดกว้างออกจนสุด เผยให้เห็นทัศนียภาพของโค้งน้ำเจ้าพระยายามค่ำคืนที่ทอดตัวยาวคดเคี้ยวไปตามแนวตึกระฟ้า แสงไฟนีออนระยิบระยับนับล้านดวงจากตัวเมืองสะท้อนลงบนผิวน้ำที่กระเพื่อมไหว กลายเป็นทางสายธารสีทองระยับพร่างพราว ท้องฟ้าเบื้องบนโปร่งโล่งจนมองเห็นดวงดาวส่องแสงสว่างไสว แข่งกับเงาสะท้อนในสายน้ำเบื้องล่างบนโซฟาเบดหนังแท้ตัวยาวริมกระจก ภีมนั่งพิงแผงอกกว้างของอคินสองร่างสวมเพียงชุดคลุมอาบน้ำผ้าฝ้ายสีขาวเนื้อนุ่มหลวมโพรก ในมือของอคินถือแก้วแชมเปญคริสตัลที่มีฟองพรายผุดขึ้นเป็นสาย ชายหนุ่มยกแก้วขึ้นจิบช้าๆ แขนอีกข้างหนึ่งโอบรัดเอวคอดของคนรักไว้แนบชิด คางคมสันเกยอยู่บนลาดไหล่บาง สูดดมกลิ่นหอมสะอาดของสบู่อ่อนๆ จากผิวกายเนียนละเอียดมือซ้ายของภีมวางทาบอยู่บนต้นขาแกร่ง ปลายนิ้วเรียวขยับหมุนแหวนทองคำขาวบนนิ้วนางข้างซ้ายของตนเองเล่นอย่างเพลิดเพลิน เพชรเม็ดงามรูปดาวแปดแฉกส่องประกายวาววับสะท้อนแสงไฟเมืองหลวง“ชอบไหมครับ?” อคินกระซิบถามชิดใบหู น้ำเสียงทุ้มต่ำนุ่มละมุนภีมเงยหน้าข

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status